เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    ถังน้ำเชื้อซัคคิวบัส 5

    “ล แล้วพวกเราล่ะคะ”

    ทางด้านหญิงสาวจอมเวทที่อยู่ในตระกูลจอมเอ่ยถามขึ้น ใบหน้าของเธอดูหวั่นเกรงเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายตรงหน้าประกาศออกมา

    “ไม่ต้องห่วง ข้ามีวิธี แต่ว่าตอนนี้ พวกเจ้าทุกคนกลับไปพักผ่อนซะ แล้วหลังพระอาทิตย์ตกดิน เราค่อยมารวมตัวกัน ตกลงไหม”

    “รับทราบครับ/ค่ะ”

    ทุกคนต่างยอมรับคำพูดของเอล ถึงแม้ว่าจะมีความสับสนอยู่ในหัวและคำถามมากมายก็ตาม ทางด้านเอลก็เดินไปยังคุกใต้ดินก่อนจะมาหยุดยังห้องหนึ่ง ห้องขังที่กักขังเด็กสาวคนหนึ่งไว้ พร้อมกับพันธนาการที่ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้ถนัดนัก

    “ดูเหมือนจะมีความต้องการพอสมควรเลยนี่ ลิเลีย”

    เอลเอ่ยขึ้น ขณะที่มองดูเด็กสาวตรงหน้า เธอคนนั้นถูกพันธนาการโซ่ในสภาพกางแขนขาเอาไว้ แต่เธอก็พยายามจะใช้ขาของตนเองเบียดเสียดเข้าหากัน เพื่อให้บริเวณเนินเนื้อเกิดการเสียดสี มอบอารมณ์บางอย่างให้กับเธอ

    “ท ท่านผู้อาวุโส เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงถูกขังอยู่แบบนี้”

    เด็กสาวถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกันนั้นใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้ว ก็แดงขึ้นไปอีก บวกจากความเขินอายที่ถูกมอง ขณะที่ตนเองพยายามจะลดทอนความกำหนัดของตนเอง

    “คำตอบของคำถามนั้น เจ้าก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ยัยซัคคิวบัสร่านสวาท”

    คำพูดของเอลทำให้ลิเลียนึกหลายสิ่งหลายอย่างได้ แต่ว่า

    “ฉันก็เพิ่งรู้เนี่ยล่ะค่ะ ว่าแม่ของฉันเป็นซัคคิวบัส ขออภัยที่ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลต้องเสื่อมเสียค่ะ”

    “หึ เคยคิดสายเลือดของจอมเวทในตัวเจ้าจะข้นกว่า จึงยอมเลี้ยงดูเจ้าไว้ หวังว่าสักวันจะให้เจ้ามาเป็นจอมเวทเหมือนกับทุกคนในตระกูล แต่เหมือนว่า สายเลือดที่กระหายความกำหนัดจะรุนแรงยิ่งกว่าสินะ”

    “ม ไม่ใช่นะคะ ฉันก็อยากจะเป็นจอมเวทเหมือนกัน”

    “ถึงจะพูดยังไงมันก็เป็นแค่คำแก้ตัวเท่านั้น ก่อนหน้านี้ เจ้าได้มีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายถึงสี่คน ยัยซัคคิวบัสจอมเจ้าเล่ห์”

    “ร เรื่องนั้น ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำค่ะว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่ว่า ถ้าหากการมีตัวตนของฉันมันสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตระกูลล่ะก็ ฉันก็พร้อมจะออกจากตระกูลนี้ไป เพราะงั้น ปลดฉันออกจากพันธนาการ แล้วทำการขับไล่ฉันออกไปด้วยเถอะค่ะ”

    “หึ เรื่องนั้นคงไม่ได้ เพราะต่อไปนี้ เจ้าจะถูกใช้งาน เหมือนกับแหล่งพลังเวทของตระกูล”

    “แหล่งพลังเวท พูดเรื่องอะไรกันคะ”

    “เจ้าจำไม่ได้รึไง หลังจากที่จอมเวทมีสัมพันธ์สวาทกับเจ้า พวกเขาก็จะมีพลังเวทเพิ่มขึ้น เพราะงั้น ต่อจากนี้ไป จนกว่าเจ้าจะหมดสภาพ เจ้าต้องรองรับอารมณ์ของทุกคนในตระกูล”

    คำพูดนั้นทำให้ลิเลียหน้าซีดเผือด แล้วส่ายหน้าไปมาราวกับไม่ยอมรับความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น

    “พูดอะไรนะคะ ไม่มีทาง ทำไมถึงต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ถ้าเกิดจะต้องทำแบบนั้นล่ะก็…”

    ลิเลียกัดฟันแน่น เหมือนว่าเธอจะลังเลกับคำพูดของเธอ แต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยออกมา

    “ถ้าอย่างนั้น ฆ่าฉันเสียเลยดีกว่าค่ะ”

    “หึ ขอโทษด้วยลิเลีย เจ้าไม่ได้อยู่ในจุดที่จะสามารถต่อรองได้ อีกอย่างหนึ่ง”

    เอลกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาในห้องขัง ชายชราที่ดูร่างกายจะเสื่อมโทรมตามสภาพ ค่อยๆ ถอดผ้าคลุมของตัวเองออก เผยให้เห็นร่างกายที่ยังคงมีมัดกล้ามแน่นกว่าชายหนุ่มหลายคนในคฤหาสน์แห่งนี้ และยิ่งไปกว่านั้น ที่ทำให้ลิเลียต้องเบิกตากว้างก็คือ แก่นกายของเขาที่ผงาดขึ้น และชี้มาทางใบหน้าของลิเลีย

    “จ จะทำอะไรกันคะ”

    “เจ้าจะถามคำถามที่เจ้ารู้คำตอบอยู่แล้วทำไมกัน ลิเลีย”

    “ย อย่านะคะ ท่านผู้อาวุโสลดตัวมาทำเรื่องแบบนี้กับฉัน มันจะทำให้ท่านแปดเปื้อนนะคะ”

    “เหรอ แต่เหมือนว่าร่างกายของเจ้าจะบอกอีกอย่างหนึ่งนะ”

    เอลว่าพร้อมกับมองไปยังร่องรักของเด็กสาว ที่แห่งนั้นกำลังมีน้ำข้นเหนียวไหลลงมาจนถึงง่ามขา แต่เหมือนเด็กสาวจะเขินอายจึงพยายามหนีบขาตัวเองเข้าหากัน แต่ก็ลืมไปว่า โซ่ได้พันธนาการขาของเธออยู่ ทำให้ผลสุดท้าย ก็มีแต่ขาที่กระตุก และโซ่ที่ตึงขึ้นเท่านั้น 

    “ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะคะ ที่เป็นเพราะว่า อ๊าย!” 

    ลิเลียกำลังจะปฏิเสธ แต่เพียงแค่เอลเดินเข้ามาพร้อมกับนิ้วมือหยาบลูบกลีบกุหลาบเปียกชื้นขึ้น เด็กสาวก็ยกสะโพกตามราวกับโหยหาความรู้สึกพวกนั้น 

    “อ...อือ…”

    “ตอนนี้จะพูดอะไรก็ฟังไม่ขึ้นแล้ว ยัยซัคคิวบัสร่านสวาท” 

    “ม ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่” 

    ลิเลียส่ายหน้าไปมาหมือนพยายามปฏิเสธ ราวกับเด็กน้อยที่ไม่ยอมรับความจริง แต่ชายชราก็พิสูจน์ว่าความคิดของเขาถูกต้องอีกครั้ง ด้วยการ 

    “อ อึก… อือ… ย อย่านะคะ” 

    สองนิ้วของชายชราสอดแทรกเข้าไปยังร่องรักของเด็กสาว เด็กสาวบิดตัวไปมาราวกับอารมร์มากมายสอดแทรกอยู่ภายในร่างกายเธอ สองนิ้วของชายชราดึงเข้าและออกเร่งน้ำรักให้ออกมามากขึ้น 

    “ไม่ค่ะ ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะคะ ไม่ใช่” 

    ลิเลียยังคงพยายามปฏิเสธ จนกระทั่งเอลต้องถอนหายใจออกมา แล้วพิสูจน์ความคิดของตนเองว่าถูกต้องแค่ไหน 

    “รู้สึกอะไรไหม ลิเลีย” 

    “ร รู้สึกอะไรคะ ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ช่วยเอานิ้วออกไปด้วยค่ะ” 

    “เหรอ ข้าก็พยายามเอาออกอยู่นะ แต่ว่า ร่องรักของเจ้าก็บีบรัดนิ้วข้าอย่างไม่ยอมปล่อยเลย แบบนี้จะให้เอาออกยังไงล่ะ” 

    ชายชราไม่พูดเปล่า เขาพยายามดึงนิ้วออกจากร่องรักของเด็กสาว แต่ภายในนั้นก็ดูดรัดนิ้วของชายหนุ่มเอาไว้ราวกับเด็กน้อยที่ไม่ยอมปล่อยให้อมยิ้มหลุดออกจากปาก ลิเลียรู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอแทบอยากจะมุดดินหนีไม่พบเจอผู้คนอีกแต่ก็ทำไม่ได้ อีกทั้ง จะปฏิเสธก็ไม่สามารถ 

    “ยอมรับเถอะ เจ้ามันก็แค่ซัคคิวบัสที่ต้องการแก่นกายผู้ชาย หรืออะไรก็ตามมาเติมร่องรักของตัวเอง” 

    “ม ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ ฉันเป็นจอมเวท ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างซัคคิวบัสสักหน่อย” 

    “พูดอะไรออกมามันก็ไม่ขึ้นแล้วล่ะ ลิเลีย” 

    และหลังจากนั้น ก็เหมือนกับว่าการหยอกล้อของชายชราหยุดแค่นี้ เขากระชากนิ้วของตัวเองออกมาพร้อมกับเสียงดัง

    เปาะ !

    ราวกับเปิดจุกขวด ทางด้านลิเลียก็ส่งเสียงร้อง 

    “อ๊าย”

    พร้อมกับโยกเอวไปมาราวกับต้องการนิ้วนั้นให้กลับเข้าไปสอดแทรกร่องรักของเธอคืน แต่เธอผู้ถูกพันธนาการก็ไม่สามารถ 

    “อยากได้สินะ” 

    ชายชราเอ่ยถาม แต่คำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม

    “ไม่ค่ะ” 

    เป็นการปฏิเสธจากเด็กสาว นั่นทำให้ชายชราถอนหายใจออกมาอย่างหมดความอดทน 

    “จบการหยอกล้อแค่นี้” 

    จากนั้น เขาก็เดินไปหยิบอุปกรณ์บางอย่างที่แขวนอยู่ตามผนัง ก่อนจะหยิบอุปกรณ์หนึ่งขึ้นมา สิ่งนั้นคือแส้ ลิเลียรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้เห็น และเอ่ยถามว่า 

    “จ จะทำอะไรน่ะคะ” 

    “ข้าจะพิสูจน์เห็นเองว่า เจ้านั้นเป็นเพียงแค่ซัคคิสบัสร่านสวาทที่ต้องการเพียงความสุขทางเพศ ขอให้เป็นอะไรก็ตาม หากมาสัมผัสร่องรัก เจ้าก็จะรู้สึกเสียวซ่านอย่างไม่มีการแบ่งแยก ต่อให้สิ่งนั้นจะเป็นแส้นี้ก็ตาม” 

    พอลิเลียได้ยินแบบนั้น เธอก็แสดงสีหน้าอันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อคิดว่าสิ่งนั้นจะต้องมาฟาดเข้ากับจุดบอบบางที่สุดของเพศหญิงแล้ว เธอก็่ส่ายหน้า

    “ไม่มีทางค่ะ ไม่มีทางรู้สึกดีอะไรทั้งนั้น มีแต่ความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ได้โปรดอย่าเลยนะคะ”

    ทว่า คำพูดของลิเลียก็ไม่ได้ส่งไปถึงชายชราเลยแม้แต่น้อย ทุกคำพูดของลิเลียถูกดูดกลืนหายไปด้วยเสียงกรีดร้องของเธอพร้อมกับร่างกายที่ดิ้นพล่าน

    “กรี๊ด” 

    เอลได้ทำการสะบัดแส้ขึ้นเพื่อกระทบกับร่องรักของเธอ การฟาดแส้ของชายคนนั้นไม่ได้มีความปรานีอะไรทั้งนั้น หวังเพียงให้แส้กระทบกับร่องรัก และอาจจะบาดเข้าไปในผิวหนังอันแสนบอบบาง จนตอนนี้ จุดสงวนของเด็กสาวมีรอยแดงขึ้นมา 

    แต่ว่า ขณะเดียวกันนั้นเอง ร่องรักของเธอที่ได้รับบาดเจ็บ สิ่งที่ควรจะไหลออกมาน่าจะเป็นเลือด แต่มันกลับไม่ใช่ มันกลับเป็นน้ำหวานจากกลีบกุหลาบที่หลั่งออกมามากกว่าเดิม ทำให้ชายชรามองหน้าลิเลียแล้วถามว่า 

    “เจ้ารู้สึกเช่นไรกับการกระทำเมื่อครู่” 

    แต่ลิเลียก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ว่า 

    “ก็ต้องรู้สึกเจ็บอยู่แล้วไม่ใช่เหรอะ”

    “หึๆ” 

    ทว่าชายชราก็เพียงแค่ส่งเสียงขานรับ เขาไม่ได้เชื่อคำพูดของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย แส้ในมือทำการสะบัดอีกครั้ง ไม่สิ ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียว แต่คราวนี้กลับเป็นการสะบัดแส้นับครั้งไม่ถ้วนไปยังบริเวณร่องรักของเด็กสาว ลิเลียกรีดร้องออกมาพร้อมกับดวงตาเบิกกว่้าง เหงื่อผุดขึ้นมาเต็มร่างกายของเธอ แต่ไม่อาจทราบได้ว่ามาจากความรู้สึกทรมานหรือความรู้สึกอะไรกันแน่ 

    แส้กระหน่ำฟาดไม่ยังบริเวณที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดของลิเลีย เด็กสาวพยายามดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ เพื่อให้หลุดจากความทรมานนี้ แต่เธอก็แอบถามกับตัวเองว่า 

    เธอทรมานจริงๆ งั้นเหรอ ความรู้สึกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอตอนนี้ คือความเจ็บปวดจริงๆ ใช่ไหม 

    และในที่สุด ราวกับเป็นคำตอบของความสงสัยทุกอย่าง ลิเลียก็ได้ทำการปล่อยน้ำออกมาราวกับเขื่อนแตก พร้อมกับร่างกายที่กระตุกไปมาอย่างไร้การควบคุม 

    “รู้สึกดีจนเสร็จเลยงั้นเหรอ” 

    “มันก็แค่ฉี่เท่านั้นเองค่ะ” 

    ทว่าชายชราก็นำนิ้วไปสัมผัสบริเวณน้ำที่เจิ่งนอง ก่อนจะยัดมันเข้าไปในปากของลิเลียแล้วเอ่ยถามกับเธอ 

    “นี่คือรสชาติของปัสสาวะงั้นเหรอ” 

    ลิเลียได้แต่เงียบนิ่ง เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่า รสชาติที่เธอได้ลิ้มรสเมื่อครู่ ไม่ใช่ฉี่เลย มันเหมือนกับเป็นอะไรสักอย่าง จนกระทั่งชายชราเฉลยออกมาว่า 

    “มันเป็นน้ำที่จะออกมา เมื่อผู้หญิงถึงจุดสุดยอด นั่นหมายความว่า เจ้าเป็นแค่ยัยซัคคิวบัสร่านสวาทไงล่ะ”

    และลิเลียก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทว่าเธอก็ยังคงไม่ยอมรับตัวตนของตนเองแต่อย่างใด

    “ถ้างั้น ต่อไปก็ถึงตาแก่นกายของข้าแล้วล่ะ สาวน้อย” 

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน