หน้ากากที่หลุดลอก
ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นของ 'แม่ทัพชิงหลง' ค่อยๆ ห่างออกไปจนเงียบสงัด บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองของโรงเตี๊ยมที่เคยดูอบอวลด้วยไมตรีจิตพลันเปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ 'ฟางเทียนเทียน' หญิงสาวผู้มีดวงตาเรียวสวยและกิริยาที่ดูอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองช้าๆ
นางก้าวตรงไปยังเบาะกำมะหยี่นุ่มสีแดงชาด ซึ่งมีร่างของแมวน้อยสีขาวนามว่า 'ไป่เซ่อ' นอนขดตัวนิ่งสนิทคล้ายกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา แต่ในความเป็จริง ไป่เซ่อเพียงแค่กำลัง 'แสร้งหลับ' เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์หน้าไหว้หลังหลอกผู้นี้เท่านั้น
ใบหน้าที่เคยพริมพรายด้วยรอยยิ้มละมุนของเทียนเทียน บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ นางก้มมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาหยามเหยียด
"ลูกแมวอะไรช่างน่ารังเกียจเสียจริง ดูขนแหว่งๆ นี่สิ หน้าตาก็อัปลักษณ์ไม่เจริญตา"
นางพึมพำเสียงหยัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบไร้ซึ่งความเมตตาที่เพิ่งแสดงต่อหน้าท่านแม่ทัพเมื่อครู่ มือเรียวสวยเอื้อมไปลูบไล้ชายเสื้อของตนราวกับกลัวว่ากลิ่นอายของแมวจะทำให้เสื้อผ้าชั้นเลิศของนางมัวหมอง
"ข้าควรจับเ้าโยนลงหน้าต่างดีหรือไม่? จะได้กำจัดไปให้พ้นหูพ้นตาเสียที หากท่านแม่ทัพกลับมาถามหา ข้าก็จะบอกว่าเ้าซุกซนจนะโออกไปเอง... ใครจะไปรู้ล่ะว่าแมวโง่ๆ อย่างเ้าจะตกลงไปคอหักตายหรือเปล่า"
ไม่พูดเปล่า เทียนเทียนคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของไป่เซ่ออย่างแรง แรงบีบนั้นทำให้ไป่เซ่อที่แสร้งหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ความเ็ปและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที!
ครืด!
พริบตาที่ร่างเล็กจ้อยลอยเหนือพื้นดิน ไป่เซ่อไม่ได้ยินยอมเป็เบี้ยล่างให้นางรังแกตามใจชอบอีกต่อไป! แมวน้อยสะบัดตัวสุดแรงพร้อมกับกางกรงเล็บคมกริบตะกุยเข้าที่ใบหน้าหมดจดของหญิงสาวอย่างแม่นยำ
กรงเล็บแหลมเล็กกรีดผ่านผิวขาวใสพาดผ่านโหนกแก้มขวาจนเกิดเป็รอยแดงสามเส้นเด่นชัด เืซึมออกมาเป็ทางยาวตามรอยแผล
"โอ๊ย! ไอ้แมวบ้า! แกกล้าข่วนฉันเหรอ!"
เสียงกรีดร้องด้วยความใและเ็ปดังลั่นห้อง ด้วยความใเทียนเทียนจึงเผลอปล่อยมือออกจากการเกาะกุมทันที แต่ความอำมหิตในใจสั่งให้นางเหวี่ยงเท้าเตะเข้าใส่ร่างของไป่เซ่ออย่างเต็มแรงในขณะที่แมวน้อยกำลังจะตกลงสู่พื้น!
ปึก! โครม!
ร่างเล็กกระเด็นไปปะทะกับประตูไม้บานใหญ่เสียงดังสนั่น
"เมี๊ยว! (จุกเป็บ้าเลย!)"
ไป่เซ่อร้องครางออกมาอย่างน่าสงสาร ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเ็ปที่ซี่โครงและหน้าท้อง เขานึกด่านางผู้หญิงใจร้ายผู้นี้ในใจอย่างอาฆาต หากนางโยนเขาลงจากชั้นสามของโรงเตี๊ยมจริงๆ มีหรือที่แมวตัวเล็กเท่านี้จะรอดชีวิตมาได้ แถมฝีเท้าของนางยังหนักหน่วงเสียจนเขานอนจุกจนแทบหายใจไม่ออกอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ
ปัง!
ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง! ร่างสูงสง่าในชุดเกราะเบาของชิงหลงปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แววตาของเขาคมกริบและเ็าดุจน้ำแข็งขั้วโลก
ความจริงแล้วเขาไม่ได้ไปไหนไกล แต่กลับยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกั้แ่วินาทีแรกที่ก้าวพ้นห้องไป รู้อยู่แล้วว่าสตรีผู้นี้มีหน้ากากกี่ชั้น และเขาก็ได้รับรู้ความจริงทั้งหมดด้วยหูและตาของตนเอง
แม่ทัพหนุ่มไม่ได้ปรายตามองหญิงสาวที่กำลังโวยวายเลยแม้แต่น้อย เขาปรี่เข้าไปช้อนร่างของไป่เซ่อขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม ก่อนจะตวัดสายตาคมปลาบมองเทียนเทียนราวกับจะสังหารนางเสียตรงนั้น
ฟางเทียนเทียนสะดุ้งสุดตัว ความโกรธแค้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกินใจ นางรีบใช้มือกุมแผลบนใบหน้าที่เริ่มมีเืไหลซึม ก่อนจะบีบน้ำตาหยดใสให้คลอหน่วย ร่ำไห้สะอึกสะอื้นหวังป้ายสีแมวน้อยในอ้อมกอดเขา
"ท่านแม่ทัพ! ฮือ... แมวน้อยตัวนี้อยู่ดีๆ ก็พุ่งเข้ามาข่วนหน้าข้า ข้าเจ็บเหลือเกินเ้าค่ะ ท่านต้องจัดการฆ่ามันให้ข้านะเ้าคะ! มันเป็สัตว์เดรัจฉานที่ดุร้ายเกินไปแล้ว!"
แววตาที่นางมองลอดผ่านง่ามนิ้วมายังแมวในอ้อมกอดนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด
"เ้าทำอย่างไร... ไป่เซ่อถึงได้ข่วนหน้าเ้าได้?"
น้ำเสียงของชิงหลงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขารู้อยู่เต็มอกว่านางคิดจะทำเื่อัปยศอย่างการโยนแมวลงจากหน้าต่าง
"ข้า... ข้าเพียงเห็นว่ามันน่ารัก จึงอยากอุ้มขึ้นมาเล่นด้วยความเอ็นดูเท่านั้น แต่มันกลับไม่รู้ความ ข่วนหน้าข้าจนเสียโฉมเช่นนี้ ท่านแม่ทัพต้องให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วยนะเ้าคะ"
"เมี๊ยว! (โกหก! นังผู้หญิงอำมหิต เ้าจะฆ่าข้าต่างหาก!)"
ไป่เซ่อส่งเสียงประท้วงสู้ตาย ข่วนลมข่วนอากาศคล้ายจะบอกชิงหลงว่าอย่าไปเชื่อคำลวงของนาง
"ข้าขอโทษแทนแมวของข้าด้วย มันคงใคนแปลกหน้าถึงได้ทำร้ายเ้า" ชิงหลงกล่าวเสียงเรียบ แม้ใจจริงอยากจะกระชากหน้ากากนางออกมาเดี๋ยวนี้ แต่การนิ่งสงบย่อมเป็กลยุทธ์ที่ดีกว่า
"ตายแล้ว! แผลนี้จะเป็รอยเป็หรือไม่! ใครก็ได้รีบไปตามท่านหมอมาด่วน!"
แม่สื่อที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาเห็นเหตุการณ์ถึงกับร้องเสียงหลง นางหน้าถอดสีประหนึ่งจะเป็ลมเมื่อเห็นใบหน้าของบุตรสาวท่านคหบดีผู้มั่งคั่งมีมลทิน หากความงามของเทียนเทียนพังทลายลง งานวิวาห์ที่หวังไว้ย่อมหลุดลอย และนางอาจต้องรับผิดชอบที่ดูแลคุณหนูผู้นี้ไม่ดีพอ
แม่ทัพหนุ่มกระชับร่างแมวน้อยไว้แน่น เขาสังเกตเห็นแววตาอาฆาตของเทียนเทียนที่แอบส่งมาให้ไป่เซ่อเป็ระยะๆ
เมื่อท่านหมอมาถึงและทำการตรวจแผลอย่างละเอียด ความตึงเครียดในห้องจึงเริ่มคลายลง "าแไม่ได้ลึกมากนักขอรับ เพียงแค่ิัชั้นนอกขาดไป ทายาและขี้ผึ้งลดรอยก็จะหายสนิทภายในสามวัน แต่่นี้ต้องระวังห้ามแผลโดนน้ำโดยเด็ดขาด"
ชิงหลงล้วงหยิบตลับขี้ผึ้งสีหยกขาวออกมาจากอกเสื้อ "ขี้ผึ้งลบรอยนี้ข้ามอบให้แม่นาง..."
เขายื่นส่งให้นางด้วยท่าทีสุภาพ ที่เขาทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะนึกพิศวาสหรือห่วงใยในตัวนางแม้แต่น้อย แต่เขารู้ดีว่าหากดวงิญญาของไป่เซ่อต้องกลับเข้าไปอยู่ในร่างของสตรีผู้นั้นจริงๆ (ตามที่เขาสงสัย) 'เธอ' ย่อมไม่ปรารถนาจะมีรอยแผลเป็บนใบหน้าอย่างแน่นอน
"ขอบพระคุณเ้าค่ะท่านแม่ทัพ"
เทียนเทียนยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ออกมารับขี้ผึ้งตลับนั้น เมื่อเปิดดูและได้กลิ่นหอมกรุ่นที่จรุงใจนางก็ลุ่มหลงทันที ััและกลิ่นเช่นนี้มีเพียงของจากหมอหลวงในวังเท่านั้นที่จะทำได้
"ในเมื่อแม่นางปลอดภัยแล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับจวนก่อน"
ชิงหลงไม่รอคำคัดค้าน เขาอุ้มไป่เซ่อเดินออกจากโรงเตี๊ยมไปทันที ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความกดดันที่ยังหลงเหลืออยู่
คล้อยหลังเพียงครู่เดียว แม่สื่อที่ยืนตัวลีบอยู่ก็รีบถลันเข้าไปประจบประแจงเทียนเทียนทันที
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะคุณหนูเทียนเทียน ท่าทางท่านแม่ทัพจะพึงใจคุณหนูมากนะเ้าคะ ดูสิ... ถึงขนาดมอบขี้ผึ้งล้ำค่าให้ด้วยตนเองเช่นนี้" แม่สื่อยิ้มจนตาปิด การจับคู่ครั้งนี้ต้องสร้างลาภยศและรายได้ให้นางมหาศาลเป็แน่
"ท่านแม่ทัพรูปงามเหลือเกิน ทั้งยังสุภาพต่อข้ายิ่งนัก..." เทียนเทียนพึมพำพลางลูบตลับยา "เขามอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้ข้าด้วยมือตัวเอง"
"นั่นสิเ้าคะ ขี้ผึ้งจากวังหลวงเช่นนี้จะหาที่ไหนได้อีก ท่านแม่ทัพต้องมีใจให้คุณหนูอย่างแน่นอน! ถึงขนาดทนไม่ได้ที่เห็นคุณหนูเจ็บตัว"
"คงเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ..."
เทียนเทียนเผยยิ้มละมุน แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เปลี่ยนเป็ความกระหายในอำนาจและความทะเยอทะยาน 'ข้าจะได้เป็ฮูหยินแม่ทัพแล้วสินะ ตำแหน่งที่สตรีทั่วทั้งเมืองใฝ่ฝัน กำลังจะตกเป็ของข้า'
นางหลงระเริงไปกับรูปโฉมและความใส่ใจที่ตนเองมโนภาพขึ้นมาเอง จนหลงลืมความเ็ปที่ใบหน้า และลืมเลือนความจริงที่ว่า... สายตาของแม่ทัพชิงหลงที่มองนางเมื่อครู่นั้น ไม่ได้มีร่องรอยของความรักอยู่เลยแม้แต่น้อย
.........................