อะไรกันอ่ะ ฉันว่าฉันก็ยิงไปตรงประเด็นที่สุดแล้วนี่ ทำไมทุกคนในห้องถึงได้มองฉันอย่างอึ้งๆกันอย่างนั้นล่ะ
“เสี่ยวอัน หนูพูดอะไรออกมาหนูยังมีสติอยู่ดีหรือเปล่า”
พี่ใหญ่กู้เทียน เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็พอเข้าใจอยู่ว่าถ้าฉันต่อต้าน ทุกคนก็จะเอนเอียงไปสงสารน้องนางเอกนี่ แต่ตอนนี้ฉันพูดและแสดงออกแบบว่าขอยอมถอย ทุกคนก็เลยหันมาเห็นใจฉันมั้ง
แต่เอาจริง ฉันเนี่ย ไม่ได้หวังที่จะให้คนมาเข้าข้างหรือเห็นใจอะไรหรอกนะ เพราะสุดท้ายที่ฉันเข้าใจโครงเื่คร่าวๆในตอนต้นที่คุณนักเขียนอธิบายมาคือ ฉันต้องออกจากบ้านตระกูลกู้ไปแน่นอน แล้วก็กลับไปบ้านเดิมที่มีน้องๆเล็กๆอยู่สามคนให้ดูแล
แต่นางร้ายเวอร์ชั่นเก่ามันดันไปทำบาปทรมานทรกรรมน้องๆบางคนของตน จนเพาะบ่มนิสัยกลายเป็ตัวร้ายไปนะสิ น้องคนไหนอีกคนก็ไม่รู้ฆ่าตัวตายด้วย น่าสงสารชะมัด พอดีตอนต้นๆเื่มันไม่ค่อยน่าสนใจ เป็แค่การปูเื่มาก่อน ฉันจึงไม่ได้อ่านละเอียดนัก เลยอ่านมาแบบผ่านๆเอาเท่านั้นเอง
“คิดอะไรอยู่ลูก”
คุณแม่กู้ที่เห็นฉันเงียบไปจึงเอ่ยถามขึ้นมา
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็ไงจ้ะหิวไหมอ่ะชื่ออิงลี่เหรอ คุณแม่ค่ะอิงลี่น่าจะหิวแล้วเรากินข้าวเที่ยงกันเลยไหมคะ”
“หนูไม่~เอ่อ”
“ไม่ต้องกลัวนะ คุณพ่อคุณแม่ท่านใจดี เธอตัวนิดเดียวเอง เราน่าจะเกิดวันเดียวกันมั้งเน้อะ เรามาเป็เพื่อนกันเถอะนะอิงลี่ เราชื่ออันอันหน่ะ ไปกินข้าวกัน”
เราทุกคนมากินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา กับบรรยากาศแปลกๆ กระอักกระอ่วนใจ แต่ฉันก็พยายามที่จะทำให้มันดีขึ้น ก็แหม๋ ฉันเป็นักแสดงเ้าบทบาทของละครไทยเชียวนะ แค่นี้สบายมาก
“คุณแม่กับคุณป้าลองกินปลาทอดสามรสนี่ดูสิคะ รสชาติดีทีเดียวค่ะ มาค่ะหนูคีบให้ อิงลี่อันนี่เราคีบให้นะ ไม่ต้องกลัวจนสั่นอีกแล้วนะ ปล่อยสบายๆได้เลยจ้ะ คุณพ่อค่ะหนูตักน้ำแกงไก่ให้ค่ะ คุณลุงเหอคะหนูตักให้ด้วยค่ะ”
ฉันตักอาหารให้ทุกคนอย่างใส่ใจ หวังผล ใช่แล้ว!คราวนี้ ฉันหวังผลของจริงเลยแหล่ะ แต่หวังอะไรนั้นฉันขออุบไว้ก่อนนะ อิ อิ
“คุณปู่คุณย่าขา น้ำแกงไก่เพื่อสุขภาพค่ะ อิงลี่ช่วยยกไปให้คุณปู่คุณย่าหน่อยจ้ะ พี่ใหญ่ขา พี่ใหญ่ไปฝึกซ้อมมาหนักๆต้องบำรุงร่างกายด้วยน้ำแกงถ้วยนี้นะคะ”
แล้วฉันก็ยกน้ำแกงไก่ที่มีน่องไก่ ไปให้พี่ใหญ่กู้เทียนที่แสนใจดี หนึ่งถ้วยร้อนๆเลยทีเดียว แล้วฉันก็นั่งกินตามปกติ
“เสี่ยวอัน ตักน้ำแกงให้พี่อาห้าวคู่หมั้นหนูด้วยสิลูก”
คุณแม่รีบเตือนฉันเมื่อเห็นฉันสนใจที่จะชามข้าวของตัวเอง จนลืมคู่หมั้นตัวโตของตนเอง ที่เมื่อก่อนอันอันนั้นตามติดพี่เขาจนน่ารำคาญ แต่มาตอนนี้กลับทำเป็ไม่สนใจอะไรเลย
จนคนตัวโตอย่างคู่หมั้นหนุ่มอาห้าวถึงกับแปลกใจกับนิสัยอาการ เหมือนกับเป็คนละคนขนาดนี้ ของเด็กสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คู่หมั้นของตนมาั้แ่เกิดคนนี้
“เราไม่ใช่คู่หมั้นกันกันแล้วค่ะ คุณหนูกู้ตัวจริงต่างหากที่เป็คู่หมั้นของพี่อาห้าวหน่ะ อิงลี่เธอตักน้ำแกงให้พี่อาห้าวหน่อยสิจ้ะ”
“…..”
“…..”
“ไม่จำเป็~”
“…..”
แล้วบรรยากาศที่มันกำลังดีขึ้น มันก็กลับมาเป็แปลกๆ กระอักกระอักกระอ่วนใจกันอีกครั้ง
หลังจากที่เรากินข้าวแล้ว ฉันก็อาสาพานางเอกอิงลี่ไปดูห้องพักแขกให้เธออยู่ไปก่อน ฉันไปเอาชุดเสื้อผ้าสวยๆในตู้มาให้เธออาบน้ำแต่งตัวก่อน จึงเดินลงมาข้างล่าง ที่ทุกคนยังนั่งคุยกันอยู่อย่างเคร่งเครียด
ก็นะ บางเสี่ยวบางส่วนของนางเอกนั้นมันก็มีส่วนที่เหมือนทั้งคุณพ่อคุณแม่ หรือพี่ใหญ่ของตระกูลกู้มากเลยนะสิ ถึงไม่ต้องไปตรวจอะไรก็พอที่จะเดาผลได้อยูแล้วนี่นา
“เรารับอิงลี่เข้ามา แล้วจะให้อยู่ในฐานะอะไรครับ มาแทนที่เสี่ยวอันน้องสาวของผมหรือครับคุณพ่อคุณแม่”
พี่ใหญ่กู้เทียนกล่าว
“หนูอิงลี่ก็เป็น้องสาวของแกนะอาเทียน และอาจจะเป็น้องสาวแท้ๆของแกด้วยซ้ำไป แกต้องเห็นใจน้องด้วย น้องลำบากมามากแล้ว ผอมบางตัวนิดเดียว ทั้งที่อายุเท่ากันเกิดวันเดียวกันกับยัยหนูอันอันของเรา”
“แล้วน้องเสี่ยวอันเล่าครับ จะให้น้องอยู่ในฐานะอะไรกัน คุณแม่กับคุณพ่อไม่สงสารน้องหรือครับ ถ้าให้น้องต้องถอยสถานะมาเป็แค่คนอื่นในตระกูลของเรา”
พี่ใหญ่ยังคงดื้อดึง ใจดีจังเลยนะผู้ชายคนนี้
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่ใหญ่ เอ่อ คุณชายกู้ อืม~หนูเข้าใจ แล้วความจริงคือหนูก็ควรที่จะกลับไปอยู่ในที่ ที่หนูควรจะอยู่เสียที่อยู่แล้วนะคะ
หนูได้ยินมาว่า หนูยังมีน้องเล็กๆที่ต้องดูแลอีกสามคน หนูว่าตามหลักความเป็จริงหนูก็ควรจะออกไปจากตระกูลกู้แล้วนะคะ เมื่อคุณหนูกู้ตัวจริงเขากลับมาแล้วอย่างนี้”
“เสี่ยวอัน พูดอะไรคุณชายกู้บ้าอะไรของหนู พี่ไม่ฟัง พี่ไม่ให้หนูไปไหนทั้งนั้นแหล่ะ อยู่ที่นี่ต่อไปนั่นแหล่ะเข้าใจไหม”
“คุณชายกู้คะ เราต้องยอมรับความเป็จริงนะคะ คุณใจดีจังเลยค่ะ น่ารักมาก ผู้ชายอย่างคุณเป็แบบที่ผู้หญิงคนไหนก็ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะนี่ มีเสน่ห์จริงๆ”
“…..”
“ที่หนูลงมาก็จะได้มาพูดคุยตกลงกันนั่นแหล่ะค่ะ คือหนูตัดสินใจที่จะกลับไปที่บ้านเกิดที่แท้จริง ไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเื่เรียนก็คงไม่มีอะไรแล้วมังคะ เพราะยังไงก็ไม่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว หนูจะจบหรือไม่จบก็คงเหมือนกัน แล้วเื่หมั้นหนูก็~”
“พรุ่งนี้ พี่จะเข้ามารับหนูไปคุยกันที่บ้านเหอของพี่ หนูอันอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะครับ”
“…..”
“แต่ว่า~”
“พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”
“ก็ได้ค่ะ”
คู่หมั้นหนุ่มที่ปกติแทบจะไม่พูดอะไรเลยเอ่ยขัดมาเสียก่อน ที่อันอันจะกล่าวขอถอนหมั้นอย่างเป็ทางการอีกครั้งต่อหน้าทุกคน
ในความคิดของเหอห้าวรุ่ยในตอนนี้นั้น มันสับสนไปหมด คุณหนูกู้อันอัน ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปได้ภายในเวลาไม่นานขนาดนี้ แววตาอย่างนี้ ท่าทางอย่างนี้มันคืออะไรกัน?
เมื่อก่อนแม้แต่ใครๆหรือเด็กสาวคนไหนก็ตาม ถ้าเข้าใกล้เขาแม้แต่นิดเดียว เธอผู้เป็คู่หมั้นคนนี้ต้องตามไปทะเลาะตบตี ด่าทอกับเขาอย่างไม่อายใคร ทั้งยังชอบมาเกาะแขนเกาะขา แสดงตัวเป็เ้าของเขาจนน่ารำคาญ จนบางครั้งก็มากเกินจนน่ารังเกียจ
แต่ในตอนนี้ แม้แต่หน้าของเขาหล่อนยังไม่สนใจจะมอง แล้วก็ไว้ตัว อย่างกับไม่อยากจะที่จะลดตัวลงมาแตะต้องตัวเขาไปเสียอย่างนั้น นี่มันอะไรกัน เรียกร้องความสนใจอย่างนั้นหรือ ถ้าใช่!ก็ถือว่าเธอแสดงได้แเีเหลือเกิน
แววตาท่าทางที่ห่างเหินของเธอที่แสดงออกมา มันช่างมีเสน่ห์น่าค้นหาเหลือเกิน เธอเหมือนคนอื่นที่เราแทบจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำไป ถ้าบอกว่าเธอเป็คนอื่นจริงๆเลยก็สามารถเชื่อได้ไม่ยากเลยเช่นกัน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ
พอคิดถึง และมองหน้าเธออย่างนี้ ทำไมมันถึงได้รู้สึกคันในหัวใจยุบยับได้ถึงขนาดนี้นะ ชักอยากจะเข้าใกล้เธอมากกว่านี้แล้วสิ มาจับมือ จับแขนฉันเหมือนเดิมสิกู้อันอัน
“คู่หมั้นของฉัน”