สายลมที่พัดผ่านป่าลึกกลายเป็ลมเย็นะเืเมื่อกลุ่มนักฆ่าในชุดดำก้าวเข้ามาใกล้วงล้อมรัดตัวอันหลานและเฉิงหานไว้จนแทบไม่มีที่หลบหนีดวงตาของเหล่านักฆ่าเปล่งประกายเยือกเย็นภายใต้หน้ากาก
"ข้าไม่้าเสียเืเนื้อ" เฉิงหานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางยกดาบของเขาขึ้นช้า ๆ "แต่ถ้าพวกเ้ายืนกรานข้าก็ไม่อาจยอมให้พวกเ้าทำตามใจ"
"องค์ชายเฉิงหาน ไม่จำเป็ต้องขู่เรา"ชายที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ"เป้าหมายของพวกเราคือกลีบดอกไม้และเราจะไม่ลังเลที่จะกำจัดสิ่งกีดขวาง"
เฉิงหานเหลือบตามองอันหลานที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาเธอกำมือแน่นพยายามสงบสติ
"อยู่ใกล้ข้า อย่าแยกตัวไปไหน" เขากระซิบเบา ๆ
"เข้าใจแล้ว" เธอตอบ แม้หัวใจจะเต้นรัว
ทันใดนั้นนักฆ่าคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ดาบของเขาเล็งไปที่เฉิงหานอย่างรวดเร็ว แต่เฉิงหานพลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่วเขาสวนกลับด้วยดาบของตัวเอง การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
อันหลานถอยหลังด้วยความระวังเธอรู้ตัวดีว่าไม่มีทักษะการต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถยืนเฉยได้
สายตาของเธอเหลือบไปเห็นก้อนหินขนาดพอดีมือเธอหยิบมันขึ้นมาพร้อมตั้งใจจะช่วยเฉิงหานเมื่อมีโอกาส
เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วป่าเฉิงหานเคลื่อนไหวราวกับนักรบที่มีประสบการณ์เขาปัดป้องและสวนกลับนักฆ่าหลายคนจนล้มลง
แต่จำนวนนักฆ่าที่มากกว่าทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด
"ท่านหญิง หลบไปก่อน!" เฉิงหานะโ
"ไม่! ข้าจะช่วย!" อันหลานะโตอบ
ในขณะที่นักฆ่าคนหนึ่งพุ่งตรงมาทางเธอเธอโยนก้อนหินในมือใส่หัวของเขาด้วยความแม่นยำที่เธอเองก็ไม่คาดคิดนักฆ่าคนนั้นหยุดชะงักและล้มลงไป
การกระทำของเธอทำให้เหล่านักฆ่าเริ่มหันมาสนใจเธอมากขึ้น
"ท่านหญิง ระวัง!"เฉิงหานะโก่อนจะพุ่งเข้ามาขวางดาบที่เล็งไปทางเธอ
อันหลานรู้สึกถึงแรงสั่นะเืของดาบที่กระทบกันใกล้ๆ เธอแทบหยุดหายใจ
แต่ทันใดนั้นเองเสียงแหลมของนกกู่ก้องขึ้นจากเหนือยอดไม้ และธนูจำนวนมากพุ่งลงมาจากทุกทิศทาง
"หลบไป!" เฉิงหานดึงอันหลานหลบหลังต้นไม้
นักฆ่าหลายคนถูกยิงล้มลงเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังยืนอยู่ พวกเขามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
ชายคนหนึ่งในชุดเกราะม้าเหล็กปรากฏตัวจากเงาของป่าพร้อมกลุ่มทหารที่ติดอาวุธครบมือ
"องค์ชายเฉิงหาน!" เขาคำนับ"พวกข้ามาช่วยตามคำสั่งของท่านแม่ทัพหาน"
เฉิงหานพยักหน้าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย"เ้าได้ช่วยเราพอดี"
กลุ่มนักฆ่าที่เหลือถอยหนีไปในความมืดของป่าอันหลานทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างเหนื่อยล้า หัวใจของเธอยังคงเต้นแรง
"ท่านหญิง ท่านาเ็หรือไม่?" เฉิงหานถามพลางยื่นมือให้เธอ
"ข้าไม่เป็ไร" เธอตอบพลางจับมือเขาเพื่อพยุงตัวขึ้น
"ดูเหมือนว่ากลีบดอกไม้นี้เป็สิ่งที่มีค่ามากกว่าที่ข้าคิด"เฉิงหานพูดขณะหยิบกลีบดอกไม้สีเงินขึ้นมา
พวกเขาเดินทางกลับจวนแม่ทัพพร้อมกับกลีบดอกไม้และคำถามใหม่ ๆ ในใจ
"ใครคือคนที่อยู่เื้ักลุ่มนักฆ่าเ่าั้? และทำไมพวกเขาถึง้ากลีบดอกไม้เหล่านี้?"
อันหลานรู้ว่าเธอจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอันตรายที่มากขึ้นในอนาคต
อันหลานมองกลีบดอกไม้ในมือของเฉิงหานด้วยความรู้สึกหนักใจเธอรู้ว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง