บทที่ 24
พู่กันนึกคิด
แผ่นกระดาษความยาวเท่าโต๊ะถูกวางเอาไว้บริเวณด้านหน้า พู่กันหยกภายในมือยกขึ้นมา
จางหยวนกำลังจะลงมือทดสอบความสามารถของพู่กันหยกหมึกสีดำแต้มอยู่บริเวณปลายพู่กัน
จางหยวนภายในใจคาดหวังเป็อย่างมากว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันจะดีเยี่ยม
ดวงตาพับปิดลงพู่กันหยกยื่นไปด้านหน้าััลงกระดาษที่วางเตรียมเอาไว้
ภาพภายในหัวเริ่มนึกคิดอย่างรวดเร็ว เริ่มทำการนึกคิดเกี่ยวกับภายภายในจินตนาการออกมา
ภาพที่จางหยวนนึกคิดภายในหัวมันคือภาพของเทือกเขาขนาดใหญ่ที่เป็ความงดงาม
เมื่อลองนึกคิดถึงภาพนั้น ของวิเศษที่อยู่ภายในมือเริ่มทำงาน มันเริ่มส่องแสงประกายสว่างไสวพลังิญญาออกมา
ก่อนที่ตัวของพู่กันหยกมันจะขยับไปเองโดยที่ไม่ได้เคลื่อนไหวฝ่ามือ
มันขยับเขยื้อนไปมาอย่างรวดเร็วจางหยวนเองก็ไม่สามารถััได้ว่ามันกำลังเคลื่อนไหวอยู่
ความรู้สึกภายในหัวยามนี้กำลังจดจ่อกับทัศนียภาพที่งดงามภายในหัวให้มันสมบูรณ์มากที่สุด
รายละเอียด ความคิด จิติญญา ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่งานศิลปะจำเป็จะต้องมี
ผ่านไปสักพักภาพภายในหัวเริ่มชัดเจนมากขึ้นพู่กันหยกเองก็บรรจงว่าตามความคิดอย่างน่าสะพรึง
ผ่านไปสักพักนึงดวงตาที่กำลังพับปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมาจางหยวนพบเห็นสิ่งที่ตนเองนั้นไม่คาดคิดมาก่อน
ผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันดีเยี่ยมมากกว่าที่คิดเอาไว้ บนแผ่นกระดาษที่มีขนาดความยาวประมาณ 1โต๊ะยามนี้มันไม่ใช่แผ่นกระดาษที่ว่างเปล่าอีกแล้ว
บนตัวของแผ่นกระดาษเต็มไปด้วยภาพเทือกเขาที่งดงามถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยน้ำหมึกสีดำ
เทือกเขาขนาดใหญ่ที่มีนกอินทรีย์บินผ่าน มันเป็งานศิลปะที่งดงามจริงๆ ภาพที่ปรากฏออกมาให้เห็นมันไม่ได้แตกต่างจากภาพภายในหัวเลย
ผลลัพธ์ที่มันได้ออกมาในตอนนี้กล่าวได้ว่ามันเป็ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน มันดีกว่าที่เขาคิดเอาไว้ซะอีก
ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบกับเ้าของสิ่งนี้มีคุณสมบัติไม่แพ้พวกเครื่องพิมพ์3 มิติเลยสักนิด
“ ยอดเยี่ยมไปเลยไม่คิดมาก่อนว่ามันจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดีเยี่ยมขนาดนี้ ”จางหยวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก
ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความตกตะลึงผลลัพธ์ที่มันได้ออกมาดีเยี่ยมกว่าที่คิดเอาไว้นี่มันเทียบเท่าได้กับงานศิลปะชั้นยอดเลยทีเดียว
หลังจากที่รังสรรค์งานจิตรกรรมออกมาได้สำเร็จในขณะที่จางหยวนกำลังนั่งมองมันด้วยความตื่นตระหนก
หย่งคังเดินเข้ามาบริเวณด้านใน ดวงตาของคนผู้นั้นมองตรงมายังบนโต๊ะที่มีแผ่นกระดาษวางเอาไว้
เมื่อมองตรงมาที่แผ่นกระดาษแผ่นนั้นดวงตาเบิกกว้างขึ้น “หื้ม… เ้ามีพร์ในด้านนี้ด้วยงั้นหรือ? ”
หย่งคังมองเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าภาพวาดที่ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะมีความงดงามเพียงใด
มันทั้งลึกลับ งดงาม และดูสมจริง องค์ประกอบทุกอย่างที่ควรจะมีล้วนแล้วถูกรวมเอาไว้ภายในทั้งหมด
จางหยวนหันไปเล็กน้อยมองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจากนั้นก็พูดขึ้นมา “ ข้าก็พอจะเรียนรู้วิชาวาดภาพมาบ้าง ”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่แววตาในตอนนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เขาแสร้งโกหกออกไปแน่นอนอยู่แล้วบอกคนพูดในเื่ของวิเศษชิ้นนี้ก็คงจะไม่ดีนัก
มันเป็ของวิเศษที่ยอดเยี่ยมจริงๆเพียงแค่คิดภาพภายในหัวของตนเองมันก็วาดออกมาเป็รูปร่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หย่งคังเดินเข้ามาใกล้ๆให้ดวงตามองด้วยความสนอกสนใจก่อนที่จะพูดขึ้นมา“ ดูดีเป็อย่างมากมองดูแล้วถ้างานเช่นนี้ไปตั้งขายภายในร้านดีๆคงจะขายได้หลายตำลึง ”
จำนวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นภายในหัวก็ปรากฏความคิดบางอย่างขึ้นมา
จริงอยู่ว่าภายในยุคสมัยนี้มันเป็ยุคสมัยที่การค้ากำลังรุ่งเรืองและกำลังจะพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ยุคสมัยใหม่
ทว่านอกจากการค้าที่รุ่งเรืองมันก็มีอีกหนึ่งอย่างที่รุ่งเรืองเช่นเดียวกัน
งานวรรณกรรม โดยภายในยุคสมัยนี้งานวรรณกรรมกำลังก้าวหน้าผู้คนมากมายชื่นชอบวรรณกรรมและก็ต่างพากันชื่นชม
โดยผู้คนมากมายที่ชื่นชอบและชื่นชมวรรณกรรมมันเองก็รวมไปถึงพวกเศรษฐีหรือว่าคนชั้นสูงด้วยเช่นเดียวกัน
บางทีถ้ามีเ้าสิ่งนี้เขาอาจจะสามารถหาเงินจากมันได้ก็ได้
ภายในหัวปรากฏความคิดเหมือนมากมาย ล้วนแล้วเป็ความคิดที่แสวงหาเงินเข้ากระเป๋าของตนเองทั้งสิ้น
“ ท่านหย่งคังข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าถ้านำเอางานนี้ไปขายถ้าสามารถได้ราคาสักเท่าไหร่?” จางหยวนหันไปหาถาม
หย่งคังแสดงใบหน้าว่างเปล่าแล้วก็พูดสวนขึ้นมา “แน่นอนว่าไม่รู้ราคา ถึงอย่างไรเสียข้าเองก็เป็เพียงแค่พรานป่า ”
“ ถ้าอยากจะรู้ราคาที่แน่นอนเกรงว่าคงจะต้องให้พวกบัณฑิตหรือไม่ก็พวกจิตรกรเป็คนประเมิน”
หย่งคังแม้ว่าจะเติบโตภายในเมืองนี้มันนานแต่เขาก็สนใจเพียงแค่งานล่าสัตว์ที่เป็งานของตนเองเท่านั้น
มองเห็นงานวรรณกรรมชิ้นเอกเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีค่ามากน้อยเพียงใด เพราะแบบนั้นจึงไม่กล้าประเมินออกมาเกรงว่าตนเองนั้นจะประเมินผิดพลาด
จางหยวนก้มหน้าคิดเล็กน้อย “ ข้ารู้แล้วจะทำอย่างไรดี ”
ภายในตอนนี้ในหัวปรากฏความคิดที่น่าสนใจขึ้นมาจนมุมปากทั้งสองข้างยกยิ้มขึ้น
….
วันถัดมา
ณ จวนตระกูลโม่
ยามเช้าของวัน
พ่อบ้านตระกูลโม่เดินทางออกมาบริเวณด้านนอกห้องพักของตนเอง เมื่อมันก้าวเดินออกมาจากห้องพักของตนเองก็มีบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
บ่าวรับใช้ผู้นั้นเดินเข้ามาและหยุดลงบริเวณด้านหน้าก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยรายงาน“ เรียนท่านพ่อบ้านเมื่อเช้ามีคนฝากของสิ่งนี้มาให้ขอรับ ”
มันพูดออกมาพร้อมกับยกม้วนกระดาษม้วนหนึ่งที่ถูกม้วนเก็บเอาไว้เป็อย่างดีขึ้นมา
พ่อบ้านตระกูลโม่แสดงใบหน้าสงสัยแล้วเอ่ยถามกลับไป“ผู้ใดเป็คนฝากมาให้ “
“ เรียนท่านพ่อบ้านเขาบอกว่าชื่อจางหยวนอยากจะมอบสิ่งนี้ให้เป็ของกำนันเพื่อขอบคุณในการซื้อขายที่ดิน “
เมื่อได้ยินชื่อของจางหยวนพ่อบ้านตระกูลโม่ยื่นมือออกไปเล็กน้อยรับมันเอาไว้แล้วก็ดึงกลับมา
รับมันอยู่ภายในมือก็ลองเปิดดูแผ่นกระดาษแผ่นนั้นด้วยความสงสัย
เมื่อแผ่นกระดาษแผ่นนั้นถูกกลางออกสิ่งที่มันปรากฏให้เห็นก็คือภาพวาดอันวิจิตรที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยความตั้งใจ
พ่อบ้านโม่ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกในฐานะที่มันเป็พ่อบ้านของตระกูลนี้ผู้เป็นายของมันก็ชื่นชอบงานศิลปะอยู่ไม่น้อย
เพราะแบบนั้นมันเป็ผู้ที่ต้องคัดสรรงานศิลปะหลากหลายชนิดให้กับผู้เป็นายของตนเองในตอนนี้เมื่อมามองเห็นงานศิลปะที่อยู่ภายในมือรู้สึกถึงความงดงาม
“ ภาพวาดนี่มันอะไรกันงดงามและก็ยังมีจิติญญาที่ซ้อนเร้นอยู่ด้านในงานศิลปะเช่นนี้นายท่านต้องชอบอย่างแน่นอน ”
หลังจากที่มันพูดจบก็พับงานศิลปะภายในมือเก็บเอาไว้อย่างบรรจง
….
ส่วนผักิญญาที่กำลังลงมือลงเเรงปลูกสวนรอบใหม่อยู่ในตอนนี้
จางหยวนและหย่งคังลงมือทำอย่างรวดเร็วโดยที่มีเด็กฝาแฝดทั้งสองเป็คนช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ
เมื่อมีจำนวนคนช่วยงานเพิ่มมากขึ้นเพียงแค่ทำสวนเหล่านี้วันหนึ่งก็สามารถทำได้เสร็จสิ้น หลังจากนั้นอีกหกวันก็ใช้เวลาในการดูแลทะนุถนอมพวกมัน
่พักกลางวันแสงอาทิตย์เจิดจ้าส่องแสงสว่างไสวแผ่ซ่านความร้อนระอุ พวกเขานั่งพักอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านที่มีร่มเงาต้นไม้ขนาดใหญ่คอยบดบัง
หย่งคังที่นั่งอยู่นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามขึ้นมา “ จริงสิงานศิลปะนั้นตัวของเ้าเอาไปที่ใดแล้วไม่เห็นอยู่ด้านในเลย”
จางหยวนยิ้ม “ ตอนนี้ข้าส่งมอบให้คนที่ชื่นชอบศิลปะไปแล้ว ”
.” หื้ม? “.หย่งคังแสดงใบหน้าประหลาดใจพลางกับคิดว่าคนหนุ่มผู้นี้นับวันยิ่งมีความคิดแปลกประหลาดไปเรื่อยๆ
“ รอดูไปอีกสักหน่อยเถอะไม่แน่อาจจะมีคนมาติดต่อข้าเร็ววัน”
จบบท