“มันคือหมาป่าปีศาจสองหัว”
เซี่ยฝูคุนพึมพำด้วยรอยยิ้มขื่น นี่นับว่าถูกรางวัลใหญ่เข้าให้แล้ว
ด้วยกำลังของพวกเขาในตอนนี้ หากต้องเผชิญหน้ากับหมาป่าปีศาจสองหัว นอกจากว่าเขาจะเช่าสัตว์อสูรระดับแปดออกมา มิเช่นนั้นแล้ว ย่อมไม่มีทางเอาชนะมันได้อย่างแน่นอน
“หืม?”
เยี่ยชิงหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ตามหลักการแล้ว พลังของนางควรจะสูงกว่าเซี่ยฝูคุน แต่ตัวนางเองยังไม่อาจระบุได้เลยว่าสัตว์อสูรตรงหน้าคือชนิดใด แล้วเซี่ยฝูคุนรู้ได้อย่างไร? หลังจากที่ได้เห็นความสามารถพิเศษต่างๆ ของเซี่ยฝูคุน เยี่ยชิงหว่านก็เริ่มที่จะปรับตัวให้ชินกับเื่เหล่านี้ได้แล้ว
เซี่ยฝูคุนพูดจบได้ไม่นาน หลังต้นไม้หนาทึบก็มีเสียงคำรามกึกก้องดังขึ้น
ทันใดนั้น ปรากฏวงรัศมีพลังงานสีดำจางๆ แผ่ซ่านออกมา หมาป่าปีศาจร่างั์ที่มีสองหัวและมีเปลวเพลิงลุกท่วมตัวก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน
“ดูเหมือนว่า พวกเราจะรุกล้ำเข้าสู่อาณาเขตของมันเสียแล้ว”
เยี่ยชิงหว่านสูดลมหายใจลึกๆ หลังจากมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายคือหมาป่าปีศาจสองหัว นางก็เริ่มถอยร่นออกไปอย่างช้าๆ พร้อมกับกระชับมือที่จับชิงมู่เสวียนไว้แน่นขึ้นด้วยเกรงว่านางจะตกลงไป
ทางด้านหลังของกลุ่มคน
“ลูกพี่ เ้าสามคนนั้นดวงซวยชะมัดเลย? ถึงกับต้องมาเจอหมาป่าปีศาจสองหัว สัตว์อสูรชนิดนี้ต่อให้เป็พวกเราเจอเข้า ก็คงทำได้เพียงหนีหัวซุกหัวซุน ดูท่าภารกิจของพวกมันคงต้องล้มเหลวเสียแล้ว”
เมื่อได้ยินคำของลูกน้อง ชายหน้าบากหัวหน้าทหารรับจ้างก็หรี่ตาลง เขามองไปยังสถานการณ์ของพวกเซี่ยฝูคุน พบว่าเยี่ยชิงหว่านกำลังถอยร่นจริงๆ ทว่าทางด้านเซี่ยฝูคุนกลับยืนนิ่งสงบราวกับขุนเขา ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“รอดูไปก่อน”
ชายหน้าบากโบกมือสั่งการ ทั้งสามยังคงซุ่มซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้อย่างมิดชิด
“พวกเราถอยกันเถอะ หมาป่าปีศาจสองหัวแม้จะดุร้าย แต่หากพวกเราตั้งใจจะหนี มันก็คงไม่อาจรั้งพวกเราไว้ได้”
เยี่ยชิงหว่านสูดลมหายใจพลางเอ่ยเตือนเซี่ยฝูคุน
ถอยอย่างนั้นรึ?
เซี่ยฝูคุนตรากตรำบุกป่าฝ่าดงในหนองน้ำหมอกเร้นมาถึงสองวันเต็ม ร่างกายถูกแมลงรำคาญกัดต่อยจนเป็ตุ่มนับไม่ถ้วน ตอนนี้จะมาสั่งให้เขาถอย? เช่นนั้นความลำบากที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าไปหมดหรอกหรือ?
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนยังคงลังเล เยี่ยชิงหว่านก็ถอนใจออกมา
“ภารกิจทหารรับจ้างก็เป็เช่นนี้ มีหลายภารกิจที่มิอาจทำให้สำเร็จได้ในคราเดียว อย่างน้อยครานี้พวกเราก็ได้รู้เส้นทาง คราวหน้าค่อยกลับมาใหม่โดยหลีกเลี่ยงอาณาเขตของหมาป่าปีศาจสองหัวตัวนี้ก็สิ้นเื่”
“เ้าพาชิงมู่เสวียนหนีไปก่อน ข้าจะระวังหลังให้เอง”
เซี่ยฝูคุนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยกับเยี่ยชิงหว่าน
เยี่ยชิงหว่านนึกว่าเซี่ยฝูคุนเตรียมจะถอยแล้ว นางจึงพยักหน้าพลางโอบอุ้มชิงมู่เสวียนพุ่งทะยานถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเหยื่อกำลังหนี หมาป่าปีศาจสองหัวก็แผดร้องคำรามสนั่น ทันใดนั้นลูกพลังงานสีดำจางๆ ก็ถูกพ่นออกมาจากปากของมัน พุ่งตรงเข้าหาเยี่ยชิงหว่านประดุจสายฟ้า
“ไอ้เดรัจฉาน คู่ต่อสู้ของเ้าคือข้า!”
เซี่ยฝูคุนทะยานร่างไปข้างหน้า สองมือของเขาส่องประกายแสงสีขาวเข้าปะทะกับพลังโจมตีของหมาป่าปีศาจสองหัว ร่างของเขากระเด็นถอยไปตามแรงปะทะจนกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่
“ถุย!”
เซี่ยฝูคุนถ่มน้ำลายปนเืออกมา เมื่อเห็นว่าเยี่ยชิงหว่านพ้นระยะอันตรายไปไกลแล้ว แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็ดุร้ายขึ้นมาทันที
“กล้าลงมือกับปู่ของเ้าเชียวรึ!”
หลังจากพูดจบ เซี่ยฝูคุนก็ส่งกระแสจิตเข้าไปในห้วงความคิด ทันใดนั้น เสียงจากระบบหลอมปีศาจก็ดังขึ้น
“โฮสต์เลือกเช่าสัตว์อสูรระดับแปด อสรพิษเก้าหัว หักแต้มหลอมปีศาจสิบแต้ม”
สิ้นเสียงนั้น แสงสีขาวเจิดจ้าสาดกระจายขึ้นตรงหน้าเซี่ยฝูคุน ทันใดนั้น สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าหมาป่าปีศาจสองหัวกว่าสิบเท่าก็ปรากฏตัวขึ้น!
“ตูม!”
ทันทีที่อสรพิษเก้าหัวปรากฏตัว หนึ่งในหัวอันใหญ่โตของมันก็พุ่งเข้าฉกโจมตีหมาป่าปีศาจสองหัวทันที
“โฮก—!”
หมาป่าปีศาจสองหัวไม่คาดคิดว่าจู่ๆ จะมีสัตว์อสูรระดับแปดปรากฏตัวขึ้น...
ความหวาดกลัวจู่โจมในใจ หมาป่าปีศาจสองหัวรีบหันหลังเตรียมหนีสุดกำลัง
ทว่าเซี่ยฝูคุนเสียแต้มหลอมปีศาจไปถึงสิบแต้มเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดออกมาแล้ว มีหรือจะยอมให้มันหนีไปได้? หากมันหนีไป แต้มที่เสียไปจะไม่สูญเปล่าหรอกหรือ!
“ฆ่ามัน!”
เซี่ยฝูคุนยืนตระหง่านอยู่บนหัวตรงกลางของอสรพิษเก้าหัว พลางชี้นิ้วสั่งการอย่างทรงอำนาจไปยังหมาป่าปีศาจสองหัว ทันใดนั้น อสรพิษเก้าหัวก็พุ่งเข้าใส่หมาป่าปีศาจสองหัวอย่างบ้าคลั่ง
“แย่แล้วลูกพี่... นี่มัน!”
ทหารรับจ้างทั้งสามคนที่แอบซุ่มอยู่ไม่ไกล เห็นภาพเซี่ยฝูคุนอัญเชิญอสรพิษเก้าหัวออกมา ต่างก็พากันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
“นึกไม่ถึงว่าเ้าเด็กนี่จะซ่อนคมไว้แเีถึงเพียงนี้ มิเพียงเป็ผู้ฝึกยุทธ์ แต่ยังเป็ถึงผู้อัญเชิญ แถมยังสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับแปดออกมาได้ด้วย!”
หัวหน้าทหารรับจ้างหน้าบากถึงกับตาค้าง เมื่อรับรู้ถึงความเป็จริงตรงหน้า เขาก็รีบสั่งการถอยทัพทันที
เซี่ยฝูคุนที่ยืนอยู่บนหัวของอสรพิษเก้าหัวชำเลืองมองกลับไปด้านหลัง มุมปากยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน
ในเมื่อเขาอัญเชิญอสรพิษเก้าหัวออกมาแล้ว ย่อมไม่ได้ตั้งใจจะใช้จัดการแค่หมาป่าปีศาจสองหัวเท่านั้น ทรัพยากรที่มีต้องใช้สอยให้คุ้มค่ามิใช่หรือ?
หมาป่าปีศาจสองหัวแม้จะเป็ถึงสัตว์อสูรระดับเจ็ดขั้นท้าย แต่ต่อให้ระดับเจ็ดจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจข้ามขั้นไปเทียบชั้นกับระดับแปดได้
เพียงชั่วครู่ หมาป่าปีศาจสองหัวก็ถูกอสรพิษเก้าหัวโจมตีจนสะบักสะบอม หมอบราบลงกับพื้นลมหายใจรวยริน
“ทำข้าเสียแต้มหลอมรวมไปตั้งสิบแต้ม เ้าต้องชดใช้ให้ข้า!”
เซี่ยฝูคุนะโลงจากหัวอสรพิษเก้าหัว พลางสะบัดมือใส่หมาป่าปีศาจสองหัว ทันใดนั้น ร่างของมันก็สลายกลายเป็แต้มหลอมรวมไหลเข้าสู่ระบบหลอมปีศาจทันที
เมื่อเห็นว่าหมาป่าปีศาจสองหัวเพิ่มแต้มให้ถึงสิบแต้ม เซี่ยฝูคุนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ขอบคุณพระเ้า ไม่ขาดทุน!
เหมือนพวกสัตว์อสูรระดับสามระดับสี่ก่อนหน้านี้ ฆ่าไปตั้งมากกลับเพิ่มแต้มให้เขาเพียงจุดทศนิยม ซึ่งมันไม่ถูกจริตของเซี่ยฝูคุนเอาเสียเลย โชคดีที่หมาป่าปีศาจตัวนี้ให้แต้มคุ้มค่า
หลังจากจัดการหมาป่าปีศาจสองหัวเสร็จ เซี่ยฝูคุนก็ะโกลับขึ้นไปบนหัวอสรพิษเก้าหัวอีกครั้ง แล้วสั่งให้มันพุ่งทะยานตามล่าทหารรับจ้างสามคนนั้นไป
ทหารรับจ้างหน้าบากและพรรคพวกเคลื่อนที่ได้รวดเร็วก็จริง แต่ต่อให้เร็วเพียงใด ก็ไม่อาจเทียบได้กับสัตว์อสูรระดับแปดได้!
เพราะว่า—
สัตว์อสูรระดับแปดนั้น มีพละกำลังเทียบเท่ากับยอดฝีมือในขอบเขตอานุภาพเทพขั้นสูงสุดเลยทีเดียว!
สิ่งที่ทำให้กลุ่มของชายหน้าบากแทบจะสติแตกก็คือ...
โดยปกติแล้วสัตว์อสูรประเภทงูจะเลื้อยคลานอยู่บนพื้นดิน แม้จะรวดเร็วแต่หากพวกเขาทะยานขึ้นสู่อากาศก็ย่อมรอดพ้น
แต่ไอ้เ้าอสรพิษเก้าหัวนี่ ทำไมมันถึงบินได้???
ต่อให้เป็สัตว์อสูรระดับแปด ก็ไม่ควรจะขัดต่อสามัญสำนึกของผู้คนขนาดนี้!
เซี่ยฝูคุนที่ยืนอยู่บนหัวงูั์แค่นยิ้มเย็น
“เสียไปอีกหนึ่งแต้มเพื่อแลกทักษะการบินให้อสรพิษเก้าหัว ถ้ายังตามพวกเ้าไม่ทันก็เสียชื่อข้าหมดน่ะสิ?”
ท่ามกลางหนองน้ำหมอกเร้น
เยี่ยชิงหว่านพาชิงมู่เสวียนวิ่งหนีมาตลอดทาง จู่ๆ ก็มีเงาดำมหึมาพาดผ่านศีรษะไป ทั้งสองจึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“อาจารย์หว่านเอ๋อร์... นั่นมันตัวอันใดกัน...”
เยี่ยชิงหว่านเองก็ไม่เคยพบเห็นสัตว์อสูรเช่นนี้มาก่อน เพราะสัตว์อสูรในระบบหลอมปีศาจของเซี่ยฝูคุนนั้น แตกต่างจากสัตว์อสูรทั่วไปในทวีปจิ่วโยวอย่างสิ้นเชิง
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เยี่ยชิงหว่านก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทางลังเลว่า
“งูั์บินได้อย่างนั้นรึ?”