สมาชิกบ้านเฉินหลังจากพักหายเหนื่อยก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ เฉินไห่หลิว เฉินตง เฉินจาง และรวมถึงผู้ชายบ้านเฉินที่พากันไปยกตะกร้าพากลับมา เหล่าสะใภ้ต่างช่วยกันตากผ้า ส่วนเฉินเฟิ่นอี้ เฉินเหม่ยเย่กลับไปทำอาหารมื้อเย็น
เฉินเฟิ่นอี้จัดการอาหารเสร็จก็ตักใส่ชาม รอให้คนมายกออกไปก็ได้เวลารับประทานอาหาร ข้าวก็สุกพร้อมรับประทาน เฉินเหม่ยเย่จึงอาสาออกไปเรียกคนมาช่วยยก
ถ้วย จาน และช้อนถูกเฉินเฟิ่นอี้ยกออกไปก่อน สวนข้าวและกับข้าวจะให้คนอื่นยก ระหว่างรอทุกคนเข้ามาในห้องโถงเธอจึงใช้โอกาสนี้เขาไปหยิบซองจดหมายคะแนนในซองที่ถูกเปิดแล้ว เฉินไห่หลิวกับเฉินตงก็หยิบออกมาเช่นเดียวกัน เพียงแค่ของพวกเขายังไม่ได้เปิด
“วันนี้เด็ก ๆ สอบผ่านทุกคน ต้องฉลองกันแล้วสิ เ้าใหญ่ไปเอาเหล้าในห้องแม่มา ถึงจะหาเนื้อไม่ทันแต่ก็ดื่มเหล้าได้ แม่จะให้หลานทำกับแกล้มเพิ่ม” ย่าเฉินบอกลูกชาย ก่อนหน้านี้ลืมถามเด็ก ๆ ว่าสอบผ่านไหม จึงไม่ได้ให้เงินไปซื้อเนื้อไว้ แต่อาหารวันนี้ก็พอจะทดแทนได้บ้าง
ลุงใหญ่เฉินรีบพยักหน้าลุกขึ้นไปหยิบเหล้าที่ว่าทันที ปกติผู้ชายบ้านเฉินไม่ค่อยดื่มเหล้า จะดื่มก็ตอนงานมงคลหรือมีเื่ที่น่ายินดี เหมือนกับวันนี้ จึงหมดปัญหาเื่เอาเงินไปซื้อเหล้าเหมือนกับหลาย ๆ ครอบครัวไปได้เลย
เฉินเฟิ่นอี้พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกไปหยิบถั่วในห้องของเธอ มันไม่มีของที่จะให้ใช้ทำกับแกล้ม แต่ถั่วลิสงที่ได้จากระบบมาคงพอทดแทนได้บ้าง
“ฉันไม่รู่จะทำอะไรเป็กับแกล้มให้แต่ในห้องมีถั่วค่ะ” เฉินเฟิ่นอี้ยื่นกระดาษไขที่ห่อถั่วลิสงให้ย่าเฉิน พร้อมกับมานั่งที่เดิมของเธอ มีเฉินเหม่ยเย่คอยตักข้าวให้ทุกคน
“ถั่วยังเหลืออีกเหรอ ป้าจำได้ว่ามันหมดไปแล้วนี่” สะใภ้ใหญ่ถามหลานสาว ถึงจะไม่ได้เข้าครัวทำอาหารแต่หล่อนก็เข้าไปสำรวจวัตถุดิบอยู่เสมอ จึงเห็นว่ามีธัญพืชหลายชนิดที่หมดไป แต่ยังไม่ได้ซื้อเพราะอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนการเก็บเกี่ยวก็ใกล้สิ้นสุดลง
“ฉันซื้อมาค่ะ”
“ปีนี้ผลผลิตดีกว่าปีก่อน ๆ มาก ส่วนแบ่งก็คงได้เยอะไม่ต่างกัน พวกหลาน ๆ ต้องเข้าไปเรียนในอำเภอ ก็เอาไปให้มากหน่อยจะได้ไม่ต้องกลับมาเอาบ่อย” ปู่เฉินคีบอาหารใส่ปากพลางบอกหลานทั้งหมดที่นั่งอยู่
ปกติทุกบ้านจะนั่งแยกชายหญิงและเด็กเสมอ ส่วนการพูดระหว่างรับประทานอาหารหากไม่ใช่เื่สำคัญก็ยากที่จะสนทนากัน ใครเร็วกว่าคนนั้นก็จะได้รับประทานอาหารดี ๆ แต่บ้านเฉินธรรมเนียมต่าง ๆ แปลกกว่าชาวบ้าน เหมือนกับเคยเป็ผู้ดีเก่าแต่มันก็ไม่ใช่ บางทีเฉินเฟิ่นอี้ก็สงสัยในเื่นี้
“ตกลงจะให้ฉันกับน้อง ๆ เข้าไปพักในอำเภอใช่ไหมคะ” เฉินเฟิ่นอี้ถามย้ำ ถึงลุงสามจะสั่งมาแต่พวกเธอก็ต้องปรึกษากันอีกทีว่าแบบไหนจะประหยัดและสะดวกมากกว่า
“อืม ย่าปรึกษาษาปู่ของหลานแล้วที่จะให้เข้าไปพักในอำเภอ ตอนนี้ลุงสามของหลานกำลังให้เพื่อนของเขาหาบ้านเช่าให้ ถ้าได้ก่อนโรงเรียนเปิดคงจะดี” ย่าเฉินพยักหน้าระหว่างเคี้ยวอาหารไปด้วย
เฉินเฟิ่นอี้พยักหน้ารีบคีบอาหารตรงหน้าบ้าง จะได้จัดการเื่คะแนนสอบและแยกย้ายกันไปพักผ่อน วันนี้ทำหลายอย่างมากไม่แปลกที่จะเหนื่อย จริง ๆ ตอนทำก็ไม่เหนื่อย เหนื่อยตอนหยุดทำนี่แหละ
“จริงสิพวกเรายังไม่เห็นตะแนนเลยนี่!” พ่อของเธอถามเมื่อนึกขึ้นได้ หลายคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ยังไม่ได้เปิดเลยครับ” เฉินไห่หลิวตอบก่อน มือขวาหยิบซองจดหมายในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาวางบนโต๊ะยาวที่นั่งรวมกัน ไม่ต่างจากเฉินตงที่หยิบขึ้นมาวางเช่นเดียวกัน
เฉินเฟิ่นอี้วางซองจดหมายลงบนโต๊ะเช่นเดียวกัน เพียงแต่ต่างจากคนอื่นที่ซองจดหมายเปิดแล้ว เป็อันเข้าใจกันว่าเธอได้ทำการเปิดซองจดหมายก่อนคนอื่น
“เฟิ่นอี้ลูกเปิดแล้วเหรอ? ได้คะแนนตามที่ลูกพอใจหรือเปล่า” แม่ของเธอที่นั่งต้องข้ามกันเอ่ยถามอย่างยินดี และไม่ได้กดดันว่าคะแนนจะสูงหรือไม่สูง
“พอใจค่ะ” พอใจมาก ๆ เลยล่ะ ไม่แน่หลังจากไปรับใบจบผู้อำนวยการโรงเรียนคงต้องมาคุยกับเธอแน่ ๆ คะแนนเต็มร้อยไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ แต่นี่มันเต็มร้อยทุกวิชา
“100 คะแนน!”
เฉินตงอุทานเสียงดังด้วยความใ เมื่อพี่สาวตอบเช่นนั้นเขาจึงคว้ากระดาษมาดูคะแนน และเฉินเฟิ่นอี้ทำการเปิดจดหมายแล้วจึงไม่เป็การเสียมารยาท
“หลานว่าอะไรนะ!”
หลาย ๆ คนหยุดรับประทานอาหารทันทีที่ได้ยินคะแนน ไม่เว้นแม้แต่เฉินไห่หลิวที่กำลังจะเปิดจดหมายถึงกลับชะงัก รีบดึงจดหมายของพี่สาวไปอ่าน
“100 คะแนนเต็มจริง ๆ ครับ” เฉินไห่หลิวมองเฉินเฟิ่นอี้อย่างอึ้ง ๆ มันเป็ไปได้ยังไง ขนาดเขาที่ตั้งใจเรียนตลอดเวลายังไม่คิดว่าตนเองจะสอบได้เต็มขนาดนี้
เฉินเฟิ่นอิงกระแอ่มรับแก้วน้ำมาดื่มอย่างเขินอายที่มีคนมอง คะแนนของเธอสร้างความใให้สมาชิกของบ้านเฉินเป็อย่างมาก โดยเฉพาะปู่เฉินและย่าเฉิน
“ไม่ได้แล้ว ๆ พรุ่งนี้เ้าใหญ่ไปซื้อเนื้อมา แม่จะเลี้ยงฉลองใหม่” ย่าเฉินคำนวณในใจเสร็จสรรพก็สั่งลูกชาย
“ได้ครับ แล้วลูกล่ะเฉินตง” พี่ใหญ่เฉินพยักหน้าตอบตกลง ก่อนจะหันไปถามเฉินตงที่กำลังใอยู่
เฉินตงมองซ้ายขวาและเฉินไห่หลิวที่ยังไม่เปิดและยื่นซองจดหมายให้เขาเปิด เป็การบอกกลาย ๆ ว่านายเปิดก่อนเลย เฉินตงถอนหายใจพร้อมเปิดซองจดหมาย
“วิชาคณิตศาสตร์ 70 คะแนน วิชาสังคมศึกษา 72 คะแนน วิชาวิทยาศาสตร์ 90 คะแนน ภาษาต่างประเทศ… หาาา 93 คะแนน!” แม้กระทั่งเ้าของซองจดหมายที่อ่านคะแนนตัวเองยังอึ้ง เฉินตงรีบพลิกซองจดหมายเพื่ออ่านชื่อว่าเขาไม่ได้หยิบผิด เป็คะแนนที่คาดไม่ถึงจริง ๆ
“เ้าสามอ่านผิดหรือเปล่า” พี่ใหญ่เฉินอ้าปากค้างถามลูกชายอีกครั้ง คะแนนไม่น้อยเลยจริง ๆ
“ผมอ่านถูกแล้วครับ”
“เฉินตงเก่งขึ้นมาก! ไม่ต้องกดดันตัวเองนะลูก แค่สอบผ่านก็ดีมากแค่ไหนแล้ว” ย่าเฉินพยักหน้า เื่การเรียนของหลาน ๆ นางไม่ได้กดดันให้ได้คะแนนเยอะ ขอแค่สอบผ่านก็พอ แต่คะแนนรอบนี้ของเฉินตงเยอะจนน่าใ
“ครับ”
“ของผม 70 ทุกวิชาครับ” เฉินไห่หลิวที่เปิดซองจดหมายเงียบ ๆ เอ่ยขึ้น
ทุกคนเงียบลงและทำสีหน้าใ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เฉินไห่หลิวได้คะแนนน้อยกว่าเฉินตงและได้น้อยกว่าคะแนนที่ควรได้ เกิดเื่อะไรขึ้นทำไมเขาถึงได้คะแนนน้อยขนาดนี้
“เกิดอะไรขึ้นกับนาย?” เฉินตงรีบถามทันทีถึงว่าชื่อของเขาอยู่บนชื่อเฉินไห่หลิว
“ไม่มีอะไร”
เฉินไห่หลิวหลบสายตาทุกคน การสอบครั้งนี้มันเกินความคาดหมายของทุกคนจริง ๆ หรือเพราะเป็่ที่ยายของเขาเสียชีวิตกันนะจึงได้เครียด
ทุกคนไม่ได้ถามกันต่อแต่ย่าเฉินยังยืนยันที่จะจัดงานเลี้ยงฉลองพรุ่งนี้ เฉินเฟิ่นอี้ที่รับประทานอาหารอิ่มก่อนคนแรกนั่งรอทุกคนรับประทานเสร็จถึงยกไปทำความสะอาดพร้อมเฉินเหม่ยเย่ และสุดท้ายจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน
เื่การสอบไม่ผ่านของเด็กหลายคนในหมู่บ้านย่อมเป็ที่พูดถึงของคนในหมู่บ้าน มีเด็กหลายคนที่สอบผ่านและสอบไม่ผ่าน แต่คนที่เป็หัวข้อใหญ่ที่สุดคงไม่พ้นอี้เหม่ยเฟิ่งที่แทบไม่กล้าเดินออกจากบ้านอี้
“นี่แหละน้า เขาว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า” สะใภ้รองหัวเราะอย่างชอบใจระหว่างนั่งพักรอผู้ชายมารับประทานอาหารมื้อกลางวัน วันนี้เฉินเฟิ่นอี้กับเฉินเหม่ยเย่นำอาหารมาส่ง
“จริงน้องสะใภ้รอง เฟิ่นอี้ของเราขนาดไม่ได้เรียนหลายเดือนยังสอบผ่าน” สะใภ้ใหญ๋พยักหน้าอย่างชอบใจไม่ต่างจากสะใภ้รองที่นั่งหัวเราะอยู่ข้าง ๆ คงมีเพียงสะใภ้สี่ที่ไม่ยอมหันไปมองสมาชิกของบ้านอี้
“สอบจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ สะใภ้ใหญ่เฉินเธอรู้ได้ยังไงว่าหลานสาวของเธอไปสอบ ไม่ใช่ว่าไปอ่อยผู้ชายของลูกสาวฉันหรือ” สะใภ้ใหญ่บ้านอี้ที่ทนไม่ไหวจึงตอบโต้อย่างไม่พอใจ ไม่สนแม้กระทั่งแม่สามีที่พยายามห้าม
“หืม อ่อยผู้ชายของลูกสาวเธอ? ฉันได้ยินอะไรผิดไปนะ ถ้าหลานสาวฉันอ่อยผู้ชายของลูกสาวเธอจริง ๆ ลูกสาวเธอคงต้องไต่ตรองดูแล้ว” สะใภ้ใหญ่เฉินเป็คนตอบ
เฉินเฟิ่นอี้ไม่สนใจปากหอยปากปูเธอกำลังเฉาะผลไม้ของวันนี้อย่างชำนาญ เพราะทำอาหารช้าและทำหลายอย่างมาก ผลไม้ที่ควรเสร็จั้แ่อยู่บ้านจึงต้องนำมาที่นี่
“สะใภ้ใหญ่เฉิน!”
“อะไร”
“ป้าสะใภ้คะไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะ ตอนนี้เฉินตงคงนำใบจบกลับมาแล้ว รอกลับไปเลี้ยงฉลองกันดีกว่า” เฉินเฟิ่นอี้พูดเสียงเบา เธอไม่้าสนทนากับบ้านอี้
“ได้ ๆ ป้าจะเชื่อหลาน”
สะใภ้บ้านเฉินต่างยิ้มกันหน้าบานเลิกสนใจสะใภ้บ้านอี้ที่ค่อนแคะ สร้างความแปลกใจให้ทุกคนเป็อย่างมาก ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาาทั้งสองบ้านไม่เคยได้หยุด
เฉินเหม่ยเย่รีบตักข้าวใส่จานทันทีที่เห็นผู้ชายบ้านเฉินเดินขึ้นจากแปลงนา น้ำเย็น ๆ ถูกจัดเตรียมเอาไว้ โชคดีที่น้ำมันไม่ได้ร้อนเหมือนอากาศไม่อย่างนั้นคงไม่มีอะไรให้ดื่มเย็น ๆ
“ทำไมไม่ให้เ้าสองคนนั้นยกมา พวกหลานควรนั่งพักอยู่ที่บ้าน ดูสิผิวขาว ๆ ดำคล้ำไปหมด” ปู่เฉินนั่งลงประจำที่ก่อนเริ่มบ่นอย่างไม่ชอบใจ สำหรับคนที่เป็ปู่เขาไม่ยอมให้หลานสาวลงมาทำงานในแปลงนา แต่ก็ขัดใจภรรยาไม่ได้ที่ต้องให้ทุกคนเท่าเทียมกัน
“ผิวดำตรงไหนคะ คุณปู่ไม่ต้องห่วงค่ะฉันใส่หมวกมาด้วย” เฉินเฟิ่นอี้กล่าวยิ้ม ๆ ตักอาหารใส่ถ้วยส่งให้ป้าสะใภ้
“ใช่ ๆ อีกอย่างนะคะพวกเราก็ออกมาแปปเดียว” เฉินเหม่ยเย่ประท้วง
“คุณพ่อก็ทำให้เด็ก ๆ เคยตัว แค่ไม่ลงมาทำงานในแปลงนาพวกหล่อนก็เอาเปรียบคนอื่นแล้วค่ะ ถ้าเอาอาหารมาส่งไม่ได้ก็ต้องให้ลงมาทำงานในแปลงนา” สะใภ้สี่เฉินบอกพ่อสามีก่อนจะหันมาบ่นลูกสาวที่นั่งอยู่
การที่ลูกสาวไม่ต้องลงมาทำงานในแปลงนามันย่อมดีกับครอบครัวหล่อน สมาชิกบ้านเฉินไม่ได้สนใจเื่นี้ต่างสนับสนุนกันถ้วนหน้า แต่ไม่ใช่กับคนบ้านอื่นที่นำลูกสาวของหล่อนไปเปรียบเทียบกับเด็กสาวบ้านอื่นที่ทำงานในแปลงนา