การปรากฏตัวของเจ้าเมืองมังกรได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับห้องโถงแห่งวิญญาณ หลายคนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา
เพราะนี้คือบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดในเมืองแห่งนี้ ผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์เทพสงคราม อีกทั้งเขายังมีภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายา
เทพตรีทิพยเนตร เอ่อหลางเสิน แม่ทัพสวรรค์ที่ครั้งนึงเคยชนะได้แม้แต่ผู้สั่นคลอนสวรรค์และทวยเทพ ฉีเทียนต้าเซิ้น ซุนหงอคง
แน่นอนว่าพลังวิญญาณของเอ่อหลางเสินตนนี้ก็ย่อมอยู่ในระดับเทียบเท่าได้กับวิญญาณระดับแรงก์จ้าวแห่งนรกกันเลยทีเดียว
"บุคคลตัวฉกาจโผล่ออกมาแล้ว"
จางเหว่ยลอบครุ่นคิดขึ้นในใจ แววตาเริ่มหรี่ลงไปด้วยความเคร่งเครียด
แม้ตัวตนเช่นมันจะเป็นหนึ่งในผู้นำสาขาของห้องโถงแห่งวิญญาณแล้วก็ตาม
สถานะของเจ้าเมืองมังกรก็ไม่ใช่อะไรที่ดูหมิ่นได้ โดยปกติเขาต้องไปอาศัยอยู่ที่เมืองวิญญาณ กลายมาเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์
ทว่าชายวัยกลางคนผู้นี้กลับไม่สนใจถึงสถานะตำแหน่ง เขายังคงดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองของตน ปกป้องมันจากภูติผีวิญญาณร้ายทั้งมวล
ชื่อเสียงของเขาก็ยิ่งใหญ่จนทำให้วิญญาณระดับสูงยังต้องเกรงกลัว ไม่กล้าเข้ามาเฉียดใกล้กับเมืองมังกรเลยแม้แต่นิดเดียว
[นี่คือเจ้าเมืองมังกรที่ตาแก่คริสเตียนเคยบอกเอาไว้?]
[น่ากลัวจริงๆ พลังวิญญาณของเขาอยู่เหนือระดับแรงก์ตำนาน ยังครอบครองภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายาด้วยอีก]
[จะว่ายังไงดีละ ในสายตาของเราแล้วเขาเหมือนกับอสูรร้าย]
ระบบกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
"อืมม พลังวิญญาณของเขาราวกับเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ร้ายกาจยิ่งกว่าตอนที่ฉันมีสถานะของมารสวรรค์ระดับสูงสุด"
เซียงหลินเองก็ลอบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ในใจกำลังเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก นัยน์ตาเองก็ลอบจ้องมองถึงปฏิกิริยาของคนอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดแทบจะมีห้วงอารมณ์เดียวกัน มันคือความเคารพยำเกรงต่อตัวตนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้า
"ห๊ะ จุดประสงค์เดียวกัน?"
"ท่านหมายความว่ายังไงเอช?"
ขณะนั้นหลิงหานก็อุทานออกมาด้วยความนึกสงสัย รีบหันหน้าไปเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว
"หรือว่าเจ้าจะรับเขาไปเป็นลูกศิษย์?!!"
เมื่อคำพูดของสเวนดังแทรกขึ้นมา
ทั้งคู่ก็หันขวับมามองกันด้วยความตื่นตระหนก กระทั่งทั้งสองคนก็ได้ชี้หน้าไปยังชายวัยกลางคนในทันที พวกเขาทั้งสองตะโกนออกมาเสียงดัง แสดงความไม่ยินยอมอย่างถึงที่สุด
"ไม่มีทาง ต่อให้จะเป็นเจ้าพวกข้าก็ไม่ยอมให้หรอกนะ ชายหนุ่มคนนี้คือพรสวรรค์ที่ฟ้าเบื้องบนประทานมาให้"
"แน่นอนว่าผู้ครอบครอบเทพอาชูร่าจะต้องยิ่งใหญ่ในอนาคต ถ้าให้พูดในการสั่งสอน.."
"พวกเราทั้งสองคนก็ไม่เป็นสองรองใครหรอก ไม่เว้นแม้แต่เจ้าเองก็ตาม!!"
ตอนนี้หลิงหานกับสเวนไม่มีท่าทีที่จะโอ้อ่อนลงเลยซักนิด พวกมันอยากจะรับเซียงหลินไปเป็นลูกศิษย์เช่นเดียวกัน ต่อให้จะต้องแย่งชิงกับหนึ่งในบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดของเมืองมังกรแห่งนี้ก็ตาม
เพราะนี่คือโอกาสที่พวกมันจะได้รับผู้สืบทอดอันน่าอัศจรรย์มากที่สุดแล้ว ถ้าพลาดแล้วส่งชายหนุ่มไปให้กับเจ้าเมืองมังกร ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ที่ผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับนี้จะปรากฏตัวขึ้นมา
"หึหึ พวกท่านอยากจะรับเขาไปเป็นลูกศิษย์"
"แล้วพวกท่านได้เอ่ยถามประสงค์ของเขาหรือยังละ? อย่าไปบังคับอะไรเขาแบบนั้นเลย"
คริมสันหัวเราะขึ้นในลำคอ
นัยน์ตาวาวโรจน์พร้อมกับจ้องมองไปยังเซียงหลิน ซึ่งสายตาของทุกคนก็หันขวับมามองอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะกับพวกผู้ฝึกฝนวิญญาณหน้าใหม่ พวกมันตอนนี้กัดฟันแน่นจนแทบจะตายกันแล้ว
ทั้งหมดมีความอิจฉาในตัวของชายคนนี้เป็นอย่างมาก แค่มีผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์SSหลายคนรับเป็นศิษย์ มันก็มากพอที่จะทำให้สถานะรวมถึงอำนาจต้องแปรเปลี่ยนไป
ทว่าตอนนี้กับมีเจ้าเมืองมังกรมาร่วมแจมอีกคนนึงด้วย อิทธิพลรวมถึงอำนาจของเขาก็ย่อมอยู่เหนือยิ่งกว่าใครๆอย่างแน่นอน
"พวกคุณอยากรับฉันไปเป็นลูกศิษย์??"
"ท่านเจ้าเมืองพูดออกมาถูกประเด็นมาก"
"เพราะยังไงมันก็ต้องให้ฉันตัดสินใจอยู่ดี"
เซียงหลินพลันเบิกบานขึ้นในใจ นัยน์ตาก็จ้องมองไปยังชายชราทั้งสองคน ในหัวสมองกำลังครุ่นคิดถึงผลประโยชน์ที่ดีมากที่สุด
นักล่าวิญญาณหลิงหานกับมนุษย์หมาป่าสเวน ทั้งสองคือผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์SS พลังของพวกเขาถือเป็นอันดับต้นๆในโลกมนุษย์
มีทักษะวิญญาณรวมถึงทรัพยากรต่างๆที่เก็บสะสม พวกเขาสามารถเลี้ยงลูกศิษย์ของตนเองได้อย่างสบายๆ แต่เมื่อเอามาเทียบกับเจ้าเมืองมังกรแล้ว ถึงจะมีพวกเขาอีกซักสิบคนปรากฏตัวออกมาก็ตาม มันก็เทียบกันไม่ได้กับขนหน้าแข้งของชายวัยกลางคนผู้นี้
ถ้าเขาได้คริมสันเอชมาเป็นผู้สนับสนุน
มารสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีตก็อาจปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วก็เป็นได้
"................!!"
ทั้งคู่เมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองไปยังเจ้าเมืองมังกร หัวใจก็เริ่มจมดิ่งลงไปในทันที
"พ่อหนุ่มน้อย กราบข้าเป็นอาจารย์ ข้าจะถ่ายทอดทักษะวิญญาณลับที่สืบทอดกันมาให้กับเจ้า"
"ไม่ใช่ซิ ข้าจะให้ทรัพยากรมากกว่าครึ่งที่ข้ารวบรวมมาทั้งชีวิตให้กับเจ้าเลยเอ้า"
หลิงหานพุ่งพรวดไปยังเบื้องหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่แดงก่ำ
"ไม่ได้ๆ ยอมรับข้าให้เป็นอาจารย์ของเจ้าดีกว่า ตาแก่หลิงหนังเหี่ยวไม่มีค่าพอที่จะเป็นอาจารย์ของเจ้าหรอก ข้าได้ยินมาว่าเจ้าแก่นี่มันยากจนมาก มันรับเลี้ยงเจ้าไม่ไหวหรอก ตัวของข้ารวยกว่าเจ้านั้นเยอะ"
สเวนกล่าวออกมาพร้อมกับพยายามจะใช้มือดันหน้าของตาแก่หลิงให้ไปไกลๆ
แต่มีหรือที่หลิงหานจะยอมเช่นนั้น
ทั้งสองตอนนี้กำลังยื่นผลประโชยน์ต่างๆให้กับเซียงหลินอย่างถึงที่สุด พวกเขาพูดออกมาจนน้ำลายสาดกระเด็นไปทั่วทั้งบริเวณ มันยิ่งทำให้ผู้ฝึกฝนวิญญาณมากมายต้องอิจฉาอยู่ในส่วนลึก
แค่เพิ่งเริ่มต้นวิถีของผู้ฝึกฝนวิญญาณ เส้นทางของเขาก็ต้องถูกโรยไปด้วยกลีบกุหลาบแล้ว
"หึหึ ตาแก่บ้าคลั่งทั้งสองคนเอ้ย"
"อย่าไปรบเร้าตัวของเขา"
"ต้องให้พ่อหนุ่มน้อยตัดสินใจเอง"
คริมสันที่เห็นเหตุการณ์ก็พูดออกมาอย่างติดตลก เขายังไม่ได้พูดหรือเชิญชวนให้ชายหนุ่มมาเป็นผู้สืบทอดอะไรของตน ทว่าเมื่อดูจากลักษณะท่าทาง
นัยน์ตาของชายวัยกลางคนเองก็วาวโรจน์ไปด้วยความตื่นเต้น ในใจอยากจะรับชายหนุ่มคนนี้ไปเป็นลูกศิษย์เช่นเดียวกัน
เพราะผู้ฝึกฝนวิญญาณที่มีภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายามันมีน้อยมาก
แล้วนี่ยังเป็นถึงเทพอาชูร่าอีกด้วย
ไม่จำเป็นที่ตัวของมันจะต้องคิดอะไรให้มากความเลยซักนิด เขาสามารถกลายมาเป็นอนาคตของโลกมนุษย์ได้อย่างแน่นอน
"เซียงหลิน.. ยอมรับข้าเป็นอาจารย์ซะ"
"แล้วข้าจะถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเจ้า ซึ่งนั้นก็รวมถึงทักษะวิญญาณรูปแบบพิเศษที่ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตในการพัฒนามันขึ้นมาด้วย"
เมื่อได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองจะถ่ายทอดทักษะวิญญาณลับให้กับเซียงหลิน
บรรยากาศภายในห้องโถงก็พลันเงียบสงัดลงในทันที นัยน์ตาของทุกคนเบิกกว้างจนแทบจะถลน หัวใจเต้นระรัวขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้อยู่
"อะไรนะ?!! พูดจริงหรอเนี่ย"
หลิงหานกับสเวนหันขวับมาด้วยสีหน้าที่ตกใจ
ทั้งคู่เต็มไปด้วยห้วงอารมณ์ตกตะลึงเมื่อได้ยินถึงประโยคดังกล่าว
"ทักษะวิญญาณ กระบวนยุทธหมัดมังกร"
"นะ..นี่ท่านคิดที่จะถ่ายทอดมันให้กับเขาเลยหรอเนี่ย"