ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 26 ความปลอดภัย
จางหย่งพาเด็กๆเดินเล่นไปในตลาด เขาอนุญาตให้แต่ละคนเลือกขนมได้คนละหนึ่งอย่างเท่านั้น ซึ่งทั้งสามกลับมีความฉลาดเป็อย่างมาก เพราะเมื่อมีคนหนึ่งอยากกินขนมชนิดไหน อีกสองคนจะเลือกขนมชนิดอื่น เพื่อที่พวกเขาจะได้แบ่งกันกินขนมหลายๆชนิด
"ท่านพ่อข้าอยากกินอันนั้น"
อาฟู่ลูกชายคนรองเป็คนเลือกก่อนเป็คนแรก เมื่อเขาเดินผ่านถังหูลู่ เมื่อวานนี้พ่อของเขาซื้อมาฝากพวกเขาคนละไม้ เขารู้สึกว่าขนมอันนี้อร่อยถูกปาก จึงอยากกินอีกครั้งในวันนี้
"พี่ชาย ถังหูลู่ราคาไม้ละเท่าไหร่หรือ"
"ไม้ละสามอีแปะ"
"งั้นข้าขอหนึ่งไม้ก็แล้วกัน"
"ท่านพ่อ ข้าขออีกไม้ได้หรือไม่ขอรับ"
อาฟู่ลูกชายคนรองส่งสายตาอ้อนวอนไปทางผู้เป็บิดา จางหย่งส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเอ่ยว่า
"งั้นข้าเอาสองไม้ละกัน"
"สองไม้หกอีแปะ ข้าแถมให้เ้าอีกหนึ่งลูกด้วยนะ"
"ขอบคุณขอรับ ครั้งหน้าข้าจะขอให้ท่านพ่อมาอุดหนุนท่านอีกนะขอรับ"
คนขายได้แต่หัวเราะในความน่ารักของเด็กน้อย ก่อนจะยื่นขนมส่งให้เขา และรับเงินจากจางหย่งมา จางหย่งเข้าใจว่าลูกชายคนรองของเขาอยากจะกินให้มากหน่อยจึงขอซื้อสองไม้ แต่กลับผิดคาด เมื่อได้ยินอาฟู่ลูกชายคนรองเอ่ยขึ้นว่า
"พี่ใหญ่ ไม้นี้ของท่านกับน้องเล็ก ท่านแบ่งกันนะ พอพวกท่านได้ขนมก็อย่าลืมแบ่งข้าด้วย"
จางหย่งมองอาฟู่ผู้แสนเ้าเล่ห์ด้วยความแปลกใจ เขาเพิ่งเคยเห็นลูกๆในมุมที่ไม่เคยเห็นแบบนี้
เมื่อเดินผ่านไปอีกพักหนึ่ง อาเฟยลูกชายคนโตเลือกซาลาเปาไส้เนื้อ จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"เ้าไม่ได้อยากกินขนมหรอกหรือ"
"ข้าขอเป็ของคาวดีกว่าขอรับ"
"เ้า้ากี่ลูก"
อาเฟยนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า
"ข้าขอหนึ่งลูกก็พอขอรับ"
จางหย่งหรี่ตามองลูกชายคนโตนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาหนึ่งลูกยื่นให้เขา อาเฟยที่ได้รับมาก็แบ่งซาลาเปาออกเป็สองซีกก่อนจะยื่นให้น้องๆทั้งสองคนละชิ้น
"แล้วของเ้าล่ะ?"
"ข้าเข้าเมืองมาเมื่อวานและได้กินมากกว่าน้องๆไปแล้ว วันนี้ข้าจึงอยากชดเชยให้น้องๆขอรับ"
จางหย่งหยุดชะงักเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เดินออกไปจากร้านขายซาลาเปา เสียงของเสี่ยวเหมาก็ดังขึ้นในหัวว่า
'เ้านาย ข้าก็อยากกินซาลาเปาบ้าง'
จางหย่งที่ได้ยินก็ซื้อซาลาเปามาอีกหนึ่งลูก แล้วแบ่งซาลาเปาออกเป็สองส่วน มีส่วนที่เล็กส่วนหนึ่งและส่วนที่ใหญ่กว่าส่วนหนึ่ง เขายื่นส่วนที่เล็กกว่าให้เสี่ยวเหมา
'เหตุใดข้าได้ชิ้นเล็กเช่นนี้เล่า'
'เ้าตัวเล็กกินแค่นั้นก็พอแล้วน่า จะกินไม่กิน'
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบงับส่วนแบ่งของตัวเองทันที จางหย่งหันไปยื่นส่วนที่ใหญ่กว่าให้ลูกชายคนโตก่อนจะเอ่ยว่า
"เสี่ยวเหมาก็ยังไม่ได้กิน ลูกแบ่งกับเสี่ยวเหมาก็แล้วกัน"
อาเฟยลูกชายคนโตรับซาลาเปาจากพ่อมาแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย จริงๆแล้วเขาเองก็อยากกินเช่นกัน แต่เมื่อคิดว่าตัวเองได้กินมากกว่าน้องๆก็รู้สึกละอายใจ จึงอยากจะชดเชยให้ ขณะที่ทุกคนกำลังยืนกินซาลาเปา อาฟงลูกชายคนเล็กที่กินซาลาเปาหมดไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เอ่ยขึ้นว่า
"หม่ำๆ"
ก่อนจะชี้ไปที่ขนมชิ้นใหญ่ที่วางอยู่บนเตาถ่าน จางหย่งจึงพอทั้งสามเดินเข้าไปแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
"ท่านป้า ขนมชนิดนี้ขายอย่างไรหรือ"
"อันนี้ชิ้นละห้าอีแปะ มีไส้เผือก ไส้ถั่วเหลืองแล้วก็ไส้ถั่วแดง เ้าจะเอาไส้อะไรล่ะพ่อหนุ่ม"
"งั้นข้าขออย่างละชิ้นก็แล้วกัน"
เมื่อแม่ค้าได้ยินว่าเขาจะเอาสามชิ้นก็ยิ้มแก้มปริอย่างดีใจ ก่อนจะห่อใส่กระดาษส่งให้จางหย่ง จางหย่งให้อาฟงลูกชายคนเล็กเลือกไส้ที่อยากกินเป็คนแรก ก่อนจะให้อีกสองคนเลือก แต่อาเฟยกลับเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ส่วนของข้าเก็บไว้ให้น้องเล็กก็แล้วกัน"
อาฟู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็แบ่งขนมส่วนของตัวเองให้พี่ชายแล้วเอ่ยว่า
"ท่านกินกับข้าก็ได้ ส่วนอันนั้นเก็บไว้ให้น้องเล็ก"
เป็ไปตามคาด เมื่อหมดหนึ่งชิ้นอาฟงก็จ้องมองอีกชิ้นที่พี่ชายบอกว่าจะเก็บไว้ให้ เซาปิ่งชิ้นหนึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งอิ่มได้ทั้งวัน แต่ไม่ใช่สำหรับเ้าตัวเล็ก สุดท้ายเขาก็กินเซาปิ่งอีกชิ้นจนหมด เท่ากับว่าอาฟงลูกชายคนเล็กกินถังหูลู่ครึ่งไม้ ซาลาเปาครึ่งลูก และยังกินเซาปิ่งไปอีกสองชิ้น จางหย่งมองลูกๆทั้งสามอย่างใช้ความคิด การได้ออกมาเที่ยวตลาดในวันนี้ทำให้เขาได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของลูกๆมากขึ้น อย่างเช่นวันนี้เขาได้เห็นอาฟู่ลูกชายคนรองที่มีความคิดแยบยลั้แ่ยังเด็ก อาฟงลูกชายคนเล็กที่กินเก่งมากๆ มากกว่าคนปกติทั่วไป อาเฟยพี่ชายคนโตที่มีความเป็พี่ชายสูง รักน้องและรู้จักการเสียสละ
ทั้งสี่เดินไปเรื่อยๆเพื่อตามหาช่างชุนที่จะจ้างวานให้มาซ่อมหลังคาที่บ้าน จนมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เมื่อเห็นว่ามีหญิงวัยกลางคนอยู่ที่หน้าบ้าน จางหย่งจึงเดินเข้าไปถามขึ้นว่า
"ขออภัย ที่นี่ใช่บ้านช่างชุนหรือไม่ขอรับ"
"ใช่แล้วล่ะ"
หญิงวัยกลางคนเอ่ย ก่อนจะหันไปเรียกคนในบ้านให้ออกมา หลังจากนั้นไม่นานบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ผิวน้ำตาลสุขภาพดี ได้เดินออกมาจากด้านในก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"พวกเ้ามีธุระอะไรกับข้าหรือ"
"ข้าอยากจ้างวานท่านให้มาช่วยซ่อมหลังคาที่บ้านข้าขอรับ"
ช่างซุนมองไปที่จางหย่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ราคาข้าแพงกว่าช่างทั่วไปนะ เ้าแน่ใจหรือว่าจะจ้างข้า"
จางหย่งที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามว่า
"เหตุใดค่าจ้างของท่านถึงแพงกว่าผู้อื่นหรือ"
"เพราะฝีมือข้าดีกว่าช่างทั่วไป ดังนั้นราคาค่าจ้างข้าจึงแพงกว่าช่างทั่วไป"
ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าช่างชุนเป็ช่างที่มีฝีมือดีมากกว่าช่างทั่วไปราคาค่าจ้างจึงสูงกว่าปกติ ส่วนมากหากไม่เป็เศรษฐีก็มักเป็จวนขุนนางที่ว่าจ้างเขา เมื่อเห็นจางหย่งที่แต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป้าว่าจ้างเขา ทำให้เขาต้องเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
จางหย่งที่ได้ยินก็ครุ่นคิดนิดหนึ่ง หากมั่นใจในฝีมือตัวเองจนสามารถโก่งราคาค่าตัวได้ ก็คงเป็คนที่ฝีมือดีจริงๆ แม้ราคาจะสูงกว่าช่างปกติ แต่ก็คุ้มค่าที่จะจ้าง ดังนั้นจางหย่งจึงเอ่ยตอบรับขึ้นว่า
"ข้า้าจ้างวานท่านไปช่วยซ่อมหลังคาที่บ้าน"
ช่างชุนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะบอกราคาค่าจ้างปกติของเขา แต่ทั้งนี้ต้องมีการประเมินหน้างานอีกครั้ง จางหย่งฟังด้วยความตั้งใจก่อนจะตอบรับ เมื่อจางหย่งยืนยันช่างชุนก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาจะตามจางหย่งไปที่บ้านใน่บ่าย หลังจางหย่งทำธุระที่ตลาดเสร็จสิ้น
เมื่อพวกเขาเดินออกจากบ้านของช่างชุนมา อาเฟยก็ถามขึ้นว่า
"ท่านพ่อ ทำไมท่านไม่หาช่างคนอื่นที่ราคาถูกกว่านี้หรือขอรับ"
"พวกเ้าเคยได้ยินคำว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือไม่?"
เด็กๆที่ได้ยินต่างส่ายหน้า จางหย่งจึงอธิบายขึ้นว่า
"หากพ่อจ้างคนฝีมือธรรมดาหรืออาจโชคไม่ดีเจอคนฝีมือแย่เข้า เขาอาจจะทำงานได้ไม่ดี จนหลังคาร่วงหล่นมาทับเรา ลูกคิดว่าคุ้มค่าหรือไม่กับการจ้างคนเ่าั้?"
เมื่อได้ยินคำตอบของบิดา เด็กๆต่างก็ส่ายหน้าทันทีและเห็นด้วยกับบิดาที่จะว่าจ้างช่างชุนในราคาที่สูงกว่าช่างปกติเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา จางหย่งที่เห็นเด็กๆเข้าใจก็ยิ้มและพูดว่า
"จำไว้นะ เงินที่เสียไปแลกกับความปลอดภัยถือว่าคุ้มค่า"
อาฟู่ลูกชายคนรองที่ได้ยินเช่นนั้นก็คิดตาม แล้วเอ่ยถามจางหย่งขึ้นว่า
"งั้นเราจะใช้เงินแลกกับการที่ลุงอี้กังไม่มายุ่งวุ่นวายกับบ้านเราได้หรือไม่ขอรับ"
"แลกได้สิ ถ้าเรามีเงินมากพอ"
ดังนั้นเขาจะต้องรีบมีเงินให้มากพอที่จะไม่มีใครกล้ามาทำร้ายตัวเขาและลูกของเขาได้อีกต่อไป
"ท่านพ่อ หม่ำๆ"
"นี่ลูกยังจะกินอีกไหวหรือนี่"
กินเก่งขนาดนี้จะหาเงินทันไหมละนี่ เฮ้อ...