ท่ามกลางผืนทรายสีแดงอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่และกระแสลมทะเลทรายที่พัดโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนฝุ่นทรายปลิวว่อนปะทะกับกำแพงหินแกร่งเสียงดังซัดสาด คาริมและทาริกได้ตัดสินใจอย่างเร่งด่วนที่สุดในการพาร่างอันบอบบางของฉันและทารกฝาแฝดข้ามชาติคู่ยาก หลบหนีความวุ่นวายและกลิ่นอายอันตรายในตัวเมืองดูไบเพื่อเดินทางมาเก็บตัวที่ "วิลล่าป้อมปราการทรายดูไบ" (The Desert Fortress) คฤหาสน์หินทรายโบราณกึ่งโมเดิร์นขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเนินทรายแห้งแล้ง ห่างไกลพิกัดตัวเมืองหลวงและผู้คนหลายสิบกิโลเมตร
ป้อมปราการทรายแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยแนวกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กหนาสามชั้น มีหอคอยรักษาการณ์และป้อมยามติดอาวุธปืนกลหนักของกองกำลังทหารพิเศษส่วนตัวของชีคคาริมคอยเฝ้าระวังภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พร้อมด้วยระบบเซ็นเซอร์ป้องกันภัยและตรวจจับความเคลื่อนไหวขั้นสูงสุดของกองทัพ แม้ว่าที่นี่จะมีความปลอดภัยสูงและห่างไกลพิกัดจากพวกสายสืบหรือนักสืบเอกชนของซาเมียร์ แต่ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเงียบเหงา วังเวง ขึงขัง และเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตึงเครียดจนหัวใจของฉันกังวลและวุ่นวายใจแทบไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดทั้งวัน
บ่ายวันนั้น... ฉันนอนเอนกายอยู่บนเตียงนอนหนานุ่มขนาดใหญ่ที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีเข้มภายในห้องนอนหลัก ม่านหน้าต่างกว้างใหญ่ถูกแง้มเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นทิวทัศน์ของทะเลทรายสุดลูกหูลูกตาที่กำลังถูกลมพายุทะเลทรายหมุนวนพัดผ่านอย่างน่ากลัว ฉันนั่งโอบกอดประคองทารกน้อยแฝดทั้งสองคนไว้แน่นแนบอกอวบอัดคัพ E ร่างกายของสาวแม่ลูกอ่อนยังคงสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและขวัญเสียหลังจากได้ยินข่าวร้ายเรื่องการฟ้องร้องคดีสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรจากซาเมียร์ น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบอาบแก้มใสและร่วงหล่นลงโดนแก้มป่องสีชมพูนุ่มนิ่มของทารกน้อยทั้งสองคนในอ้อมอกอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
"ไม่นะลูก... แม่ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากหนูไปจากอกเด็ดขาด... แม่จะปกป้องพวกหนูด้วยชีวิตทั้งหมดที่แม่มี..." ฉันพึมพำร้องไห้สะอื้นกุมมือน้อยๆ ของเด็กแฝดชายหญิง ร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวอวบอัดเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลอมชมพูคัดตึงหน้าอกจนน้ำนมแม่ซึมชื้นเสื้อคลุมผ้าไหมบางเบา ยิ่งมองดูลักษณะเด่นของลูกทั้งสองที่ถอดแบบมาจากคาริมและทาริกอย่างละคน ฉันก็ยิ่งรัก ห่วงใย และหวงแหนพวกเขาจนสุดจิตสุดใจ ไม่อาจยอมรับได้เลยหากสายใยครอบครัวของพวกเราสามคนผัวเมียต้องถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของปีศาจร้ายอย่างซาเมียร์
คาริมและทาริกยืนประชุมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดตึงเครียดอยู่ริมประตูห้องนอน ทาริกในชุดรัดรูปสีดำขรึมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มืออีกข้างแตะปืนกลพกข้างกายไว้ตลอดเวลา ส่วนคาริมในชุดโต๊บสีขาวปักดิ้นทองหรูหราเดินพรูเข้ามาช้าๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างฉัน แววตาคมเข้มดุดันของราชาอาหรับฉายแสงกร้าวด้วยโทสะร้ายทว่าแฝงความปวดร้าวลึกๆ ยามเห็นเมียรักต้องหลั่งน้ำตาและสั่นเทาด้วยความกลัว
"ฉันจะตัดหัวไอ้สารเลวทุกตัวที่กล้าแส่เรื่องนี้! มะนาว... ไม่มีกฎหมายหรือศาลหน้าไหนในดูไบที่มีสิทธิ์มาลากตัวทายาทของฉันออกไปจากป้อมทรายแห่งนี้ได้ทั้งนั้น! ฉันจะบดขยี้พวกมันให้เป็นผุยผง!" คาริมคำรามเสียงทุ้มต่ำและพรมจูบซับน้ำตาที่พวงแก้มของฉันอย่างแสนรัก มือหนาโอบกระชับไหล่บางของฉันไว้เคียงข้างอกแกร่งของเขา
ทาริกก้าวเท้าเข้ามายืนข้างเตียง แววตาคมกริบของบอดี้การ์ดยักษ์ใหญ่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "มาดามครับ... อย่าร้องไห้เลยครับ ผมสาบานด้วยเกียรติและชีวิตของผมว่าจะไม่มีวันปล่อยให้ซาเมียร์หรือใครหน้าไหนแตะต้องคุณและลูกๆ ได้ แม้ว่าผมต้องกลายเป็นฆาตกรล้างโคตรพวกมัน หรือต้องแลกด้วยชีวิตของผมก็ตาม ผมจะไม่ยอมให้ครอบครัวของเราต้องแยกจากกันเด็ดขาด"
ก่อนที่พายุโทสะของสองสามีจะปะทุไปมากกว่านี้ ในเวลาสี่โมงเย็นดั่งสายฟ้าฟาด คาริมได้รับรายงานจากทหารยามหน้าด่านว่าทนายความส่วนตัวของซาเมียร์นามว่า "อาร์ซาน" (Arsan) เดินทางมาถึงหน้าป้อมปราการทราย อาร์ซานเป็นทนายความผู้ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงในแวดวงกฎหมายสากลและคดีครอบครัวระดับประเทศ เขาอ้างเอกสารรับรองความปลอดภัยทางกฎหมายในฐานะตัวแทนศาลและมีสิทธิ์ส่งมอบคำร้องอย่างเป็นทางการตามกฎหมายสากล คาริมจึงจำใจอนุญาตให้เข้ามาในห้องโถงวิลล่าเพื่อรับฟังข้อเสนอและดูว่าศัตรูต้องการสิ่งใดกันแน่ โดยมีทาริกและกองกำลังติดอาวุธคอยตรึงกำลังควบคุมและจ้องมองทุกฝีก้าวอย่างใกล้ชิดชนิดไม่ให้คลาดสายตา
อาร์ซาน ชายอาหรับร่างท้วมสวมแว่นตากรอบทองท่าทางหยิ่งยโสแสยะยิ้มบางๆ อย่างถือดีและมั่นใจในถือไพ่เหนือกว่า เขาวางกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำลงบนโต๊ะกระจกหรูหราในห้องโถงกว้าง ยื่นแฟ้มเอกสารปกหนังสีทองส่งให้กับชีคคาริมและทาริกที่ยืนมองจ้องเขม็งเขาราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะเข้าฉีกกระชากเหยื่อให้ขาดเป็นชิ้นๆ
"ท่านชีคคาริมครับ... และคุณทาริก... นี่คือเอกสารเงื่อนไขประนีประนอมส่วนตัวจากคุณซาเมียร์" อาร์ซานเอ่ยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความร้ายกาจลึกซึ้ง "เอกสารตรวจผลดีเอ็นเอและพินัยกรรมเลือดฉบับนี้ระบุอย่างชัดเจนว่าเด็กแฝดคนหนึ่งในสองคนนั้นมีพันธุกรรมรหัสดีเอ็นเอของซาเมียร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงจะเป็นการตัดต่อและปลอมแปลงทางคลินิกอย่างแนบเนียนเพื่อสร้างหลักฐานเท็จก็ตาม) หากพวกท่านไม่ยอมลงชื่อมอบสิทธิ์การเลี้ยงดูทายาทแฝดคนหนึ่งให้แก่ซาเมียร์ตามกำหนด... พวกเราจะทำการยื่นส่งหลักฐานสำคัญออกสื่อสากลทันที"
"แกคิดว่าแกมีหลักฐานอะไรมาขู่ฉัน! คิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจะทำอะไรคนอย่างฉันได้งั้นรึ!" คาริมตวาดเสียงต่ำลึก แผ่รังสีอำมหิตเย็นยะเยียบออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ
อาร์ซานไม่สะทกสะท้านและไม่มีท่าทีหวาดกลัวกระบอกปืนรอบกาย เขาหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นมาเปิดหน้าจอ ยื่นส่งไปเบื้องหน้าชายทั้งสอง ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ทาริกขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกร็อบ และคาริมดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นขีดสุดจนตัวสั่น มันคือไฟล์วิดีโอคลิปบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดสูงระดับ 4K ที่บันทึกเหตุการณ์ร่วมรัก Threesome 3P อันแสนเร่าร้อนระหว่างชีคคาริม มาดามมะนาว และบอดี้การ์ดทาริก ภายในห้องพักฟื้นและบนเฮลิคอปเตอร์อย่างโจ่งแจ้งและชัดเจนทุกรายละเอียดทุกท่วงท่าสวาท!
"คลิปวิดีโอราคะรัก 3P ข้ามชาตินี้ช่างงดงามและร้อนแรงมากครับ..." อาร์ซานแสยะยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะและคุมเกม "ลองคิดดูสิครับว่าหากคลิปนี้หลุดออกสื่อโซเชียลสากลและสำนักข่าวยักษ์ใหญ่ทั่วโลก เกียรติยศชื่อเสียงอันสูงส่งของราชวงศ์ชีคคาริม และสัมปทานธุรกิจน้ำมันมูลค่าแสนล้านของท่านจะพังพินาศชั่วข้ามคืนขนาดไหน... สังคมอาหรับที่เคร่งครัดเรื่องประเพณีและศาสนาไม่มีวันยอมรับเรื่องราคะสามเส้าวิปริตพรรค์นี้ได้ และเด็กแฝดทั้งสองคนก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกชู้ที่เกิดจากตัณหาชั่วนิรันดร์!"
ฉันที่แอบเดินลงมาจากบันไดเงียบๆ และยืนฟังอยู่มุมห้อง สะดุ้งช็อกตัวสั่นระริกจนหน้าซีดเผือดไม่มีสีเลือด สองมือเรียวรีบดึงรั้งเสื้อคลุมผ้าชีฟองปิดเนินอกคัพ E แนบกายแน่น ความกลัวแล่นปะทะจับขั้วหัวใจจนแทบยืนไม่อยู่และหายใจไม่ออก หากภาพเหล่านี้หลุดออกไป ทุกคนต้องพังพินาศเพราะความรักสามเส้าของพวกเราอย่างแน่นอน ชื่อเสียง เกียรติยศ และอนาคตของคาริมรวมถึงทาริกต้องจบสิ้นลงทันที ลูกๆ จะต้องเติบโตมาท่ามกลางคำตราหน้าของสังคม
ทนายความอาร์ซานจ้องกวาดสายตาหยาบโลนโลมเลียชวนสะอิดสะเอียนไปตามเนินอกขาวเต่งตึงและเรียวขากลมกลึงสั่นเทาของฉันที่ยืนหลบอยู่ ก่อนจะหันกลับไปยื่นข้อเสนอสุดท้ายที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมให้คาริมและทาริกได้รับฟัง:
"และเงื่อนไขข้อสำคัญที่สุด... นอกจากจะตกลงสิทธิ์เลี้ยงดูแล้ว ซาเมียร์ยังต้องการค่าปิดปากเป็นสิทธิพิเศษในการร่วมรักกับมาดามมะนาวหนึ่งคืนต่อเดือน! หากยอมตกลงตามเงื่อนไขแบล็กเมล์นี้ คลิปวิดีโอทั้งหมดจะถูกทำลายและคดีความจะถูกถอนทันที... พวกท่านมีเวลาตัดสินใจยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนที่พินัยกรรมเลือดและคลิปราคะนี้จะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก!"
เมื่อคำพูดชั่วช้าสิ้นสุดลง อาร์ซานหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างผู้มีชัย ทว่าในวินาทีถัดมา ทาริกพุ่งตัวเข้าประชิดด้วยความเร็วแสง กระชากคอเสื้อของอาร์ซานยกขึ้นลอยเหนือพื้นด้วยมือเดียวจนเท้าลอยพ้นพื้น ขณะที่คาริมชักปืนพกสีดำมะเกลือจ่อหัวขมับของอาร์ซานแน่น แววตาของสองราชาแห่งทะเลทรายพร้อมจะส่งวิญญาณของสุนัขรับใช้ตัวนี้ไปลงนรกในทันที!
"แกอยากตายตรงนี้ใช่ไหม! ลองดูสิว่าสมองของแกจะทนแรงกระสุนของฉันได้ไหม!" ทาริกคำรามเสียงต่ำคล้ายเสือดำครามขู่ แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
"ฮ่าๆๆ... ฆ่าผมไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ..." อาร์ซานกักขฬะกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืน "หากผมไม่ติดต่อกลับไปหาระบบเซิร์ฟเวอร์หลักภายในเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง คลิปวิดีโอราคะทั้งหมดจะถูกปล่อยสู่สาธารณะโดยอัตโนมัติทันที... หวังว่าพวกท่านจะเลือกทางที่ฉลาดที่สุดเพื่อปกป้องครอบครัวและจักรวรรดิน้ำมันของท่านนะครับ"
คาริมขบฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเดือดดาลรักใคร่และโกรธเกรี้ยวสุดแสนทรมาน ก่อนจะลดปืนลงและพยักหน้าให้ทาริกปล่อยตัวทนายชั่วช้า อาร์ซานแสยะยิ้มกว้างกางสัญญาข้อตกลงวางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจก ก่อนจะหันหลังเดินก้าวเดินออกจากวิลล่าป้อมทรายไปอย่างผยอง ทิ้งความตึงเครียดอันมหาศาลและคราบน้ำตาของความเจ็บปวดร้าวระบมให้ปกคลุมพวกเราในพริบตา!
เมื่อร่างของทนายความชั่วร้ายลับสายตาไป ฉันก็เข่าอ่อนทรุดตัวลงกับพื้นห้องโถงทันที ร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างสิ้นหวัง ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวเข้าโจมตีจิตใจจนปั่นป่วน คาริมและทาริกรีบปราดเข้ามาอุ้มประคองร่างอันสั่นเทาของฉันขึ้นมากอดไว้แน่น ทั้งสองหนุ่มจูบขมับปลอบประโลมฉันด้วยความรักสุดซึ้ง ทว่าสายตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยไฟแค้นและแผนการลับบางอย่างที่แฝงอยู่เงียบๆ ในราตรีกาลอันแสนยาวนานถัดไป! ความรักและการเสียสละของฉันกำลังจะนำไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อปกป้องทายาทและชายคนรักทั้งสองในวันพรุ่งนี้!