ข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God )

    ตอนที่ 32 กลับมาตลาดมืดอีกครั้ง

            “ เดี๋ยวก่อน !!! ตัวของข้านั้นขออนุญาติทราบนามของอาจารย์ของเจ้าได้หรือไม่ ”


            คลื่น 


            เมื่อจักพรรดิสรรคืฉีหมิงนั้นได้ยินคำขอของซูโยวตัวของเค้าไม่ได้พูดตอบกลับอะไรออกมาเค้ายังคงมุ่งหน้าเพื่อเดินออกจากสมาคมนักหลอมโอสถต่อไป แต่ตัวของเค้านั้นก็ไม่ลืมที่จะปลดปล่อยเศษเสี้ยวของไอจิตสังหารที่มีออกมาเบาๆ และนี้แหละคือคำตอบของเค้า


            “ เจ้า !!! ” ซูโยวเมื่อได้สัมผัสไอสังหารที่เข้มข้นมันทำให้เค้านั้นตกตะลึงตัวของเค้านั้นต่อให้เป็นนักหลอมโอสถแต่ชีวิตนี้ก็สังหารคนมาไม่น้อยแต่กลับไม่มีไอสังหารที่เทียบเท่ากับไอสังหารของเด็กนี้ได้เลย ตัวของเค้าแม้จะอยากรู้เบื้องหลังของชายผู้นี้แต่ก็ไม่กล้าที่จะผลีผลามมากไปนัก ขนาดลูกศิษย์ที่อยู่เพียงรวบรวมปราณขั้นที่ 3 นั้นยังสามารถสงบนิ่ง มีความสามารถทางด้านการกลั่นหลอมโอสถที่สูงส่งถึงเพียงนี้และนี้ยังไม่รวมไอสังหารเมื่อครู่ ลูกศิษย์ยังขนาดนี้ แล้วอาจารย์จะขนาดไหน


            “ ยังไงเจ้าก็ต้องกลับมาใช้เตาหลอมโอสถที่สมาคมแห่งนี้ สักวันข้าจะต้องรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเจ้าให้ได้ ” ซูโยวคิดขึ้นอีกคราก่อนที่ตัวของเค้าจะได้เร่งรีบออกจากสมาคมนักหลอมโอสถไปอีกคน


            30 นาทีต่อมา ณ โรงเตี้ยมดอกพิกุล


            “ เถ้าแก่ข้าขออาหารมื้อพิเศษกับเหล้าดีๆเลื่องชื่อของร้านเจ้าหน่อยสิ วันนี้นั้นข้าอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ” เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมาร่างกายกำยำ สูง 190 CM เค้าก็คือจักพรริสรรค์ฉีหมิงในรูปลักษณ์ของหมิงฉีนั้นเอง ก่อนที่จะกลับมาที่โรงเตี้ยมตัวของเค้าก็ได้เดินวนอยู่รอบเมืองหลายรอบ จนเมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดนั้นติดตามมาเค้าจึงได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ก่อนจะกลับมาที่โรงเตี้ยม


            “ ได้เลยขอรับ ” เถ้าแก่ยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก่อนจะให้เด็กในร้านนั้นเอาเหล้าและอาหารดีๆมาเสริฟให้แก่ตัวของเค้า


            หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยก็ได้กลับขึ้นไปห้องพักเพื่อฝึกฝนเมื่อฝึกฝนจนมืดค่ำก็ได้เวลาที่ตัวของเค้านั้นจะพักผ่อน เค้ารู้สึกว่าอีกไม่นานตัวของเค้าก็จะสามารถบรรลุการฝึกตนถึงขั้นรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 ได้แล้ว แต่มันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ติดขัดอยู่สักเล็กน้อย


            เช้าวันต่อมา ณ ตลาดมืด


            วันนี้นั้นเมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงมาถึงทางเข้าตลาดมืด เค้าก็ยังเจอชายคนเดิมอยู่หน้าปากทางเข้าซอย ชายขี้เมาเมื่อวันก่อนตอนนี้เค้าก็ยังคงดื่มสุราอย่างเมามายโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเลือกที่จะเมินเฉยต่อชายผู้นี้อีกคราแล้วได้เดินเข้าไปภายในซอยนั้น ก่อนที่จะเข้าซอยเพื่อเข้าตลาดมืดชายผู้นี้พักการดื่มสุราพักหนึ่งก่อนชายตามองดูจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเดินผ่านไปอย่างง่าย ๆ


            สุดซอยนั้นเป็นปากทางเข้าบ้านไม้แห่งหนึ่งมีคนรอต่อคิวเข้าอยู่ 2-3 คน คนพวกนี้นั้นใส่ผ้าคลุมปิดบังใบหน้าทั้งหมดไว้ก่อนจะเข้ามาที่ตลาดมืด มีเพียงแค่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเท่านั้นที่ไม่ได้ปกปิดใบหน้าอะไร ตอนนี้เค้าอยู่เพียงเมืองระดับ 1 ดาวตัวของเค้ามั่นใจในทักษะกายาแปรเปลี่ยน ที่เป็นทักษะระดับโลก มีเพียงแต่ผู้อยู่ในขั้นผนึกแก่นแท้ขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถจับสังเกตได้บ้าง


            เมื่อผ่านไป 20 นาทีถึงก็คิวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงที่จะได้เข้าไปในบ้านไม้หลังนั้นแล้ว เมื่อเดินเข้าไปภายในบ้านภายในนั้นถูกปกคุมด้วยความเงียบและความมืด แสงสว่างที่มีนั้น เพียงออกมาจากแสงเทียน 1 เล่มที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะไม้กลางบ้าน เก้าอี้ฝั่งนึงยังเว้นว่างอยู่ตรงข้ามเก้าอี้ที่เว้นว่างนั้นมีชายชราผู้หนึ่งใส่ชุดคลุมสีดำนั่งอยู่เงียบๆ 


            จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเหมือนรู้หน้าที่ตัวเองเค้าเดินเข้าไปนั่งเก้าอีกที่ว่างนั้น


            “ เจ้าต้องการสิ่งใด ” ชายชราชุดคลุมสีดำผู้นี้นั้นเหมือนมีระบบอัติโนมัติอะไรอย่างงั้น เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั่งปลุบตัวของเค้าพูดออกมาปลับเลย


            “ หนอนใหมเงิน 1 ,โสม 100 ปี 2 ,พิษสัตว์อสูรขั้นรวบรวมปราณขั้น 9 5 หยด .ดอกฟ้าร่วงหล่น 2 ……….. ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นกล่าวออกมายาวเหยียด


            “ 50 เหรียญเงินคือราคาของทั้งหมด ” ชายชราชุดคลุมดำพูดตอบกลับออกมา


            “ เจ้าจะรับแหวนมิติไปด้วยหรือไม่เพียง 50 เหรียญเงิน ”


            “ ข้าไม่รับ นี้ 50 เหรียญเงินของเจ้า ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นแม้จะส่งเงินไปให้อย่างง่ายๆ แต่ตอนนี้นั้นข้างในของเค้าร่ำร้องอยู่ภายในใจแล้ว 50 เหรียญเงินเท่ากับ 5000 เหรียญทองแดงตัวของเค้าพึ่งได้เงินมาเมื่อวานแต่วันนี้ก็ต้องใช้ไปครึ่งนึงแล้ว ต่อให้เป็นตระกุูลขุนนางภายในเมืองเงินหมุนเวียนต่อปีของตระกูลพวกนั้นคงไม่เกิน 500 เหรียญเงินต่อปีด้วยซ้ำ  เมื่อได้ยินคำพูดเรื่องแหวนมิติอีก 50 เหรียญเงินมันทำให้เค้ารู้สึกโชคดีที่เมื่อวานนี้นั้นเค้าสามารถได้แหวนมิติมาด้วยแบบฟรีๆ 


            “ อีก 5 วันเจ้ามารับของได้ ข้าไม่ส่ง ” ชายชราพูดเสร็จก็ได้ปลดปล่อยพลังขั้นเสริมสร้างปราณขั้นที่ 2 มาใส่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิง


            เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้รู้สึกถึงพลังที่ปลดปล่อยออกมาตัวของเค้าก็ได้รีบลุกเพื่อออกจากห้องไปเมื่อออกมาถึงปากซอยทางเข้าตลาดมืดเค้าก็ได้มองชายที่ดื่มสุราอยู่แต่บัดนี้ได้มีคนผู้หนึ่งปกปิดใบหน้า เดินเข้าไปหาชายผู้เมามายคนนั้นก่อนที่ชายผู้เมามายคนนั้นจะยื่นของส่งให้คนที่ปกปิดใบหน้าที่เข้ามา เมื่อคนที่ปกปิดใบหน้าได้รับของเสร็จเค้าก็รีบจากไปทันทีเหมือนกลัวชายผู้เมามายผู้นี้นั้นแย่งของที่พึ่งให้เค้าไปกลับมา


            หลังจากกลับจากตลาดมืดจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก้ได้รีบเร่งฝึกวิชา ร่างเทพทรราชต่อไปถ้าหากแขนขวาของเค้านั้นสามารถรวบรวมปราณได้เค้าก็จะบรรลุขั้นแล้ว


            5 วันต่อมา ณ ตลาดมืด


            วันนี้นั้นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก็ได้ถึงวันที่ตัวของเค้าจะมารับของที่สั่งไว้กับตลาดมืด เมื่อถึงทางเข้าตลาดมืดครั้งนี้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงไม่ได้เดินตรงเข้าไปภายในซอยแต่กลับเลือกที่จะเดินเข้าไปหาชายที่ดื่มสุราอยู่ตรงนั้น 


            “ ข้ามารับของ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงพูดออกมายังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะหยิบของอะไรให้ตัวของเค้าพลันสังเกตว่าของที่ชายปกปิดหน้าเมื่อ 5 วันก่อนนั้นมาเอาบัดนี้ได้กลับมาอยู่กับชายผู้เมามายคนนี้อีกครั้งแล้ว 


            “ สงสัยเจ้านั้นมันคงตายไปแล้วแน่ๆ โง่จริงๆ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงคิดอยู่ภายในใจ

    คล้ายกับเรื่องข้ากลับมาเพื่อเป็นราชาเทพเจ้า ( The Return of God ) ที่คุณอ่าน