“นนะ นี่..”
เมื่อคืนเขาทำเื่ผิดบาปอะไรลงไป
กรจ้องรอยตรงคอเรียวนั้นนิ่งแทบไม่กะพริบตาความรู้สึกชาไล่มาั้แ่ปลายนิ้วมือข้างที่ถือผ้าลามไปทั่วร่างอย่างไม่ทราบสาเหตุพร้อมกับร่างแข็งทื่อทิ้งตัวลงนั่งไปกับเตียงนอนอย่างคนสิ้นแรง ความรู้สึกผิดค่อยๆ กัดกินใจเขาไปทีละนิด จนไม่รู้ว่าจะต้องสู้หน้าคนที่หลับอย่างไรหากเธอตื่นขึ้นมา
‘นี่สินะสาเหตุที่ทำให้รินหลบหน้าพี่เมื่อเช้า’
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อเช้าหญิงสาวแสดงท่าทางห่างเหินเ่าั้ออกมาทั้งที่ปกติเธอจะเป็คนทักทายและชวนเขาคุยอยู่ตลอด
ไม่รู้ว่าศิวกรก่นด่าตัวเองในใจไปนานเท่ารู้ตัวอีกทีร่างที่หลับใหลอยู่บนที่นอนก็ค่อย ๆ ขยับแล้วและเพราะตอนนี้เขาไม่อาจจะสู้หน้าเธอ จึงรีบลงจากเตียงแล้วออกจากห้องไปราวกับว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยนั่งอยู่ในห้องนี้เลย
‘อื้ออปวดหัวชะมัด’
หญิงสาวได้แต่ร้องครางอยู่ในใจเพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกปวดหัวที่ยังไม่หายแต่เธอกลับรู้สึกปวดไปทั้งร่างกาย และแสบไปทั้งคอจนไม่อยากจะเปล่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
รินยกมือขึ้นคลึงขมับหวังคลายความเ็ปพร้อมกับค่อย ๆ ลืมตาทีละน้อยแล้วกวาดมองห้องสลัวไปทั่วก่อนจะมองเลยไปทางหน้าต่างที่เวลานี้ด้านนอกมืดสนิทแทบมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากแสงไฟ จากwaกิ่งของหมู่บ้าน
‘กี่โมงแล้วนะ?’
เธอพลิกตัวไปคว้าโทรศัพท์มือดูเวลาก่อนดวงตาจะเบิกโพลงด้วยความใ นี่เกือบจะทุ่มหนึ่งแล้วเหรอเนี่ยอย่าบอกนะว่าพี่กรกับน้องพริ้มยังไม่ได้กินข้าวกันนะ แย่แล้ว
ร่างเล็กลนลานลุกจากที่นอนก่อนจะหอบร่างปวดร้าวเดินไปทางประตูห้องทันที ทว่ายังไม่ทันจะจับลูกบิดบานประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออก
“น้ารินนนนน”
“อะเออ ริน รินตื่นแล้วเหรอครับ”
ชายร่างสูงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักดวงตาทั้งสองของเขาหลุบลงต่ำอย่างไม่กล้าสู้หน้าพร้อมไพล่มือไปด้านหลังอย่างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
ส่วนหญิงสาวเองที่ตอนนี้นอกจากเื่ของหลานสาวที่วนเวียนอยู่ในหัวแล้วเธอก็แทบจะไม่ได้สนใจท่าทางแปลก ๆ ของพี่เขยเลยสักนิด
“น้องพริ้มหิวหรือยังค่ะน้ารินขอโทษนะคะที่ตื่นสาย”
น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างยากลำบากพร้อมกับที่เ้าของร่างย่อตัวเสมอร่างเล็กของหลานสาวแล้วส่งยิ้มอ่อนพร้อมกับถ้อยคำขอโทษออกไป
“ไม่เป็ไรค่ะคุณพ่อสั่งอาหารมาให้แล้ว น้ารินไม่ต้องรู้สึกผิดนะคะ”
นรินทร์เงยมองคนที่ยืนอยู่เหนือกว่าทันทีที่หลานสาวเอ่ยจบก่อนจะรีบก้มลงซ่อนความรู้สึกผิดหวังเอาไว้โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของคนที่อยู่สูงกว่าตอนนี้นั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจเช่นกัน
“ขอโทษนะคะพี่กรพอดีรินรู้สึกเหมือนไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ไม่คิดว่าจะยาวมาจนถึงค่ำ”
“ไม่เป็ไรครับริน รินหิวหรือยังครับ พี่สั่งโจ๊กมาเผื่อ ทานสักหน่อยนะ จะได้กินยา”
“ใช่ค่ะน้ารินต้องกินข้าว กินยานะคะจะได้หายไว ๆ”
“ได้ค่ะน้ารินกินข้าวเยอะ ๆ เลยเนอะ” หญิงสาวตอบกลับหลานสาวพร้อมกับที่ทั้งสองเดินจูงมือกันลงไปชั้นล่างไม่สนใจชายร่างสูงที่ทำได้เพียงยิ้มเจื่อนแล้วเดินตามทั้งสองลงไปด้านล่าง
กรมองร่างบางที่พยายามยิ้มและพูดคุยกับลูกสาวของเขาทั้งที่เสียงแหบแห้งแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าอ่อนล้าซีดเผือดส่งยิ้มให้เด็กหญิงอยู่ตลอดเวลาก่อนจะเลื่อนชามโจ๊กออกห่างหลังกินไปได้เพียงสามคำ
“อิ่มแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ”
“อ๋อ”
“งั้นรินขึ้นห้องก่อนนะคะอยากจะอาบน้ำสักหน่อย”
“พี่ว่ารินอย่าพึ่งอาบน้ำก่อนไหมตัวรินร้อนมากอาจจะช็อกได้”
“เออคงไม่เป็ไรหรอกค่ะ อีกอย่างรินเหนียวตัวมากคงทนนอนทั้งอย่างนี้ไม่ไหว”
“อ๋อครับ”กรได้แต่ยิ้มแห้งรับ อย่างไม่รู้จะต้องพูดยังไงต่อเมื่อเห็นสีหน้าดื้อดึงและั์ตาแข็งกร้าวนั้นถ้าหากเป็ก่อนหน้านี้เขาอาจจะยื้อต่ออีกสักสอง สามประโยค เพื่อให้เธอทำตามแต่เวลานี้ไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเขาเองก็มีชนักติดอยู่บนหลัง ไม่กล้าจะพูดอะไรออกไปมากมายจึงทำได้เพียงก้มหน้ากินข้าวต่อไป
“งั้นน้องพริ้มไปกับน้ารินนะคะ”
“เออน้องพริ้มครับ คืนนี้น้องพริ้มนอนกับคุณพ่อก่อนดีกว่าน้ารินป่วยอยู่เดี๋ยวหนูจะรบกวนน้ารินแล้ว น้ารินจะไม่ได้พัก”
“แต่น้องพริ้มห่วงน้ารินถ้ากลางดึกน้ารินไข้ขึ้นใครจะดูแลค่ะ” เด็กหญิงพูดออกมาพร้อมทำหน้ามู่ทู่ที่มักจะทำเวลาโดนขัดใจ ก่อนจะหันไปทางน้าสาวที่จับบ่าของเธอเอาไว้แล้วลูบเบา ๆ
“น้องพริ้มนอนกับคุณพ่อนั่นแหละดีแล้วค่ะตอนนี้น้ารินป่วยอยู่ ถ้าน้องพริ้มติดไข้ไปจะแย่เอานะ อีกอย่างตอนนี้น้ารินไม่เป็อะไรแล้วอีกไม่กี่วันก็หายแล้วค่ะ”
“แต่น้องพริ้มเป็ห่วงนี่ค่ะ”
“อืมมมเอาอย่างนี้ไหมคะ คืนนี้น้ารินจะไม่ล็อกห้องถ้าน้าริน้าความช่วยเหลือจะรีบไปเรียกน้องพริ้มทันทีเลย”
“จริงนะคะ”
“ค่ะ”
หลังตกลงกับหลานสาวได้แล้วนรินทร์ก็ขึ้นห้องมาอาบทันทีเพราะเวลานี้เธอปวดหัวและตัวราวกับว่าจะะเิออกจากกันก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทันทีด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า ก่อนจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยา
โดยไม่รู้เลยว่ามีใครอีกคนคอยเข้ามาดูปรับแอร์ห่มผ้าและเฝ้ามองเธออยู่ตลอดทั้งคืน
หลังจากที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ วันนี้ตอนตื่นนอนหญิงสาวก็รู้สึกสดชื่น และดูสดใสอย่างเห็นได้ชัดรินเดินลงมาจากชั้นสองกวาดมองบ้านโล่งไม่มีใครอยู่ก็เดินตรงไปในห้องครัวทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเปิดตู้เย็น ก็ต้องหันไปทางหน้าบ้านหลังได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้น
‘ใครมาเวลานี้’
ดวงตากลมเหลือบไปมองที่นาฬิกาแขวนที่บอกเวลาแปดโมงเช้าด้วยความสงสัยก่อนจะตัดสินใจเดินไปทางหน้าบ้าน
“อ้าวพี่พายัพ”
“นึกว่าจะเสียเที่ยวสะละ”
หญิงสาวมองดูใบหน้าตี๋ที่ยิ้มดีใจจนตาปิดก็ส่ายหน้ากับคำพูดเกินจริงของเขาเธอและเขานั้นรู้จักกันเพราะเขามาช่วยเธอ ตอนที่พรมาขโมยของและหลังจากนั้นก็พูดคุย ทักทายกันมาเรื่อย ๆ จนสนิทสนมกัน
“เสียเที่ยวอะไรกันค่ะ”
“ก็วันก่อนพี่เจอคุณกรเขาบอกว่าเราป่วยเลยซื้อขนมมาฝาก แต่ก็คลาดกันตลอด วันนี้เลยลองใหม่”
“อ๋อค่ะขอบคุณพี่พายัพมากนะคะที่เป็ห่วง” รินกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมยื่นมือออกไปรับขนมจากมือใหญ่แล้วทำตาโตราวเด็กเล็กเมื่อเห็นว่าเป็ขนมจากร้านที่เธอเคยบ่นกับเขาว่าอยากกิน
“หู้วววพี่พายัพนี่รู้ใจรินสุด ๆ ร้านนี้รินอยากกินหลายวันแล้ว แต่คิวยาวมากก”
“ฮ่าฮ่าพี่รู้ว่ารินอยากเลยซื้อมาให้ ชอบก็ดีแล้วครับ”
“ชอบมากค่ะแต่ยอมรับมานะว่าให้เด็กไปซื้อให้” หญิงสาวแสร้งชี้นิ้ว ทำทีเล่นทีจริงใส่คนโตกว่าก่อนยิ้มตาปิดเมื่อเขาพยักหน้ารับ
“รู้ทันไปหมดเลยนะเรานะ”
พายัพวางมือบนหัวของอีกคนแล้วโยกไปมาอย่างมันเขี้ยวทั้งสองพูดคุยหยอกสนุกสนานโดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถเลี้ยวเข้ามาในซอย
กรมองร่างหนุ่มสาวที่กำลังยืนคุยหัวเราะอยู่ตรงหน้าบ้านก็ได้แต่รู้สึกหงุดหงึดอย่างไม่ทราบสาเหตุยิ่งเมื่อคนทั้งสองทำตัวสนิทสนมใกล้ชิดกันขนาดนั้นก็ยิ่งรู้สึกรำคาญลูกตาอย่าบอกไม่ถูก
ปิ้น!
ก่อนที่มือของเขาจะไวกว่าความคิดกดแตรไปหนึ่งทีด้วยความรู้สึกหมั่นไส้
“อ่ะ”
นรินทร์สะดุ้งใก่อนจะหันไปทางรถยนต์SUV คันใหญ่ของพี่เขยที่เปิดไฟเลี้ยวจะเข้าจนในบ้าน
“คุณกรกลับมาแล้วเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ สิบโมงมีสอนต่อ ไว้พี่จะมาคุยเล่นด้วยบ่อยๆ”
“ค่ะขอบคุณพี่พายัพมากนะคะ”หญิงสาวบอกลาอาจารย์หนุ่มพร้อมกับที่เธอหลีกทางให้พี่เขยที่เอารถเข้ามาจอดในบ้านก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในไม่อยู่รอเหมือนเมื่อก่อน
ส่วนกรเองเมื่อเห็นว่าอีกคนเดินกลับเข้าไปด้านในก็แต่ยิ้มแห้งเพียงลำพังในรถ ตลอดวันสองวันที่ผ่านมาเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะเอาใจและดูแลเธอเพื่อไถ่โทษในสิ่งที่ทำลงไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็ท่าทางทีนิ่งเฉยและระยะห่างอย่างเช่น่ที่เขาและเธอได้รู้จักกันแรก ๆ
หรือว่าเขาต้องทำใจแล้วปล่อยให้มันเป็ไปอย่างตอนที่ยังไม่สนิทกัน