บทที่ 146
เรื่องเล่าเกี่ยวกับลัทธิมาร
ซิลเวอร์ที่นั่งอยู่แสดงใบหน้าจริงจังก่อนที่ตัวของมันจะเริ่มเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น“ ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณหลายร้อยปีก่อน”
“ ผู้ที่ศรัทธาภายในเทพธิดาและผู้ที่ถูกเทพธิดาทอดทิ้ง”
“ เรื่องเหล่านี้ถูกเล่ามาตั้งแต่เมื่อสมัยก่อนแล้วผู้คนมากมายรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดีเรื่องราวต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณหลายร้อยปีก่อนถ้าถามถึงตอนนั้นผู้คนมากมายต่างศรัทธาในเทพธิดา”
“ แต่ว่ามีคนบางคนกล่าวว่าตนเองนั้นเป็นคนที่ถูกเทพธิดาทอดทิ้งกล่าวหาในโชคชะตาว่าตนเองนั้นถือกำเนิดมาในโชคชะตาที่ต่ำต้อย ”
“ จนสุดท้ายแล้วมันเองก็บิดเบี้ยวจนเกิดกลายเป็นว่าตัวของมันนั้นหมดศรัทธาในเทพธิดา”
“ ในตอนที่มันหมดศรัทธาในเทพธิดาตัวของมันทำการสาปแช่งเทพธิดาพวกมันก่อตั้งลัทธิรวบรวมคนที่เป็นแบบเดียวกันมากมาย”
“ หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็คือการก่อตั้งลัทธิมาร”
“ ลัทธิมารเป็นลัทธิที่เก่าแก่มากที่สุดภายในอาณาจักรแห่งนี้มันมีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วทั้งห้าอาณาจักร”
“ ถ้ากล่าวถึงว่าภายในห้าอาณาจักรมีลัทธิอยู่กี่ลัทธิมีลัทธิมากมายทั้งลัทธิที่ศรัทธาในเทพเจ้าองค์อื่นหรือว่าลัทธิที่ศรัทธาในตัวของพวกมันเอง ”
“ โดยลัทธิพวกนี้มันปรากฏขึ้นมามากมายหลังจากที่มีการก่อตั้งลัทธิมารที่สาปแช่งในเทพธิดาปรากฏ”
“ โดยพวกมันมีจำนวนมากจนนับไม่หมดนับปัจจุบันนี้น่าจะมีพวกลัทธิพวกนี้ปรากฏขึ้นหลายร้อยลัทธิ”
“ นั่นคือสิ่งที่ตัวของเจ้าควรจะรู้เอาไว้มีผู้คนมากมายที่ขัดแย้งในเทพธิดาและมักจะกระทำการอันใดที่มันแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปทำ”
“ ลัทธิมารเองก็เป็นหนึ่งในนั้นลัทธิมารก่อความวุ่นวายมากมายพยายามทำลายพรแห่งเทพธิดา”
“ พรแห่งเทพธิดาที่โอบอุ้มเมืองแห่งนี้เอาไว้พวกมันพยายามหาทางทำลายพรแห่งนี้มาโดยตลอดเพราะพวกมันคิดว่านั่นจะเป็นทางที่ทำให้พวกมันนั้นชนะเทพธิดาได้”
“ พวกมันคือผู้งมงายที่โง่เขาทำการทดลองอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่สนใจวิธีการไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าตนเองนั้นจะทำอะไรพวกมันกระทำกันแบบนั้นโดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผู้คนจะเเดือดร้อนขนาดไหน ”
“ ที่ผ่านมาหลายร้อยปีพวกมันก่อความวุ่นวายขึ้นมามากมาย”
“ โดยความวุ่นวายที่พวกมันก่อขึ้นล้วนแล้วสร้างผลกระทบกับถั่วทั้งห้าอาณาจักร”
“ แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาทางโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เองก็ต่อต้านลัทธิพวกนั้นอย่างสุดกำลังแต่ว่ามันเองก็ไม่สามารถทำได้”
“ เพราะว่าพวกมันกระจายตัวฝังรากลึกลงไปภายในดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนกับเป็นส่วนประกอบหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ไปแล้ว”
“ บางทีเด็กๆพวกนี้เป็นแบบนี้ก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันก็ได้”
“ คำถามที่แม้แต่พรแห่งเทพธิดาไม่สามารถลบล้างได้บางทีก็อาจจะเป็นเพราะว่าพวกมันเป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ แต่ว่าแบบนี้มันย่ำแย่แล้ว ”ซิลเวอร์แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังออกมา
เดย์ขมวดคิ้วสงสัย “ หมายความว่ายังไง? ”
“ ก็พวกมันทำการทดลองอย่างต่อเนื่องในตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาในตอนนี้คำถามภายในร่างกายของเด็กพวกนี้ไม่สามารถลบล้างได้จากพรแห่งเทพธิดา ”
“ มันแสดงว่าจุดประสงค์ของพวกมันใกล้จะเป็นจริง” ซิลเวอร์พูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
เมื่อลองคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีๆจุดประสงค์ของพวกมันคือการทำลายของพรแห่งเทพธิดา
นั่นคือสิ่งที่พวกมันจะสามารถชนะมันเกลียดชังได้
และในตอนนี้ถ้าพวกเด็กพวกนี้โดนจับไปทดลองโดยเจ้าพวกลัทธิมารนั่นจริงๆก็แสดงว่าเป้าหมายของพวกมันก็จะเป็นจริงแล้ว
คำสาปที่พวกมันสร้างขึ้นมาแม้แต่พรแห่งเทพธิดาก็ไม่สามารถลบล้างได้
นี่เป็นหนึ่งสิ่งที่มองเห็นและเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวของซิลเวอร์ที่เป็นคนของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์กังวล
พรแห่งเทพธิดาเปรียบเสมือนกับสิ่งที่ช่วยให้เหล่าผู้คนภายในเมืองสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัย
ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่งความมืดหรือว่าจะเป็นพวกพลังคำสาปตราบใดที่เข้าเขตเมืองหลวงแน่นอนว่ามันจะโดนลบล้างไปจนหมด
แต่ในตอนนี้ถ้าพรแห่งเทพธิดาโดนทำลายไปเทียบเท่ากับว่าสมดุลของเมืองแห่งนี้จะโดนทำลายไปด้วยเช่นเดียวกัน
ผลกระทบที่ตามมามันคือการที่จะทำให้ทั่วทั้งดินแดนพังทลายรวมไปถึงสมดุลที่สร้างมาตลอดหลายร้อยปีก็เช่นเดียวกัน
นี่คือเรื่องใหญ่เรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถมองข้ามได้ซิลเวอร์ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆพวกเด็กพวกนั้น
เมื่อเขาลองใช้มือของตนเองยื่นไปสัมผัสร่างกายของหนึ่งในเด็กที่กำลังนอนสลบอยู่ดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลง “ด้วยนามแห่งบุญขอชำระล้างจิตแห่งความมืดที่อยู่ภายในร่างกายของเจ้า!!! ”
ซิลเวอร์พึมพำบางอย่างออกมาก่อนที่พลังเวทย์สีขาวบริสุทธิ์จะปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือ
เมื่อเวทย์สีขาวบริสุทธิ์ปลดปล่อยออกจากฝ่ามือเข้ามาปกคลุมร่างกายของเด็กผู้นั้นอยู่มันก็เกิดบางอย่างขึ้น
พลังเวทย์สีขาวที่ปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือของซิลเวอร์มันได้แตกออก
พลังเวทย์แตกออกราวกับว่ามันไม่สามารถใช้งานได้มันกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยมากมายภายในอากาศ
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ตัวของซิลเวอร์ก็ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกันดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นคำอวยพรแห่งนักบุญของมันไม่สามารถใช้งานได้
คำอวยพรแห่งนักบุญหรือเรียกอีกอย่างว่าคำสวดภาวนา
ความสามารถของผู้ที่เข้าร่วมเกี่ยวกับโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์และเป็นนักบุญขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้นที่จะได้รับ
ความสามารถนี้มันสามารถลบล้างพวกคำสาปได้มันมีความสามารถเหมือนกับพรแห่งเทพธิดาแต่ว่ามีความสามารถน้อยลงไปสักหน่อย
โดยความสามารถนี้มันจะแตกต่างจากพรแห่งเทพธิดาก็คือเป็นคำอวยพรโดยตรงเข้าใส่ร่างกายของคนที่โดนคำสาบ
หลังจากที่โดนคำอวยพรนี้เข้าไปคำสาบจะสลายหายไป
โดยแม้แต่พวกคำสาประดับสูงภายในดันเจี้ยนถ้าไม่ใช่ดันเจี้ยนระดับเอสหรือเป็นคำสาปภายในดันเจี้ยนระดับเอสอย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่จะรอดพ้นคำอวยพรของนักบุญไปได้อย่างแน่นอน
แต่ว่าในตอนนี้ความสามารถของมันไม่สามารถใช้งานได้สกิลพิเศษที่ได้รับจากพวกนักบุญเองก็โดน
เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดสำหรับพวกมันแม้แต่พวกนักผจญภัยที่อยู่บริเวณด้านหลังเองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน
พวกเขาไม่เคยเห็นคำอวยพรแห่งนักบุญไม่สามารถใช้งานได้แบบนี้มาก่อน
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เลยตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นซิลเวอร์ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าช้าแสดงใบหน้าตึงเครียดหันไปบอกกับเดย์ “ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถใช้งานได้ ”
“ ตัวของข้ายังไม่เคยพบเจอคำอวยพรแห่งนักบุญไม่สามารถใช้งานได้มาก่อนเลย”
“ ตอนนี้เรื่องของเด็กพวกนี้เราต้องเก็บเอาไว้เป็นความลับก่อน”
“ ตัวของข้าจะไปปรึกษาเกี่ยวกับคนที่สามารถไว้ใจได้และเป็นคนที่มีตำแหน่งระดับสูงภายในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องนี้”
ในตอนนี้สถานการณ์มันตึงเครียดมากขึ้นดูเหมือนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันจะกลายเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โต
“ ตึ้ง!!!! ”
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้า
[ ระบบ : เควสเด็กต้องสาป ระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ เงื่อนไขเควสคุ้มกันเหล่าเด็กต้องสาป ]
[ ของรางวัล ????]
[ ถ้าทำไม่สำเร็จไม่มีผล ]
ในตอนนี้สิ่งที่ปรากฏมาบริเวณด้านหน้าเป็นสิ่งที่เดย์ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่ามันคือเรื่องราวที่ใหญ่โตเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้
“ เควสอีกแล้ว ”
จบบท