สถานที่ไปพบเ้าสำนักนั้นเป็ห้องโถง ขนาดใหญ่ โดยตรงกลางมีที่นั่งตัวใหญ่โดยมีท่านชายวัยกลางคนนั่งรออยู่ พร้อมกับศิษย์รับใช้ อีก สองคนยืนอยู่ด้านข้าง
“ ศิษย์สุ่ยเหวิน คำนับท่านอาจารย์” แม่ของเสี่ยวเทียนคุกเข่าให้กับเ้าสำนัก แล้วให้เสี่ยวเทียนทำตาม
“ คำนับอาจารย์ปู่”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเป็อาจารย์ปู่แล้วหรือนี่” ท่านเ้าสำนักเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“ อาจารย์รับเขาเป็ศิษย์ ก็ต้องเรียกแบบนี้ถูกต้องแล้ว เ้าค่ะ” แม่เสี่ยวเทียนรีบเอ่ย
“ เอ๋อ เรียกยังไงก็ได้ ว่าแต่เ้าชื่ออะไร”
“ เฉินเสี่ยวเทียนขอรับ”
“ พูดจาชัดถ้อย ชัดคำดี มาลองดูว่าแม่เ้าสอน เ้ามาแค่ไหน จินเป่า เ้าไปทดสอบ เสี่ยวเทียนสักสองสามท่าซิ”
จินเป่า เด็กหนุ่มวัย 15 ปี ท่าทางคล่อลแคล่ว ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม คงผ่านการฝึกฝนมาเยอ เดินเข้ามา หาเสี่ยวเทียน
“ ศิษย์น้องเชิญ” จินเป่าผายมือให้เสี่ยวเทียนโจมตีก่อน ซึ่งเสี่ยวเทียนหันไปมองแม่ก่อน แม่พยักหน้าให้แสดงสุดฝีมือ เสี่ยวเทียน ก็เหวี่ยงเท้าขวาเตะเข้าขาซ้ายของ จินเป่าก่อนทันที ทำเอาจินเป่า ถึงกับสะดุ้ง เจ็บจี๊ด ทันทีที่โดนเตะ ได้แต่ทำหน้านิ่ง ไม่ให้ใครรู้ว่าเจ็บที่โดนเด็กแค่ห้าขวบ เตะขา แต่ขาของเสี่ยวเทียนไม่ได้หยุด กลับเหวี่ยวใส่ชายโครงอีกรอบ ป๊าป ! เสียงหลังเท้าฟาดเข้าชายโครงซ้าย ของ จินเป่า ถึงกับเซถลา เป็ผื่นแดงขึ้นมา จินเป่าเจ็บจิรงแล้ว ไม่สนแล้ว ว่าแค่ทดสอบธรรมดา เดินหน้ายกมือเตรียมชกใส่ เสี่ยวเทียน แบบไม่ยั้งมือแล้ว แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ เสี่ยวเทียน ก็ะโหมุนตัวใส่เกลียวแล้วใช้เท้าขวาฟาดเข้าก้านคอ ของ จินเป่าไปอีกที คราวนี้ จินเป่าถึงกับหลับกลางอากาศ ตาลอยเคว้ง ล้มไปกับพื้นดังตุบ เ้าสำนักถึงกับใ ไม่คิดว่าตัวเล็กขาสั้นแค่นี้ จะสามารถะโตัวลอย แล้ว ใช้เท้าฟาดเข้าก้านคอคู่ต่อสู้ได้เช่นนี้
“ เยี่ยมมาก แม่เ้าสอนเ้ามาดีจริงๆ” เ้าสำนักเดินลงมา แล้วใช้มือ กดคลายเส้นที่ต้นคอของจินเป่า จนฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ ต่อไปเ้าคือศิษย์หลักของข้า จินเป่า พาเสี่ยวเทียนไปที่พักของเขา ข้ามีเื่คุยกับแม่ของเสี่ยวเทียนหน่อย”
จินเป่าหลังจากหายมึนก็พาเสี่ยวเทียนออกไปที่พัก โดยที่เสี่ยวเทียนกำลังจะบอกว่า เขาไม่นอนที่นี่ได้ไหม เขาอยากกลับไปนอนที่บ้านกับแม่มากกว่า แต่แม่บอกให้ออกไปก่อน จึงไม่ได้พูดอะไร
“ อาจารย์ ท่านมีอะไรหรือเปล่า”
“ จักรพรรดิฟงเลี่ย กำชับข้ามาให้ดูแล เสี่ยวเทียนเป็พิเศษ ทีแรกข้าก็สงสัยว่าทำไม แต่วันนี้ ข้าเห็นตัวจริงของเข้า การต่อสู้ของเขา ข้าก็เข้าใจ ทำไมจักรพรรดิฟงเลี่ย ให้ความสำคัญต่อเขาขนาดนี้”
“ เื่นี้อาจเป็เพราะอาจารย์เทพเซียนของเขา ก็ได้”
“ เ้าไม่ต้องห่วง เื่นี้จักรพรรดิบอกข้าหมดแล้ว ไม่ให้ล่วงเกินท่านเซียนที่คุ้มครองเสี่ยวเทียน แต่อาจารย์คิดว่า เขาน่าจะขึ้นไปเรียนที่ สำนักสะท้านฟ้าพิภพที่ 2 มากกว่า เพราะที่นั่นมีพลังเทพหนาแน่น เขาจะได้ฝึกวิชาระดับเทพได้อย่างเต็มที่”
“ ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ว่าเขายังเป็เพียงแค่เด็กอายุยังไม่เจ็ดขวบเลย ข้ายังเป็ห่วงเขาอยู่”
“ สุ่ยเหวิน เขามีเทพเซียนคุ้มครอง เ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจะให้เขาฝึกเตรียมตัวก่อนสักสามเดือน แล้วจะส่งเขาเข้าทดสอบดู หากเขาผ่าน ก็ส่งเขาไปเรียน เ้าว่ายังไง” อาจารย์เ้าสำนัก มองว่าที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะให้เสี่ยวเทียนฝึกวิชา เขาน่าจะฝึกในระดับสูงกว่านี้
“ ก็ได้ ข้าจะบอกเขา ถ้าเช่นนั้น ่นี้ให้เขากลับไปพักที่บ้านได้ไหมเ้าคะ”
“ ได้ซิ บ้านของเ้าอยู่ใกล้แค่นี้ ห้องนั้นก็เป็ห้องประจำตำแหน่งของเขาเท่านั้น”
อาจารย์เ้าสำนักสะท้านฟ้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
พอแม่ออกมาก็พบว่า เสี่ยวเทียนมารออยู่แล้ว
“ ท่านแม่ ข้าขอไปนอนที่บ้านได้ไหม”
“ ได้ซิ แม่คุยกับเ้าสำนักให้แล้ว ตอนนี้กลับบ้านก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยมาที่สำนักกันใหม่” แม่เอ่ยจบก็จูงมือเสี่ยวเทียนขึ้นรถม้ากลับไป ระหว่างทางแม่ก็บอกว่า
“ แม่อยากให้เ้าไปเรียนที่พิภพชั้นสอง ลูกจะคิดอย่างไร”
“ ข้าเป็ห่วงท่านแม่กับน้อง กลัวพวกคนร้ายจะกลับมากันอีก” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่ต้องห่วง นี่มันผ่านมาเป็ปี แล้ว พวกมันคงไม่ตามมาแน่ ระหว่างที่เ้าศึกษาที่พิภพที่สอง เ้าก็กลับมาเยี่ยมบ้านได้ตลอด ไม่ต้องกังวลไป ครั้งที่แม่ขึ้นไปเรียน แม่ก็กลับบ้าน ทุกสามวันเลย” แม่เอ่ยถึงวัยเด็กให้เสี่ยวเทียนฟัง
“ แล้วพวกเขาไม่ว่าอะไรท่านแม่ หรือขอรับ”
“ ไม่หรอก เพราะว่าแม่เก่งกว่าใคร เลยไม่มีใครว่าแม่ได้” แม่ตอบอย่างภูมิใจ
“ ถ้าท่านแม่เห็นว่าดี ข้าไปก็ได้”
“ เอาไว้เ้าสำนักสะท้านฟ้า จะเป็ผู้จัดการเื่นี้ เพราะว่าต้องมีการตรวจสอบก่อน ถ้าเ้าผ่าน ถึงจะขึ้นไปเรียนที่พิภพชั้น 2 ได้ “
เสี่ยวเทียนส่งเสียงถามอาจารย์เกี่ยวกับเื่นี้
“ ก็ดี ข้ากำลังคิดจะพาเ้าขึ้นไปชั้นสองพอดี อยู่ที่พิภพชั้นหนึ่งนี่ เ้าไม่สามารถพัฒนาพลังไปมากกว่านี้” อาจารย์ลู่เอินก็เห็นด้วย
“ขอรับ อาจารย์” เสี่ยวเทียนรับคำ เตรียมพร้อมเพื่อขึ้นไปพิภาพชั้น 2
นอกกำแพงเมืองฉางอันไม่ไกล มีถ้ำแห่งหนึ่ง ด้านในมี ชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง สวมหน้ากากผี เหมือนกันทั้งหมด กำลังนั่งประชุมกันอยู่แต่มีคนหนึ่งใส่หน้ากากั์นั่งเป็ประธานอยู่ตรงกลาง
“ เหตุการณ์เมื่อคืน ฝ่ายนักฆ่าของเราล้วนตายกันหมด การเข้ายึดครองฉางอันคงต้องล่าช้าไปอีก นึกไม่ถึง กระบี่อาญาสิทธิ์ อัสนี์ จะมีอานุภาพน่ากลัว เช่นนี้ หากเราไม่สามารถหาวิธีป้องกัน กระบี่อาญาสิทธิ์ได้ อย่าหวังที่จะยึดครองฉางอันได้เลย” คนใส่หน้ากากผี ที่นั่งเป็ประธานเอ่ยกับทุกคน
“ พวกเราไม่มีทางสู้กระบี่อาญาสิทธิ์ได้เลยหรือขอรับ ท่านประมุข” สมาชิกหน้ากากผีเอ่ยขึ้นอย่างเป็กังวล
“ การกำจัดจักรพรรดิฟงเลี่ยกับรัชทายาท พวกเราได้เตรียมความพร้อมมานานหลายร้อยปีแล้ว จะปล่อยให้พลังกระบี่อาญาสิทธิ์เล่มเดียวมาขัดขวางแผนการ ของเราไม่ได้ หนทางเดียวที่พวกเราทำได้ก็คือ ต้องเร่งอัญเชิญ พระแม่บัวทมิฬ ให้มาจุติในร่างใหม่ให้ได้ พวกเ้า สืบหาร่างที่จะให้พระแม่มาจุติกันไปถึงไหนแล้ว”
“ เวลานี้ในเมืองฉางอัน มีหญิงสาวอยู่เพียงแค่ สามคนเท่านั้นที่เกิด วันที่9เดือน9ปี นักษัตรที่ 9 คนแรก คือ ฮูหยินหยวน เ้าของร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในฉางอัน คนที่สอง คือ พระสนมอู๋ลี่ฟาง และคนที่สามคือฮูหยินเฉิน สุ่ยเหวิน ซึ่งเป็แม่ของเสี่ยวเทียน” คนหน้าผีคนหนึ่งรายงาน
“ พวกเ้าไปจัดการจับมาให้ได้ทั้งสามคน แล้วให้เ้าแม่ทรงเป็ผู้เลือกเอง”
ประมุขพรรคออกคำสั่งออกไป
“ท่านประมุขขอรับ ข้ามีเื่สงสัย เ้าแม่บัวทมิฬ ถูกจักรพรรดิฟงเทียนอี้ทำลายไปเมื่อห้าร้อยปีแล้วไม่ใช่รึ” สมาชิกผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
“ผู้ที่ถูกจักรพรรดิฟงเทียนอี้กักขังเอาไว้นั้นไม่ใช่เ้าแม่ เป็เพียงสาวกเบื้องซ้ายของ เ้าแม่บัวทมิฬเท่านั้น พลังยังอ่อนด้อยกว่าเ้าแม่มากนัก ถึงได้ถูกเฉินเสี่ยวเทียนทำลายลงไปอย่างง่ายดาย” ประมุขพรรคบัวทมิฬ ก็ล่วงรู้เื่ที่เสี่ยวเทียนทำลายเทวรูปปีศาจนั้นด้วย
“ ข้าสงสัย ทำไมเ้าแม่บัวทมิฬของเราถึงไม่ได้ถูกจำกัดพลังเหมือนคนอื่นๆ” สมาชิกหน้าผี ผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
“ พลังของเ้าแม่ไม่ใช่พลังในพิภพแห่งนี้ ไม่มีทางถูกระงับพลังลงได้ พวกเ้าทุกคนอย่ากังวลไปเลย” ประมุขพรรคเอ่ยอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจ
“ เวลานี้เราร่วมมือกับ อาณาจักรโต้วเฉียน หากเราสามารถทำลายโครงสร้างราชสำนักฉางอันได้ ทางอาณาจักรโต้วเฉียน จะตีหักด่านตะวันออกเข้ามาทันที ไม่เกิน 1 วันกองทัพโต้วเฉียนก็จะมาถึงเมืองฉางอันอย่างแน่นอน แต่เวลานี้แผนของเราพังไปหมด คงต้องรอให้เ้าแม่จุติ อีกครั้ง ส่งพิราบสื่อสารไปบอกกับ แม่ทัพใหญ่เหยียนคังด้วย ให้รอไปก่อน” ประมุขพรรคสั่งการเสร็จ ทุกๆ คนก็แยกย้ายกันออกไปทันที
วันนี้เทียนได้เดินทางไปที่สำนักสะท้านฟ้า โดยมีจางชง กับ ต้าเกินร่วมทางไปด้วย
“ พี่ต้าเกิน ท่านก็เป็ศิษย์สำนักสะท้านฟ้าด้วยหรือนี่” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ใช่แล้ว แต่ข้าไม่ค่อยเข้าสำนักเท่าไร แต่วันนี้ข้าเห็นเ้ามาก็เลยมาด้วย”ต้าเกินเอ่ย
“ ข้าในฐานะศิษย์สายใน ถือว่าใหญ่กว่าพวกเ้า หากมีปัญหาใดใด อ้างชื่อข้าได้เลย” จางชงเอ่ยบอกกับ เสี่ยวเทียน
ในขณะที่ทั้งสามนั่งรถม้าผ่าน ตลาดการค้าเมืองฉางอัน ก็เห็นคนร้ายชุดดำประมาณยี่สิบคนกำลัง
ฉุดคร่า หญิงสาวผู้หนึ่ง โดยทำร้ายคนรับใช้ จนเสียชีวิตไปหลายคน เสี่ยวเทียนเห็นแล้วก็จำได้ว่า นั่นคือ ฮูหยินหยวนอิง เ้าของร้านอาหารอันดับ 1 จึงรีบพุ่งตัวออกจากรถมา เพื่อเข้าไปช่วยทันที จางชงกับต้าเกินเห็นเช่นนั้น ก็รีบตามไปด้วยเช่นกัน
คนร้ายกว่ายี่สิบคนจับตัวฮูหยินขึ้นรถม้าไปได้ แล้ว ขณะกำลังจะออกไปก็ถูกเสี่ยวเทียน ใช้กระบี่ไม้ดำฟันรถ กับม้าจนขาดออกจากกัน ทำให้ม้าวิ่งหนีไป คนร้ายเห็นเช่นนั้นก็ใช้ดาบ เข้าฟันเสี่ยวเทียน ท่ามกลางเสียงร้อง ของฝูงชนที่เห็นเหตุการณ์ ดาบหลายเล่มกำลังระดมฟันเข้าใส่ร่างของเด็กน้อยวัย ไม่ถึง 7 ขวบ
แต่ไม่ทันที่ดาบคนร้ายจะเข้ามา มือซ้ายของเด็กน้อยก็เหวี่ยงเหรียญสังหารออกไป
คนร้าย สี่คนที่เข้ามาถูกเหรียญสังหารเจาะ หน้าผาก กระเด็นถอยหลัง ตายคาทีทั้งหมด คนร้ายที่เหลือเห็นเช่นนั้ ก็รีบนำยันต์ออกมาเผา แล้วกินเข้าไป เหมือนเช่นเคย จากนั้นพวกมันก็สั่นเหมือนผีเข้า พุ่งเข้ามาทำร้ายเสี่วยเทียน และ ต้าเกินกับจางชง ที่เข้ามาทำการช่วยเหลือ
“ พวกแกนี่เอง เมื่อคืนก่อน ยังไม่เข็ด กลับมาอาละวาดฉุดผู้คนแต่เช้า ข้าจางชงศิษย์สายในสำนักสะท้านฟ้า จะจัดการกับพวกเ้าเอง” จางชงเดินมาข้างหน้า ต่อยเข้าใส่ คนร้ายจนกระเด็นไปคนแรก จากนั้นก็เกิดการ ต่อสู้กันขึ้น เสี่ยวเทียนใช้กระบี่ไม้พุ่งเข้าไปตัดหัว ของพวกคนร้ายไปหลายคน เห็นต้าเกิน กับ จางชง ที่เข้ามาช่วย จึงร้องะโออกไปว่า
“ จุดอ่อนพวกมันอยู่ที่หัว” จากนั้นพวกจางชง กับต้าเกินก็ช่วยกันจัดการที่หัวของพวกมัน โดยช่วยกันกำจัดคนร้ายไปได้ ถึงสองคน แต่ก็ทำให้ทั้งสองคน ล้วนสะบักสะบอมไม่น้อย สุดท้ายคนร้ายก็ถูกกำจัดจนหมด
“ ท่านน้าพวกมันจะจับท่านไปทำไมกัน” เสี่ยวเทียนเอ่ยถาม ฮูหยินหยวนอิงที่ปลอดภัยแล้ว รีบเข้าไปอุ้มลูกสารที่ร้องไห้หาแม่เสียงดัง ส่วนบุตรชายก็ถูกทำร้ายเจ็บเพียงเล็กน้อย สามคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้
“ ข้าไม่รู้ จริงๆ พวกมันจะจับข้าไปเพื่ออะไร ต้องขอบคุณท่านทั้งสามคนที่มาช่วยไว้ได้ทัน” ฮูหยินเอ่ยจบพวกมือปราบจากต้าหลี่ซื่อ ก็กรูกันเข้ามา จนเต็มไปหมด
“ อาจารย์ พวกมันจะจับ ฮูหยินหยวนอิงไปทำไม”
อาจารย์ลู่เอินทำการสืบิญญาของพวกมัน ก็รู้ว่าแผนของพวกมันทันที
“ พวกมันจะจับตัวฮูหยินหยวนอิง ไปทำพิธีเปลี่ยนิญญา กับ เ้าแม่บัวทมิฬ
ยังมี พระสนมอู๋ลี่ฟาง กับ แม่ของเ้า ก็ถูกพวกมันคิดจะจับตัวไป เ้ารีบกลับบ้านไปช่วยแม่ของเ้าด่วนเลย ส่วนพระสนมลี่ฟางพวกมันคง ทำอะไรไม่ได้หรอกมีจักรพรรดิฟงเลี่ยอยู่ พวกนี้เข้าวังไป ก็ตายลูกเดียว”
“ พี่จางชง พี่ต้าเกิน ข้ากลับบ้านก่อน พวกท่านไปที่สำนักสะท้านฟ้าก่อนเลย”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็พุ่งร่างกลับไปที่บ้าน เพื่อช่วยแม่ก่อนทันที
พอไปถึงบ้าน ก็พบว่าคนร้ายกว่าห้าสิบคน กำลังปีนกำแพงบ้านเข้าไป เสี่ยวเทียนขว้าง เหรียญสังหาร พุ่งเข้าเจาะกะโหลกด้านหลัง คนร้ายที่อยู่บนกำแพงตายพร้อมกันทีเดียว ไปสิบกว่าคน จากนั้น เสี่ยวเทียนเข้าไปในบ้านพบกับแม่ กำลังใช้กระบี่เข้าต่อสู้กับคนร้าย กว่าสิบคน ส่วนหลิงน้อย ก็ใช้เหรียญขว้างเข้าใส่คนร้ายเพื่อจะช่วยแม่ เสี่ยวเทียนไม่รอให้พวกมันกินยันต์ จึงใช้กระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ ส่งสายฟ้าฟาดร่างพวกมันทีเดียว กว่าสามสิบคน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ร่างของคนร้ายล้วนถูกสายฟ้าผ่า ร่างดำเป็ตอตะโก ตายคาที่ ไปพร้อมๆกัน
“ ลูกแม่ มาได้ยังไง เ้าไม่ได้ไปสำนักสะท้านฟ้ารึ”
“ พวกลัทธิบัวทมิฬ มันส่งคนมาจับฮูหยินหยวนอิง กับท่านแม่ ไปเป็ร่างให้เ้าแม่บัวทมิฬ ข้ารู้ข่าวก็รีบมาเลย ยังมีพระสนมอู๋ลี่ฟาง อีกคน แต่อยู่ในวังคงไม่เป็ไร จักรพรรดิฟงเลี่ยอยู่ พวกมันคงไม่กล้าเข้าไปหรอก”
“ ช่างชั่วช้าจริงๆ เ้าไม่ต้องไปช่วยพระสนมหรอก เ้าไปสำนักสะท้านฟ้าเถอะ ทางนี้แม่จะจัดการต่อเอง”
แต่เื่ราวไม่ได้เป็อย่างที่เสี่ยวเทียนคิด พระสนมอู๋ลี่ฟาง ออกจากวังมาไหว้พระที่วัดอู่เอิน ขากลับตอนบ่าย กลับถูกคนของลัทธิบัวทมิฬ ลักพาตัวไปอย่างง่ายดาย.....