ร่างชายหนุ่มเซถลาไปชนหญิงสาวเข้าอย่างแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ตาบอดรึยังไงคะพี่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลย รู้ตัวมั้ยว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน” สาวน้อยหน้าใสต่อว่าชายหนุ่มด้วยอารมณ์โมโหอย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มพร้อมกับน้ำตาที่หยดไหลอาบแก้ม จากความเ็ปของาแถลอกขนาดค่อนข้างใหญ่บริเวณมือและแขน
พลันสองสายตามองมาประสานกันชายหนุ่มและหญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าววูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้าเกิดอาการไฟช็อตชาไปทั้งตัว เสมือนมีฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่กลางศีรษะจรดปลายเท้า ใจเต้นระทึกเหมือนมีนักดนตรีเข้าไปตีกลองสะบัดชัยในหัวใจของเขาทั้งสอง
เติมฝันรีบตั้งสติก่อนที่หัวใจของตัวเองจะเตลิดไปมากกว่านี้แล้วพยายามพยุงร่างของตัวเองลุกขึ้นยืนมือควานหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าสะพายออกมาเช็ดน้ำตาที่อาบเลอะใบหน้าและหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดเืบริเวณมือและแขนด้วยความเ็ป เธอค่อย ๆ เดินไปหยิบสมุดหนังสือที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ข้างกาย
ต้องกล้าใสุดขีดที่เห็นหญิงสาวร้องไห้อยู่ตรงหน้าซึ่งเกิดจากการกระทำของเขา เธอมีาแเืออกด้วย เขาจะทำอย่างไรดีเวลาก็เหลือไม่มากแล้ว ถ้าวิ่งไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาตอนนี้เลยก็รู้สึกเป็กังวลอย่างมากที่จะต้องทิ้งหญิงสาวไว้โดยไม่ได้ช่วยเหลือดูแลพาไปห้องพยาบาลแต่ถ้าไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาช้าเกินเวลาที่กำหนดไว้ ก็อาจจะเกิดปัญหาเื่การทำโปรเจกต์จบได้จะโทรแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่ได้อีก เพราะลืมเอาโทรศัพท์มือถือมาจากบ้านจะใช้โทรศัพท์สาธารณะก็ไม่ได้ เพราะจำเบอร์โทรศัพท์ของใครไม่ได้เลย ณ เวลานี้ เขาสับสนในหัวไปหมดแล้ว
“พี่ขอโทษมากๆ ครับ น้องเป็ยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนบ้าง พี่ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆเผอิญมันเป็อุบัติเหตุพี่หลบรถกระทันหัน เพราะขับฉวัดเฉวียนมาเหมือนจะชนพี่เลยไม่ทันเห็นน้องว่าเดินอยู่ตรงนั้นพอดี”
ต้องกล้าจำได้ว่าเมื่อสักครู่เขารีบตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปริมถนนแต่มีรถยนต์ขับฉวัดเฉวียนเหมือนคนเมาขับแฉลบตรงมาที่เขา ทำให้เขาใสุดชีวิต รีบะโหลบรถคันนั้นโดยไม่ได้มองบริเวณใกล้เคียงว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง รู้ตัวอีกทีก็ชนกับหญิงสาวอย่างแรงเข้าให้แล้ว
ระหว่างอธิบายไปพลางต้องกล้าก็ใจเต้นสั่นไปพลางเขาไม่เข้าใจตัวเองนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของเขาที่เต้นระส่ำไม่เป็จังหวะอยู่อย่างนี้ จะว่าไปเขาเป็นักกีฬาเล่นกีฬามาเหนื่อย ๆจังหวะหัวใจเต้นก็ไม่ใช่แบบนี้ หรือ…เพราะเขาใเหตุการณ์จากรถยนต์คันนั้น หรือ…เพราะเขาอาจเป็โรคหัวใจ หรือ…เพราะอะไรกันแน่ ?
เติมฝันกำลังยืนตะลึงงัน เหมือนถูกสาปด้วยมนตร์สะกดไปชั่วขณะ ผู้ชายที่ยืนตรงหน้าเธอเป็ดาราดังซุปเปอร์สตาร์ที่เธอแอบปลื้มมาั้แ่เขาเข้ามาอยู่ในเมืองไทยใหม่ ๆเธอเห็นเขาครั้งแรกจากภาพยนตร์โฆษณาสินค้ายี่ห้อหนึ่งในโทรทัศน์เธอเป็แฟนคลับแบบเงียบ ๆ ไม่เปิดเผยตัวตนติดตามผลงานของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงหน้านี้มาตลอด ั้แ่เขายังไม่โด่งดังจนกระทั่งถึงตอนนี้ที่เขาเป็ซุปเปอร์สตาร์ไปแล้ว หัวใจของเติมฝันเต้นสั่นรัวมือเย็นเฉียบ ลืมความเ็ปไปชั่วขณะ
“ยัยตาว! ทำไมเนื้อตัวมอมแมมอย่างนี้ เฮ้ย ! เป็อะไร เกิดอะไรขึ้น มีเืออกที่แขนด้วย”
บัวบูชาถามด้วยความใเธอเป็นักศึกษาชั้นปีที่ 1คณะนิติศาสตร์ และเป็เพื่อนสนิทของเติมฝันเธอกับเติมฝันเพิ่งจะมารู้จักกันในวันแรกพบรับน้องใหม่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมาแต่ด้วยนิสัยที่จริงใจด้วยกันทั้งคู่ ทำให้ถูกชะตากัน และคบกันเป็เพื่อนสนิทเรื่อยมาอีกทั้งเพื่อนเก่าชั้นมัธยมปลายของพวกเธอไม่มีใครสอบเข้าเรียนในคณะนี้จึงทำให้พวกเธอสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อสักครู่ บัวบูชาอยากกินชานมเ้าอร่อยหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์แต่คิวยาวต้องรอสักพัก เลยตกลงกับเติมฝัน ให้เติมฝันเดินล่วงหน้ามาจองโต๊ะที่หอสมุดใหญ่ของมหาวิทยาลัยก่อนเพราะโต๊ะอ่านหนังสือทำเลดี ๆ มักจะถูกจองเต็มเร็วแต่ไม่คิดไม่ฝันว่าเติมฝันเพื่อนรักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
“อ้าว !! พี่ต้อง มายืนทำอะไรแถวนี้แล้วเกิดอะไรขึ้น นี่รู้จักกันด้วยเหรอ” บัวบูชาหันหน้าถามต้องกล้าและเติมฝันด้วยความงวยงง
“บัวรู้จักน้องคนนี้ด้วยเหรอ”ต้องกล้าถาม
“อ้าว! ก็นี่ยัยตาวเพื่อนบัว ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ” บัวบูชาตอบกวนๆแยกเขี้ยวยิงฟันที่ใส่เหล็กดัดฟันอยู่เต็มปากให้ซุปเปอร์สตาร์ดังที่กำลังยืนอยู่แบบงงๆ ด้วยทำตัวไม่ถูก
ต้องกล้าเหลือบดูนาฬิกาข้อมือของตนเองด้วยความกังวลเป็เวลา 13.30 น.แล้ว หากตนตัดสินใจพาเติมฝันไปห้องพยาบาลตอนนี้คงต้องใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงซึ่งจะทำให้เลยเวลานัดกับอาจารย์ที่ปรึกษาไปมากทั้งที่ใจก็เป็ห่วงเติมฝันมากเช่นกัน แต่เขาต้องจำตัดใจฝากเติมฝันไว้กับบัวบูชาลูกพี่ลูกน้องของเขา
“บัวช่วยพี่หน่อยนะ คือตอนนี้พี่มีนัดสำคัญกับอาจารย์ที่ปรึกษา เื่ทำโปรเจกต์จบนี่ก็เลยเวลานัดไปมากแล้ว พี่จำเป็ต้องรีบไปพบอาจารย์ด่วนไม่อย่างนั้นพี่อาจจะเรียนไม่จบปีนี้ พี่ฝากบัวดูแลน้องเค้าด้วยนะ”ต้องกล้าพูดจบแล้วมองหน้าเติมฝันด้วยความเป็ห่วงแต่ก็รีบวิ่งออกไปทันทีอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหลังกลับไปมองสองสาวเฟรชชี่แม้แต่น้อย
“บัวเราเสียความรู้สึกมากเลย ทำไมพี่เค้าไม่ดูดำดูดีเราเลย ทำเราาเ็ซะขนาดนี้แล้วก็ชิ่งหนีไปไม่พาเราไปหาหมอ เราจะเลิกติดตามเลิกเป็แฟนคลับพี่เค้าแล้ว”
เติมฝันร้องไห้ด้วยความะเืใจอย่างรุนแรงเธอผิดหวังมากที่เมนหลักของเธอหรือศิลปินที่เธอชื่นชมเป็อันดับหนึ่งในดวงใจไม่แสดงน้ำใจพาเธอไปหาหมอ ทั้ง ๆ ที่เป็ต้นเหตุทำเธอเสียเืในครั้งนี้
“เฮ้ย !! ยัยตาว! เป็แฟนคลับพี่ต้องด้วยเหรอ เราเพิ่งรู้นะเนี่ยไม่เห็นเคยเล่าให้เราฟังเลย” บัวบูชาทำหน้างงเมื่อรู้ว่าเติมฝันเป็แฟนคลับลูกพี่ลูกน้องของตน หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ใส่แว่นหนาท่าทางคงแก่เรียนของเติมฝัน ทำให้บัวบูชาไม่คิดว่าเธอจะคลั่งไคล้ศิลปินผู้ใดเป็พิเศษ
“แหม ! บัวก็ไม่เคยเล่าให้เราฟังเลยว่ามีพี่ชายเป็ซุปเปอร์สตาร์ เราก็เพิ่งรู้เหมือนกันแหล่ะ”เติมฝันเริ่มมีอาการงอนเพื่อนรัก
“แหะ แหะแหะ เราขอโทษด้วย คือพี่ต้องเป็ลูกพี่ลูกน้องของเรา เป็ลูกของน้องสาวแม่ตาวก็รู้เนอะว่าพี่ต้องเสน่ห์แรงขนาดไหน ตอนเราเรียนมัธยมมีเพื่อน ๆ ผู้หญิงในโรงเรียนของเราหลายคนคลั่งไคล้พี่ต้องมากเกินเหตุ แล้วรู้ว่าเราเป็ญาติกับพี่ต้อง ตามมาหาถึงบ้านบางคนมาขอถ่ายรูปคู่เพื่อลงเฟซบุ๊ก ไอจี อวดเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนกันทำให้ที่บ้านเราวุ่นวายไม่สงบเหมือนแต่ก่อน พี่ต้องเลยขอร้องเราว่า ห้ามบอกกับใคร ๆอีกว่าเป็ญาติกัน นอกจากพวกเขารู้กันเอง เราเลยไม่ได้บอกเพื่อน ๆ ในคณะ หรือใคร ๆในมหาวิทยาลัยเลย ว่าเราเป็ญาติกับพี่ต้อง เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบนั้นอีกตาวเข้าใจเรานะ อย่าโกรธเราเลยนะ”บัวบูชาพยายามง้อและอธิบายให้เติมฝันเข้าใจถึงเหตุผลที่ไม่เปิดเผยเื่ราวดังกล่าว
เหตุการณ์นี้ทำให้สาวน้อยทั้งสองพบว่า‘เพื่อนรัก’บางครั้งก็ไม่จำเป็ต้องเล่าเื่ทุกเื่ให้กันและกันรู้เพราะทุกคนต่างมีโลกส่วนตัวของตนเอง และมีเหตุผลที่จะเก็บมันไว้ไม่บอกใคร
“เอาล่ะเราเข้าใจบัวแล้ว เราไม่โกรธบัวแล้วล่ะ แต่เราโกรธผู้ชายคนนั้นและจะไม่มีวันให้อภัยด้วย” เติมฝันพูดด้วยความแค้น เพราะความผิดหวังอย่างรุนแรงที่ดาราคนโปรดกระทำอย่างนั้นกับเธอ
“ตาวอย่าโกรธพี่ต้องเลย พี่เค้ารีบไปพบอาจารย์เื่สำคัญน่ะเราขอโทษแทนพี่ชายของเราด้วยนะ เอาอย่างนี้ พวกเรารีบไปห้องพยาบาลกันก่อนดีกว่าให้คุณหมอคุณพยาบาลตรวจดูอาการ และทำความสะอาดแผลด้วย ถ้าปล่อยไว้นานอาจเป็แผลติดเชื้อได้รีบไปกันเถอะ” บัวบูชารีบแก้ตัวแทนญาติผู้พี่และเป็ห่วงอาการของเติมฝัน
เติมฝันเดินไปห้องพยาบาลพร้อมกับบัวบูชาในใจก็คิดสับสน เสียใจและผิดหวังกับดาราคนโปรด จนกลายเป็ความแค้นอยู่ในใจลึก ๆ ทั้งๆ ที่ยังรักต้องกล้าอยู่แต่ไม่รู้ใจตัวเอง
สติมาปัญญาเกิดสติเตลิดไม่เกิดปัญญา ดังเช่นเติมฝันในตอนนี้...ความผิดหวัง ความเสียใจอย่างรุนแรงทำให้เติมฝันขาดสติที่จะคิดไตร่ตรองถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ต้องกล้าได้กระทำกับเธอจนนำมาซึ่งความทุกข์ใจ คับแค้นใจโดยไร้เหตุผล
“คอยดูนะอีตาต้องกล้า ฉันจะเป็ซุปเปอร์สตาร์คนใหม่ให้ได้ ให้เธอมาหลงรักฉันเหมือนอย่างที่ฉันเคยหลงรักเธอ แล้วฉันก็จะทำให้เธอเ็ปเหมือนที่ฉันเ็ปใจอยู่ตอนนี้ หึ หึ หึ” เติมฝันนึกในใจ เธอพยายามสร้างแรงผลักดันตัวเองเพื่อให้หายเ็ปจากความผิดหวังกับดาราคนโปรดที่เธอแอบหลงรักมายาวนานหลายปีหรือนี่อาจจะเรียกได้ว่ารักไปแค้นไปก็เป็ได้