บรรยากาศอันรื่นเริงเต็มไปด้วยแสงสีบันเทิงของเมืองพัทยายามดึก์ของนักท่องราตรีทั้งชาวไทยและต่างชาติ เมืองที่ไม่เคยมีการหลับใหลมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัย เป็เมืองที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันทั่วโลก
แต่ก็เป็เื่ธรรมดาอีกฟากหนึ่งของความเจริญก็ยังต้องมีส่วนที่เป็มุมมืดในซอกซอยทั้งเปลี่ยวและแคบซึ่งเป็ทางเข้าชุมชนเล็กๆยามดึกดื่นไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไปมาเพราะว่าบริเวณนี้มีเหยื่อถูกปล้นชิงทรัพย์ไปหลายราย แต่สำหรับลลิตาแล้วเธอไม่ได้ใส่ใจเื่พวกนี้เท่าใดนัก
ลลิตา หญิงสาวร่างสูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเ้าของใบหน้าเรียวงดงามดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มรับกับจมูกรั้นและริมฝีปากบางแดงเรื่อได้ดี นอกจากใบหน้าแล้วรูปร่างเพรียวงามที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงโดยเฉพาะแขนที่เห็นทั้งลอนกล้ามเนื้อและเส้นเืปูดโปนเด่นชัด สร้างความน่าเกรงขามให้คนรอบข้างอยู่หน่อยๆ
ความงามทั้งตัวของหญิงสาวทำให้หลายคนต้องเหลียวหันกลับมามองแต่ทว่าไม่มีชายใดกล้าเข้าหา คงเป็เพราะแววตาอันว่างเปล่า ใบหน้าเรียบนิ่งไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับมีกำแพงน้ำแข็งอันเย็นเยียบอยู่รอบตัวชายหนุ่มส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะชื่นชมความงามนี้อยู่เงียบๆ
หญิงสาวกำลังเดินเข็นรถขายของกลับบ้านเช่าดวงตาคมสวยฉายแววความเหนื่อยล้าเล็กน้อยจากการขายข้าวแกงทั้งวันแต่ทว่าอีกไม่กี่ร้อยเมตรก่อนถึงที่พัก กลับปรากฏเป็ร่างชายฉกรรจ์สามคนกำลังยืนขวางทางเดินแสงสลัวจากเสาไฟที่อยู่ไม่ไกลทำให้รู้ว่าคนพวกนั้นกำลังจ้องมองมาที่เธอพร้อมกับยิ้มมุมปากหัวเราะในลำคออย่างเ้าเล่ห์
“เจอตัวจนได้!ตามหาตั้งหลายเดือน มาแปลงร่างเป็แม่ค้าซะเนียนเลยนะ”หนึ่งในพวกนั้นพูดขึ้นมาท่าทางจองหอง
“คราวก่อนถูกหักกระดูกไปหลายคนยังไม่เข็ดเหรอ” ดวงตาสวยตื่นตัวมากขึ้น แถมยังฉายแววของความเบื่อหน่ายเล็กน้อยน้ำเสียงเยียบเย็นของหญิงสาวทำให้พวกมันแอบขนลุกซู่ขึ้นมาอัตโนมัติ
“หึตอนนั้นคุณบัญชาประเมินแกต่ำไป ครั้งนี้ไม่พลาดแน่”หนึ่งในกลุ่มนั้นโต้กลับด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
“จะจับฉันไปเพื่ออะไร” เธอเลือกที่จะออกมาเองต่างคนต่างอยู่ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว แต่พวกมันก็ยังคงตามรังควานไม่เลิก
“อย่าทำมาเป็ใสซื่อ!แกน่ะรู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีโกรธมากเค้า้าตัวแกไปรับโทษแลกกับเงินสนับสนุนค่ายมวยคืนยังไงล่ะ”ชายที่น่าจะเป็หัวโจกพูดพลางหักนิ้วมือเตรียมความพร้อม
“หึ! ยอมตายยังดีกว่าเข้ามาสิ!” ไม่รอช้าเกิดการต่อสู้ขึ้นเืแห่งนักสู้ของหญิงสาวได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นร่างงามหักหลบกำปั้นที่พุ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่วว่องไวแล้วสวนกลับด้วยข้อศอกและเข่าจนคนร้ายล้มไปทีละคนด้วยมือเปล่าของเธอ
ไอ้หัวโจกเห็นท่าไม่ดีจึงส่งสายตาเป็สัญญาณบอกลูกน้องให้เริ่มแผนต่อไปพวกมันสองคน หลังลุกขึ้นยืนตั้งหลักได้ จึงพร้อมใจกันพุ่งเข้ามาหาตัวเธอจนลลิตาเสียหลักล้มลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พวกมันจับเธอนอนคว่ำคนหนึ่งมัดมือไพล่หลัง ส่วนอีกคนใช้ร่างกายทับตัวเธอไว้ไม่ให้ดิ้น
ไอ้หัวโจกหัวเราะเสียงดังพร้อมเดินเข้ามากระชากผมหางม้าให้เงยหน้าขึ้นแสงสีเงินสะท้อนจากมีดปลายแหลมวิบวับที่ตอนนี้ค่อยๆกรีดใบหน้าของหญิงสาวเกิดเป็แผลตื้นเล็กๆ มีเืซึมออกมาลลิตามองการกระทำของมันด้วยดวงตาแข็งกร้าวไม่เกรงกลัว
“ถึงจะเก่งมาจากไหนก็ไม่สู้จำนวนคนที่เยอะกว่าอยู่ดีแหละนะ”เืจากกายสาวไหลซึมอาบแก้มเป็ทางยาวจนมันพึงพอใจ
“จะฆ่าก็ลงมือซะ!อย่าพูดมากให้เสียเวลา พวกหมาหมู่ไร้น้ำยา!”คำพูดของเธอส่งผลให้ไอ้หัวโจกเริ่มมีน้ำโห มือสากบีบคางหญิงสาวอย่างรุนแรง
“ฉันฆ่าแกแน่!แต่ติดตรงที่ว่าเสี่ยให้จับเป็น่ะสิ!”มือสากสะบัดออกจากคางเรียวราวกับเห็นเป็ของร้อนแล้วล้วงมือหยิบของบางอย่างในกางเกง
“มีสองทางเลือก จะไปด้วยกันดีๆหรืออยากให้ใช้...ยาสลบ” ไอ้หัวโจกแสยะยิ้มราวกับผู้ชนะโดยที่มือข้างหนึ่งถือผ้าผืนเล็กไว้ หญิงสาวยังคงจ้องมองของในมือนั้นไม่วางตาสมองอันปราดเปรียวพยายามวิเคราะห์หาทางหนีทีไล่ จากสถานการณ์ตรงหน้า
“หึๆ มันจบแล้วล่ะ! ลลิตา!”ขณะที่ไอ้หัวโจกกำลังเงื้อมมือที่ถือผ้าโปะยาสลบผืนนั้นไปยังใบหน้าของเธอได้มีเท้าปริศนาฟาดเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างจังจนต้องร้องโอดโอยกระเด็นลงไปกองกับพื้น
ปรากฏเป็ร่างสูงโปร่งของชายชาวตะวันตกผมบลอนด์ดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นฉายแววซุกซนตื่นเต้น ไม่มีความหวาดกลัวใดๆแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นน่าขนลุกบางอย่าง ชายหนุ่มคนนั้นยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเขาหลบคมมีดอย่างคล่องแคล่วว่องไว ชั่วพริบตา ลูกน้องทั้งสองได้กองลงกับพื้นตามลูกพี่มันไป
ชายพลเมืองดีอาศัยจังหวะชุลมุนรีบพยุงหญิงสาวขึ้นมาจูงมือเธอวิ่งไปด้วยกัน หลังจากวิ่งหนีได้ไกลพอสมควรจนมาถึงร้านสะดวกซื้อที่มีแสงสว่างและผู้คน ทั้งสองเหนื่อยหอบเล็กน้อยมือหนายังคงจับไม่ยอมปล่อย
“ขอบคุณนะ”ลลิตาเอ่ยขอบคุณเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าดวงตางามเป็ต้องวูบไหวขึ้นมา เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรเต็มตาหนุ่มฝรั่งเรือนผมสั้นสีบลอนด์พร้อมกับดวงตาสีฟ้าเข้มสดใสทรงเสน่ห์จมูกสันโด่งตามฉบับชาวตะวันตกดูเข้ากันกับริมฝีปากกระจับสวยเชื่อว่าหญิงสาวหลายคนต้องอิจฉา หนวดเคราเขียวครึ้มตกแต่งเพิ่มความมาดแมนยั่วยวน
ที่สำคัญคือรูปร่างอันสูงโปร่งขนาดเธอเองที่สูงถึงร้อยเจ็ดสิบเิเยังต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเสื้อยืดที่สวมใส่อยู่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยปกปิดมัดกล้ามหนั่นแน่นกำยำเ่าั้ได้ตอนนี้เหมือนโลกกำลังหยุดหมุน หญิงสาวหัวใจเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างแปลกประหลาด อาจเป็เพราะเสน่ห์เหลือล้นนี้ทำให้เธอละสายตาไปจากเขาไม่ได้
ชายหนุ่มก็ไม่ต่างกันเขาเองก็ตกตะลึงกับหญิงสาวเอเชียตรงหน้าดวงตาสีน้ำตาลเข้มคมสวยกำลังสะกดตรึงให้เขาอยู่กับที่ริมฝีปากบางแดงเรื่อที่เผยอออกเล็กน้อยดูยั่วยวนทำให้เขาสงสัยว่ารสชาติจะเป็อย่างไรรอยเืแห้งกรังที่ไหลอาบแก้มเป็ทางยาวกลับทำให้เธอดูมีเสน่ห์ร้อนแรงขึ้นไปอีกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองดวงตาทั้งคู่จดจ้องกันและกันไม่วางตา...
“ฮัดเช้ย!!”เสียงจามลั่นซอยของคุณลุงขายผลไม้หน้าร้านสะดวกซื้อ ได้ดึงสติของคนทั้งสองกลับมาชายหนุ่มยกมือขึ้นเกาหัวมองไปทางอื่นด้วยความเคอะเขิน ลลิตากลับมาสีหน้าเรียบนิ่งแต่ในใจกลับเต้นรัวแรงแทบทะลุออกมาความอบอุ่นที่มือทำให้เธอนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“อะ เอ่อคุณปล่อยมือก็ได้นะ” หญิงสาวบอกเขาเป็ภาษาอังกฤษ
“อ้อ โทษที แหะๆ”ชายหนุ่มยิ้มแฉ่งเผยให้เห็นฟันเขี้ยวทรงเสน่ห์ยิ่งทำให้ลลิตาพยายามเบนหน้าไปทางอื่น กลัวว่าจะต้านทานเสน่ห์นี้ไม่ได้
“ผม เจซ ทอมสันเรียกผมว่าเจซเฉยๆ ก็ได้” ชายหนุ่มยังคงยิ้มแย้มแววตาสีฟ้าเหมือนมีประกายเพลิงเร่าร้อนแฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นบางอย่างมองเธอไม่วางตา
“ลลิตาค่ะขอบคุณอีกครั้งนะ” เธอยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้งเธอพึ่งนึกได้ว่าพวกมันน่าจะรู้ที่อยู่ของเธอแล้ว คืนนี้ไม่น่าจะกลับบ้านได้
“หนุ่มๆพวกนั้นเป็แฟนเก่าเธอเหรอ?” ความคิดของเธอกลับสะดุดขึ้นมาทันทีเธอหันขวับกลับไปมองเขา ตอบอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีทาง!”เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ยังคงจ้องมองหญิงสาวไม่วางตา
“คุณ...เท่จัง”
“หา?”ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองเขา พลางขมวดคิ้ว สงสัยจะหูฝาดไป ชายหนุ่มยังคงยิ้มกว้างให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมง่วงแล้ว เราไปกันเถอะ”ในจังหวะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เจซถือวิสาสะจับมือเธออีกครั้ง
“คุณพูดว่าอะไรนะ”หญิงสาวเกร็งข้อมือขัดขืน ยืนนิ่งมองเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งระแวดระวังตัว
“ผมง่วงแล้ว เราไปกันเถอะ”เขาทวนให้หญิงสาวฟังอีกครั้ง พร้อมดวงตาใสซื่อยียวน
“...” ลลิตายังคงจ้องหน้าเขาอย่างไม่ไว้ใจหรือว่าเธอจะหนีเสือปะจระเข้?
“คุณกลับบ้านตอนนี้ไม่ได้หรอกเหล่าแฟนหนุ่มน่าจะรอเซอร์ไพรส์อยู่ ผมจองโรงแรมอยู่แถวนี้ คุณไปพักกับผมก่อนละกันไปเถอะ ง่วงแล้ว” พูดไปหาวไป พร้อมกับพยายามจูงมือเธอเดินต่อลลิตาสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่ต้องหายใจสะดุดขึ้นมาเมื่อเธอนึกได้ว่าตนเก็บกระเป๋าเงินไว้ใต้รถเข็นตอนนี้มีเศษเงินอยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนแค่ไม่กี่ร้อย ไม่พอค่าห้องแน่นอนเจซมองดูเธอที่ก้มหน้าค้นหาของในกระเป๋าเสื้อกันเปื้อนอยู่นานก็รู้ขึ้นมาทันที
“ผมจ่ายให้ก่อนก็ได้คุณค่อยคืน แบบนี้ดีไหม?” ชายหนุ่มหาวเป็รอบที่สอง ลลิตาได้แต่พ่นลมหายใจเสมองไปทางอื่น เป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ถ้าชายหนุ่มเล่นตุกติกอะไร...หวังว่าตนจะรับมือไหว
“แบบนั้นก็ได้ แต่ฉันคิดว่าฉันเดินเองได้”เจซยิ้มกว้างจนตาหยี ไม่เป็ไร ได้จับมืออุ่นนานขนาดนี้ เขาก็พอใจแล้ว