ลีโอนีกรีดร้องเธอทำอะไรไม่ถูก “นาธาน เดี๋ยวก่อน อา.. นั่นใครน่ะ ไม่สิมีใครกำลังมองเราอยู่..!”
เธอพยายามห้ามณัฐธัญทว่าเขากลับไม่ฟัง แถมยังเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
หญิงสาวปริศนาร่อนลงบนพื้นอีกครั้งเธอยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา สองมือวางทาบเสมอกัน แล้วแนบหูกับตัวรถ ราวกับกำลังแอบฟัง
“นาธานฉันบอกให้หยุดก่อน...” ลีโอนีพูดเสียงกระเส่า
ณัฐธัญไม่หยุดแถมยังหนักแน่นรุนแรงยิ่งขึ้น โน้มศีรษะมาที่ข้างใบหูของลีโอนี กล่าวกระซิบว่า“ไม่ต้องห่วง ที่นี่คือมิติพิเศษที่ทับซ้อนกับข้างนอก ข้างนอกมองมาไม่เห็นหรอก”
“นั่น..นั่นมันไม่ใช่ประเด็น...” ลีโอนีพยายามอธิบายแต่ทุกครั้งที่แรงส่งเข้ามาหาเธอจนสุด สติของเธอก็แทบหลุดลอย คิดคำพูดไม่ออก
ณัฐธัญรู้สึกว่า่ล่างคับแน่นกว่าปกติกล่าวต่ออีกว่า “ดูเหมือนร่างกายของเธอจะไปคนละทิศกับปากของเธอนะ”
ลีโอนีไม่มีแรงเถียงแล้วความสุขถาโถมเข้ามาประหนึ่งคลื่นทะเลคลั่ง เธอเปรียบเสมือนเรือลำน้อยท่ามกลางเกลียวพายุทำได้เพียงเคลื่อนไปตามแรงส่งเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดลีโอนีรู้สึกเหมือนมีอารมณ์มากกว่าเดิม แม้ว่าในใจเธอจะปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบสนองตรงกันข้าม
ยิ่งเวลาผ่านไปจากความเอียงอายกลายเป็ความตื่นเต้น เริ่มไม่ยับยั้งชั่งใจอีกต่อไปปลดปล่อยทั้งเสียงและพฤติการณ์อย่างเต็มที่ บางครั้งก็ถึงขั้นเป็ฝ่ายขยับเอง
ตอนนี้ไม่มีใครสนใจการมีตัวตนอยู่ของหญิงสาวปริศนาแล้วสิ่งที่สนใจอยู่อย่างเดียวคือความอิ่มเอมเปรมปรีดิ์
เมื่อความสุขสมหล่อเลี้ยงมาจนถึงจุดสูงสุดร่างกายก็ปลดปล่อยผลพวงอันเกิดจากความรักใคร่ ก่อนจะทรุดลงไปกองกับพื้นห้องน้ำทั้งคู่
แต่เพลิงราคะไม่อาจมอดดับโดยง่ายทั้งสองคนพักหายใจไม่นาน รู้สึกว่าเปลวไฟยังสุมทรวง จึงต่อศึกคำรบสองเริ่มต้นวัฏจักรสร้างชีวิต เพียงแต่จะไม่มีชีวิตใดถือกำเนิดในกระบวนการนี้
ทั้งคู่พากันรื่นเริงหรรษาเสียงชายหญิงดังระงมสลับกัน อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้สึกถึงกระแสลมที่พัดลอดเข้ามาตามช่องว่างในรถ
สายลมพัดเอื่อยๆ ผ่านเข้าไปตามซอกหรือช่องว่างที่เล็กมาก เมื่อเข้ามาในตัวรถบ้าน มันก็แยกเป็หลายสายประหนึ่งอุโมงค์ที่แยกไปหลายเส้นทาง
และอุโมงค์ลมเส้นหนึ่งนั้นได้ผ่านลอดประตูห้องน้ำเข้าไปเสียงบุรุษสตรีและการกระทบกระทั่งถูกส่งผ่านไปตามท่อลม ออกนอกตัวรถบ้านมาถึงโสตประสาทของหญิงสาวปริศนาที่กำลังแนบหูกับตัวรถอยู่
“สัตว์ป่า..!” เสียงอุทานดังออกจากปากของหญิงสาวเบา ๆ
ตอนแรกเธออยากรู้ว่าอีกฝ่ายมีความสามารถอะไรเป็ใครมาจากไหน ถึงจัดการสัตว์ประหลาดปีกั์ตัวนั้นได้จึงแอบฟังหวังจะล้วงข้อมูล
ทว่าสิ่งที่เธอได้ยินมีเพียงสักขีพยานรักระหว่างชายหญิงผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วไฟรักก็ยังไม่มอดดับ
อุณหภูมิด้านนอกลดต่ำลงลมหายใจออกมาพร้อมกับควันขาว เธอรู้สึกว่าทนฟังแบบนี้ต่อไปทั้งคืนคงไม่ได้ข้อมูลอะไรแถมเธออาจจะหนาวตาย จึงบินกลับไปนอนที่ห้องสต๊อกสินค้าของซูเปอร์มาเก็ต ซึ่งเป็ที่นอนประจำของเธอ
……
รุ่งอรุณมาเยือนแสงตะวันกลับมามอบความอบอุ่นและความหวังอีกครั้งหากนับวันที่ณัฐธัญข้ามมิติมายังโลกใบนี้ ถือว่าเป็วันที่หกแล้ว
ตอนนี้เวลาเจ็ดโมงเช้าเขาขับรถบ้านขึ้นไปทางเหนือของเมืองเล็กน้อย เพื่อให้พ้นจากกลิ่นของซากศพซอมบี้และสิ่งมีชีวิตประหลาด
พอเริ่มไม่ได้กลิ่นแล้วเขาจึงหาที่เหมาะ ๆ จอดรถและปิดกระจกขึ้น
บริเวณนี้เป็ทางโค้งพอดีหากเลี้ยวขวาจะไปถึงถนนหลักเส้นเหนือ ด้านซ้ายเป็ป่าและูเา มีลานดินว่างอยู่
ณัฐธัญจอดรถไว้ริมถนนซื้อชุดโต๊ะกลางแจ้งจากระบบมาวาง จากนั้นตกแต่งบนโต๊ะด้วยแก้วจานที่มีเครื่องดื่มและขนมปัง
หากมองดูจากไกลๆ คงคิดว่าเป็โต๊ะร้านกาแฟกลางแจ้ง
ณัฐธัญดมกลิ่นกาแฟคั่วกลางที่หอมโชยก่อนจะจิบเข้าไปหนึ่งคำ ตามด้วยกัดขนมปังครัวซองต์
เวลานี้แทบทุกคนยังไม่ตื่นโดยเฉพาะลีโอนี แม้ว่าเมื่อคืนจะไม่ได้หนักเท่าคืนแรกที่ทำกัน แต่ก็ยังรู้สึกเพลียโดยเฉพาะหลังจากเพิ่งสู้กับสิ่งมีชีวิตประหลาดเสร็จ
ที่ตื่นเช้าคนเดียวคงมีแต่มาน็องด้วยความที่เคยเป็คนรับใช้มาก่อน ไม่สิ… ตอนนี้ก็คงเป็อยู่ เธอจะตื่นมาทำอาหารั้แ่เช้าเสมอ
ระหว่างที่เขากำลังนั่งหลับตาจิบกาแฟตากแดดยามเช้าก็มีลมพัดผ่านเขาไปวูบหนึ่ง พอเขาลืมตา ก็เห็นหญิงสาวปริศนานั่งอยู่ที่นั่งตรงข้ามแล้ว
“สวัสดี”ณัฐธัญยิ้มทักทาย
เขาจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนเธอหายไปตอนไหนเพราะเวลานั้นเขากำลังเสพสุขกับความรู้สึกที่วาบหวามใจ
หญิงสาวปริศนามองดูขนมปังครัวซองต์ห้าหกชิ้นบนจานตาไม่กะพริบมันส่งกลิ่นหอมฉุยราวกับเพิ่งอบใหม่ ๆ
ณัฐธัญเห็นแล้วก็ยิ้มมุมปาก“จะกินก็ได้นะ ฉันไม่…”
ยังพูดไม่ทันจบหญิงสาวก็หยิบครัวซองต์ขึ้นมา ทันทีที่กัดลงไป ั์ตาของเธอประกายแวววาว ความกรอบนอกนุ่มในที่ไม่ได้ััมานานเธอแทบลืมไปแล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กินขนมปังคือเมื่อไร
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ติดคอหรอกมีอีกเยอะ ไม่ต้องรีบ” ณัฐธัญกล่าว
ในเวลาไม่นานครัวซองต์ห้าชิ้นก็หมดลง เขายื่นมือไปหาเธอ แสงโฮโลแกรมสีฟ้าปรากฏขึ้น กลายเป็แก้วที่มีควันขาวลอยออกมา
หญิงสาวตกตะลึงรับแก้วมาโดยไม่รู้ตัว ไอร้อนของโกโก้ตีขึ้นจมูก เธอค่อย ๆ จิบอย่างระมัดระวัง รสหวานอมขมกระจายไปทั่วต่อมรับรส
เธอเงยหน้าขึ้นมองณัฐธัญถามว่า “นายเป็ใครกันแน่..?”
“ไม่คิดจะแนะนำตัวเองบ้างเลยเหรอ”ณัฐธัญถามกลับ
หญิงสาวราวกับนึกขึ้นได้ว่าเสียมารยาทกล่าวแนะนำตัว “ฉันนาตาเลีย”
“ฉันณัฐธัญ”ณัฐธัญตอบสั้น ๆ
“นาธาน…”นาตาเลียพึมพำชื่อ ราวกับกำลังนึกว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือไม่
ณัฐธัญลอบถอนใจตกลงเขาเปลี่ยนชื่อแล้วสินะ
“นายจะขับรถขึ้นไปเมืองใช่ไหม”นาตาเลียถามขึ้นอีกครั้ง
ณัฐธัญพยักหน้าเื่นี้เขาเคยบอกไว้แล้ว ไม่จำเป็ต้องปิดซ่อน
นาตาเลียแสดงท่าทางลังเลก่อนจะถามอีกว่า “อย่างนั้นฉันขอติดรถไปด้วยได้ไหม”
ณัฐธัญประหลาดใจเมื่อวานเธอยังดูเหมือนเป็คนไม่เข้าสังคมอยู่เลย แต่ทำไมวันนี้มาแปลก
ขณะที่เขากำลังจะถามนาตาเลียก็กล่าวขึ้นว่า
“ฉันมีน้องชายคนหนึ่งเขาขับรถกลับเมืองไปขอความช่วยเหลือ แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว ยังไม่กลับมา ฉันห่วงว่าจะเกิดเื่ร้ายอะไรขึ้นเลยอยากขึ้นไปดู”
“งั้นน้องชายของเธอก็ตายไปแล้วล่ะ”
เทเรซ่าเดินมาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือเธอนั่งเก้าอี้ที่ติดกับณัฐธัญ หันมามองหน้าของเขาราวกับจะบอกว่าขอกินด้วย
ณัฐธัญก็ไม่ขัดข้องซื้อขนมปังต่าง ๆ ปะปนกัน เพื่อให้เธอเลือกรับประทานได้ตามใจชอบ
นาตาเลียขมวดคิ้วทำหน้าไม่พอใจทันที “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเป็ใคร แต่มาแช่งญาติคนอื่นแบบนี้มันใช้ได้เหรอ”
เทเรซ่าหยิบขนมปังมารับประทานแบบหน้าตาเฉยเหลือบมองนาตาเลียพลางกล่าว “ฉันจะบอกข้อมูลให้เธอฟังแล้วกันถือว่าเป็คนกันเอง”
เทเรซ่าเห็นว่านาตาเลียเป็สาวสวยและการที่ณัฐธัญถึงกับแสดงพลังให้เธอเห็นแบบนี้ แสดงว่าเขาหมายตาเธอไว้แล้ว
และเมื่อเขาหมายตาเธอก็ยากที่จะหนีพ้นเงื้อมมือมาร เพราะเธอเจอมากับตัวแล้ว ถึงแม้ปากเธอจะปฏิเสธหากเขาไม่ทำตามเงื่อนไขแต่สุดท้าย ต่อให้เขาไม่ทำตาม เธอก็จะยอมให้เขาอยู่ดี เพราะไม่มีใครสามารถปฏิเสธความสะดวกสบายที่เขามอบให้โดยเฉพาะในโลกสิ้นหวังที่อาหารกระป๋องมีค่าเหนือทองคำและศักดิ์ศรี
แล้วเทเรซ่าก็บอกข้อมูลที่บุคคลทั่วไปควรทราบไม่ว่าจะเป็เื่เขตปลอดภัย เชื้อเอเฮส พลังพิเศษ หรือกระทั่งเขตนรก พื้นที่ที่น้องชายของนาตาเลียมุ่งหน้าไป
สมองของนาตาเลียเกือบประมวลผลไม่ทันเนื่องจากข้อมูลข่าวสารเยอะเกินไป กว่าจะดึงสติกลับมาได้ เทเรซ่าก็เล่าถึงเขตนรกแล้ว
เมื่อเธอทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับเขตนรกใบหน้าก็ถอดสีทันที
ณัฐธัญเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้เขาก็มีพี่น้องเหมือนกัน หากสลับตัวเขาแทนนาตาเลีย เขาเองก็คงร้อนใจไม่ต่างกัน
“ได้ฉันจะพาเธอติดรถไปด้วย จนกว่าเธอจะเจอน้องชาย หรือได้หลักฐานว่าเขาตายแล้ว”
ณัฐธัญกล่าวครั้งนี้เขาไม่ขอสิ่งแลกเปลี่ยน เพราะเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของเธอดี
สีหน้าของนาตาเลียคล้ายกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาบางส่วนมองตาณัฐธัญด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เทเรซ่ามองเขาเหมือนกับสัตว์ประหลาดอีตาคนนี้ไม่ขอสิ่งแลกเปลี่ยน..? ใช่ณัฐธัญที่เธอรู้จักหรือเปล่า..?
“ว่าแต่ทำไมเธอถึงแยกกับน้องชายล่ะปกติสถานการณ์แบบนี้ พวกเธอต้องอยู่ด้วยกันไม่ใช่เหรอ” ณัฐธัญถามด้วยความสงสัยหากสลับตัวเป็เขา เขาจะไม่ทิ้งพี่น้องเด็ดขาด เว้นเสียว่าเกิดเื่ไม่คาดฝันอะไรขึ้น
นาตาเลียลังเลใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเล่าให้ฟัง
เธอเล่าว่าตอนที่โลกยังไม่พินาศเธอกับกลุ่มของน้องชายตั้งใจจะไปเที่ยวทางใต้ เพื่อฉลองหลังจากที่น้องชายและเพื่อนๆ สอบเสร็จ แต่ตอนที่กำลังแวะพักเมืองทางผ่าน จู่ ๆ ทุกคนเกิดอาการปวดศีรษะเฉียบพลันผู้คนส่วนใหญ่คล้ายกับทนอาการปวดไม่ไหว บ้าคลั่งและกลายร่างเป็ซอมบี้ แต่เธอและกลุ่มของน้องชายไม่ได้กลายร่างและเธอพิเศษที่สุดคือสามารถใช้พลังธาตุลมได้
พอณัฐธัญได้ยินก็พยักหน้าราวกับเข้าใจมิน่าเล่าเธอถึงเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว แถมยังเหาะเหินเดินอากาศได้ เป็เพราะพลังธาตุลมอย่างที่คาด
เธอเล่าต่อว่าตอนนั้นในเมืองวุ่นวายมากโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตไม่มีสัญญาณ จราจรติดขัด ไม่สามารถออกไปได้ ตั้งใจจะรอรัฐบาลส่งคนมาช่วยเหลือเพราะคิดว่าเื่ใหญ่แบบนี้ ไม่นานก็คงมีการช่วยเหลือส่งมา
แต่หลังจากรอมาเกือบเดือนน้ำและอาหารเริ่มร่อยหรอ เพราะมีผู้รอดชีวิตหลายพันคน ไม่สามารถรอต่อไปได้หลายคนจึงประชุมและวางแผนจะใช้รถที่จอดค้างอยู่ในเมืองหนีออกไป โดยแบ่งออกเป็สองกลุ่มให้กลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถต่อสู้กับซอมบี้เปิดทาง แล้วให้กลุ่มที่มีความรู้ด้านยานยนต์ไปเช็กสภาพรถที่ใช้ได้และรวบรวมน้ำมันซึ่งเธอกับพวกน้องชายเป็กลุ่มต่อสู้
เพราะจำนวนรถที่ใช้ได้และน้ำมันมีจำกัดจึงต้องตั้งกฎให้นั่งกันสิบคนต่อหนึ่งคัน เมื่อเตรียมรถและเสบียงเสร็จสรรพเรียบร้อยพร้อมออกเดินทางเป็คาราวานกลับเมืองใหญ่ ก็มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
มีซอมบี้แปลกตาตัวหนึ่ง่ศีรษะมีสีน้ำเงินเด่นชัด มันแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด พละกำลังมหาศาลสามารถพลิกรถจนคว่ำหรือทุบทำลายรถจนพังย่อยยับ หลายคนพยายามต่อสู้กับมัน แต่ก็เหมือนว่ามันไม่สะทกสะท้านอะไรเลยเมื่อเกิดเสียงดังจากการต่อสู้ ซอมบี้ที่เหลือนับหมื่นก็แห่กรูกันมา หลายคนในรถถูกพวกมันกระชากออกมารุมกัดกิน
เมื่อมันกำลังมาถึงรถของพวกเธอเธอจึงเสียสละออกไปถ่วงเวลามัน ทำให้รถของพวกน้องชายขับหนีออกไปได้แต่สุดท้ายเธอก็ติดอยู่ในเมืองนี้คนเดียว
เธออาศัยเสบียงที่เตรียมไว้ในรถของคนอื่นที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ประทังชีวิตเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ก็เริ่มมีกลุ่มคนพร้อมอาวุธขับรถขึ้นมาจากทางใต้หลายกลุ่มเธอรอดูท่าทีสักพัก แล้ววิเคราะห์ว่าทางใต้คงมีเมืองที่ปลอดภัยจึงตั้งใจจะไปเข้าร่วม
ทว่าชีวิตกลับไม่ง่ายดายทันทีที่เธอตามพวกเขาขึ้นรถ สายตาของพวกเขาก็คล้ายกับหมาป่าหิวกระหาย ตั้งใจจะกระทำย่ำยีเธอจึงต้องจำใจฆ่าทุกคนที่อยู่บนรถ และนั่นก็เป็ครั้งแรกที่เธอฆ่าคน
หลังจากได้ต่อชีวิตจากเสบียงของคนกลุ่มนั้นเธอก็ไม่มีความคิดเข้าร่วมกลุ่มอีกเลย จนกระทั่งพวกณัฐธัญมาถึง
ณัฐธัญพอได้ฟังก็เข้าใจกว่าเดิมไม่แปลกใจว่าทำไมเธอถึงระแวงขนาดนั้น โลกนี้ต้องสิ้นหวังขนาดไหนถึงขนาดบังคับให้หญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งฆ่าคนทั้งคันรถ ไม่สิ...จะกล่าวโทษโลกก็ไม่ถูก ต้องเป็คนถึงจะถูก
แต่พอมาคิดอีกทีอันที่จริงโลกเก่าของเขาก็ไม่ต่างกันเท่าไร เพียงแต่บางทีอาจไม่ได้ออกสื่อเท่านั้นแม้ว่าคนพวกนี้จะเป็แค่คนส่วนน้อย แต่หากคนส่วนน้อยนี้ได้มีอำนาจ ก็สามารถเอาชนะคนส่วนใหญ่ได้
และในโลกนี้อำนาจไม่ใช่เงินตราอีกต่อไปแต่เป็ทรัพยากรทางอาหารและอาวุธยุทโธปกรณ์
“แสดงว่าเลยจากเมืองไปเล็กน้อยจะมีรถเต็มไปหมดเลยใช่ไหม”ณัฐธัญถาม เพราะถ้าเป็เช่นนั้น เขาจะได้ไปเก็บวัสดุจากซากรถ
นาตาเลียพยักหน้าแต่เธอถามขึ้นมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ “ใช่ แต่น่าจะถูกงัดส่วนที่มีประโยชน์ไปหมดแล้วนายจะเก็บซากรถไว้ทำอะไร..?”
“ฉันมีวิธีใช้ประโยชน์จากมันอยู่”ณัฐธัญตอบลวก ๆ
เขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะมีซากรถพอให้เขาขยายพื้นที่เพิ่มสักหนึ่งเมตรก็ยังดีตอนนี้เขารับคนมาเพิ่ม แต่รถบ้านขนาดเท่าเดิม ถ้าไม่ขยายพื้นที่แล้วจะอยู่กันอย่างไร
อันที่จริงเตียงชั้นบนก็นอนได้แค่สองคนแต่เพราะพื้นที่ไม่พอ จึงต้องนอนเบียดกันสามคน พอเทเรซ่ามาลีโอนีจึงต้องย้ายมานอนเตียงเดียวกับเขาโชคดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลีโอนีไม่ธรรมดา จึงไม่มีอะไรต้องลำบากใจ
ระหว่างนั้นอลิเซียกับมาน็องก็ลงมาพร้อมกับถาดอาหารมากมาย
“ลีโอนีล่ะ..?”ณัฐธัญไม่เห็นลีโอนีลงมาด้วย จึงถาม
อลิเซียหน้าแดงระเรื่อตั้งหน้าตั้งตาเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะราวกับไม่ได้ยินณัฐธัญถาม
“กว่าเธอจะตื่นก็คงสายๆ โน่นแหละ ไม่รู้ใครใช้งานเธอเสียหนัก สู้ศึกกับสัตว์ประหลาดเสร็จแล้วยังต้องสู้ศึกภายในอีก”เทเรซ่ากล่าวด้วยสีหน้าเฉื่อยชา แต่ฟังจากคำพูดแล้ว เป็การประชดประชันอย่างเห็นได้ชัด
นาตาเลียไม่ได้สนใจคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นเพราะเธอทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเธอเองก็อยู่เป็สักขีพยานด้วย..!
แต่สิ่งที่เธอตกตะลึงมากที่สุดในตอนนี้คืออาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะควันขาวลอยขึ้นจากอาหาร กลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน บ่งบอกว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ
นาตาเลียถึงกับสงสัยในคำพูดของเทเรซ่าโลกนี้ถึงจุดจบแล้วจริงหรือ..? แล้วทำไมพวกเธอถึงมีอาหารมากมายขนาดนี้ต่อให้มีพลังพิเศษมิติกักตุนอาหารไว้ได้มาก แต่สักวันก็ต้องมีวันหมดกินเปลืองแบบนี้ไม่กลัวว่าต่อไปจะไม่มีกินหรือ..?
พอเห็นนาตาเลียยังไม่กล้ารับประทานณัฐธัญก็โน้มน้าวพลางบอกพลังของตัวเอง ในเมื่อนาตาเลียบอกพลังของเธอแล้วเขาเองก็ไม่ควรเก็บไว้เป็ความลับต่อเธอ
พอเธอได้ฟังก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่เพราะมันเหนือกว่าที่เธอจินตนาการไว้หลายขุม เสกสิ่งของได้..? นี่มันยิ่งกว่าเก็บซากรถเข้าไปในคลังมิติอีกต่อให้มันมีเงื่อนไขบางอย่าง นาตาเลียก็คิดว่าคุ้มมาก