“ท่านคือคุณหนูหลุนหรือ?”
“ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบาย เ้าดูโน่น” หลุนหยุนฮวาส่งสายตาให้ลู่อวิ๋นชย่ามองไปที่รถม้าที่กำลังวิ่งมาที่หน้าประตูจวน
“ขอบคุณนะเ้าคะ แต่ว่าท่านช่วยหลบไปก่อนจะได้หรือไม่” ลู่อวิ๋นชย่าก้มหน้าลง แต่ปากก็ยังบอกให้หลุนหยุนฮวาให้หลบไป ไม่เช่นนั้นนางก็จะทำตามแผนการที่วางไว้ไม่ได้ แต่หลุนหยุนฮวาหาได้ทำเช่นนั้นไม่ นางยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟางก็เห็นรถม้ากำลังวิ่งมาที่หน้าจวนเหมือนกัน และทั้งคู่ก็ยิ้มอย่างดีใจ เพราะรถม้าคันนั้นไม่ใช่ของใครที่ไหน แต่เป็ของเสนาบดีลู่ที่เพิ่งกลับจากประชุมที่ราชสำนักนั่นเอง
“ชย่าเอ๋อ แม่รู้ว่าเ้าโกรธที่แม่ขึ้นมาแทนตำแหน่งของมารดาเ้า แต่อย่างไรท่านพ่อของเ้าก็ต้องมีคนดูแล หรือว่าเ้าไม่อยากให้มีคนมาดูแลท่านพ่ออย่างนั้นหรือ” เจินอี๋เหนียงพูดเสียงเบา
“นั่นสิเ้าคะพี่ใหญ่ พวกเราเป็ลูกก็ย่อมอยากเห็นท่านพ่อมีความสุขเป็ธรรมดา หรือว่าพี่ใหญ่ไม่้าให้เป็เช่นนั้น” ลู่เยี่ยนฟางพูดเสริมมารดาทันที
“คุณหนูใหญ่เ้าคะ” แม่นมจางซึ่งเป็แม่นมของเจินอี๋เหนียง ทั้งยังเป็แม่นมของลู่เยี่ยนฟางรีบพูดเสริมเ้านายอย่างรู้งาน “ที่ผ่านมาไม่ว่าท่านจะทำไม่ดีกับฮูหยินและคุณหนูรองร้ายแรงแค่ไหน แต่ฮูหยินกับคุณหนูรองก็อดทนมาตลอด แต่ตอนนี้ที่ท่านกำลังทำอยู่มันเกินไปมากแล้วนะเ้าคะ ท่านกำลังขัดขวางความสุขของบิดา บุตรสาวดีๆ ที่ไหนที่ไม่อยากเห็นบิดามีความสุขกันเ้าคะ คุณหนูใหญ่อย่าเอาอคติของตนเองมาทำให้จวนเกิดความวุ่นวายเลยเ้าค่ะ”
ชาวบ้านบางส่วนก็เริ่มเอนเอียงไปทางเจินอี๋เหนียง และหันมามองลู่อวิ๋นชย่า พร้อมทั้งคิดกันไปว่าคุณหนูใหญ่ลู่คงอิจฉาบุตรสาวของอนุ ทั้งยังไม่อยากให้อนุขึ้นมาแทนที่ตำแหน่งของมารดาตน ถึงได้ลงมือแต่งกายเยี่ยงขอทานเพื่อหวังที่จะทำลายชื่อเสียงของฮูหยินคนใหม่แน่ๆ
“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าฮูหยินและคุณหนูรองที่เ้ากล่าวมานั้นคือผู้ใด” หลุนหยุนฮวาถามขึ้น
“ก็ย่อมเป็เ้านายของข้าอยู่แล้ว” แม่นมจางพูดพร้อมกับผายมือไปทางเจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟาง
หลุนหยุนฮวาหัวเราะออกมาอย่างเ็า “ลู่เยี่ยนฟางจะเป็คุณหนูรองก็ไม่แปลก แต่อนุคนนี้เ้ายังกล้าเรียกนางว่าฮูหยินหรือ เสนาบดีลู่รู้เื่นี้หรือยัง”
“ทำไมข้าจะเรียกเ้านายของข้าว่าฮูหยินไม่ได้ ในเมื่อนายท่านเป็คนแต่งตั้งนางให้ขึ้นเป็ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง” แม่นมจางรีบตอบ
“ชย่าเอ๋อ ข้าว่านะข่าวลือที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงคงไม่ใช่แค่ข่าวลือเสียแล้ว มันคงเป็เื่จริงที่บิดาของเ้าตั้งใจส่งเ้าไปอยู่ที่หมู่บ้านห่างไกลเพียงเพราะอยากแต่งตั้งอนุคนนี้ให้ขึ้นเป็ฮูหยินคนใหม่แน่ๆ แต่ข้าก็ยังสงสัยว่าเสนาบดีลู่ทำเื่เช่นนี้ได้ด้วยหรือ ในเมื่อเวลานี้ยังอยู่ใน่ไว้ทุกข์ให้มารดาของเ้า”
เมื่อหลุนหยุนฮวาพูดจบ ชาวบ้านที่เหลือต่างก็ได้สติ ่เวลานี้ไม่เหมาะสมที่เสนาบดีลู่จะแต่งตั้งฮูหยินคนใหม่จริงๆ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เสนาบดีลู่จึงดังขึ้นอีกครั้ง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” เสนาบดีลู่ลงจากรถม้าก็เห็นมีชาวบ้านมายืนอยู่หน้าจวนเต็มไปหมด ทั้งคำพูดสุดท้ายของหลุนหยุนฮวาก็ดังพอที่เขาจะได้ยิน
“ท่านพี่เ้าคะ ชย่าเอ๋อ...” เจินอี๋เหนียงร้องไห้ออกมา
ลู่เยี่ยนฟางจึงเป็ฝ่ายพูดแทน “พี่ใหญ่พาชาวบ้านมากมายมาประณามท่านพ่อ ทั้งยังให้คนมาว่าร้ายท่านแม่ด้วยเ้าค่ะ ท่านพ่อรีบบอกไปสิเ้าคะว่าเวลานี้ท่านแม่เป็ฮูหยินใหญ่ของจวนเราแล้ว”
“ใครบอกเื่นี้กับเ้า” เสนาบดีลู่ถามบุตรสาวเสียงเข้ม
“จะต้องมีใครบอกเ้าคะ พี่ใหญ่ก็คุกเข่าอยู่ตรงโน้นอย่างไร ทั้งชาวบ้านก็เดินตามนางมาั้แ่ประตูเมือง ท่านพ่อถามใครก็ได้ พวกเขาก็ต้องตอบเหมือนกัน”
“ข้าถามว่าใครบอกเ้าว่าข้าแต่งตั้งฮูหยินคนใหม่แล้ว” เสนาบดีะโใส่ลู่เยี่ยนฟาง เวลานี้เขาทั้งโกรธทั้งโมโหบุตรสาวไร้สมองคนนี้เป็อย่างมาก
“ยังต้องมีใครบอกอีกหรือเ้าคะท่านเสนาบดี ฮูหยินท่านนี้เดินออกมาทางประตูใหญ่ด้วยตัวเอง หากนางเป็อนุจริงนางก็ต้องใช้ประตูข้างเหมือนอนุบ้านอื่นสิเ้าคะ อีกทั้งบ่าวรับใช้ของนางยังเป็คนบอกกับทุกคนเองด้วย ไม่เชื่อท่านก็ลองถามบ่าวคนนั้นดู” หลุนหยุนฮวาชี้ไปที่แม่นมจาง “เมื่อครู่เ้าเรียกเ้านายของเ้าว่ายังไง รีบบอกท่านเสนาบดีไปเร็วสิ”
แม่นมจางคุกเข่าลงอย่างหวาดกลัว “บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะ”
“ชย่าเอ๋อ ข้าว่าบ้านหลังนี้เ้าอยู่ไม่ได้หรอก มิสู้กลับไปอยู่บ้านของข้าจะดีกว่า” หลุนหยุนฮวาฉุดลู่อวิ๋นชย่าให้ลุกขึ้น “อยู่ที่นี่เ้าต้องถูกอนุและพี่น้องคนอื่นรังแก ข้ายอมให้น้องสาวของข้าอาศัยอยู่ในสถานที่อันตรายนี้ไม่ได้จริงๆ”
“เ้าเป็ใคร บุตรสาวของข้าไปเป็พี่น้องกับเ้าั้แ่เมื่อไหร่กัน อีกอย่างเื่ในบ้าน ข้าจะจัดการเอง เ้าไม่ต้องมายุ่ง”
“ท่านเสนาบดีพูดผิดไปแล้ว เวลานี้ชย่าเอ๋อเป็น้องสาวคนเล็กของสกุลหลุนเรา หากท่านไม่จัดการอนุของท่านให้ดี ท่านก็อย่าได้หวังว่าพวกเราจะให้ชย่าเอ๋อกลับมาอยู่ที่นี่อีกเลย” หลุนหยุนฮวาฉุดให้ลู่อวิ๋นชย่าเดินตามตนเองไป ซึ่งลู่อวิ๋นชย่าก็ได้แต่เดินไปตามแรงดึงนั้นอย่างงงๆ
“ข้าทำดีแล้วใช่ไหมน้องสาว” หลุนหยุนฮวาถามลู่อวิ๋นชย่า เวลานี้ทั้งสองกำลังนั่งรถม้ากลับสกุลหลุน
“พี่หยุนซีไม่ได้บอกกับท่านหรือเ้าคะว่าเหตุการณ์วันนี้ข้าเพียงแค่แสดงละคร เพราะข้ามีแผนการบางอย่างที่ต้องทำ”
“แผนการ? ไม่นี่ พี่รองไม่ได้บอกอะไรข้าเลย บอกแต่ว่าวันนี้จะพาน้องสาวคนใหม่เดินทางมาเมืองหลวง” หลุนหยุนฮวาจับไหล่ลู่อวิ๋นชย่าพลิกไปมา “แต่ดูสภาพเ้าตอนนี้สิ ใครมาเห็นก็ต้องคิดว่าเ้าถูกรังแกอยู่แล้ว ขอทานที่วัดยังแต่งตัวอีกกว่าเ้าเสียอีก ดูสิ...ความหวังดีของข้าเ้ากลับมองไม่เห็น”
“ข้าควรขอบคุณท่านอย่างนั้นสิ”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว”
ขณะที่ทั้งสองยังถกเถียงกันอยู่ รถม้าก็จอดลงอย่างกะทันหัน
“เกิดอะไรขึ้น! ไม่มีใครได้รับาเ็ใช่หรือไม่” หลุนหยุนฮวาะโถามคนขับรถม้าอย่างใ
“หากจะมีใครสักคนได้รับาเ็ คนๆ นั้นก็คงเป็เ้า” เซียวิเฉินเปิดม่านรถม้าขึ้นพร้อมอุ้มลู่อวิ๋นชย่าลงมา
หลุนหยุนฮวารีบตามลงมาทันที “เ้าจะพาน้องสาวข้าไปไหน”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย” เซียวิเฉินถามเสียงเข้ม
“เซียวซื่อจื่อ!” หลุนหยุนฮวาถอยหลังไปชิดกับรถม้าโดยอัตโนมัติ “ไม่เกี่ยว...ไม่เกี่ยวเลยเ้าค่ะ ท่านจะพานางไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”
หลุนหยุนฮวาย่อมรู้จักเซียวิเฉินอยู่แล้ว เพราะนางก็เหมือนกับเด็กสาวทั่วไปที่ชื่นชอบบุรุษที่กล้าหาญ ทั้งนางยังเคยมาส่งขบวนทัพของเซียวิเฉินเวลาที่เขาออกไปรบอยู่หลายครั้ง มีหรือที่นางจะจำเขาไม่ได้
“ตอนนี้พี่สาวไม่เป็ห่วงข้าแล้วหรือ” ลู่อวิ่นชย่าถามปนขำกับท่าทางที่พี่สาวคนใหม่หวาดกลัวคู่หมั้นของตน เหมือนแมวเจอกับหนูอย่างไรอย่างนั้น “ก่อนหน้านี้ยังอยากปกป้องข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“มีเซียวซื่อจื่ออยู่ทั้งคน ย่อมไม่มีใครกล้ามารังแกเ้าแน่”
“ยุ่งไม่เข้าเื่ ดูซิว่าเป็เพราะเ้าที่ทำให้แผนการของพวกข้าผิดพลาดไปหมด” เซียวิเฉินหันไปพูดกับลู่อวิ๋นชย่า “หลุนหยุนซียังพอมีไหวพริบ แต่น้องสาวกลับไม่ได้เื่เอาเสียเลย”
“แหม...ซื่อจื่อ ที่ข้าทำไปก็เพราะใจร้อนอยากช่วยเหลือน้องสาวนี่เ้าคะ” หลุนหยุนฮวาไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดของอีกฝ่าย ทั้งยังยอมรับผิดแต่โดยดี ซึ่งผิดกับนิสัยปกติของนางเป็อย่างมาก แม้แต่คนขับรถม้าและผู้ติดตามของสกุลหลุนที่ติดตามนางมายังแปลกใจ เมื่อตอนที่คุณหนูของพวกตนอยู่ที่จวน ไม่เคยมีใครเห็นท่าทางว่าง่ายของนางอย่างนี้มาก่อนเลยสักคน
“เ้าจะเอายังไงต่อไปหรือชย่าเอ๋อ” เซียวิเฉินไม่ได้สนใจหลุนหยุนฮวาอีก
“ก็ต้องกลับสกุลหลุนสิเ้าคะ พี่สาวอุตส่าห์มารับข้าทั้งที”
“ได้ที่ไหนกัน หากเ้ายังกลับจวนลู่ไม่ได้ เ้าก็กลับจวนอ๋องกับข้า”
“พี่ิเฉิน” ลู่อวิ๋นชย่าจับมือคู่หมั้นไว้อย่างเอาใจ “แผนการของเราก็ไม่ได้ผิดพลาดไปเสียทั้งหมด รอให้ถึงเวลาเราก็ยังทำตามแผนเดิมของเราได้ เพียงแต่ตอนนี้พี่สาวเป็คนพาข้าออกมาจากสถานการณ์นั้น หากข้าไม่กลับสกุลหลุน ผู้คนก็ย่อมเข้าใจผิดได้ อีกอย่าง ข้าก็อยากไปทำความรู้จักกับครอบครัวใหม่ด้วยเ้าคะ”
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของนาง เซียวิเฉินจึงได้แต่ยอมตามใจ อีกทั้งเขาก็รู้ดีว่าคู่หมั้นของตนไม่ใช่คนวู่วาม การที่นางอยากไปที่จวนสกุลหลุนย่อมมีเหตุผลอื่นอีกเป็แน่
“เช่นนั้นข้าจะไปส่งเ้าก็แล้วกัน”
“นี่ๆ” หลุนหยุนฮวาสะกิดลู่อวิ๋นชย่า “ทำไมเซียวซื่อจื่อถึงได้เป็ห่วงเ้ามากเพียงนี้เล่า”
ลู่อวิ๋นชย่ามองหลุนหยุนฮวาอย่างนึกขำ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่านางยังทำตัวเป็พี่สาวใจกล้าที่คอยปกป้องน้องสาวอยู่หรือ แต่ทำไมเวลานี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียวิเฉินแล้วนางถึงได้ทำตัวเป็แมวเชื่องๆ เช่นนี้เล่า
“เซียวซื่อจื่อคือคู่หมั้นของข้าเ้าค่ะ”
“หา! จะดีหรือ เ้าไปหมั้นกับเขาได้ยังไง”
“หมั้นกับข้าแล้วจะทำไม คุณหนูหลุนโปรดพูดมาให้ชัดเจน” เซียวิเฉินชักจะไม่ถูกใจคุณหนูหลุนคนนี้แล้วจริงๆ
“คนทั้งเมืองหลวงบอกว่าท่านป่วยเป็โรคร้ายแรง ทั้งยังพิการ...” หลุนหยุนฮวามองไปที่ขาของอีกฝ่าย “เอ๋...แต่ท่านก็ยังยืนได้ปกตินี่”
“ไปเถอะชย่าเอ๋อ ข้าจะไปส่งเ้า ส่วนคุณหนูหลุนก็ปล่อยให้นางนั่งรถม้าของนางกลับเองก็แล้วกัน” พูดจบเซียวิเฉินก็พาลู่อวิ๋นชย่าขึ้นรถม้าของตนเองทันที