ผู้าุโของสกุลฟู่ถูกเชิญมาเป็พยานกันอย่างพร้อมหน้า และเป็เพราะฟู่เต๋อหย่งเป็ถึงรองเ้ากรมอาญา เ้ากรมอาญาจึงมาเป็พยานในครั้งนี้ด้วยอีกคน
“ท่านเ้ากรมให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว ความจริงเื่นี้เป็เพียงเื่ของคนในครอบครัว” ถึงแม้ฟู่เต๋อหย่งจะพูดออกไปอย่างเกรงใจ แต่สีหน้าของเขากลับยินดีมาก เพราะการที่เ้ากรมอาญาเดินทางมาร่วมเป็สักขีพยานให้ด้วยตัวเอง นั่นก็หมายความว่าเ้ากรมอาญาย่อมเห็นความสำคัญของเขาอยู่ไม่น้อย การเสียบุตรชายอ้วนไปคนหนึ่ง แต่แลกมากับความไว้วางใจของเ้านาย อย่างไรเขาก็ถือว่าคุ้มค่า
‘หงหลิน เขาจะตัดสัมพันธ์กันอยู่แล้ว ทำไมเ้ายังไม่พูดเื่สินเดิมของข้าออกไปอีก เ้าจะควบคุมปากของข้าไว้ทำไม’ จูจื้อโหยวพยายามโวยวายอยู่ในใจ
‘เ้านายรอก่อนขอรับ อีกไม่นานก็จะสำเร็จแล้ว การตัดสัมพันธ์ครั้งนี้เป็เื่ดีจริงๆ และเ้านายยังจะได้เอาคืนให้นายท่านด้วยนะขอรับ’ หงหลินพยายามอธิบายเ้านาย
‘เอาคืนยังไง?’
‘เ้านายรอก่อน อีกไม่นานจะมีคนสำคัญมาแล้ว’
ผู้าุโลำดับที่หนึ่งของสกุลฟู่แสดงสีหน้าไม่พอใจ ตัวเขาเองนั้นเป็คนรักครอบครัว ทั้งตลอดชีวิตการแต่งงานของเขาก็มีเพียงฮูหยินเอกแค่คนเดียว เขาไม่ได้ชมชอบอย่างบุรุษอื่นที่มักจะรับอนุเข้ามาเลี้ยงดูอีกหลายคน เมื่อเขารู้ว่าฟู่เต๋อหย่ง้าตัดสัมพันธ์กับบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก เขาจึงรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก
“เ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่ที่จะตัดสัมพันธ์กับซีซวน”
“ในเมื่อเป็ความ้าของเขา บิดาอย่างข้าก็ไม่อยากฝืนใจขอรับ” ฟู่เต๋อหย่งตอบ พร้อมกับมองไปที่ฟู่ซีซวนอย่างไม่พอใจ
“แล้วเ้าเล่าซีซวน เ้ายินดีที่จะตัดสัมพันธ์ครั้งนี้จริงหรือ เ้าไม่ทบทวนดูอีกสักหน่อย” ผู้อาวูโสสกุลฟู่ลำดับที่หนึ่งถาม
“ในเมื่อท่านพ่อไม่อาจรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับท่านแม่และข้าได้ ข้าก็ยินดีกับการตัดสัมพันธ์ในครั้งนี้ เพราะต่อไป ท่านพ่อจะได้แต่งตั้งหลี่อี๋เหนียงขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกอย่างถูกต้อง และจะได้ยกบุตรสาวและบุตรชายที่เกิดจากนางให้ขึ้นมาเป็บุตรของฮูหยินเอกอย่างที่เขาเคยให้สัญญากับหลี่อี๋เหนียงไว้ขอรับ” ฟู่ซีซวนตอบเสียงเรียบ เขาไม่คิดที่จะปิดบังความจริงใจเื่นี้เลยแม้แต่น้อย เพราะเื่ที่เขาเอ่ยตัดสัมพันธ์กับบิดา คนนอกย่อมมองว่าเขาเป็คนอกตัญญูไปแล้ว แต่หากคนเ่าั้ได้ฟังเหตุผลที่เขาอยากตัดสัมพันธ์ ความผิดทั้งหมดบิดาก็ต้องรับมันไว้เอง
“นี่เ้า! ข้าไปบอกให้เ้าตัดสัมพันธ์กับข้าั้แ่เมื่อไหร่กัน เป็เ้าที่เสนอความคิดนี้ขึ้นมาเอง” ฟู่เต๋อหย่งตะคอกบุตรชาย
“เพราะคำสัญญาของท่านที่เคยให้ไว้ข้าจำได้ขึ้นใจ ในเมื่อวันนี้ท่านประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกหลี่อี๋เหนียงขึ้นเป็ภรรยาเอก ยกให้ฟู่วั่งเสียนกับฟู่เซียงหรูขึ้นเป็บุตรของภรรยาเอก และท่านยังลดสถานะของข้าให้เป็เพียงบุตรชายของอนุ เหตุผลนี้ทำให้ข้าขอตัดสัมพันธ์กับท่าน คำพูดเหล่านี้ทุกคนในจวนล้วนเป็พยานได้” ฟู่ซีซวนตอบ
“ดีจริงๆ เพื่ออนุคนหนึ่งเ้าถึงขั้นลดสถานะของซีซวน ดังนั้นข้าก็เห็นด้วยกับเขาที่เขาขอตัดสัมพันธ์กับเ้าในครั้งนี้ ข้าจะร่างหนังสือตัดสัมพันธ์ให้เรียบร้อย และจะระบุให้ชัดเจนว่าต่อจากนี้ซีซวนไม่ใช่บุตรชายของเ้าอีกต่อไป และไม่ว่าจะเป็หรือตาย พวกเ้าสองคนก็ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก” ผู้าุโสกุลฟู่พูดจบก็ลงมือร่างหนังสือทันที จากนั้นก็ให้ทุกคนลงนามก็เป็อันเรียบร้อย “ข้าหวังว่าเ้าจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจในวันนี้นะฟู่เต๋อหย่ง”
“ข้าไม่เสียใจแน่นอนขอรับ” ฟู่เต๋อหย่งตอบออกไปอย่างมั่นใจ เขาไม่สนใจที่จะหันไปมองฟู่ซีซวนแม้แต่น้อย แต่เขากลับหันไปยิ้มให้กับหลี่อี๋เหนียงและบุตรทั้งสองของเขาแทน
จูจื้อโหยวรู้สึกสงสารสามี อีกทั้งเวลานี้หงหลินก็หยุดควบคุมนางแล้ว นางจึงเดินไปจับมือสามีไว้อย่างให้กำลังใจ ฟู่ซีซวนบีบมือนางไว้แน่นเพื่อข่มอารมณ์เสียใจของตัวเองเอาไว้เช่นกัน
แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับ พ่อบ้านฟู่ก็วิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น
“นายท่าน! นายท่านขอรับ อ๋องฉีเสด็จมารออยู่หน้าประตูจวน บอกว่ามีราชโองการจากฝ่าามาถึงขอรับ”
ทุกคนทำหน้าใขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินรายงานของพ่อบ้านฟู่ เพราะราชโองการจากฝ่าานั้น หากไม่เป็ข่าวดีก็ย่อมต้องเป็เื่ร้าย และผู้ที่นำราชโองการมาในครั้งนี้กลับเป็อ๋องฉี ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ทั้งยังเป็ที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฮ่องเต้อีกตำแหน่งหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรอ๋องฉีไม่เคยออกจากจวนถ้าไม่จำเป็ แต่ครั้งนี้เขากลับเป็คนถือราชโองการของฝ่าามาด้วยตัวเอง ทำให้ทุกคนคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่าราชโองการของฝ่าาเป็เื่ใด ทั้งหมดได้แต่คุกเข่ารอรับ
อ๋องฉีกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่จูจื้อโหยวและฟู่ซีซวน ก่อนจะประกาศราชโองการออกไป
“ราชโองการฉบับนี้มอบให้แก่จูจื้อโหยว เนื่องเพราะจูเจียวจิ้น อดีตเสนาบดีสำนักตรวจราชการ ถูกใส่ความในข้อหารับสินบน เป็เหตุให้ต้องถูกปลดออกจากราชการ ทั้งยังถูกใส่ร้ายและปฏิบัติอย่างไม่เป็ธรรม ทำให้ทั้งครอบครัวต้องประสบกับความทุกข์ทางจิตใจและเสียชีวิตไปทั้งหมด บัดนี้คดีดังกล่าวได้ตัดสินและหาตัวคนผิดพบแล้ว จูเจียวจิ้นจึงถูกตัดสินว่าเป็ผู้บริสุทธิ์
แต่เพราะคำตัดสินที่มาช้าเกินไป ทำให้เวลานี้สกุลจูเหลือทายาทเพียงคนเดียวคือจูจื้อโหยว ฝ่าาทรงมอบค่าปลอบขวัญจำนวนห้าหมื่นตำลึงทอง โฉนดบ้านและร้านค้าให้อีกอย่างละหนึ่งแห่ง พร้อมทั้งจะคืนตำแหน่งในสำนักตรวจราชการให้อีกหนึ่งตำแหน่ง เพียงแต่จูจื้อโหยวเป็สตรีและยังไม่มีทายาท ตำแหน่งดังกล่าวจึงขอมอบให้กับฟู่ซีซวน สามีของนางแทน และตำแหน่งนี้สามารถส่งต่อให้ทายาทของจูจื้อโหยวและฟู่ซีซวนต่อไปได้ในทุกรุ่น แต่มีเงื่อนไขว่าทายาทที่จะรับตำแหน่งต่อต้องใช้แซ่จู เพื่อเป็เกียรติแก่จูเจียวจิ้น และยังทำให้สกุลจูมีทายาทสืบต่อไป จบราชโองการ”
“ขอบพระทัยฝ่าา จูจื้อโหยว/ฟู่ซีซวน น้อมรับราชโองการ”
ผู้าุโสกุลฟู่หันไปแสดงความยินดีกับฟู่ซีซวนและไม่ลืมที่จะหันไปมองฟู่เต๋อหย่งด้วยความสะใจ “ปู่ใหญ่ยินดีกับเ้าด้วยนะซีซวน ตอนนี้ตำแหน่งขุนนางของเ้ายังอยู่สูงกว่าบิดา...ไม่ใช่สิ ยังสูงกว่าฟู่เต๋อหย่งเสียอีกนะ ส่วนเื่ทายาทก็ไม่ต้องไปสนใจ สกุลฟู่ตัดขาดกับเ้าไปแล้ว ต่อไปลูกๆ ของเ้าใช้แซ่จูก็ไม่มีปัญหา เพราะชื่อเสียงที่ดีงามของพ่อตาของเ้าจะช่วยส่งเสริมความรุ่งเรืองให้พวกเขาเอง”
“ขอบคุณขอรับท่านปู่ใหญ่ ถึงแม้สกุลฟู่จะไม่้าข้า แต่ข้าก็ยังจะรักและเคารพปู่ใหญ่เหมือนเดิมขอรับ” ฟู่ซีซวนยิ้มให้ผู้าุโอย่างจริงใจ “ส่วนเื่ทายาทของข้านั้น ไม่ว่าพวกเขาจะใช้แซ่ใดข้าก็ไม่ได้สนใจขอรับ ขอแค่พวกเขาเป็คนดีและทำงานรับใช้บ้านเมืองอย่างสุจริตให้สมกับที่ฝ่าาทรงไว้วางพระทัย เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว”
“ฮ่าๆๆ ดี...พูดได้ดี” อ๋องฉีเดินเข้ามาหาจูจื้อโหยวและฟู่ซีซวน “เจียวจิ้นคงหมดห่วงเ้าแล้วล่ะโหยวเอ๋อ ลุงดูแล้วสามีของเ้าสอบผ่านมาตรฐานของบิดาเ้าแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้มารู้จักลูกเขยผู้มีความสามารถของเขาด้วยตัวเองนี่สิ”
“โหยวเอ๋อคารวะท่านลุงเ้าค่ะ” จูจื้อโหยวน้ำตาคลอเมื่อมองเห็นอ๋องฉี มันเป็ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิมที่ติดอยู่ นั่นเพราะอ๋องฉีกับท่านพ่อของนางเป็เพื่อนรักกัน ตอนที่ครอบครัวของนางประสบเคราะห์กรรม อ๋องฉีก็เป็คนช่วยเหลือพวกนางทุกอย่าง แม้แต่การสืบหาความจริงของคดีเพื่อล้างมลทินให้กับท่านพ่อ ก็เป็อ๋องฉีที่สืบหาหลักฐานเื่นี้ด้วยตัวเอง อ๋องฉียังเคยมาขอโทษนางด้วยตัวเองด้วยซ้ำเมื่อรู้ว่าครอบครัวของสหายเสียชีวิตไปทั้งหมด
“ลุงนึกว่าเ้าจะไม่ยอมยกโทษให้ลุงเสียแล้ว นึกว่าเ้าจะเรียกข้าว่าท่านอ๋องเหมือนกับคนอื่น หากเป็เช่นนั้นลุงคงเสียใจมาก” อ๋องฉีลูบศีรษะจูจื้อโหยวอย่างเอ็นดู เขาทำแบบนี้เป็ประจำเมื่อครั้งที่นางยังเด็ก จนเขาลืมนึกไปว่าวันนี้นางโตขึ้นจนกลายเป็สตรีที่ออกเรือนแล้ว ก่อนที่เขาจะดึงมือกลับเพราะนึกขึ้นได้ “เ้าอย่าถือสาลุงเลยนะหลานชาย ชื่อซีซวนใช่ไหม ต่อไปเ้าก็เรียกข้าว่าท่านลุงเหมือนกับโหยวเอ๋อนั่นล่ะ”
ทั้งสามคนยืนสนทนากันอย่างมีความสุข แต่ฟู่เต๋อหย่งกลับมองบุตรชายคนโตอย่างนึกเสียดาย เขาเพิ่งตัดสัมพันธ์กับฟู่ซีซวนไปยังไม่ทันข้ามวัน แต่ตอนนี้บุตรชายกลับได้รับตำแหน่งทางการเป็ถึงเ้าหน้าที่ในสำนักตรวจการ ทั้งยังได้รับการยอมรับและถึงขั้นเรียกอ๋องฉีว่าท่านลุงอีกด้วย ฟู่เต๋อหย่งนึกเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองแล้วในเวลานี้ และเขาอยากจะพูดบางอย่างกับบุตรชาย
“เอ่อ...เ้าใหญ่ พ่อมีเื่อยากจะคุยกับเ้า”