ตอนที่ 14 : ป๋ายอี้หลินคนใจร้าย
“พูดถึงเื่นี้ก็ต้องย้อนไปั้แ่ตอนที่คุณชายและท่านอ๋องยังอยู่เมืองหลวงขอรับ…
ข้าน้อยก็ฟังคนอื่นเขาเล่ามาอีกที พวกบ่าวในจวนนี้เดิมทีก็เป็ข้ารับใช้ในตำหนักขององค์ชายรองหวงเทียนหยางที่เมืองหลวง ั้แ่สมัยที่ยังไม่ได้อวยยศเป็โจวหยางอ๋องเมื่อครึ่งปีก่อน
ตอนนั้นองค์ฮ่องเต้หมายมั่นปั้นมือจะมอบสมรสพระราชทานให้องค์ชายรองหวงเทียนหยางกับบุตรีของเสนาเกาเ้ากรมคลัง
แต่เห็นว่ามีเื่งามหน้าที่องค์ชายรองไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักดนตรีคนโปรดของฮองเฮาที่มาบรรเลงเพลงถวายในงานเลี้ยงงานหนึ่งซะก่อน ฮองเฮาทราบเื่ก็ไม่พอใจมาก ไปทูลขอฮ่องเต้ให้ยกเลิกสมรสพระราชทานซะและลงโทษให้องค์ชายรองต้องรับนักดนตรีคนนั้นเป็อนุชายา…."
“อย่าบอกนะ… ว่านักดนตรีคนนั้นคือข้า…”
ลู่หลินได้ฟังเื่เล่า นึกเอะใจตงิดๆ จึงได้รีบเอ่ยทักออกมา
“ใช่เลยขอรับ… แต่ความพิโรธของฮองเฮายังเบานัก แค่้าให้องค์ชายรองรับคุณชายเป็อนุก็เท่านั้น แต่ฮ่องเต้นี่สิทราบเื่แล้วโกรธมากถึงกับสั่งเนรเทศองค์ชายรองและกองทัพัทมิฬทั้งหมดให้มาประจำอยู่ที่เมืองโจวนี้ แต่เื่นี้เป็เื่เสื่อมเสียของราชวงศ์ จะป่าวประกาศออกไปตรงๆ ก็ใช่ที เลยใช้ราชโองการแต่งตั้ง องค์ชายรองหวงเทียนหยาง เป็ โจวหยางอ๋อง มาประจำที่เมืองโจวแทน”
นั่นไงล่ะ… ลู่หลินพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมโจวหยางอ๋องถึงได้เกลียดชังเขานัก นี่คงไม่ใช่ว่าปลูกต้นรักอยู่กับบุตรสาวของเสนาเกาด้วยหรอกนะ ไม่งั้นคงกลายเป็ความเกลียดชังโทษฐานที่ไปก่อหนี้ดอกท้อขัดขวางความรักของหนุ่มสาวเป็แน่
“อืม… ฟังเ้าเล่ามาถึงตรงนี้ โจวหยางอ๋องจะเกลียดชังข้าก็พอเข้าใจได้ แต่พวกบ่าวเ่าั้เล่าจะเกลียดชังข้าเื่อะไร?”
“พวกบ่าวภักดีและซื่อสัตย์กับโจวหยางอ๋องมากเลยขอรับ พอรู้ว่านายตัวเองถูกแต่งตั้งมาที่เมืองโจว ทุกคนก็พร้อมใจกันยกขบวนย้ายถิ่นฐานตามมาด้วย พอมาปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักอ๋อง ได้รู้ว่าแท้จริงท่านอ๋องและคุณชายมิได้มีสัมพันธ์อันดีต่อกันพวกเขาก็ยิ่งพาลไม่ชอบคุณชาย หาทางกลั่นแกล้งคุณชายผ่านทางบ่าวรับใช้มาตลอดหวังให้ทนไม่ได้แล้วต้องออกจากจวนไป แต่ไม่เพียงคุณชายจะไม่ออกไป ยังสั่งลงโทษบ่าวของตัวเองหนักยิ่งกว่าที่ถูกคนอื่นรังแกเสียอีก ทุกคนจึงไม่ชอบใจคุณชายมากขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าคุณชายป๋ายอี้หลินเป็คนใจร้ายใจดำ ไร้ความเมตตา และ…..”
“เดี๋ยว… เสี่ยวไป๋น้อย… มิใช่ว่าเ้าเองก็รังเกียจข้ามากหรอกรึ? ใยฟ้าจึงรู้สึกคล้ายเ้าเนียนผสมโรงด่าเยี่ยงนี้ฮึ?”
ลู่หลินนั่งฟังเื่ราวนิ่งๆ อยู่นาน เริ่มสังเกตว่า่ท้ายๆ มันไม่ใช่และจึงได้ขอเบรกสักหน่อย
“อุ้ย…แหะๆ … ก็คุณชายจำเื่ทุกอย่างไม่ได้นี่นา ข้าน้อยก็เล่าแบบหมดเปลือกเลย…”
เสี่ยวไป๋ถูกทัก รู้ตัวว่าเผลอตัวพูดไม่ดีไปเสียแล้วจึงรีบตอบกลับไปแล้วปรับท่าทีให้นอบน้อมเป็อย่างยิ่ง เด็กน้อยถูกบรรยากาศใจดีและเป็มิตรของคุณชายป๋ายแผ่รังสีใส่มากเกินไปจนเกือบลืมไปว่าจริงๆ แล้วคุณชายคนนี้เข้มงวดและโเี้เพียงใด หากทำอะไรไม่ถูกใจแม้เพียงเล็กน้อยจะถูกสั่งโบยจนเจียนตายก็ไม่แปลกสักนิด
แต่ไม่เพียงคุณชายป๋ายจะไม่แปลกใจ กลับยังเฉยชาราวกับไม่ใช่เื่ของตัวเองซะอีก…
“พวกเขาก็รู้ว่าการเป็บ่าวของข้าน่าสงสารถึงเพียงนี้แล้วทำไมยังรังแกเสี่ยวเฮยอีก? หนามยอกเอาหนามบ่งรึ?”
“พวกเขารังแกพวกเราแค่ไม่ให้รับใช้คุณชายได้อย่างสะดวกขอรับ แต่ความจริงทุกคนก็เห็นใจพวกเรามาก อย่างพ่อครัวหลิว รู้ว่าข้ากับเสี่ยวเฮยไม่ค่อยมีเงินอีแปะไว้ใช้สอย มีข้าวของใดดีๆ จึงเอามาแบ่งปันให้เสมอ…”
ฟังมาถึงตรงนี้ลู่หลินก็เริ่มตระหนักได้แล้วว่าตัวตนของป๋ายอี้หลินคนก่อนคงไม่ใช่คนดีนัก ไม่เพียงทำร้ายบ่าวไพร่อย่างรุนแรงแล้ว แม้แต่เงินทองไว้ใช้จ่ายก็ยังไม่คิดแบ่งปัน สองเด็กน้อยจึงดูอาภัพน่าสงสารถึงเพียงนี้ ไม่แปลกใจหากจะเป็ที่รังเกียจของบ่าวไพร่ในจวนอ๋อง…
“เฮ้อ… ดูท่าว่าเื่ที่ต้องแก้ไขคงมีไม่น้อยกระมัง….”
“เอ๋? แก้ไขหรือขอรับ?”
“ใช่! ทำผิดก็ต้องแก้ไข! เสี่ยวไป๋ไปหยิบถุงเงินข้ามา เราจะไปที่เรือนครัวกัน!”
“ไปเรือนครัวหรือขอรับ? แต่คุณชายไม่ชอบที่นั่นเพราะมันร้อนและสกปรกไม่ใช่เหรอขอรับ?”
“เมื่อก่อนไม่ชอบ แต่ตอนนี้ชอบเป็ที่สุด เร็วเข้า ตามข้ามา!”
พูดจบสองนายบ่าวก็พากันเดินออกไปจากเรือนทันที
ย้อนเวลามาเพียงวันแรก ก่อนจะออกไปช่วยชีวิตคนหลายหมื่น ช่วยเหลือเ้าเด็กดำตัวน้อยๆ ซะก่อนก็คงไม่เสียเวลาเกินไปหรอกเนอะ จะผูกมิตรกับนายก็กลัวจะถูกขู่ฆ่า งั้นเริ่มจากผูกมิตรกับบ่าวไพร่ในเรือนก่อนก็แล้วกัน…
…
“ป่วยด้วยโรคประหลาดรึ? …"
“ใช่ขอรับท่านอ๋อง… บนศีรษะของคุณชายป๋ายไม่มีร่องรอยถูกกระแทกใดๆ หากบอกว่าถูกกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อมนั้นอาจจะไม่ถูกนัก อีกทั้งคนที่สูญสิ้นความทรงจำ แม้จะจำอดีตไม่ได้ แต่ตัวตนและนิสัยใจคอเดิมเป็เช่นไรย่อมไม่เปลี่ยนแปลง… กรณีของคุณชายป๋ายนั้นจึงไม่คล้ายกับการลืมเลือน แต่ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคนมากกว่า…”
จบคำรายงานผลของท่านหมอยา หวงเทียนหยางและซุนอวี้เซวียนก็ถึงกับต้องมองหน้ากันอย่างมีความนัย
“แต่ข้าน้อยเคยรักษาอาการป่วยไข้ของคุณชายป๋ายมาก่อนหน้านี้แล้วตอนที่เพิ่งจะแท้งใหม่ๆ ดังนั้นจากสภาพร่างกายในตอนนี้ บอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็คนเดียวกันเพราะร่องรอยการแท้งบนร่างกายยังมีอาการตกค้างให้ต้องอ่อนเพลียอยู่… เื่นี้หาก้าการยืนยัน เอ่อ…ในฐานะคนที่ใกล้ชิดกันมากที่สุด ท่านอ๋องลองพิสูจน์ด้วยตัวเองก็ได้ขอรับ….”
คำกล่าวกระท่อนกระแท่นเกี่ยวกับการพิสูจน์กาย ไม่ต้องขยายความมากก็เข้าใจได้ว่าควรต้องพิสูจน์อย่างไร เื่นี้เทียนหยางเองก็ปักธงไว้ในใจแล้วเช่นกัน…
“ในเมื่อกายเป็คนเดียวกัน แล้วท่านจะวินิจฉัยว่าเป็คนละคนได้อย่างไร?”
ซุนอวี้เซวียนสอบถามอย่างสงสัย เขาอยากได้ข้อสันนิษฐานที่ใกล้เคียงความจริงมากกว่านี้
“ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจนัก วิชาแพทย์อธิบายอาการนี้ไม่ได้ จึงคิดว่าอาจจะต้องใช้ตำราอื่นเข้าช่วย เคยได้ยินว่าชนเผ่าหูโบราณมีวิชามนต์ดำเรียกิญญาสิงร่างทำให้คนเปลี่ยนนิสัยเป็คนละคนได้ บางที อาการของคุณชายป๋ายอาจจะเป็แบบนั้นก็ได้ขอรับ…. และหากนี่เป็ผลของวิชามนต์ดำจริง การที่จะไร้าแแม้ตกจากผาสูงก็คงไม่ใช่เื่ที่เกินความคาดหมาย…”
“เผ่าหูรึ? ….”
ชื่อเผ่าที่ไม่เคยได้ยินทำให้เทียนหยางขมวดคิ้ว พาลนึกไปถึงตำราปริศนาขึ้นมา… หรือว่านั่นจะเป็ตำราวิชามนต์ดำของเผ่าหู? ซุนอวี้เซวียนถึงไม่เคยเห็นตำราแบบนั้นและไม่สามารถอ่านถอดความได้
“ใช่ขอรับ…แต่ข้าน้อยก็ไม่รู้เื่ราวของพวกเขามากนัก รู้ว่าเป็ชนเผ่าเร่ร่อนแถบทะเลทรายแดนใต้ก็เท่านั้น”
หมอยารีบตอบความทั้งหมดตามที่รู้ เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมได้อีก โจวหยางอ๋องก็โบกมือเป็เชิงให้เขาออกไปได้
ทำให้ในตอนนี้ในตำหนักซีเว่ย อันเป็เรือนพักส่วนตัวของโจวหยางอ๋องเหลือเพียงหวงเทียนหยางและซุนอวี้เซวียนเท่านั้น
“จัดคนออกไปติดตามหาคนเผ่าหูโบราณนี่ ข้า้ารู้ว่าอาการของป๋ายอี้หลินเป็มนต์ดำหรือไม่ และตำรานั้นคือตำราอะไร แต่ระวังให้ดีอย่าให้มีใครรู้เื่นี้… ข้าไม่้าให้ใครก็ตามที่บงการป๋ายอี้หลินอยู่รู้ว่าเรากำลังสืบเื่ของพวกเขา”
จบคำสั่งการของหวงเทียนหยาง ซุนอวี้เซวียนก็รีบรับคำทันที
“พ่ะย่ะค่ะ… กระหม่อมจะรีบจัดการตามคำสั่งท่าน… แล้วกับคุณชายป๋ายอี้หลิน จะเอาอย่างไรต่อไปดี…”
“เล่นละครมาก็เล่นละครกลับไป ในเมื่อเ้าตัวอยากให้เราเข้าใจว่าสูญสิ้นความทรงจำ ก็จัดการป่าวประกาศและดูแลไปตามนั้น ข้าเองก็อยากจะรู้นัก ว่าเ้าปีศาจตัวแสบนั่นจะมีลูกไม้อันใดอีก…”
“งั้นให้คนจับตาดูไว้หน่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ… เป็ท่านองครักษ์เจิ้งและนายกองหานก็น่าจะดี…”
“ได้ตามนั้น เ้าก็เรียกตัวพวกเขาเข้ามาแล้วจัดหาที่พักให้พร้อม… ส่วนหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ที่ปากปล่องูเาเจียฮว๋าซานก็ให้รองแม่ทัพหุยเข้าไปช่วยดูแล ่นี้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง ข้าสังหรณ์ใจว่าอาจเกี่ยวกับแรงปะทุจากปากปล่องที่เพิ่มขึ้น หากมีอะไรให้รีบมารายงานเป็การด่วน”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบจัดการทันที…”
“พ่อบ้านหวังกลับมาจากการออกไปแจกของดูแลราษฎรเมื่อใดให้บอกเล่าเื่ราวทั้งหมดในจวนให้ละเอียดแล้วให้เขารับหน้าที่แก้ปัญหาวุ่นวายในจวนต่อไป ตัวเ้าสติปัญญาล้ำเลิศ วุ่นวายกับเื่เล็กเสียเวลาเปล่า ออกไปช่วยท่านรองแม่ทัพดูแลบ้านเมืองเถอะ”
“…พ่ะย่ะค่ะ…”
“หมดธุระแล้วก็ไปได้ ข้าจะใช้เวลานี้ลองศึกษาตำราประหลาดนั่นสักหน่อย”
จบคำสั่งหวงเทียนหยาง ซุนอวี้เซียนก็โค้งคำนับและรีบจากไปทันที
_______________________
Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่า
E-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาท
E-Book ที่ Meb ภาค 2 ออกแล้วมี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาท