แดดยามใกล้เที่ยงส่องลงมามองเห็นเงาเคลื่อนไหวของกิ้งก่าเฒ่าสีเขียวตัวหนึ่ง ที่ค่อยๆ คืบคลานอย่างช้าๆลงจากยอดต้นสน ที่ขึ้นอยู่ข้างศาลากล่ะวันของมหาอาศรมหยั่งฟ้า
ที่ห่างออกไปไม่ไกลเป็เลี่ยวซื่อลูกมือโรงครัวที่เฒ่าไป๋เซียงเพิ่งรับมาได้ไม่ถึงเดือนกำลังหยีตามองดูพระอาทิตย์ใกล้เที่ยง
"หลินตง เ้าแสบนักใช้ให้ข้านำอาหารมาส่งเวลาแดดเผาเช่นนี้ @#$%!!"
เขามองขึ้นไปบนฟ้าแสงแดดร้อนยิ่งทำให้เขานึกถึงหน้าหลินตงที่ใช้ให้เขาเอาอาหารมาส่งที่ศาลากล่ะวันตอนใกล้เที่ยงเช่นนี้น่าโมโหยิ่งนัก
เขาหันไปเห็นเงาเขียวๆบนต้นไม้ทางซ้ายมือเป็กิ้งก่าเฒ่าที่หันมามองเขาแล้วทำหน้าคล้ายมีปัญหาเลี่ยวซื่อมองที่กิ้งก่าเฒ่าตัวนั้นอดหัวร้อนขึ้นมามิได้
"ชิ้วๆๆ เกะกะลูกกะตาโว้ย! ไป๊ไป! " เขาะโไล่มันออกไป
กิ้งก่าเฒ่าตัวนั้นสะดุ้งเฮือกสุดตัวแล่นทีเดียวกลับถึงปลายยอดต้นสนที่เดิม
เลี่ยวซื่อรู้สึกว่าเห็นอะไรก็รู้สึกขวางหูขวางตาเขาไปหมดแล้วเช้านี้หลินตงก็ให้เหตุผลว่าหลายวันมานี้เขาทำก้นหม้อข้าวโรงครัวไหม้บ่อยครั้งจึงให้เขาเปลี่ยนมาส่งอาหารแทน
"ชิ! ผู้ใดอยากหุงข้าวเน่าๆของโรงครัวนั้นกัน " เขาบ่นพึมพำผู้เดียว
เลี่ยวซื่อคิดถึงเมื่อครู่ที่เขาไปส่งอาหารที่ศาลากล่ะวันกลับพบหูฉานญาติที่เป็ห่างๆของตนเขารับปากว่าจะคุยกับจ้าวศาลากล่ะวันหูตันเต้าหยินให้พูดเกลี่ยกล่อมหานอี้เต้าหยินจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้ากับหวังตุ้ยเต้าหยินาุโคุ้มกฎให้อะลุ้มอะล่วยย่นระยะเวลารับเขาเข้าเป็ศิษย์เพราะมหาอาศรมหยั่งฟ้าเป็ค่ายสำนักฝ่ายธรรมะที่เคร่งครัดการรับศิษย์เข้าสำนักยิ่งบัญญัติกฎสำนัก 18ประการ ข้อที่ 7 การรับศิษย์เข้าใหม่ต้องดูความประพฤติอย่างน้อย1 ปี
เขาต้องเป็ลูกมือในโรงครัวอีกไม่ต่ำกว่า11เดือน เลี่ยวซื่อคิดแล้วรู้สึกแดดยามเที่ยงกลับร้อนขึ้นมากกว่าเก่า
พลันเขารู้สึกได้กลิ่นสุราโชยมาเลี่ยวซื่อหันซ้ายแลขวาพอเขามองตรงไปเบื้องหน้าที่ห่างออกไปทิศตะวันตกเป็เงาตะคุ่มๆเขากลับมองเห็นคนผู้หนึ่งที่คล้ายเป็หลวงจีนเฒ่า ...แต่พอเขามองอีกทีก็คล้ายเป็เฒ่าขอทานหัวล้านมากกว่าเลี่ยวซื่อดูสภาพผ้าผ่อนหลุดลุ่ยเก่าขาดปรุของมันเนื้อผ้าสีคล้ำดำปานมันพลัดตกหลุมโคลนมาบนข้างลำตัวยังห้อยขวดน้ำเต้าขนาดใหญ่ก้นรั่วสีน้ำตาลมาด้วยลูกหนึ่ง
กลิ่นสุราที่เขาได้กลิ่นเหม็นเข้าจมูกโชยมาออกจากขวดน้ำเต้าบนตัวของขอทานเฒ่าคนนี้เองเลี่ยวซื่อสังเกตเห็นว่าเฒ่าชราผู้นี้กลับอ้วนเตี้ยยิ่ง เขาเคยได้ยินผู้ใดพิเรนทร์ว่ายิ่งกินสุรามากเท่าใดยิ่งทำให้เตี้ยลงเท่านั้นสงสัยท่าจะจริงเขาคิด
เมื่อเลี่ยวซื่อเห็นขอทานเฒ่าผู้นั้นเดินตรงไปยังทางศาลาเรือนสนของจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าเขารีบวิ่งปราดเข้าไปขวางไว้ทันที ขอทานเฒ่าผู้นี้ จะมาขอทานไปทั่วในเขตมหาอาศรมหยั่งฟ้าได้เช่นไร
"หยุด! เ้าขอทานเฒ่านั้นจะไปที่ใด..ไป ออกไป๊ที่นี้ห้ามเข้ามาขอทาน ได้ยินหรือไม่! " เลี่ยวซื่อร้องตะเบ็งเสียงดัง
แต่ขอทานเฒ่าอ้วนเตี้ยผู้นั้นเหลียวเห็นเขากลับยังสาวเท้าต่อไปคล้ายไม่สนใจเขา
"เอ๊ะ เ้าเฒ่านี้ เป็ขอทานไม่พอ ยังพิการหูหนวกอีกรึ?" เขาคิดในใจ ก่อนพยายามขับไล่อีกครั้ง
"ที่นี้เป็ที่บำเพ็ญพรต จงออกไปเสีย ได้ยินหรือไม่ "
คำพูดของเขาคราวนี้ได้ผลขอทานหัวล้านอ้วนเตี้ยชะงักร่างลง หันมาทางเขา
"จุ๊ๆๆ เ้าหนูนี้ปากเหม็นไม่เบา รึเ้าก็เป็นักพรตที่นี้ ?" ขอทานอ้วนเตี้ยถาม แล้วหรี่ตามองเขาั้แ่หัวจดเท้า
เลี่ยวซื่อได้ยินมันพูดเขาหันซ้ายหันขวา
คิดในใจขึ้นว่า"หึ! เ้าขอทานถึงหูไม่ดีอย่างน้อยยังพอมีสายตาดีอยู่บ้าง "
เลี่ยวซื่อสูดลมเข้าเต็มปอดเขาแหงนมองฟ้าเอานิ้วเขี่ยคีบคางปากขยับเอ่ยขึ้นว่า
"ข้า ข้าย่อมเป็ศิษย์นักพรตของที่นี้ หึหากเ้าหลงทางเข้ามาเช่นนั้นข้าจะพาออกไปก็ได้ "
"ถุยย!! มหาอาศรมหยั่งฟ้าตกต่ำถึงเพียงนี้แล้ว " ขอทานเฒ่าแกล้งทำท่าแตกตื่นก่อนจะแค่นเสียงสถบออกมา
เลี่ยวซื่อฟังแล้วเขารู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันทีขอทานเฒ่าผู้นี้ถึงกับกล้าแสดงกริยาชั้นต่ำกับเขาเช่นนี้ในมหาอาศรมหยั่งฟ้า
"ขอทานเฒ่า! เ้ากลับกล้ามาก่อกวนที่นี้ "
"ไอ้หนูปากเหม็น! เฒ่าจมูกโคฟังหานตอนนี้อยู่ที่ใด ? "
"ห๊ะ?ไหนลองว่าใหม่อีกที? " เลี่ยวซื่อตะแคงหู คล้ายได้ยินไม่ชัด
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังทุมเถียงกันอยู่เป็หูตันเต้าหยินจ้าวศาลากล่ะวันกำลังไปยังศาลาเรือนสนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเขาจึงเดินเข้ามา
"เลี่ยวซื่อ เกิดเื่อันใดขึ้น ? " หูตันเต้าหยินในร่างท้วมร้องถามขึ้นจากด้านหลังของเลี่ยวซื่อเพราะจำได้ว่าเป็ญาติห่างๆ ของหูฉานที่เคยฝากฝังเขาไว้
"เรียนหูตันเต้าหยิน เฒ่า..อ่าชายชราหัวล้านผู้นี้หลงทางเข้ามาข้ากำลังจะรีบนำตัวมันออกไป "เลี่ยวซื่อกล่าวก่อนจะคารวะจ้าวศาลากล่ะวันหูตันเต้าหยินอย่างนอบน้อม ก่อนจะใช้หางตาเหลือบมองขอทานอ้วนเตี้ยผู้นั้นแล้วกล่าวต่อไปว่า
"แต่ชายชรานี้ดื้อดึงยิ่ง จึง..จึงทะเลาะกันขึ้น "เลี่ยวซื่อชี้นิ้วไปที่ขอทานเฒ่า
"ไป๊ ไป ไปได้แล้ว " เลี่ยวซื่อร้องออกมาเขามองที่ร่างอ้วนเตี้ยแล้วโบกไม้โบกมือไล่
"อ่า..าุโท่านนี้ ? " หูตันเต้าหยินคล้ายคุ้นหน้าคุ้นตาชายชราอ้วนเตี้ยที่คล้ายหลวงจีนคนนี้อยู่บ้างเขาจึงคารวะแล้วถามขึ้น
"ขอเรียนถามนาม ผู้าุโคือ.? "
"แฮะ! เด็กน้อยหูตัน เ้ายังไม่รีบย้ายก้นอ้ายหนูปากเหม็นนี้ไปให้พ้นเสียจากหน้าข้า " ขอทานเฒ่ากล่าวทำท่ายีจมูกคล้ายเหม็นสิ่งใดอยู่เขาเห็นเด็กน้อยหูตันที่อยู่ตรงหน้าจำเขาไม่ได้ จึงบอกไปว่า
"เ้ารีบไปเรียกจมูกโคฟังหานเต้าหยินให้มาพบข้าหลี่จิ่วไต้ซือเทพจี้กงไร้สุราเสียไวๆ "
ปานเสียงอัสนีบาตฟาดมาใกล้หูตันเต้าหยินแทบไม่มีเวลาให้ตกตะลึง ได้ยินรีบคุกคารวะคนผู้นี้ทันที
เฒ่าชราอ้วนเตี้ยผู้นี้กลับเป็หลี่จิ่วไต้ซือฉายาจี้กงไร้สุราศิษย์ผู้พี่ของต้วนหานไต้ซือเ้าอาวาสวัดมหายุทธ์ธรรมประทีปที่หายสาปสูญไปหลังงานประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมเมื่อ10ปีก่อน
ต้วนหานไต้ซือความจริงมีศิษย์พี่สองคนคือหลี่จิ่วไต๊ซือฉายาจี้กงไร้สุราเป็ศิษย์ผู้พี่หันซานไต้ซือฉายาหลวงจีนสามวิเศษเป็ศิษย์พี่รอง
ในบรรดาศิษย์สามคนหลี่จิ่วไต๊ซือเป็ผู้มีพลังฝึกปรือวรยุทธ์และาุโสูงที่สุดแต่เขากลับไม่รับตำแหน่งใดใน 1 หอ 2 วิหาร 3อารามของวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปเขาไม่สนใจในกิจของสงฆ์ประพฤติตนไม่สำรวมและยังดื่มสุราฉันเนื้อสัตว์
ภายหลังเขากักตนฝึกวิชาในวัดมหายุทธ์ธรรมะประทีปไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกเป็เวลา50ปี ทำให้ไม่ใคร่มีผู้ใดรู้จักเขาหลี่จิ่วไต้ซือเพียงเคยมาพบอดีตจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าฟังหานเต้าหยินที่เป็สหายธรรมต่างวัยเมื่อ 52 ปีที่แล้วเขาจึงเคยพบเห็นหูตันเต้าหยินจ้าวศาลากล่ะวันที่สมัยก่อนยังเป็เพียงนักพรตหนุ่มผู้หนึ่ง
ส่วนหันซานไต้ซือศิษย์พี่คนรองของต้วนหานไต้ซือฉายาหลวงจีนสามวิเศษกลับออกธุดงค์จารึกไปทั่วดินแดนฟ้าเมฆินทร์ จึงมีฉายาปรากฏในหนึ่งหลวงจีน สองมารสามเซียน สี่อสูร
หูตันเต้าหยินเมื่อเรียกสติคืนมาได้รับพูดขึ้นว่า
"ท่านไต้ซื่อโปรดให้อภัย เด็กปากเหม็น..อ่าลูกมือโรงครัวผู้นี้เพิ่งรับมาใหม่ เสียมารยาทแล้ว "
ก่อนจะหันไปมองตำหนิเลี่ยวซื่ออย่างแรงแล้วกล่าวอย่างน้อบนอมต่อไปว่า
"เชิญไต้ซือที่ศาลาเรือนสน ผู้น้อยจะรีบไปเรียนท่านฟังหานเต้าหยินโดยเร็ว" เสียงหูตันไต้หยินคล้ายหวาดหวั่นอยู่บ้างเขาเหลือบมองเลี่ยวซื่อที่ตัวแข็งทื่อไปแล้ว ก่อนวิ่งไปเรียนจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าหานอี้เต้าหยินเพื่อไปแจ้งฟังฟานเต้าหยินที่อยู่ในถ้ำบำเพ็ญเพียร
หลี่จิ่วไต้ซือเมื่อเห็นเด็กน้อยหูตันวิ่งแนบไปแล้วเขาจึงเดินตามเข้าไป ปล่อยให้เลี่ยวซื่อนั่งตะลึงอยู่ตรงนั้น
..........................
ภายในห้องรับรองของศาลาเรือนสนของจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าที่ปกติก็ไม่โอ่อ่าโอ่โถงอยู่แล้วกลับดูคับแคบลงถนัดตาเมื่อมีผู้คน 4 คนนั่งอยู่ภายใน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลวงจีนเฒ่าข้านึกว่าท่านบรรลุมรรคผลไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วเสียอีก "
เป็เสียงของฟังหานเต้าหยินอดีตจ้าวมหาอาศรมหยั่งฟ้าที่เพิ่งเข้าถ้ำบำเพ็ญเพียรที่แม้นฝนหินดินถล่มก็ไม่มีผู้ใดในมหาอาศรมหยั่งฟ้ากล้าไปรบกวนเขาฟังหานเต้าหยินมองดูสหายทางธรรมของเขาที่ไม่เจอหน้ามากว่า 50 ปี เขาอดรู้สึกปลาบปลื้มใจมิได้
หลี่จิ่วไต๊ซือตอบเขาอย่างอารมณ์ดี ว่า
"หากไม่มีเต่าจมูกโคอย่างเ้านำทาง ข้าไม่กล้าล่วงหน้าไปก่อน ฮ่า ฮ่าฮ่า "
ฟังหานเต้าหยินพอฟังยิ้มแย้มขึ้น ต่อมาคนก็ฉุกใจ หรี่ตา ขมวดคิ้วกล่าวว่า
"ไม่มีเื่คอขาดบาดตาย หลวงจีนเฒ่าเยี่ยงท่านคงไม่โผล่หัวออกจากโบสถ์วิหารมาพบข้าที่นี้ได้"
พลันเทพจี้กงไร้สุราหลี่จิ่วไต้ซือกลับทำสีหน้าเคร่งเครียดลงเขาเหลียวมองหน้าทุกคนก่อนกล่าวขึ้นว่า
"จมูกโคท่านย่อมเคยได้ยินเื่ัศิลาของจอมช่างลู่ไป๋เมื่อ 50ปีก่อน โผบินขึ้นสู่ฟ้าที่ยุทธภพเวลานี้กลับร่ำลือกันขึ้นมา "
เขาเห็นทุกคนยังเงียบคล้ายรอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป
"และยังเื่ที่เซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้และศิษย์น้องของข้าต้วนหานไต้ซือที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังงานประลองห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรมเมื่อ10 ปีก่อน "
"รึ ท่านไต้ซือคิดว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกัน ? " เป็หานอี้เต้าหยินที่เอ่ยถามเขาขึ้น
หลี่จิ่วไต้ซือตอบว่า" เื่นี้ข้ายังไม่แน่ใจนัก แต่มีหนึ่งเื่ที่หลวงจีนเฒ่าอย่างข้าแน่ใจ" เขาคล้ายกำลังนึกถึงเื่อันใดอยู่จึงนิ่งไปชั่วขณะ
"เฮ้ย! หลวงจีนเฒ่า ท่านอย่าได้ลีลาให้มากนัก มีวาจาใดพูดออกมาไวๆอย่าได้อมพะนำ " ฟังหานเต้าหยินเร่งเร้าเขา ดูกลับสนใจเื่นี้ขึ้นมา
"เื่นี้ความจริงเป็ความลับของเซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้ ที่ศิษย์น้องต้วนหานได้ยินจากปากของหยางปี้เอง" หลี่จิ่วไต้ซือพูดสีหน้าเปลี่ยนจากปกติคึกคักไม่สนใจโลกเป็เคร่งขรึม ปกติเขาไม่ใคร่สนใจเื่ราวทางโลกแต่เขารู้สึกว่าเื่นี้จะเป็ต้นเหตุของมหันตภัยที่จะขยายวงกว้างออกไปคล้ายก้อนไฟที่ลุกลามออกไปเขาเอ่ยต่อไปว่า
"เซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้นับเป็สหายทางโลกของศิษย์น้องข้าแต่มีครั้งหนึ่งที่ศิษย์น้องเคยบอกความลับของหยางปี้ประการหนึ่งว่าเซียนปราชญ์กระบี่หยางปี้ไข่มุกพิสดารลูกหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ควบคุมธาตุอัคคีได้"
"มีเื่เช่นนี้จริง "ในคนที่ฟังเขาทั้งหมดถึงกับมีสามคนที่โพล่งออกมาพร้อมกัน
.......................