บทที่ 2 ไปหาพ่อกัน
เว่ยชุ่ยสี่เป็หมอตำแย มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชนบทยุค 70 แบบนี้
อีกทั้งเพราะเธอเป็คนทำคลอดลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านก่างจื่อหลิ่งอย่างหลี่หนงหง หัวหน้าหมู่บ้านเลยให้ท้ายเธอไม่น้อย
พรุ่งนี้บ้านเธอจะ ‘จัดงานมงคล’ แล้ว กอปรกับวันนี้มีฝนตกห่าใหญ่ คนในครอบครัวเลยไม่ได้ไปที่ไร่
‘เ้าสาวป้ายแดงรอออกเรือน’ อย่างไป๋อวี้กอดลูกสาวขลุกตัวอยู่ในบ้าน
ได้ยินเสียงผู้คนด้านนอกเข้ามาไม่ขาดสาย ต่างก็มาร่วมด้วยช่วยกันจัดงานวิวาห์
เธอเงี่ยหูฟังอยู่พักหนึ่งแล้วคิดว่า ถ้าพาเด็กเดินออกไปด้วยคงไม่ค่อยดีนัก
ชาวบ้านแถบก่างจื่อหลิ่งห้าวหาญ ความคิดคร่ำครึ
ถ้าไป๋อวี้กล้าคิดหนี ผู้คนในก่างจื่อหลิ่งจะพากันออกไปตามจับเธอกันทั้งหมู่บ้าน จับตัวกลับมาแล้วคงต้องคอยเฝ้าอย่างเข้มงวดแหง ๆ
ที่สำคัญคือเธอต้องพาเด็กน้อยที่เดินได้ไม่กี่ก้าวไปด้วย...แต่เหตุการณ์ในตอนนี้ยังไม่ถือว่าเลวร้ายมากนัก เพราะเ้าของร่างโง่เง่ามากจริง ๆ ดังนั้นคนพวกนี้จึงยังไม่ค่อยระแวงเธอ
เธอคิดใคร่ครวญ ก่อนจะเอ่ยกับเสี่ยวกั่วเอ๋อร์ที่ตัวสั่นงันงก “กั่วเอ๋อร์ เราจะรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับลูกแล้วนะ ลูกรู้ไหม”
ฉินเสี่ยวกั่วเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง “หือ?”
“ไปหาพ่อของลูก” ไป๋อวี้พูดเสียงแ่ “บอกพ่อให้พ่อมาช่วยเรา”
แม้ตอนนั้นเ้าของร่างจะแต่งงานได้แค่สามวันแล้วหนีออกมา แถมยังฮุบสินสอดเอาไว้ ก่อนจากมาก็ขโมยเงินก้อนใหญ่ของคนอื่นเขาอีก แต่เขาไม่น่าจะไม่สนใจไยดีลูกหรอกมั้ง
เธอตั้งใจว่าจะส่งกั่วเอ๋อร์ไปก่อน ตัวเธอเคลื่อนไหวคนเดียวจะสะดวกกว่า
ไป๋อวี้เอ่ยกับฉินเสี่ยวกั่วอย่างใจเย็น “แม่จะหาวิธีส่งลูกไปหาพ่อ ให้พ่อปกป้องลูกนะ”
ในความทรงจำเ้าของร่าง พ่อของเด็กเป็ชายที่แม้แต่เว่ยชุ่ยสี่ยังหวาดกลัวอยู่หน่อย ๆ น่าจะพอมีอำนาจอยู่บ้าง
เป็ไปได้สูงว่าถึงตอนนั้นฉินต้าซานอาจมายืนยันตัวตนของลูกสาวที่ก่างจื่อหลิ่งก็ได้
งั้นเธอก็อาศัย่ชุลมุนหลบหนีไปได้
หากวันพรุ่งนี้เมื่อเธอ ‘ออกเรือน’ ฉินต้าซานยังไม่มา แต่กั่วเอ๋อร์หนีไปได้แล้ว เธอก็จะไปที่ตระกูลจาง ซัดเ้าตัวขี้โรคให้ล้มแล้วค่อยเผ่น
ส่วนออกไปแล้วจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ถึงตอนนั้นย่อมมีทางออก
กั่วเอ๋อร์มีมิติลับ แค่นี้พวกเธอสองแม่ลูกก็มีหลักประกันในการดำรงชีพสูงลิ่วแล้ว
ไป๋อวี้อธิบายบอกเสี่ยวกั่วว่าควรทำอย่างไร เจอพ่อแล้วควรพูดอะไรซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ถ้าเจอพ่อ ให้ลูกบอกพ่อว่าแม่เป็ใคร จากนั้นบอกวันเกิดของลูกให้เขารู้...”
โชคดีที่เด็กคนนี้ถูกดุด่าตบตีั้แ่เด็ก แม้ความคิดยังไม่เติบโตมากนัก แต่ก็เป็เด็กดีมาก
เธอน้ำตาคลอเบ้าทวนถามว่า “แค่พูดแบบนี้ ต่อไปก็จะได้อยู่กับแม่แล้วใช่ไหมคะ”
ไป๋อวี้รับปาก “ใช่ แถมไม่ต้องโดนตี ไม่ต้องโดนด่าแล้วด้วย เราทั้งคู่เลย”
“ไม่ต้องโดนตีโดนด่า แถมได้อยู่กับแม่ด้วยเหรอคะ!”
ชีวิตมันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!
ฉินเสี่ยวกั่วกำหมัดน้อย ๆ แน่น ั์ตาทอความเด็ดเดี่ยว “อืม! หนูจะจำไว้!”
……
ด้านนอกเว่ยชุ่ยสี่ยังหารือเื่กั่วเอ๋อร์กับลูกสะใภ้อย่างโจวหงและหัวหน้าหมู่บ้านหลี่หนงหงอยู่
ยายแก่คนนี้หน้าเงิน ลูกชายคนเดียวอย่างไป๋อันจู้ก็ยกให้เป็ลูกเขยแต่งกับตระกูลโจวั้แ่แบเบาะ
แต่วิธีของเธอไม่เลว คนเขาช่วยเธอเลี้ยงดูลูกชายจนโต ตอนนี้ลูกสะใภ้ก็สนิทชิดเชื้อกับเธอ ซ้ำยังรับปากว่าต่อไปจะเลี้ยงดูเธอยามแก่เฒ่าอีกด้วย
ส่วนไป๋อันจู้ตามคนเขาไปแต่เล็ก ถูกตบถูกตีเสียจนอ่อนแอขี้ขลาดไปแล้ว
ตอนนี้เขาก็อยู่ด้วย แต่ไม่กล้าร่วมโต๊ะด้วยซ้ำ ประสานมือนั่งยองตรงมุมห้อง
พวกเขากำลังหารือกันว่าจะขายกั่วเอ๋อร์
เว่ยชุ่ยสี่ยังบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด “เป็แค่เด็กผู้หญิงจะได้สักกี่แดงเชียว ให้ฉันไม่กี่แดงแล้วเอาตัวมันไป ฉันไม่ขาดทุนตายเลยเหรอ”
อีกแง่หนึ่งก็คับแค้นใจที่ท้องของไป๋อวี้ซิ่วไม่ได้ดั่งใจ แรกเริ่มนึกว่าจะคลอดลูกชายเสียอีก จะได้เอาไปขายเป็เงินสักหน่อย
หากรู้แต่แรกว่าเป็เด็กเลี้ยงเสียข้าวสุก เธอจะไม่ให้คลอดมันออกมาเลย
โจวหงเอ่ยว่า “คุณแม่ คิดแบบนี้น่ะคิดผิดนะ นังเด็กเลี้ยงเสียข้าวสุกนั่นอยู่บ้านเราต้องกินต้องใช้ของคุณแม่ มันเป็อาหารเป็เงินทั้งนั้นไม่ใช่เหรอไง”
หลี่หนงหงคาบกล้องยาสูบกล่าวว่า “ให้คนจ่ายเงินแล้วพาตัวไปเถอะ เลี้ยงไว้ก็ขาดทุน เธอก็อย่าไปเสียดายเลย ถึงตอนนั้นให้หลิวหยาจื่อเอาตัวมันไปต่างถิ่น ชาตินี้ไม่เห็นหน้าก็จะได้ไม่รำคาญใจด้วย”
เว่ยชุ่ยสี่พูดอย่างลังเลใจ “เลี้ยงไว้อีกสักปี รอโตอีกสักหน่อยดีไหม”
เธอไม่ได้เสียดายเลยสักนิด แค่รู้สึกตัวเองขาดทุนก็เท่านั้น
อีกอย่างยังเพ้อฝันว่าเลี้ยงอีกสักสองปี รอให้สวยกว่านี้ ‘ยกให้’ ให้เป็เ้าสาวเด็ก*[1]ของชายโสด จะได้สินสอดเยอะหน่อย
หลี่หนงหงไม่รู้ความคิดนี้ของเธอ แต่โจวหงเข้าใจได้ในทันที
“คุณแม่ ขายไปั้แ่ตอนนี้แหละ เพราะจางต้าหนิวเป็คนบ้านเดียวกับเรา อยู่ในสายตาคนอื่นเขา เขาก็เอือมเหมือนกันนั่นแหละ”
เว่ยชุ่ยสี่ก็ยังสองจิตสองใจอยู่ดี
เธอตกลงกับหยาจื่อแล้ว เขาจ่ายแค่สองหยวน แค่สองหยวน!
ตลอดหลายปีนี้ ค่าสินสอดของไป๋อวี้ซิ่วเคยสูงถึง 500 หยวนเชียวนะ!
แม้แต่ครั้งนี้จางต้าหนิวเองก็จ่ายให้ตั้ง 200 หยวน!
มันต่างกันเกินไปแล้ว
หลี่หนงหงชักจะรำคาญแล้ว จึงกล่าว “พี่สาว จะเอายังไงกันแน่”
ในตอนนั้นเอง ไป๋อวี้ก็เดินออกจากห้องมาพูดว่า
“คุณแม่ ทำไมไม่ส่งเด็กกลับไปให้พ่อมันล่ะ”
เว่ยชุ่ยสี่ชะงัก “ฮะ ส่งกลับไปหาพ่อมันเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ลูกสาวเป็ลูกแท้ ๆ ของเขา เราเลี้ยงมาตั้งสามปีกว่า ต้องเรียกเงินคืนสิ” ไป๋อวี้กล่าว
“คิดเงินให้เรียบร้อยแล้วรีบส่งกลับไปให้ไวเถอะ”
หลี่หนงหงไตร่ตรองเล็กน้อยก่อนเอ่ย “แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนี่นา ให้คนอื่นไม่สู้ให้พ่อของเด็กมัน”
ไป๋อวี้ยุยงอีกว่า “นั่นสิ คุณแม่ลองคิดดูนะ อุ้มท้องตั้งสิบเดือน อยู่ที่บ้านเราอีกสามปีกว่า เลี้ยงดูจนโตขนาดนี้แล้ว ยังไง ๆ ก็ต้องให้สักหกเจ็ดสิบหยวนสิ อาหลี่ของเราออกโรงเอง เจรจาให้ดีเขาอาจจะจ่ายให้ร้อยหยวนก็ได้”
โจวหงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย “เอ๊ะ คราวนี้เธอฉลาดขึ้นมาแล้วเหรอ”
ในสายตาเธอ พี่สาวของสามีคนนี้เป็คนโง่เหนือคนโง่มาั้แ่ไหนแต่ไร
ไป๋อวี้ยักไหล่แล้วเอ่ย “ฉันก็แค่พูดไปงั้นแหละ ลูกคนนี้ของฉันขายให้ใครก็ได้เงินไม่เยอะหรอก”
ชาติก่อนเธอเป็นักธุรกิจตัวท็อป เจรจาการค้าก็สำเร็จอยู่บ่อยครั้ง
เธอรู้ว่าพูดแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ว่าจบเธอก็กลับเข้าห้องไป
แต่เว่ยชุ่ยสี่พลันคันยุบยิบในใจขึ้นมา
นั่นสิ ให้คนอื่นไม่สู้ให้พ่อแท้ ๆ ของเด็ก! ยังไง ๆ ก็ไม่ได้แค่ 2 หยวนแน่!
ทำไมเธอคิดไม่ได้ั้แ่แรกกันนะ เลี้ยงเสียข้าวสุกมาตั้งหลายปีดีดัก!
……
ไป๋อวี้กลับมาในห้อง กอดกั่วเอ๋อร์แล้วให้เธอท่องวันเกิดของตัวเองอีกหลายรอบ
เวลาไม่นานเว่ยชุ่ยสี่กับโจวหงก็เข้ามาอุ้มเธอไปดังที่คาด
ไม่รู้ว่าเด็กฉินเสี่ยวกั่วคนนี้จะทำภารกิจสำเร็จหรือเปล่า เพราะตอนที่โดนอุ้มออกมาก็ใจนตัวแข็งทื่อเป็ก้อน
ั์ตายังปริ่มหยาดน้ำตา แต่ไม่หลั่งรินออกมา
อาจเพราะร่างกายมีสัมพันธ์ทางสายเื ไป๋อวี้ตามไปถึงหน้าประตู
“แม่คะ...” เสี่ยวกั่วเอ่ยอย่างสั่นเทา “หนู...ไม่ไปได้ไหม”
ไป๋อวี้ก็พูดอย่างปวดใจเช่นเดียวกัน “กั่วเอ๋อร์เด็กดี คุณยายส่งลูกไปอยู่สุขสบายนะ”
ฉินเสี่ยวกั่วถูกคนอุ้มไปทั้งที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น วางลงบนเกวียนแล้วนั่งขัดแข้งลีบเล็ก ทั้งว่าง่ายและน่าสงสาร
เพราะก่อนนี้ไป๋อวี้กำชับนักกำชับหนาว่าห้ามโวยวาย ห้ามร้องไห้ จะได้ไม่โดนตี
หนนี้เว่ยชุ่ยสี่ ไป๋อันจู้กับหลี่หนงหงไปด้วยตัวเอง ดูท่าทางคงคิดจะรีดไถก้อนใหญ่จริง ๆ
[1] เ้าสาวเด็ก ประเพณีการเลี้ยงเ้าสาวของจีนโบราณ ในครอบครัวที่ยากจนจะแก้ปัญหาปากท้องด้วยการขายลูกสาวให้บ้านอื่นั้แ่เด็ก พอโตขึ้นก็จะกลายเป็เ้าสาวของลูกชายบ้านนั้นไปโดยปริยาย