ตอนที่ 5
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
เสียงคำรามทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับร่างของหนิงหย่วนโหว ที่เดินก้าวออกมาจากหลังศาลา เขาคว้าข้อมือของหนิงเสวี่ยหรานไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่มือนั้นจะถึงตัวหนิงเสวี่ยเวย แรงบีบมหาศาลทำให้เสวี่ยหรานร้องออกมาด้วยความเ็ป
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อปล่อยข้านะเ้าคะ! นังนี่มันเป็ฝ่ายทำร้ายข้าก่อนนะเ้าคะ!” หนิงเสวี่ยหรานพยายามดิ้นรน
“ข้าเห็นอยู่กับตาว่าเ้าพยายามจะฆ่าน้องสาวตัวเอง!” หนิงหย่วนโหวตัวสั่นด้วยความโกรธจัด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าบุตรสาวที่เขาเคยภาคภูมิใจจะมีจิตใจโเี้ถึงเพียงนี้
“เ้ามันกู่ไม่กลับแล้วเสวี่ยหราน! นอกจากเ้าจะกิริยาต่ำทรามกลางวังหลวง เ้ายังกล้าทำร้ายคนในครอบครัวตัวเองอีก!”
“ท่านพ่อ... ลูก... ลูกเพียงแค่...”
“หุบปาก! นับจากนี้ไป นอกจากกักบริเวณแล้ว เ้าต้องคัด ‘จรรยาสตรี’ 500 จบในหนึ่งเดือน และบทสวดมนต์สงบใจอีกวันละ 50 จบ! หากคัดไม่เสร็จ ห้ามกินข้าว ห้ามพบหน้าใครทั้งสิ้น!”
หนิงหย่วนโหวสะบัดมือออกจนหนิงเสวี่ยหรานล้มลงกับพื้นหิมะที่แฉะชื้น
หนิงเสวี่ยหรานได้แต่มองดูบิดาที่โอบบ่าหนิงเสวี่ยเวย พลางปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยนเดินจากไปด้วยความชิงชังที่ฝังลึกลงไปในกระดูก
การปฏิบัติเหล่านี้ เมื่อก่อนล้วนเป็ของนาง ของนางเพียงผู้เดียว!
หนิงเสวี่ยเวย! โลกนี้มีข้าแล้ว ไยจึงต้องมีเ้าด้วย!
ในขณะเดียวกัน ณ หอพระที่เงียบเหงาและอบอวลด้วยกลิ่นธูป
หนิงหย่วนโหวฮูหยินนั่งคุกเข่าอยู่หน้าองค์พระพุทธรูป แต่ในใจของนางไม่ได้มีธรรมะแม้แต่น้อย มือที่ถือลูกประคำสั่นระริก ปากพร่ำบ่นคำสาปแช่งที่ไม่หยุดหย่อน
“นังเด็กกาลกิณี... นังตัวหายนะ...” นางพึมพำด้วยดวงตาเบิกโพลง
“ข้าน่าจะบีบคอเ้าให้ตายั้แ่ตอนที่เ้าโผล่หัวออกมาจากท้องข้า! ไม่น่าปล่อยให้เ้าโตมาทำลายชีวิตข้ากับหรานเอ๋อร์เช่นนี้เลย!”
ความแค้นของฮูหยินที่มีต่อเสวี่ยเวยนั้นลึกซึ้งเกินกว่าความลำเอียงธรรมดา นางยังจำความเ็ปในวันที่ให้กำเนิดฝาแฝดคู่นี้ได้ดี
หนิงเสวี่ยหรานคลอดออกมาอย่างง่ายดาย แต่นางกลับต้องทรมานอยู่เกือบทั้งวันทั้งคืน เพื่อคลอดหนิงเสวี่ยเวยออกมา
ความผิดพลาดในการคลอดบุตรครั้งนั้น ทำให้มดลูกของนางเสียหาย หมอหลวงบอกว่านางไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกตลอดชีวิต!
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางต้องยอมให้สามีรับอนุภรรยาเข้ามาในจวนคนแล้วคนเล่า เพื่อหวังให้กำเนิด ‘บุตรชาย’ มาสืบทอดตระกูล
ทุกครั้งที่นางเห็นอนุเ่าั้อุ้มท้อง เดินนวยนาดผ่านหน้าไป หัวใจของนางก็เหมือนถูกกรีดด้วยคมมีด
“ถ้าไม่มีเ้า... ท่านพี่ก็คงมีแค่ข้าคนเดียว ถ้าไม่มีเ้า... ข้าก็คงมีบุตรชายได้อีกหลายคน!” ฮูหยินแผดเสียงหัวเราะอย่างเสียสติกลางหอพระ
“เ้าพรากทุกอย่างไปจากข้า หนิงเสวี่ยเวย... ข้าจะทำให้เ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”
เสียงหัวเราะปนเสียงสะอื้นของนางดังก้องอยู่ในหอพระที่มืดมิด ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีใดๆ
หนิงเสวี่ยเวยที่เดินกลับมาถึงเรือน หยุดยืนมองไปทางหอพระครู่หนึ่ง นางไม่ได้ยินเสียงมารดา แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่หลังทำให้รู้ว่าแรงอาฆาตนั้นยังไม่จบสิ้น
‘ท่านแม่... ท่านโทษข้าที่ทำให้ท่านมีลูกไม่ได้อีก แต่ท่านลืมไปหรือไม่ว่าใครกันที่แอบใส่ยาพิษในน้ำแกงของท่านตอนที่ท่านพักฟื้นหลังคลอด? ใครกันที่ไม่อยากให้ท่านมีบุตรชายเพื่อสนองความริษยาของตนเอง?’
เสวี่ยเวยหลับตาลง นึกถึงความลับที่นางได้รู้ในชาติก่อนก่อนที่จะตาย...
ความลับเื่ที่มารดาของหลินฉยงซึ่งแอบรักท่านพ่อของนาง ได้แอบวางแผนให้หลินฉยงใส่ยาสิ้นทายาทในน้ำแกงบำรุงของมารดา ั้แ่เขาเพิ่งสามขวบเพื่อกำจัดขวากหนามทิ่มแทงใจ ก่อนจะส่งน้องสาวซึ่งเป็ญาติห่าง ๆ ต่างเเซ่เข้ามาเป็อนุภรรยาของท่านพ่อ
แต่น่าเสียดายที่อนุภรรยานางนั้นท้องไม่เอาไหน เพียงคลอดบุตรสาวออกมาหนึ่งคนเท่านั้น นั่นก็คือน้องสามของนางนั่นเอง
‘งูพิษไม่ได้มีแค่ตัวเดียวในจวนนี้... และข้าจะค่อยๆ กระชากหน้ากากพวกมันออกมาทีละคน’
สายลมปลายเหมันต์พัดพาเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยที่กำลังจะร่วงโรยลอยมาตามลม
หิมะที่เคยขาวโพลนบัดนี้ละลายกลายเป็หยดน้ำเย็นเฉียบหยดลงจากหลังคาเรือน
หนิงเสวี่ยเวยนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ในมือถือตำราที่มิใช่คัมภีร์สตรี แต่เป็บันทึกการเดินเรือและภูมิศาสตร์ของแคว้นต้าอวี๋ นางกำลังรอคอย...
รอคอยปลาตัวใหญ่ที่กำลังจะมาติดกับ
“คุณหนูเ้าคะ ซื่อจื่อหลินฉยงมาขอพบเ้าค่ะ” ชุ่ยจูเดินเข้ามาแจ้งด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน
“เขาบอกว่า้านำยาบำรุงมาให้คุณหนูใหญ่ แต่เมื่อครู่เดินผ่านสวนมาเห็นคุณหนูรองเข้าพอดี จึงอยากจะทักทายเ้าค่ะ”
เสวี่ยเวยปิดตำราลงช้า ๆ มุมปากยกยิ้มพึงใจ ‘มาเร็วกว่าที่คิด’
ที่ศาลากลางสระบัว หลินฉยงยืนทอดสายตามองไปทางเรือนพักของหนิงเสวี่ยหรานด้วยความรู้สึกสับสน
ในใจของเขา บัดนี้ไม่ได้มีเพียงความห่วงใยที่มีต่อสาวงามที่เสียโฉม แต่กลับมีความสงสัยและภาพใบหน้าของหนิงเสวี่ยเวยในงานเลี้ยงวังหลวงวนเวียนอยู่ไม่รู้วาย
เมื่อหนิงเสวี่ยเวยเดินเข้ามาในศาลา นางไม่ได้สวมชุดสีชมพูจืดชางอย่างเคย แต่สวมชุดสีฟ้าอ่อนขลิบขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าที่เคยดูซื่อเซ่อบัดนี้กลับดูสง่างามและมีรัศมีบางอย่างที่ชวนให้ลุ่มหลง
“ซื่อจื่อ... ท่านมาหาพี่ใหญ่หรือเ้าคะ?” เสียงของนางนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความห่างเหิน
หลินฉยงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นความงามที่ซ่อนเร้นของนาง
“เสวี่ยเวย... ข้าเอาขี้ผึ้งจากต่างแดนมาให้พี่สาวของเ้า เห็นว่านาง... อาการไม่สู้ดีนัก”
“พี่ใหญ่คงจะดีใจมากเ้าค่ะ หากนางรู้ว่าท่านยังห่วงใยสตรีที่ ‘อัปลักษณ์’ และ ‘ไร้กริยา’ เช่นนางในตอนนี้” เสวี่ยเวยแสร้งถอนหายใจยาว
“น่าเสียดายที่ท่านพ่อสั่งกักบริเวณเข้มงวด แม้แต่ท่านก็อาจจะเข้าพบนางไม่ได้”
“ข้าได้ยินเื่ที่นางพยายามจะผลักเ้าตกน้ำ...” หลินฉยงก้าวเข้ามาใกล้ แววตาที่เคยมีแต่หนิงเสวี่ยหรานเริ่มสั่นไหวเมื่อมองสำรวจใบหน้าของสตรีตรงหน้า
“เสวี่ยเวย เ้าลำบากมากใช่ไหม? ข้าไม่เคยรู้เลยว่าชีวิตในจวนของเ้าจะถูกกดขี่ถึงเพียงนี้”
หนิงเสวี่ยเวยแสร้งทำเป็หลบตา ก้มหน้าลงต่ำจนเห็นลำคอขาวเนียน
“ข้าชินเสียแล้วเ้าค่ะ สิ่งใดที่เป็ของพี่ใหญ่ ข้าล้วนไม่กล้าอาจเอื้อม... ไม่ว่าจะเป็เบี้ยเลี้ยง เครื่องประดับ หรือแม้แต่... ความรักจากใครบางคน”
คำพูดตัดพ้อที่แสนเบานั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจหลินฉยง
ชายหนุ่มรู้สึกถึงสัญชาตญาณของผู้ล่าในกายที่เริ่มตื่นตัว ความอ่อนแอที่น่าทะนุถนอมของหนิงเสวี่ยเวยช่างดึงดูดใจเขายิ่งนัก เขาเผลอเอื้อมมือไปหมายจะกุมมือของนาง
แต่หนิงเสวี่ยเวยกลับชักมือกลับอย่างนุ่มนวล
“ซื่อจื่อโปรดสำรวมด้วยเ้าค่ะ ท่านกับพี่ใหญ่มีสัญญาใจต่อกัน ข้าไม่อยากให้ใครมองข้าเป็คนทรยศพี่สาว... เหมือนที่นางมองข้าเสมอมา”
นางทิ้งคำพูดที่เป็ดั่งหนามยอกอกไว้ก่อนจะย่อกายคำนับแล้วเดินจากไป
ทิ้งให้หลินฉยงยืนนิ่งค้าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายของนางยังคงกรุ่นอยู่ในอากาศ ทำให้เขารู้สึกว่าหนิงเสวี่ยหรานที่แสนดีในความทรงจำนั้น...
เริ่มจะจืดจางลงไปทุกที
กลางดึกคืนนั้น เสวี่ยเวยจุดเทียนเล่มเล็กขึ้นในห้องลับที่นางดัดแปลงมาจากห้องเก็บของ นางหยิบกระดาษแผ่นบางออกมาเขียนข้อความสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้ม
‘พิษในกายท่านยังไม่หมดสิ้น ยาที่หมอหลวงให้เป็เพียงการระงับ มิใช่การรักษา หากอยากมีชีวิตอยู่เพื่อบัลลังก์ พรุ่งนี้ยามราตรี พบกันที่ศาลาร้างท้ายป่าไผ่’
นางไม่ได้ลงชื่อ แต่นางแนบเศษผ้าไหมสีฟ้าครามที่ตัดมาจากชุด ‘แพรไหมเมฆา’ ของหนิงเสวี่ยหรานลงไปด้วย
“ชุ่ยจู นำจดหมายนี้ไปที่โรงเตี๊ยมจิ่นหลี มอบให้ชายที่ใส่หมวกสานที่นั่งอยู่โต๊ะมุมในสุด ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด”
“เ้าค่ะคุณหนู”
เสวี่ยเวยมองดูเปลวเทียนที่สั่นไหว นางรู้ดีว่า โจวเฉิงอวี้เป็คนฉลาดและระแวงคนมาก เขาต้องจำได้แน่ว่าเศษผ้านี้มาจากชุดที่ทำให้เกิดเื่ในวัง และเขาจะต้องมาตามนัดเพื่อหาคำตอบว่าใครกันที่ล่วงรู้ความลับเื่พิษในกายของเขา
หมากกระดานนี้ หนิงเสวี่ยเวยไม่ได้เล่นเพื่อความแค้นเท่านั้น แต่นางกำลังสร้าง ‘ฐานอำนาจ’ ที่มั่นคงที่สุด
ในเวลาเดียวกัน ที่หอพระ... หนิงหย่วนโหวฮูหยินนั่งจ้องมองกองคัมภีร์ที่ถูกทิ้งไว้ข้างกาย
นางไม่ได้คัดบทสวดแม้แต่ตัวเดียว แต่นางกำลังใช้เข็มแหลมเล็กทิ่มลงไปบนตุ๊กตาผ้าที่เขียนชื่อของหนิงเสวี่ยเวย
“นังเด็กสารเลว... เ้าคิดว่ายึดอำนาจดูแลจวนไปแล้วจะชนะงั้นหรือ? รอให้หลินฉยงแต่งหรานเอ๋อร์เข้าจวนกั๋วกงเมื่อไหร่ เมื่อนั้นข้าจะกลับมาสับเ้าเป็หมื่น ๆ ชิ้น!”
อนิจจา… นางยังไม่รู้เลยว่า... ชายหนุ่มที่นางหวังจะให้เป็ที่พึ่งของบุตรสาว บัดนี้หัวใจกำลังเริ่มโอนเอนมาทาง ‘ตัวหายนะ’ ที่นางจงเกลียดจงชังเสียแล้ว
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมป่าไผ่ท้ายจวนหนิงหย่วนโหว ลมฤดูหนาวพัดผ่านกอไผ่จนเกิดเสียงเสียดสีดังสวบสาบ ราวกับเสียงกระซิบของิญญาที่เฝ้ามองดูอยู่ในความมืด
หนิงเสวี่ยเวยในชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาวกลมกลืนกับผืนหิมะ ยืนรออยู่เพียงลำพังในศาลาร้างที่ทรุดโทรม แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้าเล็กๆ ที่ดูสงบนิ่งเกินวัย
นางรู้ดีว่าเขากำลังดูอยู่... จากเงาไม้มืดมิดที่ไหนสักแห่ง
"ออกมาเถอะเพคะองค์ชายสาม หากท่านยังลังเลอยู่เช่นนี้ พิษในทรวงอกของท่านจะกำเริบขึ้นมาเสียก่อนที่จะได้เห็นหน้าผู้ส่งจดหมาย"
สิ้นเสียงของนาง ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทก็ะโลงมาจากยอดไผ่อย่างไร้เสียง
โจวเฉิงอวี้ก้าวเข้ามาในแสงจันทร์ ใบหน้าคมสันดูเ็าและระแวดระวัง ในมือของเขาคือกริชเล่มงามที่ส่องประกายวาววับ
"เ้าเป็ใคร? เหตุใดสาวน้อยอย่างเ้าถึงล่วงรู้เื่ที่แม้แต่หมอหลวงยังมิอาจตรวจพบ?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยไอสังหาร
เสวี่ยเวยไม่ได้ถอยหนี นางกลับเดินเข้าไปหาเขาจนปลายเท้าเกือบจะชนกัน
"หม่อมฉันคือคนที่ช่วยท่านในตรอกวันนั้น และเป็คนเดียวในใต้หล้า ที่รู้ว่าท่านไม่ได้ถูกลอบสังหารเพราะโชคชะตา แต่เป็เพราะท่านถูกวางพิษ 'เหมันต์' มาั้แ่อยู่ในครรภ์ฮองเฮาเพคะ"
โจวเฉิงอวี้ชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ
เื่พิษในกายเขาเป็ความลับสุดยอดที่มีเพียงเขาและฮองเฮาเท่านั้นที่รู้ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังทรงทราบเพียงว่าเขาร่างกายอ่อนแอมาแต่กำเนิด
"เ้า... เ้ารู้ได้อย่างไร!" เขากระชากข้อมือเล็กๆ ของนางไว้แน่น
"ใครส่งเ้ามา? หนิงหย่วนโหวหรือ?"
"ท่านพ่อของหม่อมฉันน่ะหรือเพคะ?" เสวี่ยเวยหัวเราะเบาๆ เป็เสียงหัวเราะที่ดูเศร้าสร้อยทว่าเย็นเยียบ
"ท่านพ่อของหม่อมฉันยุ่งอยู่กับการฝึกซ้อมทหารทุกวัน จนไม่มีเวลามาสนใจเื่การแย่งชิงราชบัลลังก์ของพวกท่านหรอกเพคะ หม่อมฉันมาที่นี่เพื่อเสนอข้อตกลง..."
นางเงยหน้าสบตาเขาอย่างเด็ดเดี่ยว
"หม่อมฉันจะช่วยท่านถอนพิษ และส่งท่านขึ้นสู่บัลลังก์ แลกกับการที่ท่านต้องเป็ 'ที่พักพิง' ให้หม่อมฉัน และช่วยหม่อมฉันบดขยี้คนพวกนั้นให้จมดิน!"
โจวเฉิงอวี้จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งทึ่ง หวาดระแวง และสงสัย
แต่ในสายตาของนางไม่มีแววตาของเด็กน้อยแม้แต่นิดเดียว แต่มันกลับเหมือนดวงิญญาที่ผ่านความตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"ข้าจะเชื่อใจเ้าได้อย่างไร?"
"ท่านไม่ต้องเชื่อใจหม่อมฉันตอนนี้ก็ได้เพคะ แต่คืนนี้ยามโฉ่ว (01.00-03.00 น.) ท่านจะรู้สึกหนาวสั่นจากกระดูกภายในหัวใจ หากท่านใช้ยาที่หมอหลวงให้มา มันจะยิ่งกระตุ้นพิษให้กำเริบเร็วขึ้น" เสวี่ยเวยหยิบขวดกระเบื้องเล็กๆ ออกมายัดใส่ในมือเขา
.
.
ไม่อยากรอ จิ้มเลยค่าาา~~~ ↓⇩↓https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTg5MTU2MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQyMDkzNCI7fQ