ระหว่างอยู่บนรถมาโรงเรียน ฉันได้นั่งคิดทบทวนเื่ราวของวันนี้ในอดีตว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก คิดออกแค่ว่าวันนี้เป็วันวาเลนไทน์และวันครบรอบก่อตั้งโรงเรียน โรงเรียนจะจัดงานทำบุญในตอนเช้าและจัดงานวาเลนไทน์ในตอนบ่าย
แล้วฉันยังได้คิดหาสาเหตุที่ทำให้ตนเองย้อนกลับมายังอดีตอีกด้วย มันอาจเป็ไปตามในหนังสือที่น้ำหวานอ่านก็ได้ อาจเพราะตอนนั้นฉันกำลังคิดถึงเื่ในอดีตซึ่งวันในอดีตกับปัจจุบันดันมาตรงกัน แล้วก็บังเอิญเป็่เที่ยงคืนพอดี ฉันก็เลยได้ย้อนกลับมายังอดีต เื่นี้เมื่อฉันสามารถกลับไปยังปัจจุบันได้แล้วคงต้องไปเล่าอวดยัยหวานหน่อยแล้ว นางคงอิจฉาจนตาร้อนเลยล่ะ
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณที่คนขับรถเดินมาเปิดประตูรถให้ ทำให้เขายืนอึ้งไปพักใหญ่เลยทีเดียว
ฉันยืนมองหน้าประตูโรงเรียนแล้วยิ้มออกมา สมัยเรียนอยู่ฉันเป็คนตรง ๆ ชอบทำหน้านิ่ง ๆ และจริงจังเกินไปนั่นทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกลัวฉันจนไม่กล้าเข้าใกล้ และชอบเอาความคิดตัวเองเป็ใหญ่จนได้ฉายาว่า ประธานเผด็จการ ขนาดพวกสภาเองก็เกร็งไปหมด เมื่อมีโอกาสได้ย้อนกลับมายังอดีต ฉันก็จะขอแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่างของตัวเองหน่อย แม้ว่าอนาคตทุกคนจะยังคงไม่ชอบฉันเหมือนเดิมก็ตาม อย่างน้อยการแก้ไขข้อผิดพลาดในวันนี้อาจทำให้ใจฉันได้คลายความอึดอัดลงมาบ้างสักน้อยก็ยังดี
ห้องประชุมสภานักเรียน
เนื่องจากวันนี้มีกิจกรรมทั้งเช้าและบ่าย สภานักเรียนจึงต้องประชุมเพื่อเตรียมกำหนดการต่าง ๆ ภายในวันนี้
“กำหนดการในวันนี้ทั้งหมดก็มีเท่าที่ให้ทุกคนไปค่ะ ใครมีอะไรอยากจะเสนอให้เพิ่มมั้ยคะ” หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนเอ่ยพูดก่อนจะค่อย ๆ หันมามองฉันอย่างหวาด ๆ
“ประธานคิดว่าควรแก้ตรงไนหบ้างมั้ยคะ”
ฉันปรายตามองหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนแล้วก้มลงมองแฟ้มในมือต่อ กำหนดการนี้ดูชุ่ยมาก กำหนดเวลาในแต่ละ่มั่วสุด ๆ แค่ดูก็รู้เลยว่าถ้านำกำหนดการนี้ไปใช้จริง ๆ จะต้องเกิดปัญหาขึ้นแน่ ๆ
“แน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะใช้กำหนดการตามนี้?”
“ขะ ค่ะประธาน” หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนเอ่ยตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“โอเค งั้นเอาตามนี้” ว่าแล้วก็เซ็นยินยอมให้ใช้ได้
“ขอบคุณค่ะ”
“เื่ต่อไป”
การประชุมดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงแปดโมงครึ่ง ทุกคนจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
“วันนี้รุ่นพี่ดูอารมณ์ดีนะครับ” น้องโต๊สพูดด้วยรอยยิ้ม
“ปกติฉันอารมณ์ไม่ดีหรือไง”
“ก็ไม่เชิงครับ ปกติรุ่นพี่จะชอบทำหน้านิ่ง ๆ เสียงแข็ง ๆ เวลาประชุมก็ชอบทำหน้าโหด ๆ เวลาคณะกรรมการนักเรียนคนใหนเสนอนโยบายหรือเสนอเื่อะไรขึ้นมาก็ตาม รุ่นพี่ก็จะคอยขัดแล้วก็สั่งให้กลับไปแก้ตามที่รุ่นพี่บอก แต่วันนี้รุ่นพี่กลับนั่งฟังเงียบ ๆ แถมยังอนุมัติงานทุกงานที่ทุกคนเสนอมาอีก ทำเอาทุกคนงงกันไปหมดเลยล่ะครับ”
“ที่ผ่านมาทุกคนคงคิดว่าพี่เป็คนเอาแต่ใจไม่สนใคร แล้วก็เป็คนแย่มาก ๆ ใช่มั้ย”
“ก็ไม่เชิงครับ คนเก่งส่วนใหญ่มักมีความมั่นใจในความคิดตัวเองสูง ซึ่งรุ่นพี่ก็เป็คนที่เก่งมากด้วย อะไรที่รุ่นพี่เห็นชอบว่าดี สุดท้ายมันก็ออกมาดีจริง ๆ อันนี้ทุกคนไม่ได้มองว่ารุ่นพี่เป็คนเอาแต่ใจหรอกครับ เพียงแต่อยากให้รุ่นพี่หย่อนลงมาหน่อยเพราะที่ผ่านมารุ่นพี่ตึงเครียดกับงานมากเกินไปน่ะครับ”
“น้องนี่พูดมากนะคะเนี่ย แล้วนี่น้องจะตามพี่มาทำไมคะ ไม่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหรอ”
ตอนนี้ฉันกำลังเดินไปยังลานธรรมมะเพื่อไปร่วมงานทำบุญของโรงเรียน ซึ่งจะเริ่มในอีก 20 นาทีต่อจากนี้
“ผมเป็เลขาของรุ่นพี่นี่ครับ ก็ต้องตัวติดกับรุ่นพี่สิ เดี๋ยวผมอ่านกำหนดการคร่าว ๆ ที่รุ่นพี่ต้องเข้าร่วมให้ฟังนะครับ” ว่าแล้วเขาก็อ่านกำหนดการต่าง ๆ ให้ฉันฟัง
งานทำบุญใน่เช้าดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย แม้ในสายตาฉันมันจะไม่ใช่งานทำบุญที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป
“ทุกคนทำงานได้ดีมาก”
คำชมจากฉันทำให้คณะกรรมการนักเรียนทุกคนพากันหันมามองฉันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันยิ้มกว้างให้กับพวกเขาแล้วพูดต่อ
“ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย เราจะได้ไปเริ่มเตรียมงาน่บ่ายกัน” ฉันพูดเสร็จแล้วจึงเดินไปหาพวกอาจารย์ที่ยืนคุยกันอยู่อีกทาง
“ประธานชมด้วยอะ O.O”
“เพิ่งเคยได้ยินประธานชมว่าทำงานได้ดี”
“ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ป้ะ ตอนแรกฉันคิดว่าจะโดนต่อว่าที่ทำงานออกมาได้ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบซะอีกอะ แต่กลับโดนประธานชม”
“พวกเธอก็พูดเกินไปนะ ทำไม่ดีประธานก็ต้องว่าเป็ธรรมดา แต่นี่ทำดีประธานก็ต้องชมสิ พวกเธออคติกับประธานเกินไปแล้ว” เลขานุการพูดทีเล่นทีจริง
“เ้าค่ะ ขอประธานโทษด้วยเ้าค่ะที่อคติกับประธานมากเกินไป แหม ว่านิดว่าหน่อยไม่ได้เลย”
“ก็เขารักของเขานี่นะ ไปว่าคนรักเขาเขาก็ต้องโกรธเป็ธรรมดา” ทุกคนเอ่ยแซวเลขากันอย่างสนุกสนาน
“แต่รู้สึกดีใจจริงที่โดนประธานชม”
“เออเหมือนกันเลย รู้สึกดีใจสุด ๆ อะ”
ทุกคนต่างพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มดีใจ ก่อนจะรีบช่วยกันเก็บของ