เป็อย่างที่คิดฮูหยินผู้เฒ่ากับแม่นมอวี๋เริ่มแสดงฉากะเือารมณ์อย่างการพบเจอกันของนายบ่าวแม่นมอวี๋เอ่ยด้วยท่าทางอ่อนโยนและมีเมตตาภายใต้สายตาของทุกคน “ทุกท่านลำบากแล้วหมู่บ้านการเกษตรของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ใกล้ๆ นี้เอง คืนนี้ทุกท่านไปพักแรมที่หมู่บ้านเถิด”
เห็นได้ชัดว่านางบอกเื่นี้กับหลิวขุยแล้วทว่าเหตุผลที่ต้องป่าวประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ก็เพื่อให้พวกเขาจดจำน้ำใจของฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้
กลยุทธ์นี้ได้ผลดีนักมีคนกล่าวขอบคุณฮูหยินผู้เฒ่าทันที ถึงอย่างไรหากมีหลังคาที่กันลมฝนได้จะมีผู้ใดอยากนอนกลางแจ้งกันเล่า?
ในเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่ายืดหลังตรงราวกับเทวรูปที่ได้รับการบูชาจากฝูงชนผู้ศรัทธาดูสูงส่งราวกับไม่มีโซ่ตรวนคอยล่ามนางเอาไว้
ส่วนแม่นมอวี๋กวาดตามองทุกคนทว่าเมื่อมองหลินเสวี่ยจู๋ แววตากลับเผยความเหยียดหยามและยั่วยุ
หลินเสวี่ยจู๋มองนางด้วยสีหน้าสงบนิ่งแววตาไม่เผยอารมณ์ใดๆ ไม่นานแม่นมอวี๋ก็เบนสายตาออกไป พลางครุ่นคิด
‘เกิดอันใดขึ้น? ความน่าเกรงขามของข้าหายไปแล้วหรือ? เหตุใดข้าถึงรู้สึกราวกับพ่ายแพ้ให้เด็กสาวผู้นี้!’
แม่นมอวี๋มองไปทางฮูหยินผู้เฒ่าอย่างไม่เข้าใจแต่ในเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงเพลิดเพลินกับการได้รับความซาบซึ้งใจจากผู้คนอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของแม่นมอวี๋ นางจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทน
‘เด็กสาวน่าตายผู้นี้! รอให้ถึงหมู่บ้านการเกษตรเสียก่อนเถิด!’
ขณะที่คิดก็เห็นหลินเสวี่ยหลานเดินตรงมาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แม่นมอวี๋เปลี่ยนท่าทางเป็มีเมตตาทันที“คุณหนูใหญ่ของบ่าว!” ก่อนจะรวบหลินเสวี่ยหลานเข้ามาในอ้อมแขน
ตอนนี้กัวซื่อวิ่งไปยืนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าราวกับสุนัขรับใช้แล้วประคองแขนนางไว้อย่างสนิทสนม
หลินเฉิงคุนรู้สึกราวกับเพิ่งได้กินอาหารดีๆร่างกายมีแรงขึ้นมาทันที
นอกจากไม่กี่คนนี้ที่แสดงออกมากเกินไปพฤติกรรมของคนอื่นนับว่าปกติ
หลินเสวี่ยจู๋เดินกลับมาที่ท้ายขบวนแล้วเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ทุกคนฟังคร่าวๆคนอื่นล้วนมีท่าทีปกติ มีเพียงหลินเฉิงเหยาเท่านั้นที่แค่นเสียงดูแคลน
หลินเสวี่ยจู๋จับท่าทีของท่านอาได้นางลอบยิ้มทว่าไม่ได้พูดอะไร
เวลาราวหนึ่งก้านธูปทุกคนก็มาถึงหมู่บ้านการเกษตร
หลินเสวี่ยจู๋มองไปยังพื้นที่สำหรับเพาะปลูกทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังเรือนรวมถึงลานเล็กๆ ที่ดูเรียบง่ายทว่าสง่างามที่อยู่ตรงกลาง แล้วอดไม่ได้ที่จะลอบชื่นชมอยู่ในใจ‘หมู่บ้านการเกษตรแห่งนี้แต่ละปีคงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากเป็แน่’
หลินเฉิงคุนมีนิสัยฟุ่มเฟือยการที่ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงเก็บทรัพย์สินเช่นนี้ไว้ได้ ดูเหมือนนางจะใช้สมองไปไม่น้อยเลยจริงๆ
น่าเสียดายที่นางไม่สามารถขโมยหมู่บ้านแห่งนี้ได้
หลินเสวี่ยจู๋ไม่พูดไม่จานางเดินเข้ามาในลานเล็ก พลางเหลือบมองแม่นมอวี๋ที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดแจงสิ่งต่างๆด้วยสายตาเ็า
แม้ว่าใบหน้าของหลิวขุยจะประดับไปด้วยรอยยิ้มแต่กลับไม่ลดการป้องกันลง เขาส่งคนมาจับตามองการจัดสรรห้องพักของแม่นมอวี๋อย่างใกล้ชิด
แน่นอนว่าห้องพักที่จัดสรรให้ผู้คุมเข้าพักย่อมดีที่สุดครอบครัวของฮูหยินผู้เฒ่าถูกจัดสรรให้อยู่ในห้องที่สงบที่สุด นักโทษคนอื่นๆรวมถึงพวกหยวนซิวล้วนได้รับห้องพักที่เหมาะสมสุดท้ายเหลือเพียงครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋เท่านั้น
แม่นมอวี๋คลี่ยิ้มอย่างเสแสร้ง “นายท่านรอง ต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะไม่มีห้องพักเหลือแล้วจริงๆ พวกท่านนอนเบียดในเรือนเก็บฟืนได้หรือไม่?”
เมื่อหลินเฉิงจางได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีเฉยเมย ไม่้าพูดอะไรต่อแม้สักประโยค
หลายปีที่ผ่านมาเขาระลึกถึงพระคุณของบิดายามที่ยังมีชีวิตอยู่มาตลอด เขาจึงดูแลครอบครัวสกุลหลินสายหลักโดยไม่คำนึงถึงความแค้นในอดีต ไม่คาดคิดว่าเมื่อเขาลำบาก คนเ่าั้จะมีท่าทางเช่นนี้แม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวัง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวัง
แม่นมอวี๋คร้านที่จะซ่อนความร้ายกาจบนสีหน้าทั้งยังจงใจขึ้นเสียง “เช่นนั้นบ่าวจะพานายท่านรองไปที่เรือนเก็บฟืนด้วยตนเองเ้าค่ะ”
นางทำเช่นนี้เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ให้ความสำคัญกับพวกหลินเฉิงจาง หากผู้ใดคิดที่จะประจบประแจงย่อมคิดได้ว่าควรจะประจบประแจงผู้ใด
น่าเสียดายที่หลินเสวี่ยจู๋ไม่นำเื่นี้มาใส่ใจนางอยากบอกแม่นมอวี๋ว่าการต่อสู้ที่เคยเกิดขึ้นในจวนย่อมไม่เกิดขึ้นขณะถูกเนรเทศ
เนื่องจากการต่อสู้ในจวนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากคนที่กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำทว่านักโทษที่ถูกเนรเทศต่างออกไป แม้แต่ข้าวยังกินไม่อิ่ม แล้วผู้ใดจะมีแรงเหลือทำเื่เช่นนั้น!
แม่นมอวี๋คิดไปเองว่าแผนการของตนเองแยบยลนักนางเดินนำพวกเขาไปยังเรือนเก็บฟืนที่ทรุดโทรมอย่างลำพองใจ
หลินเสวี่ยจู๋ทำได้เพียงทอดถอนใจแก่ถึงเพียงนี้กลับไร้เดียงสานัก ช่างเป็เด็กน้อยเสียจริง!
เพื่อป้องกันไม่ให้คนหลบหนีผู้คุมจึงนำโซ่ออกมามัดครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋ไว้ด้วยกัน แล้วคล้องไว้กับระแนงไม้ที่หน้าต่างของเรือนเก็บฟืน
แม่นมอวี๋พึงพอใจกับการกระทำนี้ยิ่งนักกระทั่งคิดไปเองว่าตนเองอยู่เหนือคนเหล่านี้
นางเอ่ยวาจากับเหล่าผู้คุมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นมากขึ้นเรื่อยๆกระทั่งกล่าวออกมาว่า ‘ลำบากแล้ว’
หลินเสวี่ยจู๋หงุดหงิดนางไม่อยากชมละครของแม่นมอวี๋แล้ว นางจึงส่งจิตสำนึกเข้าสู่มิติเพื่อหาเครื่องมือปลดโซ่
หลังจากผู้คุมลงกลอนประตูแล้วจากไปนางก็หยิบเข็มเงินออกมาจากอ้อมอกเล่มหนึ่ง แล้วใช้เข็มเงินนั้นปลดโซ่อย่างง่ายดายท่ามกลางสายตาประหลาดใจและตกตะลึงของทั้งครอบครัว
จากนั้นนางก็กวาดตามองทุกคนอย่างเฉยเมย“เร่งมือเร็ว ไม่อย่างนั้นตอนกลางคืนจะไม่มีที่ให้นอน”
เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ตอบสนองนางก็สาธิตให้ดูทันที นางหอบมัดฟืนขึ้นมาจากกองฟืนแล้ววางลงบนพื้นทีละมัด
ไม่มีห้องพักหรือ? ไม่เป็ไร นางสร้างเสื่อทาทามิเองได้มีไม้มากมายถึงเพียงนี้ยังต้องกังวลว่าจะไม่มีที่นอนอีกหรือ?
เมื่อเห็นการกระทำของหลินเสวี่ยจู๋คนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือทันที
เมื่อหลินเสวี่ยจู๋เห็นต่างคนต่างขนฟืนอย่างไม่มีระเบียบแบบแผนจึงรีบร้องบอกให้หยุดมือ
ถึงอย่างไรประสิทธิภาพในการทำงานย่อมขึ้นอยู่กับการจัดสรรงาน
นางจึงแบ่งงานทันที นางมอบหมายให้หลินเฉิงจางกับหลินเฉิงเหยารับผิดชอบในการขนฟืนเหวินซิ่วชิง เจี่ยงฉีซวง แม่นมหม่าและชุ่ยเอ๋อร์รับผิดชอบในการส่งฟืน ส่วนนางหลินเจียย่วนและหลินอวี่เซวียนรับผิดชอบในการปูพื้น
ด้วยวิธีนี้ ทุกคนจึงยืนเรียงแถวอยู่ในเรือนเก็บฟืนอันคับแคบแต่ละคนปฏิบัติหน้าที่ของตน ค่อยๆ ร่วมมือกันโดยปริยาย
เจี่ยงฉีซวงเริ่มพูดหยอกล้อเมื่องานในมือเริ่มน้อยลง“หลานสาวสมองเล็กๆ ของเ้าช่างเฉลียวฉลาดจริงๆ กลอุบายก็มากมาย เ้าเรียนรู้จากผู้ใดกัน?”
คำกล่าวนี้ราวกับเอ่ยถามแทนทุกคนหลายวันมานี้พวกเขาเห็นหลินเสวี่ยจู๋คิดแผนการมากมาย ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนยิ่งนักทำให้พวกเขาสงสัยว่านางเรียนรู้จากผู้ใดกันแน่ เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยปากถามให้ชัดเจนทำให้พวกเขาอึดอัดแทบแย่แล้ว
ในที่สุดตอนนี้ก็มีคนถามแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะยังทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่หยุด แต่ทุกคนก็ตั้งสมาธิและกลั้นหายใจรอฟังว่าหลินเสวี่ยจู๋จะตอบอย่างไร ทว่าอันที่จริงหลินเสวี่ยจู๋เตรียมคำตอบไว้นานแล้ว
เมื่อได้ยินคำถามนี้ก็เพียงทำท่าลำพองใจ “พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่าสามีข้าคือผู้ใด? สามีข้าคือแม่ทัพใหญ่ที่ทำหน้าที่ปกป้องแคว้น ทำศึกมาแล้วทุกทิศเขาอายุยังน้อยก็ได้เป็แม่ทัพแล้ว เพราะฉะนั้นจะเป็คนธรรมดาได้หรือ? ข้าเพียงอ่านบันทึกที่เขาเขียนตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้าเป็แม่ทัพไปครึ่งตัวแล้วปัญหาเล็กน้อยที่พวกเราพบจะนับเป็อันใดได้อีก?”
แพะรับบาปหมายเลขสองที่ต้องรับผิดชอบเวลานางทำเื่แปลกประหลาดได้ปรากฏตัวแล้ว!
.............................