ฉลามคลั่งรัก 12 : ทะเลกักขัง
#ฉลามคลั่งรัก
ผมผ่าน่ทำแผลมาได้อย่างแสนสาหัส
กว่าพวกเขาจะยอมปล่อยให้ผมเป็อิสระผมโดนพวกเขากอดรัดจนแทบลุกไม่ขึ้นซ้ำร้ายด้วยความเหนื่อยล้ายังทำให้ผมหลับไปนานเกือบสองวันส่วนหนึ่งคือเพราะฤทธิ์ยาอีกส่วนคือการกระทำของพวกเขาที่ทำผมล้าจนไม่อยากตื่นขึ้นมาดูความจริง
แต่การหลับไปเป็วันๆ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะ
“ไม่ค่อยเจ็บแล้วแฮะ” ผมพึมพำเอามือลูบแผลที่เอวเพื่อตรวจสอบความรู้สึกกวาดตาดูกายบอบผ่านบานประตูในห้องน้ำ เวลานี้ผมเปลือยเปล่าเนื้อตัวพร่างไปด้วยหยาดใสนี่เป็การอาบน้ำเองครั้งแรกหลังจากที่ต้องวานคนอื่นเช็ดตัวให้
ซึ่งบอกได้เลยว่าการได้ััน้ำทั้งตัวมันรู้สึกดีกว่าผ้าเปียก ๆ ตั้งเยอะ
“อีกสองสามวันคงหายสนิท” บอกตัวเองเมื่อพินิจาแมันเริ่มแห้งแล้วผมจึงวางใจ อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะฉีกอีกไหมแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ผมยังต้องระมัดระวังให้มากเพื่อที่ทุกอย่างจะได้เรียบร้อยและผมจะได้ไปจากที่นี่สักที
ผมไม่มีแพลนจะอยู่ที่ถาวรหรอกนะ
“ตื่นแล้วทำไมไม่เรียก”
กึก !
“แล้วจะยืนดูตัวเองอีกนานแค่ไหน” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นรั้งสายตาผมให้มองเขาผ่านบานกระจกดีวานยืนอยู่ตรงนั้น เท้าคางกับบานประตูไล่สายตามองด้านหลังของผมที่ไม่มีอะไรครอบคลุมอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียวมันทำให้เขาพ่นลมหายใจ ไม่รู้ว่าหงุดหงิดหรือแค่กำลังสงบอารมณ์ตัวเองไม่ให้พลุ่งพล่าน
ซึ่งคุณรู้อะไรไหม?
ผู้ชายน่ะน่าแกล้งที่สุดก็ตอนที่เขาพยายามระงับความหื่นกระหายของตัวเองเนี่ยแหละ
“ใส่เสื้อผ้าได้แล้ว”
“ผมคิดว่าน่าจะลืมไว้ที่ห้อง”
“เดี๋ยวผมไปเอามาให้”
“จะเสียเวลาทำไม”
“หืม ?”
“แค่หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำให้ มันอยู่ใกล้มือคุณมากกว่าเสื้อผ้าผมซะอีก” ผมยียวน แกล้งกระตุกยิ้มให้เขาเห็นผ่านบานใสดีวานหันไปมองเสื้อคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่ไม่ไกล ชั่วขณะหนึ่งเขาชะงักดูไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรทว่าไม่นานก็ยอมเดินไปหยิบมาให้
เขาคลุมลงบนลาดไหล่ขณะที่สายตามองอะไรๆ ของผมราวกับลืมตัว
“ขอบคุณ”ผมหัวเราะพลางคิดว่า่สองวันก่อนผมดูไม่ใช่ตัวเองเท่าไหร่มันมีผลมาจากการที่ร่างกายผมบอบช้ำเกินไป การจะแสดงท่าทีไม่เป็อะไรมันลำบาก อีกอย่างพวกเขาก็จู่โจมผมค่อนข้างหนักไม่รู้เลยว่าตอนที่ผมหลับ เขากลั่นแกล้งอะไรผมไปบ้าง
ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณพวกเขาที่ให้ยาและทำแผลให้ผมถึงได้กลับมา...
เป็โซล อิลเดนสันคนเดิม
“ตัวคุณเย็น” ดีวานกระซิบรินรดลมหายใจคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอผม “มีกลิ่นหอมจากตัวคุณ”
“กลิ่นสบู่ที่พวกคุณใช้ไง”
“…”
“อยากลองดมมากกว่านี้ไหมล่ะ ?” ผมเอียงคอเชิญชวนให้ปลายจมูกคมสันกดลงตรงนั้นท่ามกลางรอยแดงที่เริ่มจาง คาดว่า่ที่ผมหลับพวกเขาสองพี่น้องไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับผมอีกไม่งั้นผมคงไม่มีแรงมายืนอยู่ตรงนี้ ร่างสูงสบตาผมผ่านกระจกกระชับชายเสื้อคลุมให้ปิดกายผมพลางผูกเชือกให้ ฝากฝังรอยจูบไว้แค่ที่ท้ายทอย
“ไปใส่เสื้อผ้า”
“ผมจะใส่ก็ต่อเมื่อผมอยาก”
“โซล”
“ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้” ผมเลียปากหมุนตัวหันมาหาเขาเพื่อเผชิญหน้ากันตรงๆ สองมือโอบรอบคอคนที่เคยกอดรัดผมจำได้ดีเลยว่าร่างกายของเขามันแข็งแกร่งและแ่าขนาดไหนดีวานใส่เพียงเสื้อเชิ้ตที่ไม่ติดกระดุมเลยสักเม็ดส่งผลให้เห็นมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ได้
ผมลากปลายนิ้วไปกับมันเลียปากอีกครั้งพร้อมกับพ่นลมหายใจใส่
ดีวานเกร็งท้องจนลอนกล้ามชัดเจนขึ้นยามผมไล่นิ้วต่ำลงไปผมหลุบตามองบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้า นึกถึงวันที่มันถูกสอดเข้ามาขยายตัวให้ผมตอดรัดแทบขาดใจ พอคิดแล้วร่างกายก็ร้อนรุ่มไปหมด
“อย่าเชียว”
หมับ !
ผมหัวเราะ มือของดีวานจับมือซุกซนของผมตอนที่กำลังจะรูดซิปกางเกงของเขาลงผมไม่ได้ตั้งใจจะยั่วยวนเขาหรอกนะแต่ผมเพิ่งจะฟื้นตัวเลย้าแคลเซียมบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะแคลเซียมที่มาจากนมผมคิดว่าถ้าตัวเองได้กินมันไม่ว่าจะของพี่หรือน้อง ผมคงจะดีขึ้นในเร็ววัน
มันก็แค่ข้ออ้างของพวกราคะสูงอย่างผมเท่านั้น
“คุณเพิ่งฟื้น”
“ผมไม่ได้จะให้คุณใส่”
“…”
“ผมแค่อยากลองชิมมัน” ดวงตาสะท้อนภาพใบหน้าดุดันดีวานย่นคิ้วใส่ปรากฏภาพความไม่พอใจระคนตำหนิมาให้ผม เสียดายที่ผมเป็พวกหัวแข็งในเมื่อเขาเป็คนแรกที่ผมตื่นมาเจอ เราก็ควรจะเล่นเกมสักหน่อยก่อนที่ผมจะลงไปข้างล่างเพื่อหาอะไรรองท้อง
ผมมั่นใจว่าตอนนี้ไม่เหลือซากโลมาอยู่ในสระแล้วผมดูมันจากทางหน้าต่าง
“ไม่งั้นก็เรียกดีแลนมา”
“เขาออกไปซื้อของ”
“ผมเห็นเขาอยู่ในสระ” คำโกหกถูกผมสวนกลับ การที่ผมหลับไปนานไม่ได้แปลว่าตื่นมาผมจะตาบอดซึ่งคำพูดนั้นทำให้ดีวานถอนหายใจ ผมเห็นความลังเลในดวงตาของเขาบางทีตอนนี้เขาอาจจะกำลังตบตีกับความชั่วร้ายในจิตใจ
จะยอมเล่นกับผมไหมหรือปล่อยให้ผมได้พัก?
“ถ้าไม่อยากให้ผมเล่นกับเขา ก็ช่วยเล่นกับผมหน่อย”
“มีแรงต่อกรแล้วหรือไง ถึงได้มาปากเก่งกับผม”
“ก็คงต้องรอดูว่าผมปากเก่งจริงไหม” ผมกัดปากหลุบมองของหวานที่ซ่อนตัวอยู่ดีวานกลั้นหายใจตอนที่ผมรูดซิปลง สอดมือเข้าไปจับส่วนอ่อนไหวที่ตอบสนองกับมือขาววินาทีนั้นหัวใจของผมเต้นระรัวไม่เป็ส่ำ รูดรั้งช้า ๆ มันก็เริ่มขยายใหญ่
ดวงตาผมแพรวพราวยามมันดุนดันผ่านเนื้อผ้ามาเรียกร้องความสนใจ
ผมไต่ปลายนิ้วไปกับขนาดพึมพำกะความยาวของมัน
“หนึ่ง สอง สาม...”เสียงนับเลขดังแ่ขณะที่ดีวานใช้ปลายจมูกซุกไซ้ซอกคอผมเสื้อคลุมอาบน้ำถูกกระตุกให้หล่นลงไปกองกับพื้น พร้อมกับที่ถูกดันไปชิดขอบอ่างอดรู้สึกระทึกไม่ได้เมื่อนับเพลินจนเกินเลขหนึ่งหลัก
ผมคิดว่าของเขามันน่าจะอยู่ที่ประมาณ...
“สิบ...นิ้ว” ผมเลียปากใจเต้นตึกตักตอนที่ย่อตัวลงคุกเข่าแลบลิ้นเลียไปตามความยาวก่อนจะครอบปากมันไปทั้งอัน ดีวานวางมือบนหัวผม ขยุ้มเบา ๆ ให้รู้ว่าเขามีอารมณ์ร่วมกับการกระทำเสียงลมหายใจที่ติดขัดพร้อมกับหน้าท้องที่เกร็งแน่นจนเผยมัดกล้ามเรียงตัวชัดทำผมแค่นหัวเราะในลำคอ รูดรั้งเป็จังหวะเพื่อดื่มนมจากเขา
ทำให้เขาเห็นว่าผมไม่ใช่แค่พวกปากเก่ง
ผมยังใช้ปากเก่งอีกด้วย
“เก่ง...หนิ”
กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันผมแลบลิ้นชิมความหวานจากตัวเขา แล้วก็เดินเชิดหน้าไปใส่เสื้อผ้าในห้องไม่รอให้ดีวานจัดการผมอย่างที่เขา้า เพราะถึงผมจะทำให้เขาไม่ได้แปลว่าผมอยากใส่เข้ามา
ผมบอกแล้วไงว่าผมอยากกินนมตอนเช้ามันก็ต้องกินทางปากสิถึงจะถูก
“หึ คนโง่” ผมหัวเราะเมื่อนึกถึงใบหน้างุ่นง่านตอนเดินลงมาจากชั้นสองขณะที่กวาดตามองหาคนน้องที่น่าจะอยู่แถวนี้เสียงแหวกว่ายรั้งผมให้หันไปมองกายสูงที่เล่นน้ำอยู่ในสระกล้ามเนื้อขยับไปมาตามแรงเวียนว่าย ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงประตู กอดอกแล้วพิงมันมองดีแลนที่ยังไม่รู้ว่าผมตื่นจากความฝัน
กระตุกยิ้มบางๆ เมื่อไอเดียวิ่งพล่านเข้ามา
ผมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งขอบสระหย่อนขาลงไปพลางตีขาเบา ๆ เป็การเรียกร้องความสนใจดีแลนที่ว่ายมุ่งหน้าไปอีกฝั่งหันขวับราวกับฉลามที่ถูกกวนใจเขาหมุนตัวไม่แม้แต่จะขึ้นมาหายใจ รีบว่ายมาหาผมคล้ายกับว่าถ้าช้ากว่านี้ผมจะหายไป
คลื่นน้ำแหวกมาเป็สายให้ผมจับจ้องกับลีลาที่เหมือนกับฉลามว่ายพาให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำ เลียปากเล็กน้อยตอนที่เขาใกล้เข้ามาผมสบตากับคนในน้ำั้แ่ที่เขาอยู่เพียงครึ่งสระ ตั้งใจว่าถ้าใกล้กว่านี้จะยกขาแต่ดันถูกกระชากลงไปในน้ำ
ตู้ม !
“อ๊ะ !”
“หึ ใเหรอที่รัก”
“ดีแลน...!”
“ผมทำคุณกลัวเหรอ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูตอนกอดผมไว้แน่นผมสำลักน้ำเล็กน้อยเนื่องจากตัวเองถูกกระชากอย่างแรงจนจมหายไปในน้ำ ถ้าเขาไม่ดึงขึ้นมาผมอาจจะทิ้งตัวลงไปนอนก้นสระคิ้วสวยของผมขมวดกันแน่นมาก ถอนหายใจใส่คนที่ทำผมเปียกปอนไปทั้งตัว
“ผมเพิ่งอาบน้ำมานะ ให้ตายสิ”
“อาบอีกก็ได้หนิ ที่นี่มีน้ำเยอะแยะให้คุณอาบ” ดีแลนไม่สำนึกเลยด้วยซ้ำกลับกันเขาขบขันที่ทำผมหงุดหงิดได้ “เดี๋ยวผมจะอาบกับคุณด้วยเป็ไงเผื่อว่าเราจะได้ลองที่ใหม่ ๆ นอกจากเตียงและโซฟาสักที”
“ในหัวคุณคิดแต่เื่แบบนี้หรือไง ?”
“ถ้าหมายถึงเื่คุณล่ะก็...ใช่”
“…”
“ผมคิดถึงคุณแทบจะขาดใจเลย” ร่างสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ใช้ปลายจมูกคลอเคลียกับปลายจมูกผม ยกตัวผมเล็กน้อยเพื่อให้ขาเกี่ยวเอวสอบได้ถนัดผมกอดคอเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตา ดีนะที่แผลของผมแห้งแล้วเลยลงน้ำได้แต่ก็ใช่ว่าควรจะอยู่นาน ๆ “แผลคุณเป็ไงบ้าง”
“ดีขึ้นเยอะกว่าตอนที่คุณพามา”
“งั้นแปลว่าคืนนี้ผมกับพี่ต้องได้รางวัล”
“ผมให้รางวัลพี่คุณไปแล้ว เหลือคุณ” ดีแลนเลียปาก ท่าทางหื่นกระหายนั่นทำผมกระตุกยิ้มใส่ข้อดีของพี่น้องคู่นี้ที่ผมสังเกตเห็นได้คือการที่พวกเขาจะไม่ปฏิเสธเวลาผมทำอะไรให้ ราวกับว่าพวกเขาตั้งใจให้ผมทำแบบนั้น “คุณอยากให้ผมทำอะไร ?”
“ถ้าคุณรู้ว่าผมคิดอะไร คุณจะต้องร้องไห้แน่ ๆ”
“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เซ็กซ์ในน้ำ”
“คุณดักทางผมซะแล้ว” ผมส่ายหน้าให้กับความคิดเ้าตัวเลยยกกายผมขึ้นไปนั่งบนขอบสระสายลมพัดผ่านมากระทบร่างส่งผลให้ผมต้องกอดตัวเองไว้ขณะที่ดีแลนกดจูบไปตามขาอ่อนของผม ต้องบอกเลยว่ากางเกงขาสั้นที่เขาซื้อให้ มันสั้นจนผมเหมือนไม่ได้ใส่เลยล่ะ“หอมชะมัด”
“พี่ชายคุณก็พูดแบบนี้”
“แล้วเขาบอกคุณหรือเปล่าว่าเวลาที่เรามีอะไรกัน ตัวคุณจะหอมขึ้นอีก”
“คุณพูดเหมือนหมาติดสัด”
“อย่าเปรียบเทียบผมเป็สัตว์ชั้นต่ำสิที่รัก ผมชอบเป็สัตว์น้ำมากกว่า” ประโยคแรกดูเหมือนกับการต่อว่า เนื่องจากเขากดเสียงดุใส่หนำซ้ำยังย่นคิ้วคล้ายไม่พอใจผมเลยเกลี่ยแก้มเขาปล่อยให้ริมฝีปากร้อนชื้นัั่ขา ดีแลนลูบไล้ขาอ่อนผมไปมายกขาผมขึ้นก่อนจะไล่จูบลงไปไม่ต่างจากเสน่หาแต่ที่ทำให้ผมใคือการที่เขาจูบลงบนหลังเท้าผมมากกว่า
มันคือสัญญาณ[WU1] ของการเทิดทูน
“ราชินีน้อยของผม”
“หลงผมเข้าให้หรือไง”
“ยิ่งกว่าหมาติดสัดซะอีก” เขาหัวเราะโน้มคอผมลงไปเพื่อจูบกันสิ่งเดียวที่ดีแลนต่างจากดีวานอย่างเห็นได้ชัดคือการที่เขาจะทำอะไรเลยโดยไม่ยั้งคิดเหมือนพี่ชายบอกตามตรงว่าผมก็ชอบเพราะมันเร้าใจ ผมไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนกับผม
แต่กับดีวานก็เป็การลุ้นระทึกอีกแบบผมเองก็ไม่รู้ว่าในสมองของเขาคิดอะไรอยู่บางครั้งเขาก็น่าค้นหายิ่งกว่าห้วงมหาสมุทรลึกทว่าบางครั้งก็น่าหงุดหงิดจนไม่อยากจะสนใจในความลึกลับของเขาซึ่งไม่ว่าจะอย่างไหนผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาน่าสนใจพอกัน
เพียงแค่บางอย่างผมเลือกที่จะตัดสินใจเองว่ามันควรเป็ยังไง
“อะแฮ่ม”
“อะ...!”
“ผมคิดว่าคุณควรจะขึ้นจากน้ำได้แล้ว” ผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิดทันทีที่เสียงของดีวานเข้ามาในหูพอกวาดตาดูก็พบว่าตัวเองถูกคนใจร้ายนัมเบอร์ทูลากลงมาในน้ำอีกครั้ง ดีแลนกำลังไซ้ซอกคอผมแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นว่าพี่ชายมาขัดจังหวะ
“พี่ทำผมเสียอารมณ์”
“โซลต้องกินยา” นั่นคือข้อแก้ตัวซึ่งมันห่วยแตกสิ้นดี “ขึ้นมาก่อนที่ผมจะเดินไปลากคุณ”
“ถ้าทำได้ก็เอาสิ”
“นี่”
“หรือว่าคุณหึงล่ะ...แด๊ดดี้ ?” ผมกระตุกยิ้มตั้งชื่อเล่นให้เขาใหม่เล่นเอาดีแลนถึงกับหัวเราะ เขาดูพอใจที่ผมแหย่พี่ชายเขาแบบนี้
“คุณนี่มันร้ายชะมัด” เขากระซิบก่อนจะหันไปเลิกคิ้วใส่“ว่าไงดีวาน พี่กล้ามาลากโซลขึ้นไปไหมแด๊ดดี้กล้าลงมือกับราชินีน้อยของผมหรือเปล่า ?”
“เดี๋ยวจะไม่มีปากไว้พูดมากดีแลน”
“โว้ว”
“เอาเขาขึ้นมาก่อนที่ฉันจะหงุดหงิด” เ้าตัวกอดอกท่าทางงุ่นง่านกวนใจผมกับคนด้านข้างไม่น้อยผมหันไปมองดีแลนดูว่าเขาจะทำยังไงหวังเพียงว่าเขาจะไม่หยิบยื่นตัวผมให้มัจจุราชเป็การหักหน้าทว่าร่างสูงกลับส่ายหน้าพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา เขายกยิ้มให้ผมพลางดันตัวขึ้นจากสระ
“ไปอาบน้ำกัน”
“คุณปอดแหกชะมัด” ผมกลอกตาไม่ยักรู้ว่าเขากลัวพี่ชายจนต้องปฏิบัติตามคำสั่งแน่นอนว่าดีแลนไม่ได้สนใจคำต่อว่านั้น เขาดันตัวขึ้นจากสระรั้งกายผมให้เดินมาด้วยกัน ดีวานเอาผ้าขนหนูคลุมไหล่ให้ผมห่อตัวเล็กน้อยกันผมหนาวสั่น “คุณจะพันผมเป็มัมมี่หรือไงกันแค่คลุมให้ก็พอแล้ว”
“คุณจะหนาว”
“ผมเป็สัตว์เือุ่นดีวาน ผมไม่หนาวตายหรอก” ผมประชดเหยียดยิ้มเย้ยหยันเป็การกวนประสาท “อีกอย่างมีพวกคุณอยู่ทั้งคนพวกคุณคงไม่ปล่อยให้ผมหนาวตายหรอกจริงไหม ?”
“แล้วคุณอยากร้อนเป็ไฟตอนนี้ไหมล่ะ ?”
“เอาสิ” ผมยกยิ้มซุกซนให้ดีแลนเขาเลยทำท่าเหมือนจะมาขย้ำผมเสียดายที่ดีวานดึงผมออกมาก่อนผมเลยไม่ได้เล่นซนอย่างที่หวังไว้ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดูก็รู้ว่าดีแลนรำคาญใจถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ช่วยเหลือหรือว่าอะไร
ตราบใดที่ผมยังอยู่ที่นี่เรามีเวลากินกันเหลือเฟือ
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวผมจะสั่งอะไรมาให้คุณกิน”
“สนใจเปลี่ยนให้ผมไหม ?”
“อย่าท้า” ดีวานหลุบตามามองผมที่ไหวไหล่ผมไม่สนใจคำขู่ของเขาหรอก เขาก็ดีแต่ปากเก่งเท่านั้น
ไม่สิไม่ใช่แค่ปาก ต้องบอกว่าเขาใช้ร่างกายทุกส่วนเก่งมากต่างหาก
โดยเฉพาะสิบนิ้วของเขามันทำผมใจสั่นไม่หยุดเลยล่ะ :)
“โซล”
“รู้แล้วน่า ไปกันเถอะดีแลน”
“ครับที่รัก” เ้าของชื่อโคลงหัวให้เป็การโค้งคำนับผมเลยยิ้มขำควงแขนเขาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชั้นสอง เราไม่ได้ทำอะไรกันหรอก ดีแลนยังมีความดีพอที่จะไม่แกล้งผมตอนนี้หนำซ้ำเขายังดูจะเชื่อฟังพี่ชายเข้าขั้นถึงขนาดรีบแต่งตัวให้ผมเพื่อที่จะลงมาทานข้าวด้วยกัน
แต่ดีวานยังทำไม่เสร็จดีแลนเลยให้ผมมานั่งดูทีวีรอเขาไปช่วยพี่ชายผมกดรีโมตเปลี่ยนช่องไปมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะมาหยุดค้างที่ช่องข่าวที่พาดหัวตัวใหญ่
ผมจะไม่ใเลยถ้าหัวข่าวมันไม่ได้พูดถึง...
‘ข่าวใหม่มาแรง มีคนถ่ายภาพเมกาโลดอนล่มเรือ’
“พระเ้า...” ผมเบิกตากว้างมองภาพที่นักข่าวทั้งสองกำลังรายงานอยู่มันเป็ภาพถ่ายที่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่จนไม่สามารถดูได้ว่าเป็เมกาโลดอนจริงไหม ที่แน่ๆ ในภาพนั้นมีเรือที่อับปาง และพื้นน้ำที่กลายเป็สีแดงฉานไม่รู้ว่านั่นใช่เืหรือเปล่าบางทีอาจเป็ภาพตัดต่อเหมือนรายการทีวีทั่วไป
ผมเร่งเสียงทีวีให้ดังขึ้นอีกเพื่อฟังเนื้อข่าวที่เขารายงาน
เลียปากเล็กน้อยเมื่อเนื้อหามันทำให้ผมอดเครียดไม่ได้
[เราได้รับรายงานจากผู้สื่อข่าวในท้องที่ว่าเมื่อสองวันก่อนมีเรือขนาดใหญ่อับปางกลางทะเลยอดผู้สูญหายมีมากกว่า 20 ชีวิตและทางหน่วยกู้ภัยที่ส่งทีมดำน้ำไปพบเพียงชิ้นเนื้อกระจัดกระจายทั่วพื้นที่]
ภาพข่าวเปลี่ยนเป็ภาพของแขนขาที่ลอยอยู่บนน้ำ มันเป็ภาพถ่ายมุมสูงที่คาดว่าคนถ่ายจะอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ก็เป็ได้
[คาดว่าน่าจะโดนฉลามจู่โจมเนื่องจากพื้นที่เป็บริเวณที่มีฉลามอาศัยอยู่มากแต่ที่น่าสนใจคือร่องรอยการทำร้ายที่ใหญ่กว่าฉลามทั่วไปหลายเท่าต่างหาก]
ภาพของซากเรือที่มีรอยกัดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา
[เราจะเห็นว่ามันเป็รอยฟันขนาดใหญ่และฉลามที่ทำแบบนี้ได้มีแค่เมกาโลดอน แต่มันสูญพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีก่อนตอนนี้เลยเกิดการโต้เถียงว่ามันคืออะไร]
[ผมคิดว่าอาจจะเป็ฉลามตัวใหญ่ เพราะไม่มีทางที่โลกนี้จะเหลือเมกาโลดอน]
นักข่าวอีกคนแย้ง เขาหัวเราะราวกับว่าเื่นี้มันตลก ซึ่งผมคิดว่าเกือบทุกคนคงจะมองเื่นี้ไม่ต่างจากเขาไม่มีใครเชื่อว่าเมกาโลดอนมีจริง เคยมีการค้นพบเื่นี้เมื่อร้อยปีก่อนทว่าสุดท้ายเขาก็บอกว่ามันเป็เพียงฉลามชนิดอื่นที่ตัวใหญ่มาก ๆ เท่านั้นและถ้าเทียบกัน ฉลามที่ขนาดใหญ่ที่สุดยังเล็กกว่าเ้าคู่พี่น้องที่ผมเลี้ยงไว้
ผมเสยผมมองภาพที่ทีมข่าวได้มาจากทีมกู้ภัย ก่อนที่ข่าวใหญ่จะรายงานใหม่
[เราได้คลิปมาแล้วค่ะท่านผู้ชม !]
“ไม่...!” ผมถึงกับลุกขึ้นยืนเมื่อคลิปที่เธอพูดฉายขึ้นจอมันเป็คลิปจากกล้องอะไรสักอย่างที่ผมจะไม่มาเดายี่ห้อมันตอนนี้ หัวใจของผมเต้นถี่จดจ่ออยู่กับภาพที่ปรากฏชัดถึงคมเขี้ยวใหญ่ดูยังไงก็เป็ฉลามแต่ด้วยระยะที่เข้ามาใกล้มาก ๆเลยไม่สามารถทราบขนาดที่แท้จริงได้
แต่ที่ร้ายคือความคมของขากรรไกร
มือที่ถือกล้องไว้ลอยแยกจากตัว
[เป็ภาพที่สยองมากเลยนะคะ]
[มันก็แค่ภาพฉลามจู่โจมทั่วไป เผลอ ๆมันอาจจะเป็คลิปจากในเน็ตก็ได้ใครจะรู้]
นักข่าวหนุ่มพยายามโต้กลับ ผมชอบที่เขามองว่าเื่นี้มันไร้สาระเพราะพวกผู้ประกาศข่าวจะมีอิทธิพลกับคนหมู่มากที่ดูอยู่ ต่อให้นักข่าวอีกคนพยายามจะโน้มน้าวว่าเื่นี้อาจจะพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของฉลามล้านปีได้
พลันหัวใจผมก็เต้นหนักเมื่อมีสายโทรเข้ามาในรายการข่าวบอกว่าพวกเขาได้แหล่งข้อมูลใหม่
[ดูเหมือนจะมีการพบเจอศูนย์วิจัยทางหน่วยกู้ภัยส่งทีมไปหาแล้วค่ะ]
“บ้าจริง !” ผมสบถรีบหมุนตัวสาวเท้าเข้าไปในครัวที่ซึ่งสองหนุ่มกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร ผมไม่สนใจความหิวที่ประเดประดังเข้ามาตอนนี้ผมต้องกลับไปที่ที่ผมจากมาไม่งั้นคงได้เกิดเื่วุ่นวายก่อนที่ผมจะได้กลับไปเหยียบมัน “ดีแลน ไปส่งผมที่ท่าเรือหน่อย”
“หา ?”
“ผมจะกลับบ้าน” ผมว่าเสียงนิ่งพร้อมกับเคาะเท้าลงกับพื้นแสดงให้เห็นว่าผมเร่งรีบแค่ไหน ผมจะมัวแต่ช้าอีกต่อไปไม่ได้ทันทีที่หน่วยกู้ภัยไปถึงอย่าว่าแต่จะเหยียบพื้นเลยแค่เข้าไปในรัศมีร้อยเมตรพวกเขาก็จะตาย
ศูนย์วิจัยของผมไม่ใช่ที่ที่ใครก็จะเข้าไปได้ยิ่งตอนนี้ยิ่งไม่ปลอดภัย
“คุณจะไปส่งผมไหม ถ้าไม่ผมจะไปเอง !”
“เดี๋ยว” แขนของผมถูกคว้าโดยดีวาน รั้งเบา ๆ ให้หันกลับไปสบตาร่างสูง“คุณจะไปตอนนี้ไม่ได้ คุณเพิ่งฟื้นและยังไม่หายดี”
“ผมไม่มีเวลารักษาตัวแล้วดีวาน บ้านของผมกำลังจะแย่”
“เกิดอะไรขึ้น ?”
“ผมไม่มีเวลาอธิบาย”
“โซล” เสียงทุ้มต่ำของดีวานคราวนี้ไม่ทำให้ผมสงบกลับกันยิ่งเขายื้อผมยิ่งร้อนรนไม่ยอมหยุด “ใจเย็น ๆมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก คุณต้องพัก คุณยังไม่หาย”
“ไม่ได้ยินที่ผมบอกหรือไงว่าผมพักไม่ได้ !”
“!!!!”
“ถ้าคุณไม่ไปส่งก็บอกมา ผมจะได้ไปเองไม่ต้องรอใคร”
“ผมไม่ได้จะไม่ไปส่งแต่ผม้าเหตุผลว่าทำไมคุณต้องไป”
“บ้านของผมกำลังตกอยู่ในอันตรายถ้าผมมัวแต่ช้า จะมีคนอีกมากไม่รอดชีวิต” ผมพูดความจริงที่ทำให้เขาย่นคิ้วใส่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามากพอที่จะทิ้งปริศนาคำทาย ผมต้องกลับไปที่EDS ก่อนที่ทีมกู้ภัยจะไปถึง “คุณไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นผมต้องรีบกลับไป”
“บางทีคุณอาจจะคิดมากไป” ดีแลนว่า “ไม่มีใครทำอะไรบ้านคุณหรอกตราบใดที่พวกเรายังอยู่”
“อย่ามาล้อเล่นนะพวกคุณไม่รู้หรอกว่าที่นั่นมันมีอะไร !”
“!!!”
“พวกคุณปกป้องสิ่งที่ผมเหลือไว้ไม่ได้มีแค่ผมที่ทำได้ และถ้าคุณไม่ยอมให้ผมไป...” ผมเว้นวรรคยาวก่อนจะหยิบมีดที่วางอยู่บนโต๊ะมาฟันใส่มันเฉียดหน้าดีวานไปจนเกือบจะแทงตาของเขาส่งผลให้เขาผงะถอยหลัง ผมเลยปักมีดลงกับเคาน์เตอร์ฉวยโอกาสนั้นหยิบกุญแจรถที่วางไว้มาถือ
กึก !
นาทีนั้นผมไม่รอให้สติพวกเขารื้อฟื้นรีบวิ่งมาขึ้นรถที่จอดอยู่แล้วขับออกไปได้ยินเสียงสองหนุ่มที่ะโเรียกไล่หลังทว่าผมไม่สนใจเร่งเครื่องเหยียบคันเร่งจนมิดกะว่าถ้าไปถึงท่าเรือที่ผมจอดเรือไว้ผมจะหาคนให้ขับรถมาคืนเขาทีหลัง
ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นเขาคงแจ้งตำรวจจับผมไปแล้ว
“ให้ตายเถอะ” ผมพึมพำอย่างหัวเสียไม่รู้เลยว่าหลายวันที่ผ่านมาดีแลนกับดายไปทำอะไรไว้บ้างประจำผมจะอยู่เก็บกวาดเศษซากที่พวกมันทำไว้ แต่พอผมไม่อยู่ก็ไม่มีใครสนใจเลยหรือไง
หรือว่ามีคนตั้งใจให้เื่แบบนี้มันเกิดขึ้นมา?
“คุณคงไม่ได้คิดอะไรไม่ดีใช่ไหม” ผมเลียปาก ใบหน้าของใครบางคนลอยเข้ามาในหัวเพราะเขาดูจะเป็ตัวเลือกที่เป็ไปได้มากที่สุด และเราจะรู้เมื่อผมไปถึงผมรีบจอดรถไว้ตรงถนนคากุญแจไว้อย่างนั้น เนื่องจากผมเอารถดีแลนไปด้วยไม่ได้
ปลายเท้าย่ำกายไปทั่วกวาดตามองหาเรือที่จอดเอาไว้จำได้ว่ามันคือที่ประจำที่พวกคนคุมท่าจะรู้ว่าถ้าผมขึ้นฝั่งผมจะเอาเรือมาจอดตรงนี้ทุกครั้ง ทว่าตอนนี้มันกลับไม่อยู่ตรงนั้นพาให้ผมย่นคิ้ววิ่งไปทั่วหาดเพื่อตามหา
กระทั่งไปเจอลุงคนหนึ่งที่กำลังเก็บซากเรือที่พังอยู่ริมหาด
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเห็นเรือจอดอยู่ตรงนั้นไหม”
“หมายถึงเรือที่ถูกทำลายน่ะเหรอครับ ?”
“หา ?” ผมครางรับในลำคออย่างไม่เข้าใจสบตากับลุงวัยกลางคนที่หันมาหา “ผมคิดว่าน่าจะเป็การเข้าใจผิดผมจอดเรือไว้ตรงนั้นแล้วตอนนี้มันก็หายไป บางทีผมอาจจะผูกไม่ดีมันเลยลอยออกไปคุณพอจะเห็นไหม เรือของโซลอิลเดนสัน”
“โอ้ว คุณคือเ้าของเรือลำนั้น”
“ใช่ครับ และผมต้องใช้มัน”
“ต้องขออภัยด้วยนะครับ แต่เรือของคุณไม่สามารถใช้งานได้”
“ทำไม ?”
“อ้าว คุณไม่รู้เหรอครับว่าเมื่อคืนเกิดอะไร”
“…”
“เรือของคุณลอยออกไปก่อนจะถูกอะไรบางอย่างกัดแตกจนจมหายไปใต้ทะเล”
[WU1]หมายถึงสัญลักษณ์ หรือเปล่าคะ