เจตพลขับรถกลับบ้านเขาตั้งใจกลับมาทานข้าวและพักผ่อนสักครู่ ใกล้ๆเที่ยงจะออกไปรับจ้างวินมอเตอร์ไซต์ต่อวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ชายหนุ่มจะทำงานเต็มวัน ั้แ่ตี 4 ยันเที่ยงคืน รายจ่ายยังรออยู่อีกเพียบค่าเช่าบ้านเดือนนี้และค่าเทอมที่ผ่อนผันรอเขาอยู่
“อ้าวไอ้เจ๋ง มาๆ มากินข้าวพร้อมกัน” เจตพลเข้ามานั่งกลางวงมองกับข้าวดีๆละลานตานอกเหนือจากผัดเผ็ดถั่วฝักยาวและพะโล้ที่เขาซื้อมาเมื่อตอนเช้า ตอนนี้ยังมีเมี่ยงปลาเผากุ้ง ปู กั้งเผา พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดดูน่าอร่อย
“ของพวกนี้มาได้ยังไงครับ”
“ก็แม่มึงให้พ่อไปซื้อมาไง ยังร้อนๆอยู่เลย กินๆกันนานๆพวกเราจะได้กินของอร่อยสักที” ประเสริฐไม่รอช้าหยิบกั้งปลอกเปลือกเข้าปาก
“อือ อร่อย”
“ใช่พี่อร่อยจริงๆ” นางปทุมผู้ผอมโซกินตามสามีอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกัน
“พ่อเอาเงินมาจากไหน เงินของแม่เหรอครับ” มูลค่าอาหารตรงหน้าไม่ต่ำกว่า1,000 เผลอๆ อาจจะสูงกว่านั้นไม่มีทางที่บุพการีจะมีเงินใช้ฟุ่มเฟือยอย่างนี้
“ก็เงินที่นังหนูคนนั้นให้แม่ไง นี่ไง เหลืออีกตั้งเยอะ” สาวใหญ่ควักเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“แม่ทุม พ่อของแบ่งด้วยนะ” ประเสริฐขยับมาอ้อนใกล้ๆ
“เอาไป 1,000 บาทก็พอกินเหล้าไม่ต้องใช้เงินเยอะ” นางต่างหากที่ต้องใช้ทุนในการเรียกเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมา...ลาภลอยแท้ๆ
“จ้ะ” จุ๊บ! “ขอบใจจ้ะเมียสุดที่รัก”ประเสริฐยิ้มกริ่มกับแบงค์สีเทาใหม่เอี่ยมในมือเพราะเขาจะมีเงินกินเหล้าอย่างสำราญนานเป็สัปดาห์
“หืม” เจตพลถอนหายใจหนักหนวงกับเหตุการณ์ตรงหน้ามันทำให้คนหิว พาลกินอะไรไม่ลง
อินทุอรกลับมาอยู่กับตัวเองใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองคุ้นเคย ความคิดมากเื่ค่ำคืนหวามเ่าั้พอทุเลาลงบ้าง
“ไอ้อิน อิน อิน” นลินทิพย์เรียกเพื่อนเสียงดังไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นแต่เธอรู้ว่าบดินทร์ภัทรหัวเสียรุนแรงที่ชวดเพื่อนสาวตรงหน้าหญิงสาวเองก็ชวดกระเป๋าใบหรูเช่นเดียวกัน
“มีอะไร”
“ฉันเรียกแกตั้งนาน มัวแต่เหม่ออะไรอยู่” นลินทิพย์ทำตัวเป็ปกติเธอฉลาดพอที่จะไม่วกกลับเข้าไปในเื่คืนนั้นอีกเื่นี้อินทุอรไม่มีวันสงสัยเธอ
“แล้วมีอะไรล่ะน้อยหน่า”
“อาจารย์ปล่อยแล้ว ไปกินข้าวกัน ไปร้านใหม่ที่เปิดตรงข้ามมหาลัยเรานะ”เป็คาเฟ่หรูดูดีมีระดับเชียวล่ะ
“อืม” อินทุอรเออออตาม เธอกินอะไรได้ทั้งนั้นสองสาวเพื่อนสนิทขับรถออกจากมหาลัย อินทุอรเป็คนบังคับมินิคูเปอร์ตัวท็อปกลับรถบนสะพานเเละเข้าเทียบท่าจอดหน้าร้านคาเฟ่สไตล์อิตาเลี่ยนสุดหรู
"ฉันละเบื่อจริงๆ พวกหมาวัดเเถวนี้ น่ารำคาญ" ยังไม่ทันก้าวลงจากรถนลินทิพย์ก็บ่นเสียงเเหลม
"มีอะไรเหรอน้อยหน่า"
"เเกเห็นผู้ชายกลุ่มนั่นไหม"นลินทิพย์ชี้กลุ่มนักศึกษาต่างสถาบันให้เพื่อนสาวดู พวกนักศึกษาจนๆที่รั้วมหาลัยติดกับร้านอาหารใหม่ กำลังทำให้น้อยหน่าหมดอารมณ์
"นะ นั่นมัน" ตึก ตึก ตึก หัวใจอินทุอรเต้นระส่ำ ทำไมเธอจะจำเขาไม่ได้ ผู้ชายที่ได้ใกล้ชิดเธอไปถึงไหนต่อไหนผู้ชายที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำตลอด 2 วันที่ผ่านมา
นายเจ๋ง
"ก็ไอ้พวกนี้ มันชอบมองพวกเราจะตาย เเกไม่เคยสังเกตเหรออิน"เป็ธรรมดา เพราะพวกเธอทั้งสวย ทั้งรวย อยู่กันคนละคลาส
"ก็ไม่เคย" ไม่เคยเลย คนพวกนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของอินทุอรมาก่อนเเต่...ตอนนี้ มีใครคนหนึ่งกำลังอยู่เหนือกฎเกณฑ์พวกนั้น
"เรารีบลงจากรถ รีบเข้าไปในร้านกันเถอะ" เข้าไปในหรูๆ เเอร์เย็นๆจะเป็เขตกั้น
"อืม"
นลินทิพย์รีบลากอินทุอรเข้าไปในร้านอาหารทันที ให้ร้านเป็เขตกั้นระหว่างดอกฟ้าอย่างพวกเธอเเละหมาวัดอย่างพวกมันไม่อยากเห็นให้รำคาญสายตา
“เห้ย เห้ย เห้ยพวกมึง นั่นนางฟ้าอินนี่หว่า” ประสพชัยเป็คนแรกในกลุ่มที่เห็นสองสาวสวย
“ใช่จริงด้วย อีกคนก็นางฟ้าน้อยหน่า” เอาเป็ว่าหนุ่มๆของทั้งสองมหาลัยไม่มีใครไม่รู้จักกิตติศัพท์ความสวยของอินทุอรและนลินทิพย์
“อินทุอร” ชายหนุ่มเหมือนคนละเมอ นึกว่าตนตาฝาด
“ใช่ๆ คนผมตรงชื่ออินทุอร ส่วนผมลอนชื่อน้อยหน่านี่มึงรู้จักพวกเธอด้วยเหรอวะไอ้เจ๋ง” ถ้าถามว่าแถบนี้มีใครไม่รู้จักสองสาวบ้าง ก็น่าจะเป็เจตพลเพียงคนเดียว เพราะมันไม่เคยสนใจเื่ทำนองนี้เลย
“ใช่ที่เคยพูดถึงกันนะเหรอปาร์ค” ่เช้าของวันนี้สมาชิกกลุ่มโปรเจคจบนัดแนะกันทำรายงานที่ห้องของประสพชัยและทำให้บังเอิญเดินมาเจอสาวฮอทเข้า
ตลอดระยะทางที่เดินจากห้องพักเพื่อไปเรียนให้ทันคาบบ่ายของวันนี้เจตพลรับฟังเื่ราวของสองสาวสวย
เขารู้ทุกอย่างเท่าที่กลุ่มเพื่อนรู้ผู้หญิงอีกคนเขาไม่สนใจหรอก
เจตพลสนใจแค่หญิงแปลกหน้าที่เมามาย
ใช่แล้วล่ะมันตรงไปหมด เธอชื่อเล่นว่าอิน นางสาวอินทุอร ภักดีเลิศวัฒนา หนุ่มวินมอเตอร์ไซต์รู้อยู่แก่ใจเพราะเป็คำบอกเล่าจากเ้าหล่อนเอง แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เขาเพิ่งรับรู้เธอคนนั้นไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาทั่วไป แต่อินทุอรคนนี้เธอคือทายาทเ้าของห้างสรรพสินค้าใจสุดหรูย่านราชประสงค์
ไม่แปลกที่กลุ่มเพื่อนยกย่องให้เธอเป็นางฟ้า...ดอกฟ้าชัดๆ
“อิน ไอ้อิน มองอะไรเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกน้อยหน่า พอดีว่าเราเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระนิดหน่อยนะเราขอตัวกลับก่อนนะ” กล่าวเสร็จ อินทุอรก็คว้ากระเป๋าหลักแสนของตนเองออกไป
“เดี๋ยวอิน เดี๋ยว แล้วอาหารพวกนี้ล่ะ” อาหารเพิ่งทยอยวางอยู่เต็มโต๊ะอินทุอรยังไม่ได้แตะสักคำ ปล่อยให้นลินทิพย์อารมณ์เสียกับความเอาแต่ใจของเพื่อน
ส่วนผู้หญิงที่รีบเดินออกจากร้านไปก็อารมณ์ไม่ดีเช่นกัน เธอเห็นเขา และอินทุอรเชื่อว่าเขาเองก็เห็นเธอและสิ่งที่กลุ่มนักศึกษาชายพูดคุยไปพลาง หันชะเง้อมองหล่อนไปด้วย...สิ่งนั้นทำให้อินทุอรไม่พอใจ
เป็ไปได้หรือไม่ว่าเื่ราววาบวามระหว่างเราสอง ผู้ชายปากมอมจะบอกเล่าสู่กันฟังครื้นเครงสนุกสนาน ก็ไหนเขาบอกว่าจะเก็บเื่ราวเป็ความลับไงล่ะ...คนใจร้าย ร้ายกาจนัก
เลิกเรียน4 โมงเย็น เป็เวลาที่เจตพลรีบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าแปลงโฉมเป็วินมอเตอร์ไซต์รับจ้างตามปกติแต่ที่ผิดปกติคือรถมินิคูเปอร์คันสวยจอดขวางซอยแคบเข้าบ้านของเขา
“รถใคร”
“อ้าวไอ้เจ๋ง รีบมา รีบเข้าบ้านมา นังหนูมันมารอเอ็งตั้งนานแล้ว” ประเสริฐกุลีกุจอวิ่งออกมาลากตัวบุตรชายเข้าไปในบ้าน
“หนู หนู ไอ้เจ๋งมันกลับมาแล้วลูก” น้ำเสียงผู้เป็พ่อช่างไพเราะน่าฟังเจตพลเองยังงง เพราะปกติบิดาไม่เคยใช้เสียงโทนสุภาพพูดคุยกับเขาสักครั้ง
“หนูขอคุยกับนายเจ๋งตามลำพังได้หรือเปล่าคะคุณน้า” อินทุอรมารอนานนับชั่วโมงแล้วโชคดีที่บ้านมีนายประเสริฐต้อนรับขับสู้อย่างดี
“ได้สิ ได้เลยลูก น้าไปแล้วนะ” ประเสริฐยิ้มแป้นเดินผิวปากออกจากบ้านไป พร้อมแบงก์สีเทา สีม่วงตุงกระเป๋า
ในบ้านเก่าหลังโทรมเกิดความเงียบยาวนานนับนาที หนุ่มสาวยืนจ้องหน้ากันไม่ลดละ โดยไม่มีใครคิดจะปริปากพูดก่อน
“ไอ้คนเลว ไหนบอกว่าจะไม่เล่าเื่คืนนั้นให้ใครฟังไงแล้วนายไปเล่าให้เพื่อนๆของนายฟังทำไม” อินทุอระเิอารมณ์หล่อนแอบคิดชื่นชมผู้ชายคนนี้มาโดยตลอดคิดว่าเป็สุภาพบุรุษแต่วันนี้เธอกลับถูกหักหลัง
“ใครเล่า เล่าให้ใครฟัง ผมไม่เคยเล่าใคร” เจตพลมึนไปหมดบุกมาถึงบ้าน ยัยคุณหนูไฮโซก็กล่าวหาเขาไม่เลี้ยง
“แต่ฉันเห็น นายกับเพื่อนพูดคุยกัน แล้วเพื่อนนายก็จ้องมองฉันตลอดเวลา”
“ผมยอมรับว่าพวกเราพูดถึงคุณจริง แต่ผมไม่ได้บอกใครเื่ระหว่างเราคืนนั้นคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจนะครับคุณหนูอิน”
“นี่ อย่ามาเรียกฉันอย่างนั้นนะ ฉันไม่ชอบ” น้ำเสียงคล้ายประชดประชันของนายคนนี้ไม่น่าพิศสมัยเสียเลยอินทุอรแทบกรี๊ด ั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยเจอคนกวนประสาทมาก่อนทุกคนล้วนแต่พูดจาไพเราะ ยกย่อง เยินยอต่อเธอทั้งนั้นนั่นเพราะครอบครัวของเธอร่ำรวยมหาศาล มีอำนาจล้นฟ้า
“ผมขอโทษถ้าเกิดทำให้คุณไม่พอใจแต่ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยเล่าเื่คืนนั้นให้ใครฟังจริงๆ” เจตพลยังคงหนักแน่น
“แต่ฉันเห็น...”
“ผมว่าตอนนี้คุณหนู เออ ไม่ใช่สิ คุณอินควรกลับออกไปจากสลัมโทรมๆเหม็นๆนี่ได้แล้วนะครับ” ที่ตรงนี้ มันไม่ใช่ที่สำหรับเธอโลกของทายาทหมื่นล้าน มันคงแตกต่างกับโลกของเขาสิ้นเชิง
“ชิ แล้วใครบอกว่าฉันอยากอยู่บ้านโทรมๆ เก่าๆ ของนายกันล่ะนายเจ๋งฉันไม่อยากอยู่นานหรอก ฉันแค่จะเตือนนายไว้สักเื่ เื่คืนนั้นจะต้องเป็ความลับห้ามแพร่งพรายไม่อย่างนั้น นายเจอดีแน่” เพราะคนอย่างเธอสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างนี่เป็คำเตือนที่ประกาศกร้าวจากอินทุอร หญิงสาวสะบัดผมสลวยแล้วก้าวผ่านหน้าเขาไป
เจตพลยืนนิ่งอยู่กับที่...เขาไม่เป็อะไรมันชินเสียแล้วล่ะ
“กรี๊ดดดด กรี๊ดดดดด”
“คุณอิน” คนยืนนิ่งรีบวิ่งไปตามเสียงร้องหน้าบ้าน
บริเวณหน้าบ้านทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ความโกลาหลก่อเกิด ตุบ ตุบ ตับ ตุบ ปัง โป้ง เป้ง
“ไอ้เหี้ย หยุดนะโว้ย อย่าหนีนะ พวกเราตามมันไป”
“ว้าย พวกมันยกพวกตีกันอีกแล้ว หลบเร็ว เข้าบ้านเร็ว” เสียงชาวบ้านโวยวายลั่น หนีกันหัวซุกหัวซุน
ตุบตุบ ตับ ตับ ปัง ปัง เพล้ง เจตพลใช้ร่างกายสูงใหญ่ของตนเองบดบังหญิงสาวตัวเล็กจากเหตุวัยรุ่นยกพวกทำร้ายกัน
“โอ้ยยยย” เจตพลกัดริมฝีปากระงับความเ็ปที่ตนเองเผชิญ
“ฮึก ฮึอ อือ อือ” อินทุอรสะอื้นตัวโยนเธอไม่เคยพาลพบเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาก่อนในชีวิตบ้านเมืองมีกฎหมายแต่พวกนักเลงกับท้าทายยกพวกตีกันไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น
“คุณเป็อย่างไรบ้าง” ใบหน้าคมคายและน้ำเสียงทุ้มเจือความห่วงใยอินทุอรจ้องใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ
“ฉะ ฉัน ฉันไม่เป็ไรค่ะ”
“รีบเข้าไปหลบในบ้านก่อน” ก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมาอีกในสลัมแห่งนี้มีปัญหาวุ่นวายมากมาย พวกหาเช้ากินค่ำก็มี ส่วนพวกขี้ยา นักเลงนักการพนันมีประปนไม่น้อยเช่นกัน
เหตุการณ์ยกพวกตีกันเช่นนี้...จึงกลายเป็เื่ปกติที่ทุกคนรับรู้และต้องระวังตัว ลูกเล็กเด็กแดงกันเอาเอง
กริ๊กประตูลงกลอนหนาแน่น เจตพลนึกเป็ห่วงบิดา มารดา แต่พวกท่านเติบโตมาในสลัมแห่งนี้วิชาเอาตัวรอดน่าจะเก่งกว่าเขาด้วยซ้ำ เป็ห่วงก็แต่คุณหนูไฮโซที่อยู่ข้างๆเขานี่แหละ
“ไม่ต้องกลัวนะ ปลอดภัยแล้ว” เจตพลมองหญิงสาวแสนสวยรูปร่างเซ็กซี่ ตอนนี้เธอยังสั่นเหมือนเ้าเข้า
“อือ” อินทุอรพยักหน้างึกๆ
“นะ นั่น ที่หน้าผากนาย” เืซึมไหลออกมาเป็ทางยาวเจตพลยกนิ้วแตะ เขาััได้ถึงของเหลวเหนอะหนะ
“นายโดนตีนี่” ทุกอย่างมันรวดเร็วและน่ากลัวเขาโชคร้ายที่โดนลูกหลงจากพวกแก็งอันธพาลอาวุธครบมือ ผู้ชายที่เธอด่ากราด กล่าวหาว่าเขาเป็คนไม่ดี
“ไม่ได้เป็อะไรมากหรอก” เจตพลเดินเข้าไปล้างแผลด้วยน้ำเปล่าศีรษะแตก หัวโน ความเจ็บ ความปวด มึนงงมีบ้างเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าไม่ได้ร้ายแรงนัก
“นายเจ๋ง...นายช่วยฉันไว้อีกแล้ว” เขาเจ็บตัวเพราะเธอ
“คุณอยู่ในบ้านก่อนนะ เดี๋ยวผมกลับมา”
“นาย นายจะไปไหน ไปหาหมอเหรอ” ถ้าเป็อย่างนั้นอินทุอรอยากไปด้วยเธอไม่อยากอยู่ที่นี่ตามลำพัง
“เปล่า ผมจะออกไปดูรถของคุณ ไม่รู้ว่าเป็รอยบ้างหรือเปล่า” คนยังเจ็บตัว เป็ห่วงทรัพย์สินของเธอ ไม่รู้ว่าโดยทำลายมากน้อยแค่ไหน เพราะรถหรูคันเล็กคันนั้น ราคาคงไม่ธรรมดา
“ช่างมันเถอะ ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า” หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาห่วงเื่ไม่เป็เื่ รถจะพังก็พังไปสิ ถ้าพังเธอก็แค่เข้าศูนย์เคลมประกันถ้าหากมันบุบสลายมากๆ ก็ให้คุณพ่อซื้อใหม่ให้ก็สิ้นเื่เพียงท่านยกหูโทรศัพท์กริ๊งเดียว เซลล์ขายรถบริษัทชั้นนำก็นำโปรชัวร์พร้อมรถตัวอย่างมาให้เธอเทสถึงบ้านแล้ว
“ออกไปดูสักหน่อยดีกว่า”
“ฉันไม่ให้ไป ตัวเองเจ็บจะตายอยู่แล้ว ยังจะห่วงรถของคนอื่นอีก” อินทุอรถือวิสาสะลากแขนชายหนุ่มให้เดินตามเธอจุดหมายของอินทุอรคือมุมพักผ่อนที่แยกส่วนไว้ มุมที่เธอเคยนอนหลับใหลเมื่อ 2วันก่อน
“นอนพักผ่อนเถอะ ถ้าอาการไม่ดี ฉันจะพานายไปหาหมอ” แขกบังคับส่วนเ้าของบ้านยอมทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
“ขอโทษครับ ที่ทำให้คุณต้องลำบากและเจอเื่แย่ๆแบบนี้”
“นายจะขอโทษทำไม นายไม่ใช่คนก่อเื่สักหน่อย ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษไอ้ที่ยกพวกตีกันโน้น”อินทุอรบ่น เธอนั่งอยู่ไม่ห่างคนเจ็บ
“นายเจ๋ง”
“ครับ”
“ฉัน ฉันเออ เออ...ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษนาย”
“...”เขาเงียบ ใช้เพียงสายตาเป็เชิงคำถาม
“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดีกับนายก่อนหน้า” เมื่อคืนสติความโกรธหายไป อินทุอรมองย้อนและทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเธอเองเอาแต่ใจและผิดไม่น้อย แถมยังพูดจาไม่ดีกับเขาหลายเื่
“ไม่เป็ไร แต่ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยเล่าเื่ของเราให้ใครฟังและจะไม่มีวันเล่าด้วย” เจตพลไม่คิดถือสาเขารู้ดีว่ามันเป็เื่เข้าใจผิดกัน
“ขอบใจนะ” อินทุอรเชื่อเจตพลหมดหัวใจ เธอเชื่อแววตาคู่นี้เชื่อผู้ชายคนนี้ คนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ความปวดความแสบบริเวณศีรษะ ทำให้เจตพลค่อยๆหลับตา วันนี้คงออกไปขับรถรับจ้างไม่ได้เพราะเหตุสุดวิสัย
"คุณอิน"
"ว่าไง"
"ถ้าเหตุการณ์ด้านนอกปกติ ชาวบ้านออกมาใช้ชีวิตตามเดิมคุณสามารถกลับได้เลยนะ" นั่นคือสัญญาณเเห่งความปลอดภัย
"อืม ตกลง" อินทุอรตอบรับ เธอเฝ้ามองคนผลอยหลับเเม้เเต่ยามที่เขาเ็ป นายเจ๋งยังนึกเป็ห่วงผู้หญิงไม่ดีเเบบเธอคุณหนูทายาทหมื่นล้านสะท้านกลางอกชายที่นอนหลับอยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนตลอดอายุ 22 ปีของอินทุอร
ภายในห้องนอนเล็กและแคบอยู่ในสภาวะมืดสงัดเจตพลพยุงร่างกายตัวเองเพื่อเปิดโคมไฟราคาถูกที่หัวเตียง
“จะเที่ยงคืนแล้วเหรอเนี่ย” นาฬิกาวางอยู่ใกล้กันเข็มสั้นชี้อยู่ใกล้ๆเลข 12 ชายหนุ่มหลับไปนานเลยคงเป็เพราะความเหนื่อยล้าสะสม พักผ่อนน้อยมาหลายวันติด
“เฮ้ย” ที่น่าใ! ข้างกายเขาผู้หญิงคนนั้นนอนขดตัวอยู่ เจตพลมองดูอย่างเผลอไผล ใบหน้าสวยเรียวรูปไข่ คิ้ว คางได้รูปชวนมอง ริมฝีปากเป็กระจับจุ๋มจิ๋ม แต่ฝีปากแม่คุณช่างกล้านักแลจมูกโด่งได้รูป แก้มนวลแดงเปล่งปลั่ง ผิวพรรณสมกับเป็ผู้รากมากดีผมของเธอยาวตรงสลวย ส่วนกลิ่นกายสาวก็หอมอ่อนๆเมื่อยามได้อยู่ใกล้
ไม่ได้ยากจดจำแต่ไอ้หนุ่มขับวินมอเตอร์ไซต์จำกลิ่นของผู้หญิงขี้เมาในค่ำคืนนั้นได้ผู้หญิงที่กลัวนักเลงมาทำร้ายเมื่อตอนเย็นและผู้หญิงที่นอนหลับใหลใกล้ฟูกนอนของเขา ณ ขณะนี้กลิ่นหอมอ่อนๆจรุงจิตไม่เปลี่ยนแปลง
“นายตื่นแล้วเหรอ” อินทุอรงัวเงียเมื่ออีกฝ่ายขยับตัว
“เออ...ครับ คุณอินยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ” ทายาทหมื่นล้านตื่นแล้วทำให้เจตพลตื่นตาม ตื่นในที่นี้คือ...สติของเขาตื่นชายหนุ่มกำลังคิดอะไรที่ไม่สมควร คิดอะไรที่ไกลเกินเอื้อม
สิ่งที่คิด...ไม่มีวันเป็จริง
“ก็ฉันกลัวนี่ ไม่กล้าออกไปข้างนอกเลย”
“อ่อ...” ครอก แครก ครอก แครก
หนุ่มสาวนิ่งไปต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ๋า ฮ่า ฮ๋า” เป็อินทุอรหัวเราะสุดเสียงเมื่อเขาและเธอตื่น ท้องก็ร้องขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“ผมยังไม่ได้ทานข้าวเย็น”
“ฉันเองก็เหมือนกัน” เดิมตั้งใจจะไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านเปิดใหม่กับเพื่อนสนิทอย่างนลินทิพย์แต่ก็พาลกินไม่ลงด้วยเื่ไม่เป็เื่
“ถ้าอย่างนั้น รอเดี๋ยวนะครับ” เจตพลลุกออกไปอินทุอรลุกตาม
ทายาทห้างสรรพสินค้าสุดหรูเฝ้ามองเขาทำบางอย่างอยู่หน้าเตากระทะไฟฟ้าสักพักก็ได้กลิ่นของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลอยแตะจมูก
“เสร็จแล้วครับ มาทานกัน” เ้าของบ้านจัดแจงตักใส่ถ้วยอินทุอรนั่งลงใกล้ๆอย่างไม่อิดออด
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่เธอรีบรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อตอนนี้บะหมี่ซองละ 6บาท อร่อยกว่าอาหารอะลาคลาสจานละเป็หมื่นที่เคยทาน
เจตพลยิ้มขำเมื่อเห็นหญิงสาวรับประทานเสมือนว่ามันอร่อยหนักหนา
“อร่อยเหรอ”
“อืม อร่อยมากเลย” อาจเป็เพราะว่าเธอกำลังหิวหรือเป็เพราะเธอได้ทานร่วมกับเขานะ อินทุอรบอกไม่ได้
คนกำลังเอร็ดอร่อยมองดูเ้าของบ้านที่เริ่มลงมือทานเช่นกัน
แต่...
“หืม ทำไมในชามของนายไม่มีไข่ล่ะ”
“ก็มันเหลืออยู่ฟองเดียว” เจตพลทานต่อไม่ทุกข์ไม่ร้อนบะหมี่ชามนี้มันอร่อยจริงๆแฮะ เหมือนที่เธอบอกไว้ไม่ผิด
“นายเจ๋ง”
“ทานสิครับคุณอิน ถ้าอร่อยก็ต้องทานให้หมดนะ”
“อืม” อินทุอรตักมาม่ามาเคี้ยวๆ กลืนๆ เข้าไปในลำคอความรู้สึกอร่อยยังคงอยู่ พร้อมความรู้สึกบางอย่างแทรกซึมเข้าในหัวใจ