ยามเย็นค่อย ๆ ปกคลุมเมืองด้วยแสงสีส้มหม่น แสงสุดท้ายของวันสาดส่องกระทบซากตึกที่พังทลาย สร้างเงาประหลาดทอดยาวไปบนถนนที่แตกร้าวและเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ภายในคลินิกเล็ก ๆ ความอบอุ่นชั่วคราวที่เคยมีจางหายลงเมื่อทุกคนเริ่มเก็บของเตรียมออกเดินทางต่อ จุดอพยพยังอยู่อีกไกลลิบ และก่อนฟ้ามืดสนิท พวกเขาต้องหาที่พักที่ปลอดภัยกว่านี้ให้ได้
เมืองยังคงส่งเสียงคร่ำครวญไม่หยุดหย่อน เสียงไซเรนจากที่ไกลลิบที่อาจเป็สัญญาณของความหวังหรือความตาย เสียงะเิที่ดังเป็ระยะ และเสียงคำรามของผู้ติดเชื้อที่กระจายอยู่ทุกมุมถนน เป็เครื่องย้ำเตือนว่าโลกนี้ยังคงพังทลายลงทุกวินาที แม้พวกเขาจะเพิ่งช่วยชีวิตคนสองคนและได้สมาชิกใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน แต่ไม่มีใครลืมว่าความโหดร้ายยังคงคืบคลานอยู่รอบตัว
ขณะที่เจย์กับด็อกเตอร์ช่วยกันตรวจสอบแผนที่ในแท็บเล็ต เสียงแตกพร่าของวิทยุสื่อสารเก่าที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ครืด… ครืด… ทุกคนชะงักงันราวกับถูกตรึงไว้กับที่ เจย์รีบหมุนปุ่มปรับความถี่อย่างรวดเร็ว จากเสียงรบกวนอันสับสน คำพูดที่ขาด ๆ หาย ๆ ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
“...ขอความช่วยเหลือ… มีผู้รอดชีวิตติดอยู่… ซูเปอร์มาร์เก็ต… ถนนเจ็ดเหนือ… ผู้ติดเชื้อจำนวนมาก…”
เสียงนั้นเป็เสียงผู้หญิง สั่นเครือ เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่ััได้ถึงหัวใจ “ได้โปรด… ถ้าใครได้ยิน… ช่วยพวกเราด้วย…”
สัญญาณตัดไป ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง ความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเสียงคำรามของซอมบี้ ฟ้ากอดแขนตัวเองแน่น ดวงตาเบิกกว้าง “พวกเขายังมีชีวิตอยู่…”
นัทกำหมัดแน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน “เราไปช่วยพวกเขา!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
คินขมวดคิ้วทันที แววตาฉายแววไม่เห็นด้วย “เรายังมีภารกิจหลักของตัวเอง จุดอพยพอาจถูกยึดครองได้ทุกเมื่อ การเบี่ยงเส้นทางเป็ความเสี่ยงที่ไม่จำเป็”
ด็อกเตอร์พยักหน้าเห็นด้วย “ในเชิงกลยุทธ์ การเบี่ยงเส้นทางเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยของทีมและเป้าหมายหลัก”
มีนมองหลินเยว่ด้วยสายตากังวล เธอไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาสะท้อนคำถามเดียวกันกับทุกคนในทีม จะช่วยหรือไม่ช่วย?
หลินเยว่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ภายในใจเกิดการต่อสู้อีกครั้งระหว่างเหตุผลและมโนธรรม เธอรู้ว่าคินและด็อกเตอร์พูดถูก ทุกนาทีมีค่า ทุกการตัดสินใจอาจหมายถึงความเป็ความตายของคนในทีม แต่เสียงขอความช่วยเหลือเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู เธอรู้ดีว่าความสิ้นหวังเช่นนั้นรู้สึกอย่างไร และเธอก็ไม่อาจเพิกเฉยได้
ทันใดนั้น ระบบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ราวกับรับรู้ถึงความลังเลใจ
[ ภารกิจทางเลือก ]
[ สัญญาณสุดท้าย ]
[ ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ]
[ รางวัล: ]
•ค่าประสบการณ์
•สมาชิกที่มีศักยภาพ
•ข้อมูลเกี่ยวกับจุดอพยพ
[ คำเตือน: ]
[ ตรวจพบสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสูง ]
หลินเยว่สูดลมหายใจลึก สมาชิกที่มีศักยภาพ… ข้อมูลเกี่ยวกับจุดอพยพ… ระบบกำลังบอกเธอว่า การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลต่ออนาคตของทีม ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือคนแปลกหน้า เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว “เราจะไป”
คินหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว “ฉันรู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าจะตอบแบบนี้” น้ำเสียงของเธอแม้จะแสดงความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเคารพในการตัดสินใจ
นัทยิ้มกว้าง “ยอดเยี่ยม! ผมพร้อมลุย!”
มีนยิ้มอย่างโล่งใจ ฟ้าจับมือหลินเยว่แน่น “ขอบคุณค่ะหัวหน้า”
เจย์ดันแว่นขึ้น “ถ้าระบบเสนอรางวัล แสดงว่ามีความสำคัญเชิงโครงสร้างต่อเื่ราวอย่างแน่นอน”
ด็อกเตอร์เลิกคิ้ว “ผมไม่เข้าใจครึ่งหลังของประโยคนั้น แต่เห็นด้วยกับผลลัพธ์”
อาร์คก้าวเข้ามายืนข้างหลินเยว่ ดวงตาสีแดงเข้มสบกับเธออย่างเงียบงัน “ไปด้วย” เพียงสองคำสั้น ๆ แต่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความจงรักภักดี
หลินเยว่ยิ้มบาง ๆ “แน่นอน” เธอหันไปมองทีมทั้งหมด ดวงตาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “ตรวจอาวุธ เก็บสัมภาระ เราออกเดินทางภายในสองนาที”
ทุกคนเคลื่อนไหวทันที ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดวันถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นใหม่ ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพื่อยืนยันว่าพวกเขายังเป็มนุษย์อยู่
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูคลินิกถูกเปิดออกอีกครั้ง อากาศยามค่ำเย็นปะทะใบหน้า เมืองทั้งเมืองจมอยู่ในแสงสีส้มแดงของไฟไหม้และพระอาทิตย์ตกดิน หลินเยว่ก้าวออกไปเป็คนแรก พร้อมทีมที่ค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ และราชันย์ซอมบี้ที่เดินเคียงข้างเธออย่างเงียบงัน เบื้องหน้า—มีผู้คนที่กำลังรอความช่วยเหลือ และบางที การตัดสินใจในคืนนี้ อาจนำพาสมาชิกคนสำคัญอีกคนหนึ่งเข้าสู่ชะตากรรมของพวกเขา