REBORN
ตอนที่ 1
(ไร้บ้าน)
โดย : สิบเดือนเก้า
"เฮ้ย! สินค้าล็อตนี้เป็ไงบ้างว่ะ"
"ก็น่าจะดีอยู่นะ จัดว่าเกรด A เลยละ"
"งั้นก็รีบๆ ขนขึ้นรถจะได้เสร็จๆ งานสักที"
"จัดไปลูกพี่"
โกดังสินค้าเก่า มีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ พร้อมด้วยคนงานประมาณ 20 คน พร้อมอาวุธครบมือ กำลังไล่ต้อนเด็กอายุประมาณ 5-18 ปี ขึ้นรถเพื่อจะนำไปส่งที่ท่าเรือ
นายแดงเป็หัวหน้าคอยสั่งการพวกลูกน้อง และนายเขียว (สมุนมือขวา) ทำหน้าที่คุมเด็กจำนวน 50 คนขึ้นรถคอนเทนเนอร์
"เฮ้ย! เร็วๆ พวกมึงชักช้าเดี๋ยวกูยิงไส้แตกเรียงตัวเลย"
เขียวพยายามเร่งให้เด็กๆ ขึ้นรถให้เร็วๆ จะได้ทันตามกำหนดการ ที่นัดไว้ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่เป็ไปอย่างที่คิด
"หยุด! และวางอาวุธลงเดี๋ยวนี้ เ้าหน้าที่ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว"
"เวรแล้วไอ้เขียว พวกมันรู้ได้ไงว่ะว่าเราอยู่ที่นี่"
"ไม่รู้เหมือนกันพี่แดง ทำไงกันดีพี่"
"หนีสิว่ะ! เฮ้ยพวกเองยิงคุ้มกันด้วย"
นายแดงกับนายเขียวหนีโดยให้ทางลูกน้องยิงคุ้มกัน ส่วนทางตำรวจก็นำกำลังไล่ติดตาม แต่ดูเหมือนว่าจะหนีไปได้ทั้งคู่ มีเพียงลูกสมุนที่โดนจับ
ส่วนเด็กทั้ง 50 คน ได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
"นับว่าเป็ผลงานใหญ่นะผู้กองเดช"
"ขอบคุณครับสารวัตร"
"คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวผมสืบสวนคดีนี้ต่อเอง"
"ตะ..แต่"
"คุณไปพักเถอะ เดี๋ยวผมจักการเองหรือว่าคุณไม่เชื่อใจผม"
"มะ..ไม่ใช่ครับ"
สารวัตรธันวา ผู้บังคับบัญชาของผู้กองเดช รีบพูดตัดบทว่าจะดูแลคดีนี้ต่อเอง ผู้กองเดชได้ส่งสายสืบแฝงตัวเข้าไปในองค์กรค้ามนุษย์ได้หลายปีแล้ว แต่ก็ยังตามจับไม่ได้ ส่วนใหญ่จะโดนจับได้แล้วฆ่าปิดปาก จนสารวัตรธันวามีคำสั่งว่าห้ามยุ่งกับคดีนี้อีก ครั้งนี้ผู้กองเดชทำสำเร็จเพราะสายตำรวจคือเด็กอายุ 14 ปีที่โดนจับตัวไปในครั้งนี้ ซึ่งไม่มีใครคิดว่าจะมีตำรวจที่ไหนใช้เด็กอายุ 14 ไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้
"พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้"
"ผมเห็นพ่อตามเื่นี้มาหลายปี แถมโดนสั่งพักงานเพราะเื่นี้ผมก็อยากจะช่วย"
"ถ้าพ่อไปช่วยแกไม่ทันจะเป็ยังไง"
"ผมถึงได้ติด GPS ไว้กับตัวผมแล้วส่งข้อความบอกพ่อตอนที่ผมถูกจับไง"
"มันไม่ใช่เื่ที่เด็กอย่างแกจะเข้ามายุ่ง"
ผู้กองเดชเป็พ่อบุญธรรมของหลง พวกเขาเจอกันเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนั้นผู้กองเดชมีลูกสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลง ลูกของผู้กองชื่อว่ามินตรา ผู้กองมักจะพาเธอไปสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่บ่อยๆ เพราะภรรยาของเขาทำงานอยู่ที่นั้นเธอมีชื่อว่าอินทิรา ซึ่งมินตราก็มักจะไปเล่นกับเด็กในนั้นเป็ประจำแล้วได้รู้จักกับหลง
แต่ต่อมาสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ภรรยาของผู้กองเสียชีวิตเพราะเข้าไปช่วยเด็กออกมา ซึ่งเด็กที่ช่วยออกมาก็คือมินตราลูกของเธอกับหลงนั้นเอง เธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ผลชันสูตรออกมาว่าเสียชีวิตเพราะสูดควันพิษเข้าร่างกายมากเกินไป หลังจากนั้นไม่กี่วันมินตราก็ได้เสียชีวิตลง มีเพียงหลงเท่านั้นที่รอด ผู้กองก็เลยรับเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม
เหตุการณ์ครั้งนี้ตำรวจได้ปิดคดีว่าเป็เพราะไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดไฟไหม้ แต่ทางผู้กองเดชไม่เชื่อเพราะเขาได้ทำการสอบสวนชาวบ้านแถวนั้น ให้การเหมือนกันว่ามีผู้ชาย 2 คนเข้าไปในสถานรับเลี้ยงกำพร้าแล้วก็รีบเดินออกมาหลังจากไฟไหม้ได้ไม่นาน น่าแปลกที่กล้องวงจรปิดแถวนั้นเสียหมดทุกตัว ทางตำรวจบอกว่าเพราะไฟไหม้อาจทำให้กล้องวงจรปิดใช้งานไม่ได้ ผู้กองสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวกับคดีลักพาตัวเด็กเขาจึงทำการสืบคดีนี้มาตลอด และหลงก็ได้ให้ปากคำว่ามีผู้ชาย 2 คนเข้ามาจริงๆ แต่คำให้การของเด็กใช้การไม่ได้จึงปิดคดีว่าไฟไหม้เพราะไฟฟ้าลัดวงจร
"แกกลับบ้านไปก่อนไป เดี๋ยวพ่อจัดการธุระที่นี่เสร็จแล้วจะตามไป"
หลังจากนั้นไม่กี่วันต่อมา ผู้กองเดชโดนตั้งข้อหาค้ามนุษย์ รวมกับพวกอีก 5 คน โดนผู้ต้องหาให้การว่าพวกเค้ารับคำสั่งมาจากผู้กองเดช
"มันจะเป็ไปได้ยังไงครับสารวัตร คุณก็เห็นผมตามจับไอ้พวกนั้นมาตลอด"
"ผมรู้คุณใจเย็นๆ ผมกำลังหาทางช่วยอยู่"
"มีคนใส่ร้ายผมแน่นอน หลักฐานสักชิ้นก็ไม่มี"
"แต่ทางเราได้เจอปืนของผู้กองในที่เกิดเหตุพร้อมกับ หลักฐานการโอนเงินในบัญชีตลอดระยะเวลา 8 ซึ่งเป็เงินจำนวนมากนะครับ"
"มันจะเป็ไปได้ยังไงหมู่เข้ม ผมไม่เคยไปเปิดบัญชีอะไรที่ไหนเลย จะมีก็แต่….สารวัตร"
ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วหลังจากภรรยาของผู้กองเสียชีวิต ทางสารวัตรซึ่งตอนนั้นยังเป็หมู่เหมือนกับผู้กอง ทั้ง 2 คนเป็เพื่อนที่สนิทกันั้แ่เด็ก แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีผู้กองได้เลื่อนตำแหน่งเป็นายดาบแล้วก็ได้ยศร้อยตำรวจเอก (ผู้กอง) ทางสารวัตรธันวาเริ่มมีความคิดอิจฉาที่ตนเองยังเป็แค่หมู่กระจอกๆ เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานใครๆ ก็คิดว่าผู้กองเดชต้องได้ขึ้นเป็สารวัตรแน่นอน สุดท้ายหมู่ธันวาก็เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็สารวัตรโดยทางเบื้องบนให้เหตุผลว่าทำคดีใหญ่ซึ่งเป็คดีลับเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งเขาแฝงตัวเข้าไปทำมาหลายปี ทั้งโรงพักต่างพากันสงสัยแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะถาม เพราะเบื้องบนบอกมาแบบนั้น
หลักจากที่หมู่ธันวาขึ้นมาเป็สารวัตร ก็ได้บอกผู้กองเดชว่าเรามีการจัดตั้งกองทุนสำหรับข้าราชการที่มีผลงานดีเด่น ให้มาเปิดบัญชีกับทางสารวัตรจะได้มีเงินเก็บเมื่อเกษียณราชการ ซึ่งหลังจากเปิดบัญชีผู้กองเดชก็ไม่ได้สนใจเพราะสารวัตรธันวาเป็คนจัดการให้ทั้งหมด ระยะเวลาที่มีเงินเข้าออกบัญชีก็ตรงกับ่เวลาที่เปิดบัญชีพอดี
"ศาลขอตัดสินให้จำเลยมีความผิดจริง ลงโทษจำคุก 10 ปีไม่รอลงอาญา"
คดีสินสุดที่ศาลฏีกา ผู้กองถูกจำคุก 10 ปี พ้นจากตำแหน่งหน้าที่และยึดทรัพย์ทั้งหมด หลงที่เป็ลูกเลี้ยงและพยานเพียงคนเดียวซึ่งศาลไม่รับฟังเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ หลงต้องออกจากบ้านที่เคยอยู่กับผู้กองตามคำสั่งศาลให้ยึดทรัพย์ทั้งหมด ทั้งเนื้อทั้งตัวของเด็กอายุ 14 มีเงินเก็บอยู่ 5,000 พันบาท ซึ่งเป็เงินที่เขาทำงานหามาได้่ปิดเทอมเพื่อเตรียมจะซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อที่กำลังจะถึง ตอนนี้คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว หลงต้องออกจากโรงเรียนใน่ที่กำลังจะขึ้นมัธยมปลาย
2 ปีผ่านไปหลงได้สอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุดของประเทศ ส่วนมากจะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้น ไม่ก็ต้องรวยมากๆ ถึงจะเข้าไปได้ แต่ก็จะมีส่วนน้อยที่เข้าไปเพราะสอบชิงทุน (ซึ่งหลงก็เป็หนึ่งในนั้น)
"ขอโทษครับ ปฐมนิเทศ ชั้นม.4 ไปตึกไหนครับ"
"ตึกข้างหน้านี่เอง พ่อหนุ่ม"
"ขอบคุณครับ"
โรงเรียนผดุงคุณธรรมวิทยา เป็โรงเรียนที่หลงสอบชิงทุนเข้าไปได้ ถ้าไม่ใช่ลูกคนใหญ่คนโตที่ฝากเข้าไปก็ยากมากที่จะสอบชิงทุนเข้าไปได้ การไปเรียนครั้งนี้จะเป็จุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ เพิ่งเคยเขียนเป็เื่แรก ดีไม่ได้ยังไงติชมกันได้นะครับจะพยายามพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ
>< กดไลค์เป็กำลังใจให้คนเขียนด้วยนะครับ >//< แต่แค่เข้ามาอ่านกันเยอะๆคนเขียนก็มีกำลังใจแล้วค๊าฟฟ