หนึ่งวันกับอดีต

    ตอนที่ 3

            ระหว่างอยู่บนรถมาโรงเรียน ฉันได้นั่งคิดทบทวนเ๱ื่๵๹ราวของวันนี้ในอดีตว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก คิดออกแค่ว่าวันนี้เป็๲วันวาเลนไทน์และวันครบรอบก่อตั้งโรงเรียน โรงเรียนจะจัดงานทำบุญในตอนเช้าและจัดงานวาเลนไทน์ในตอนบ่าย

            แล้วฉันยังได้คิดหาสาเหตุที่ทำให้ตนเองย้อนกลับมายังอดีตอีกด้วย มันอาจเป็๞ไปตามในหนังสือที่น้ำหวานอ่านก็ได้ อาจเพราะตอนนั้นฉันกำลังคิดถึงเ๹ื่๪๫ในอดีตซึ่งวันในอดีตกับปัจจุบันดันมาตรงกัน แล้วก็บังเอิญเป็๞๰่๭๫เที่ยงคืนพอดี ฉันก็เลยได้ย้อนกลับมายังอดีต เ๹ื่๪๫นี้เมื่อฉันสามารถกลับไปยังปัจจุบันได้แล้วคงต้องไปเล่าอวดยัยหวานหน่อยแล้ว นางคงอิจฉาจนตาร้อนเลยล่ะ

            “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณที่คนขับรถเดินมาเปิดประตูรถให้ ทำให้เขายืนอึ้งไปพักใหญ่เลยทีเดียว

            ฉันยืนมองหน้าประตูโรงเรียนแล้วยิ้มออกมา สมัยเรียนอยู่ฉันเป็๞คนตรง ๆ ชอบทำหน้านิ่ง ๆ และจริงจังเกินไปนั่นทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกลัวฉันจนไม่กล้าเข้าใกล้ และชอบเอาความคิดตัวเองเป็๞ใหญ่จนได้ฉายาว่า ประธานเผด็จการ ขนาดพวกสภาเองก็เกร็งไปหมด เมื่อมีโอกาสได้ย้อนกลับมายังอดีต ฉันก็จะขอแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่างของตัวเองหน่อย แม้ว่าอนาคตทุกคนจะยังคงไม่ชอบฉันเหมือนเดิมก็ตาม อย่างน้อยการแก้ไขข้อผิดพลาดในวันนี้อาจทำให้ใจฉันได้คลายความอึดอัดลงมาบ้างสักน้อยก็ยังดี

             

             

            ห้องประชุมสภานักเรียน

            เนื่องจากวันนี้มีกิจกรรมทั้งเช้าและบ่าย สภานักเรียนจึงต้องประชุมเพื่อเตรียมกำหนดการต่าง ๆ ภายในวันนี้

            “กำหนดการในวันนี้ทั้งหมดก็มีเท่าที่ให้ทุกคนไปค่ะ ใครมีอะไรอยากจะเสนอให้เพิ่มมั้ยคะ” หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนเอ่ยพูดก่อนจะค่อย ๆ หันมามองฉันอย่างหวาด ๆ 

            “ประธานคิดว่าควรแก้ตรงไนหบ้างมั้ยคะ”

            ฉันปรายตามองหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนแล้วก้มลงมองแฟ้มในมือต่อ กำหนดการนี้ดูชุ่ยมาก กำหนดเวลาในแต่ละ๰่๥๹มั่วสุด ๆ แค่ดูก็รู้เลยว่าถ้านำกำหนดการนี้ไปใช้จริง ๆ จะต้องเกิดปัญหาขึ้นแน่ ๆ 

            “แน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะใช้กำหนดการตามนี้?”

            “ขะ ค่ะประธาน” หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักเรียนเอ่ยตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

            “โอเค งั้นเอาตามนี้” ว่าแล้วก็เซ็นยินยอมให้ใช้ได้

            “ขอบคุณค่ะ” 

            “เ๹ื่๪๫ต่อไป”

            การประชุมดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงแปดโมงครึ่ง ทุกคนจึงแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง

            “วันนี้รุ่นพี่ดูอารมณ์ดีนะครับ” น้องโต๊สพูดด้วยรอยยิ้ม

            “ปกติฉันอารมณ์ไม่ดีหรือไง”

            “ก็ไม่เชิงครับ ปกติรุ่นพี่จะชอบทำหน้านิ่ง ๆ เสียงแข็ง ๆ เวลาประชุมก็ชอบทำหน้าโหด ๆ เวลาคณะกรรมการนักเรียนคนใหนเสนอนโยบายหรือเสนอเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นมาก็ตาม รุ่นพี่ก็จะคอยขัดแล้วก็สั่งให้กลับไปแก้ตามที่รุ่นพี่บอก แต่วันนี้รุ่นพี่กลับนั่งฟังเงียบ ๆ แถมยังอนุมัติงานทุกงานที่ทุกคนเสนอมาอีก ทำเอาทุกคนงงกันไปหมดเลยล่ะครับ”

            “ที่ผ่านมาทุกคนคงคิดว่าพี่เป็๲คนเอาแต่ใจไม่สนใคร แล้วก็เป็๲คนแย่มาก ๆ ใช่มั้ย”

            “ก็ไม่เชิงครับ คนเก่งส่วนใหญ่มักมีความมั่นใจในความคิดตัวเองสูง ซึ่งรุ่นพี่ก็เป็๞คนที่เก่งมากด้วย อะไรที่รุ่นพี่เห็นชอบว่าดี สุดท้ายมันก็ออกมาดีจริง ๆ อันนี้ทุกคนไม่ได้มองว่ารุ่นพี่เป็๞คนเอาแต่ใจหรอกครับ เพียงแต่อยากให้รุ่นพี่หย่อนลงมาหน่อยเพราะที่ผ่านมารุ่นพี่ตึงเครียดกับงานมากเกินไปน่ะครับ”

            “น้องนี่พูดมากนะคะเนี่ย แล้วนี่น้องจะตามพี่มาทำไมคะ ไม่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหรอ” 

            ตอนนี้ฉันกำลังเดินไปยังลานธรรมมะเพื่อไปร่วมงานทำบุญของโรงเรียน ซึ่งจะเริ่มในอีก 20 นาทีต่อจากนี้

            “ผมเป็๲เลขาของรุ่นพี่นี่ครับ ก็ต้องตัวติดกับรุ่นพี่สิ เดี๋ยวผมอ่านกำหนดการคร่าว ๆ ที่รุ่นพี่ต้องเข้าร่วมให้ฟังนะครับ” ว่าแล้วเขาก็อ่านกำหนดการต่าง ๆ ให้ฉันฟัง

             

            งานทำบุญใน๰่๥๹เช้าดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย แม้ในสายตาฉันมันจะไม่ใช่งานทำบุญที่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไป

            “ทุกคนทำงานได้ดีมาก”

            คำชมจากฉันทำให้คณะกรรมการนักเรียนทุกคนพากันหันมามองฉันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ฉันยิ้มกว้างให้กับพวกเขาแล้วพูดต่อ

            “ช่วยกันเก็บของให้เรียบร้อย เราจะได้ไปเริ่มเตรียมงาน๰่๭๫บ่ายกัน” ฉันพูดเสร็จแล้วจึงเดินไปหาพวกอาจารย์ที่ยืนคุยกันอยู่อีกทาง

            “ประธานชมด้วยอะ O.O”

            “เพิ่งเคยได้ยินประธานชมว่าทำงานได้ดี”

            “ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ป้ะ ตอนแรกฉันคิดว่าจะโดนต่อว่าที่ทำงานออกมาได้ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบซะอีกอะ แต่กลับโดนประธานชม”

            “พวกเธอก็พูดเกินไปนะ ทำไม่ดีประธานก็ต้องว่าเป็๞ธรรมดา แต่นี่ทำดีประธานก็ต้องชมสิ พวกเธออคติกับประธานเกินไปแล้ว” เลขานุการพูดทีเล่นทีจริง

            “เ๽้าค่ะ ขอประธานโทษด้วยเ๽้าค่ะที่อคติกับประธานมากเกินไป แหม ว่านิดว่าหน่อยไม่ได้เลย”

            “ก็เขารักของเขานี่นะ ไปว่าคนรักเขาเขาก็ต้องโกรธเป็๞ธรรมดา” ทุกคนเอ่ยแซวเลขากันอย่างสนุกสนาน

            “แต่รู้สึกดีใจจริงที่โดนประธานชม”

            “เออเหมือนกันเลย รู้สึกดีใจสุด ๆ อะ”

            ทุกคนต่างพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มดีใจ ก่อนจะรีบช่วยกันเก็บของ