ข้าเป็นคุณนายหรือพ่อบ้านกันแน่

    บทที่ 27 ตะขาบโลหิตจบ

             

             

             

            สปีดโบ๊ทที่เลี่ยงจินเตรียมไว้ให้ลำขนาดกลางจุคนได้สิบที่นั่ง พวกเขามีเก้า เพิ่มเลี่ยงหวงมาหนึ่งส่วนลูกน้องสองคนที่ให้เฝ้าเชี่ยหร่านกับเพื่อนยังมาไม่ถึงแต่ต่อให้คนครบก็ไม่ได้รู้สึกแออัดหัวหน้าจินคงลงทุนเพื่อกำจัดพี่ชายคนนี้ไปไม่น้อย

            “ทำไมยังมาไม่ถึงอีกหัวหน้าหนึ่งคุณโทรถามหน่อย” ชายตัวสูงขยับตัวล้วงมือถือโทรออก ตามที่นายสั่ง โทรออกไม่นานก็ได้เรื่อง

            “นายครับเกิดเรื่องแล้วเชี่ยหร่านหนีไปได้ มันแทงคนของเราบาดเจ็บด้วย”

            เหรินซวงอิ๋นนิ่งเงียบลูกน้องทำตัวล่องหน กลัวจะโดนไปด้วย ไอ้สองคนนั้นเฝ้ายังไงปล่อยคนหนีไปได้นายต้องเอาเรื่องแน่ 

            ทว่านายกลับถาม "คนของเราเจ็บมากไหม"

            หัวหน้าหนึ่งซาบซึ้งมากที่นายถามเช่นนี้มันทำให้ลูกน้องอย่างพวกเขา มีตัวตนไม่ใช่แค่คนที่ให้ใครต่อใครใช้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นถึงเป็นลูกน้องปลายแถวไม่มีความสำคัญแต่ก็มีชีวิตมีจิตใจ

             

            "ไม่ครับ แผลไม่ลึกนายจะให้ตามต่อมั้ยครับ"

            "สั่งเขาสองคนพาคนที่เหลือมาเลยเชี่ยหร่านช่างเถอะ"

            เหรินซวงอิ๋นใช้หางตามองไปเลี่ยงหวงเล็กน้อยแต่ชายคนนั้นยังไม่มีสติ ถูกลูกน้องของเขาหิ้วปีกอยู่

            ไม่ช้าลูกน้องที่เหลือก็มาถึงพร้อมคนของกวางปีศาจอีกหนึ่งที่จับตัวไว้ได้พร้อมเชี่ยหร่านบัดนี้สภาพสะบักสะบอมบอบช้ำกว่าเดิม คาดว่าน่าจะมีการขัดขืนต่อสู้มาไม่น้อย

            "นายครับ พวกผมทำงานพลาดปล่อยให้เชี่ยหร่านหนีไปได้" พอโยนเชลยให้คนอื่นแล้วทั้งคู่ก็มายืนต่อหน้าสารภาพผิด เหรินซวงอิ๋นไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดพวกเขา

            "รีบขึ้นเรือเหล่าอันมาให้ผมดูแผลก่อน"

            "นาย...."อันผายถูกแทงมาถึงเจ็บแต่ยังทนได้ ทว่าพอได้ยินนายบอกเช่นนี้สองตาของเขาก็แดงระเรื่อ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยจริง ๆ 

            เขาเป็นอดีตทหารชั้นผู้น้อยพอปลดประจำการก็มาเป็นลูกน้องปลายแถว อย่างมากก็รับกระสุนแทนนายอย่างน้อยก็แค่ยืนเสริมบารมี ไม่เคยคิดว่าจะได้รับความห่วงใยการที่นายจำชื่อลูกน้องได้หมดเป็นเรื่องที่เขาเองก็รู้สึกทึ่งแต่ตอนนี้เวลาได้ยินชื่อตัวเองจากปากของนาย ยิ่งรู้สึกถึงความสำคัญที่ได้รับ

            "ทุกคนขึ้นเรือ"เสียงหัวหน้าหน่วยหนึ่งต้อนลูกน้องที่เหลือ ให้รีบหน่อย ในบรรดาพวกเขามีคนขับเรือเป็นหลายคน งานนี้เลยไม่เป็นปัญหา ลูกน้องคนหนึ่งรับหน้าที่นี้ไปแล้ว

            ในเวลาสั้น ๆ ระหว่างเรือจะออกเหรินซวงอิ๋นกำลังดูแผลให้อันผาย ไม่ลึกแต่เลือดยังซึมไม่หยุด

            นายค่อย ๆ ดึงผ้าที่ใช้ซับเลือดออกคนเจ็บกัดฟันไม่ให้หลุดร้องออกมาต่อหน้าเจ้านายอยากสร้างภาพลักษณ์เข้มแข็งให้ได้มากที่สุดเหรินซวงอิ๋นใช้ปลายนิ้วจี้จุดเพื่อห้ามเลือด เขาลงมือไวมากนอกจากหัวหน้าหน่วยหนึ่งและคนเจ็บที่จ้องอยู่ตลอด คนอื่นมองกันไม่ทัน

            อันผายรู้สึกได้ว่าเจ็บมากและต่อมาที่แผลก็ดีขึ้น เลือดไม่ซึมแล้ว "ขอบคุณครับนาย"

            "คราวหน้าระวังด้วยไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีทุกครั้ง"

            นายสั่งให้คนทำแผลให้เขาใหม่ระหว่างนั้นยังพูดให้กำลังใจด้วย

            “ลูกน้องคนสนิทของเลี่ยงหวงฝีมือคงไม่ธรรมดาพวกเรามองเขาต่ำไป รีบให้หน่วยสามไปปล่อยข่าวว่าเลี่ยงจินตั้งค่าหัวเชี่ยหร่านคนทรยศ ใครเจอให้จับไปรับรางวัลได้ที่กวางปีศาจ”

            “แบบนี้พอมันได้ยินข่าวก็คงไม่กล้ากลับไปรังกวางอีกแน่ นายฉลาดที่สุด” หัวหน้าหน่วยหนึ่งรีบไปจัดการ

            ตอนนั้นเองที่เลี่ยงจินให้คนโทรมาบอกตอนแยกกันเหรินซวงอิ๋นให้เบอร์ติดต่อกับลูกน้องกวางไปโกหกว่าเบอร์เก่าไม่ได้ใช้แล้ว 

            เลี่ยงจินต้องการให้โยนศพเชี่ยหร่านลงไปพร้อมกันถ้าหมอนั่นไม่หนีไปแล้ว งานนี้ก็ไม่มีอะไรยาก แต่คนไม่มีจะเอาใครมาโยนล่ะ

            ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว

             

            ลูกน้องเคร่งเครียด ขณะที่เจ้านายก็ขบคิดไม่หยุดหย่อนก่อนอื่นต้องหาทางออกหลายทาง แล้วเอามาประเมินว่าทางไหนดีที่สุด

             

             

            กลางดึกคืนนั้นสปีดโบ๊ทกลางเก่ากลางใหม่แล่นออกจากเกาะ ทะเลฝั่งของเจียวเมิ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนเกาะยูจิน อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือคลื่นลมแรงไม่ต่างกันนักแต่เหรินซวงอิ๋นคิดว่าถ้าให้ปลอดภัยควรขึ้นแผ่นดินใหญ่ก่อนรอแน่ใจว่าคนของเลี่ยงจินไม่ตามมา ค่อยกลับบ้าน 

            “นายครับเขาฟื้นแล้ว”

            ตื่นสักที

            เหรินซวงอิ๋นไม่ชักช้าเขาลุกไปคุยกับเลี่ยงหวง “หวงหวงคุณขี้เซามากเลย ถ้าช้ากว่านี้อีกสักครึ่งชั่วโมงน้องชายคุณจะสงสัยพวกเราแล้วนะ”

            เขาชี้ให้คนที่ยังมึนอยู่ดูห่างไปไม่มากมีไฟของเรืออีกลำ ตามประกบพวกเขาอยู่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเลี่ยงจินส่งคนมาตรวจงาน ถ้าไม่รีบโยนคนสองคนลงน้ำลูกน้องพวกนั้นอาจจะรายงานเจ้านายได้ว่ามีสิ่งผิดปรกติ

            “....” เลี่ยงหวงสายตาอ่อนล้าสิ้นหวังแต่ยังไม่ทิ้งมาดนายใหญ่ที่เคยดูแลลูกน้องนับร้อย ถึงใจจะท้อแค่ไหนแต่ใครจะเห็นไม่ได้ว่าเขากำลังอ่อนแอ

            อดีตหัวหน้าใหญ่ของกวางปีศาจมองมือตัวเองเขาไม่ได้ถูกมัดหรือบาดเจ็บส่วนไหน นอกจากปวดต้นคอ นอกนั้นก็สบายดีมองไปอีกยังทุกคนบนเรือ แล้วสายตาก็มาหยุดอยู่ที่เหรินซวงอิ๋น

            เรื่องเดียวที่อยากรู้ตอนนี้ “พวกแกเป็นใครกันแน่”

            หัวหน้าใหญ่เหรินบอกอย่างไม่คิดจะปิดบังน้ำเสียงยามนี้ไม่มีแววล้อเล่นเช่นที่ผ่านมา เขาแนะนำตัวเองกับเลี่ยงหวง

            “พวกผมคือกลุ่มพยัคฆ์เร้นกายคุณคงจำกลุ่มที่คุ้มครองคุณนายหงวันงานประชุมได้”

            “นายคือคนที่ช่วยทุกคนจากตะขาบโลหิต”

            “ใช่”

            “มีคนจ้างมาสินะ”

            “ก็ใช่อีกนั่นแหละแต่พวกเราไม่ได้ต้องการไปฆ่าใครที่กวางปีศาจแค่สวมรอยเป็นโจรรับจ้างไปอย่างนั้นเอง ที่เราอยากได้มีแค่ความจริง”

            เลี่ยงหวงติดค้างไอ้คนกวนประสาทคนนี้อยู่ตอนนี้จะมองว่าเป็นศัตรูก็พูดได้ไม่เต็มปากยามคับขันสายเลือดเดียวกันกลับต้องการชีวิตเขา และใครที่ไหนไม่รู้กลับโผล่มาช่วย

            นี่คงเป็นสัจธรรมแสนตลกในชีวิตโจรคนหนึ่ง

            “ถามมาเถอะฉันจะตอบแลกกับที่พวกนายให้ทางรอดกับฉัน แล้วถือว่าพวกเราไม่เกี่ยวข้องกันขึ้นฝั่งเสร็จก็ต่างคนต่างไป”

            เหรินซวงอิ๋นกลับไม่รีบร้อนถามเขาต้องการความจริงทั้งหมด ไม่ใช่แค่การถามคำตอบคำ ดูท่าแค่ช่วยชีวิตคงยังไม่พอเขามองไปทางเรืออีกลำ

            “อย่าเพิ่งพูดเรื่องผมเลยเอาเรื่องคุณให้รอดก่อน น้องคุณเป็นคนขี้ระแวงใช้ได้”

            เลี่ยงหวงมองไปทางเรืออีกลำที่เห็นแค่แสงไฟอยู่ไกลลิบ ๆ 

            “เขาเป็นคนแบบนั้นถ้าไม่เห็นกับตาจะไม่มีทางเชื่อ”

            “หวงหวง คุณไม่คิดว่าเรามีปัญหาบ้างเหรอ”เลี่ยงหวงไม่รู้สึกโมโหเรื่องถูกเรียกชื่อต้องห้ามเท่าไหร่นักจะเรียกว่าเป็นอภิสิทธิ์ของผู้มีพระคุณก็ได้

            “ปัญหาที่ว่าคือ?”

            “ผมบอกน้องคุณว่าจัดการเชี่ยหร่านแล้วแต่ความจริงคือเราแค่จับเขากับลูกน้องอีกคนไว้ได้ แต่ตอนนี้เชี่ยหร่านดันหนีไป”

            “หนี"

            "ใช่ ทำพี่น้องเราบาดเจ็บด้วยถ้าเจอรับรองว่ามันสนุกแน่"  คนที่ตอบไม่ใช่เหรินซวงอิ๋น แต่เป็นหัวหน้าหน่วยหนึ่ง 

            เลี่ยงหวงคิดแบบนี้เชี่ยหร่านก็กลับไปบอกนายมันได้ ว่าโจรรับจ้างตัวจริงคือใคร

            "ถ้ามันกลับไปหาอาจินล่ะ"

            “เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล ผมป้องกันไว้แล้วเพียงแต่..”เหรินซวงอิ๋นชี้ไปที่ลูกน้องอาการร่อแร่ของกวางปีศาจคนเดียวที่เหลืออยู่

            “มีหมอนั่นคนเดียวแล้วเราจะหาศพที่สองไหนมาโยนให้พวกนั้นดูอีกล่ะ”

            เลี่ยงจินคาดหวังจะเห็นสองศพถูกโยนลงก้นมหาสมุทรแต่บนเรือเหลือแค่ศพเดียว เลี่ยงหวงมองลูกน้องของอีกฝ่าย เหรินซวงอิ๋นแค่มองตาก็รู้ใจว่าเขาคิดอะไรอยู่

            “ถ้ายังไม่เลิกคิดให้ลูกน้องผมสละชีวิตเพื่อช่วยคุณ ผมจะง้างปากคุณเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนลงไปตอนนี้เลย”

            เลี่ยงหวงหัวเราะมีท่าทีเป็นมิตรครั้งแรกตั้งแต่เจอกัน 

            “ไม่ใช่แบบนั้นฉันจะคิดกับผู้ช่วยชีวิตแบบนั้นได้ไง ก็มองไปเรื่อย คิดหาทางออกอยู่แค่พวกนายไม่คิดจะฆ่าฉันจริง ก็ไหว้ขอบคุณแล้ว”

            เหล่าลูกน้องมองเลี่ยงหวงอย่างไม่ไว้ใจนายช่วยตัวอะไรกลับมา อนาคตมันจะแว้งกัดเราไหมเนี่ยเหรินซวงอิ๋นเข้าใจที่ลูกน้องจะรู้สึกกับเลี่ยงหวงในด้านลบชื่อเสียงหมอนี่ไม่ดีอยู่แล้ว แก้ตัวยังไงก็ไม่ได้ดูดีขึ้นเลย

            เขาเลิกโยกโย้แล้วบอกแผนการของตน

            “โยนผมลงไปเถอะ”

            “นาย!!”ทั้งลูกน้องทั้งเลี่ยงหวงอุทานเป็นเสียงเดียว

            เลี่ยงหวงไม่คิดว่าจะมีคนเสียสละช่วยตนมากขนาดนี้จากที่คิดว่าวินวินทั้งสองฝ่ายกลายเป็นเขาได้รับมากกว่ามาก ต้องพึ่งพาใครเช่นนี้ไม่ชินเอาเสียเลย

            “ผมไม่เป็นไรหรอก มัดผมแล้วโยนลงไปได้เลยหลังจากนั้นให้รีบแล่นเรือออกไป รอจนคนของเลี่ยงจินเลิกตามให้วนกลับมารับที่จุดเดิม”

            นายพูดเหมือนง่ายหัวหน้าหน่วยหนึ่งโวยวาย

            “ไม่ได้นะครับนาย อันตรายมากคลื่นใต้น้ำจะซัดนายไปไกลแน่ น่านน้ำแถบนี้อันตรายด้วย งานไม่สำเร็จก็ช่างมันเถอะครับผมว่าโยน ๆ หมอนี่ลงไปเถอะ”

            ผายอันอาสา "ผมเองครับโยนผมลงไปก็ได้"

            แม้ลูกน้องทุกคนจะไม่ได้อาสาลงน้ำอย่างผายอันแต่ทุกคนก็ร้องห้ามเป็นเสียงเดียว

            เลี่ยงหวงไม่อยากลงไปเองแต่ไม่อยากติดค้างบุญคุณใครเพิ่ม “ฉันจะลงไปเอง ฉันว่ายน้ำเก่ง ดำน้ำก็อึดสุดท้ายถ้าไม่รอดก็ไม่ใช่ความผิดพวกนายชีวิตฉันควรจบสิ้นตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้ว”

            “คุณดำได้นานสุดถึงครึ่งชั่วโมงมั้ยล่ะ”

            บ้า..ใครจะบ้าทำได้ขนาดนั้น คนนะไม่ใช่สัตว์น้ำ

             

             

            แต่เหรินซวงอิ๋นไม่อยากจะอวดว่าตัวเขาทำได้เรื่องง่าย ๆ แค่นี้เอง

            “ถ้าไม่ได้ก็นั่งเฉย ๆเร็วถอดเสื้อผ้าคุณมาให้ผมก่อน”

            ลูกน้องไม่มีใครเห็นด้วยนึกอยากถีบเลี่ยงหวงลงน้ำไปตอนนี้เลยเพื่อตัดปัญหา แต่นายใหญ่บอกว่า

            “ไม่ต้องห่วง ผมจะปลอดภัย พวกคุณแค่ทำตามที่ผมสั่งก็พอ”

            หัวหน้าหน่วยตัวสูงสีหน้าเป็นห่วงเขายังไม่เลิกถาม “นายดำน้ำได้นานสุดครึ่งชั่วโมงเหรอครับจริงเหรอ”

            เจ้านายไม่ตอบแค่ยิ้มให้แล้วเริ่มถอดชุดของตัวเองออก

            ลูกน้องหันหน้าออกไปไม่ได้มองตอนสองคนแลกชุดกันใส่ เลี่ยงหวงจำได้ว่าบอดี้การ์ดคุณนายหงรูปร่างสูงโปร่งผิวพรรณดี เขายังเคยคิดว่าคุณนายหงเอานายแบบมาเสริมบารมีด้วยซ้ำทว่าคนที่กำลังเปลืองอาภรณ์ผ้าหยาบยื่นให้เขา ดูเป็นคนละคน รูปร่างเหมือนแต่ผิวและหน้าตาไม่เหมือนเลยสักนิด

            “นายปลอมตัวได้เนียนมาก”

            มันใช่เวลามาชมเหรอ

            พยัคฆ์เร้นกายต่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันนายต้องมาเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยไอ้เบื๊อกนี่ พวกเขาคิดยังไงก็รู้สึกไม่คุ้มค่างานไม่สำเร็จก็ช่างสิ ตายขึ้นมามันคุ้มตรงไหน

            นายยังมีหน้าไปตอบมันอีก “พวกผมแค่มือสมัครเล่นเท่านั้นเองครับบอกชื่อไปคุณยังไม่รู้จักเลย”

            เจ้านายบ้าระห่ำไม่กลัวตายหรือว่าเสียสติกันแน่เนี่ย

             

            โชว์เริ่มหลังจากนั้นลูกน้องที่ใกล้ตายถูกถีบลงไปก่อน หลังจากนั้นก็ตามด้วยอีกร่างมองจากกล้องส่องทางไกลที่สามารถมองเห็นในที่มืด ก็เห็นว่าชุดที่ใส่คือเลี่ยงหวงแต่มีถุงผ้าคลุมหัวไว้ ทำให้เห็นหน้าไม่ชัดแต่คนของเลี่ยงจินคิดว่าไม่น่ามีอะไรผิดพลาด ยังไงซะก็คงคิดไม่ถึงว่าจะมีคนบ้าทุ่มเทเพื่องาน ถึงขนาดยอมเอาชีวิตเข้าเดิมพัน เหมือนที่เหรินซวงอิ๋นกำลังทำอยู่

             

            แล่นไปเรื่อย ๆ เรือลำนั้นก็เลิกตามและหันหัวเรือกลับเข้าเกาะ มองไปไม่เห็นแสงไฟอีก พวกลูกน้องรีบวนไปรับเจ้านายทันทีแต่แค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้พวกเขาออกมาไกลจากจุดเดิมพอสมควรคนขับเรือมองหาจุดที่คิดว่าใช่ แต่ด้วยกลางทะเลยามกลางคืนเช่นนี้ตรงไหนก็เหมือนกันหมด

            ทุกคนเริ่มกลัวยิ่งคลื่นลมโหมแรงในใจยิ่งอ่อนไหว นึกโทษตัวเองว่าปล่อยให้นายลงไปได้ยังไงน่าจะมัดไว้ แล้วโยนเลี่ยงหวงไปให้มันจบ ๆ

            ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมาจะกลับไปตอบคนอื่นว่ายังไง ไม่ได้ถูกใครฆ่า แต่ว่ายอมให้นายฆ่าตัวตายเอง

            งั้นเหรอ?

            “กูจะลงไปช่วยนาย พวกมึงเฝ้ามันไว้”

            เลี่ยงหวงลุกยืน “ฉันจะลงไปเอง”เขาจำใบหน้าไม่ทุกข์ร้อนก่อนจะถูกโยนของเหรินซวงอิ๋นได้มันทำให้เขานับถือจากใจจริง 

            คนไม่กลัวตายอาจมีไม่น้อยแต่จะมีกี่คนที่เผชิญหน้ากับความตาย ด้วยท่าทีเหมือนจะได้ไปเที่ยวสนุกเช่นนั้นทั้งที่เสี่ยงมาก หากคนของเลี่ยงจินไม่เลิกตามง่าย ๆ หากตามไปจนถึงตอนขึ้นฝั่งล่ะ

            ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ใจใหญ่เกินตัวจริงๆ

            “จุดนี้แน่เหรอลูกพี่เหมือนจะต้องไปอีกหรือเปล่า”

            “งั้นเหรอ ขับไปอีกหน่อยก็ได้”

            "ตรงนี้แหละ" หลายเสียงตรงกันขืนยังช้าอยู่เช่นนี้ นายก็จะมีโอกาสรอดน้อยลง

            ได้ที่แล้วคนขับก็ดับเครื่องเรือคนทั้งหมดยืนโคลงเคลงอยู่บนสปีดโบ๊ทใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จ้องลงไปยังผืนน้ำสีดำมืด ภาวนาให้เจ้านายปลอดภัย 

            หัวหน้าหน่วยหนึ่งเช็คอุปกรณ์ดำน้ำอีกรอบชุดมีแค่ชุดเดียวเลี่ยงหวงอยากแย่งก็ทำไม่ได้ เพราะหัวเดียวกระเทียมลีบตอนนี้เขาจะพูดอะไรไม่มีใครฟังเลย แถมโดนมองด้วยสายตาเหมือนจะฆ่าให้ตายด้วยเขาจึงต้องทำตัวให้สงบเสงี่ยม

            ตัดภาพไปที่คนใต้น้ำหลังจากทั้งร่างสัมผัสมวลมหาสมุทร เวลาสำหรับเขาก็หยุดเดินความน่ากลัวของสถานที่ไม่อาจทำให้เขาตระหนก

            เขาแก้เชือกที่มัดตัวเองออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนหนึ่งก็เพราะลูกน้องไม่ได้มัดแน่นหนามากทิ้งปลายเชือกให้เขาเพื่อคลายปมด้วยตนเองก่อนจะโยนลงมา

            พอเป็นอิสระก็ปล่อยตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับกระแสนทีร่างถูกซัดอย่างไรก็ช่าง แต่ใจต้องสงบให้ได้ ตัวสบาย ใจเงียบ จึงจะปลอดโปร่ง

            เหรินซวงอิ๋นเคยผ่านการทดสอบถูกพันธนาการแล้วโยนลงบ่อร้างหรือน้ำตก นับครั้งไม่ถ้วน เขาเคยกลัวจนถึงขีดสุดจนหยุดกลัวไปนานแล้ว พอไม่กลัวก็รู้สึกว่าโลกใต้น้ำสงบกว่าบนบกเยอะ

            ช่วงเวลาที่อากาศเหลือน้อยลงกลับเป็นตอนที่เขาได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง ความคิดที่โลดแล่นในช่วงเวลานี้ยังประโยชน์ให้เขามานักต่อนักแล้ว

            ครั้งนี้ก็เช่นกัน

             ถ้อยความในตำราโบราณของปู่เหรินปรากฏขึ้นในความคิด 

            ฟ้ากว้าง ดินไกล มหาสมุทรยิ่งใหญ่เปลวไฟไร้ขอบเขต กำหนดแล้วปล่อยวาง ปล่อยวางดั่งไม่มี ไร้ภาพเสียงจึงชัดเงียบงันจึงมองเห็น

            อีกประโยคที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ก่อนหน้านี้

            เย็นเฉียบสู่อบอุ่นรุ่มร้อนสู่เหน็บหนาว

            บัดนี้...เขากระจ่างแล้ว

             

            ฟ้ากว้าง ดินไกล มหาสมุทรยิ่งใหญ่ เปลวไฟไร้ขอบเขตหมายถึงธาตุต้นตั้งแต่บรรพกาลที่เนิ่นนานเพียงใด ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง ดิน น้ำ ลมไฟ อากาศ 

            ยึดเอาสิ่งเหล่านี้เป็นสรณกำหนดให้มั่นแล้วปล่อยวาง ทิ้งตัวตน ปล่อยผ่านความรู้สึกทั้งหลาย สุข เศร้า สมหวังผิดหวัง มีค่า ไร้ค่า ตื่นเต้น ตื่นกลัว ปล่อยวางดั่งไม่มีอยู่ ใจว่างเปล่า 

            เมื่อไร้ภาพปรุงแต่งเสียงภายนอกถึงจึงชัดเจน เมื่อใจสงบเงียบ จึงจะปรุโปร่ง บรรลุถึงแก่นการฝึกฝน

            เย็นเฉียบสู่อบอุ่น หมายถึงสภาวะที่เหมาะสมกับการฝึก อย่างที่เข้าใจก่อนหน้านี้ถูกต้องแล้วเพียงแต่ที่เขาคิดยังไม่มากพอ

             น้ำเย็นไม่ใช่เพียงอ่างน้ำผสมน้ำแข็งแต่หมายถึงมหาสมุทรสุดจะหยั่ง ความเย็นเยือกใต้นี้ ไม่เพียงทำให้หนาวสะท้านทั้งกายแต่ต้องสั่นผวาไปทั้งใจ

            ทั่วทั้งตัวเกิดปราณมหาศาลเริ่มไหลเวียนจากจุดต่าง ๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่น การกักอากาศไว้หายใจทำได้นานกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เขาวาดมือ งอขา ขัดสมาธิ จินตนาการว่าเวลานี้ไร้ร่าง ไร้น้ำ ไร้หนาวเหน็บ ไร้อบอุ่น ไร้ทุกสิ่ง....

            จมดิ่งลงไปเรื่อย ๆ

            ทันใดนั้น!!

             

             

            พลังที่จ่ออยู่ตรงคอขวดเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็วรุ่มร้อนสู่เหน็บหนาวบัดนี้กายที่อุ่นเริ่มร้อนและจากร้อนไปเย็นเฉียบวนเช่นนี้จนตามไม่ทัน 

            เหรินซวงอิ๋นอดกลั้นต่ออากาศที่ใกล้จะหมดลงเสียงอื้ออึงเปลี่ยนเป็นเสียงวิ้งกังวานยาวนานจนคิดว่าตายไปแล้วจุดที่ยังไม่อาจข้ามผ่าน ถูกต้านจนแตกออกมา

            ราวกับไม่ได้อยู่ใต้น้ำมหานทีไม่มีอิทธิพลต่อตัวเขาแล้ว ความมืดมนอนธการก็เช่นกัน

            ดวงตาใสเปิดออก ฝ่ามือด้านขวาผายออกไว้ข้างลำตัวนึกถึงเชือกเส้นที่เคยพันธนาการตัวเองเมื่อครู่ เรียกให้มันกลับมาสายน้ำกลายเป็นเกลียวคลื่นวนออกจากฝ่ามือ ตรงไปทิศทางของเชือกที่ว่าใช้เวลาชั่วอึดใจ สิ่งของก็ไหลมาทางเขา

            เหรินซวงอิ๋นฮึดอีกรอบคราวนี้พลิกฝ่ามือดันไปข้างหน้า เชือกที่กำลังจะมาถึงมือถูกแรงหนึ่งซัดมันออกไปอย่างแรงแต่ด้วยยังกำหนดปราณภายนอกไม่คล่อง ทำให้มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพลังของเขาใช้ไปแล้วแต่ร่างกายยังไม่รู้สึกอ่อนเพลีย

            ในที่สุด..ก็มาถึงขั้นเรียกวัตถุเป็นอาวุธได้แล้ว

            วิชาปราณพิสดารของเขา สำเร็จขั้นกลางหลังจากที่ฝึกฝนมานาน

            ช่างน่ายินดี น่ายินดียิ่งนัก

            ทั้งตัวของเขาสดชื่นมาก ยังรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบนผืนน้ำด้านบนด้วยน่าจะเป็นเรือลูกน้องวนกลับมาแล้ว เขาเปลี่ยนท่า ดีดขาเพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำเห็นท้องเรือเลือนรางอยู่ทางไหนก็ว่ายไปทางนั้น

             

             

            บนเรือ ยังไม่ทันที่ใครจะได้ลงน้ำ มือขาวก็โผล่ขึ้นมาเกาะที่กราบเรือเหรินซวงอิ๋นทะเลาะกับคลื่นใต้น้ำมาไม่น้อย ตอนนี้ที่แปลงโฉมไว้ก็หลุดออกไปหมดผิวดำกลายเป็นขาวกระจ่าง ใบหน้ารกรุงรังกลายเป็นใสหมดจดงดงามเหมือนมีเงือกหนุ่มมาทักทาย ลูกน้องและเลี่ยงหวงตกตะลึง

             

             

            นายใหญ่พยัคฆ์เร้นกายจะรู้ไหมว่าวีรกรรมของตนในครั้งนี้ จะเป็นเรื่องเล่ากล่าวขานของลูกน้องต่อไปอีกหลายสิบปีชั่วลูก ชั่วหลาน พวกเขาก็ยังพูดถึงนายใหญ่ผู้ก่อตั้งพยัคฆ์เร้นกายอย่างภาคภูมิ

            เลี่ยงหวงอดถามไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนที่ไม่ควรรอด กลับไม่ต้องรอให้ใครลงไปช่วยด้วยซ้ำ

            “นายเป็นตัวประหลาดอะไร” ไม่เพียงปลอดภัยกลับดูมีแรงล้นเหลือ แววตาเป็นประกาย ใบหน้าไม่อิดโรยเหนื่อยอ่อนเลยสักนิด

            ยังกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์แม้จะไม่ให้รอถึงครึ่งชั่วโมงแต่ว่าเวลาขนาดนั้นไม่ควรสภาพเหมือนโผล่ขึ้นจากสระเช่นนี้ ช่วยให้เกียรติมหาสมุทรฝั่งนี้ด้วยนี่เป็นเขตที่อันตรายที่สุดในสี่เกาะเลยนะ

             

             

            “เอาชุดแห้งมาให้นายเปลี่ยนสิวะ”หัวหน้าหน่วยหนึ่งตะโกนแข่งกับเสียงลม 

            “นายไม่สบายตรงไหนมั้ยครับ”

            "ไม่มี ผมโอเค" 

            เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของเขาเองแล้วก็ได้เวลาหาข่าวจริงจังสักที 

            เลี่ยงหวงก็รู้ตัว เขาไม่ลีลาอีกแล้วเป็นอย่างที่เหรินซวงอิ๋นคิดไม่ผิด ถ้าถามตอนนั้นกับยอมเสียสละนิดหน่อย? แล้วค่อยถามท่าทีคนตอบจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง 

            ดูสิคนที่เปิดการสนทนากลายเป็นเลี่ยงหวงไปแล้วหมอนั่นรีบร้อนเหมือนกลัวว่าเขาจะไม่ถาม

            “นายอยากรู้ใช่ไหมว่างานอะไรที่อาจินรับมาแล้วฉันไม่รู้”

            “ผมไม่ได้อยากรู้หรอกแต่คนที่จ้างน่ะเขาอยาก คุณจะบอกได้แค่ไหนล่ะ”

            เลี่ยงหวงนั่งลงเริ่มเล่าทุกอย่างให้เจ้าคนกวนประสาทฟังอย่างเต็มใจ

            “ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเขารับงานใครมารู้แค่ว่าต้องใช้ตะขาบโลหิตในแผน เพื่อให้ดูเหมือนเป็นฝีมือกลุ่มตะขาบพิษ”

            “แปลว่าหนิงเทียนไม่เกี่ยวเหรอ”

            เลี่ยงหวงไม่ตอบ กลับบอกเรื่องอื่น “เชี่ยหร่านเคยมาบอกฉันว่าอาจินแอบไปเจอกับหนิงเทียน แต่ฉันไม่เชื่อเขา”

            นี่ก็แปลกแล้วในเมื่อเชี่ยหร่านแอบเข้าข้างเลี่ยงจินทำไมต้องเอาความลับของเขามาบอกเลี่ยงหวง หรือจะทำเพื่อไม่ให้เขาสงสัย คิดยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล

            "ตอนนั้นคุณระแวงเขาเหรอ"

            "ไม่นะ ฉันไว้ใจที่สุดก็คือมันไอ้เชี่ยหร่าน"

            "งั้นเขาตื่นตูมอะไรถึงต้องคาบความลับน้องชายมาบอกคุณ"

            "ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน"ที่สุดแล้วจุดประสงค์ของเชี่ยหร่านคืออะไรกันแน่

            เหรินซวงอิ๋นถาม “พวกเขาลักลอบเจอกัน หรือว่าแอบร่วมมือกันเรื่องตะขาบโลหิต”

            “เรื่องมันนานแล้วตอนนั้นยังไม่มีโครงการของทางการมาเลย ไม่น่าจะเกี่ยว”

            “โธ่ก็นึกว่าไม่กี่วันมานี้ช่วยเล่าที่สำคัญได้ไหม เสียเวลา” หัวหน้าหน่วยหนึ่งไม่พอใจเพราะอยากให้นายได้พักผ่อนสักที เลี่ยงหวงเงยหน้ามองเขาตาแข็ง เหรินซวงอิ๋นรีบไล่ลูกน้องออกไป

            "คุณไปดูให้แน่ใจว่าคนของเลี่ยงจินกลับไปแล้วแน่ ๆ" ลูกน้องตัวสูงอยู่ฟังด้วยไม่ได้แล้วก็ก้มหัวให้ก่อนจะออกไปดูทางท้ายเรือ เหรินซวงอิ๋นกลับมาคุยกับเลี่ยงหวงต่อ

            “ขอโทษแทนเขาด้วยที่ไร้มารยาทที่จริงเขาแค่ห่วงผมเท่านั้นเอง”

            เลี่ยงหวงคิดถึงลูกน้องคนที่เคยสนิทของตนเช่นกัน “เมื่อก่อนเชี่ยหร่านก็ดีกับฉันแบบนี้เขาเป็นคนสนิทที่ฉันไว้ใจที่สุดรองจากอาจิน ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้”

            เหรินซวงอิ๋นกล่าวกับเขา “สิ่งที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ที่สุดคือใจคนคุณอย่าคิดมากเกินไป จะคุณหรือผมก็เปลี่ยนใจใครไม่ได้”

            “ฉันรู้ ก่อนหน้าฉันมีพี่น้องห้าคนฉันเป็นพี่ใหญ่ น้องรองและน้องสามเป็นผู้ชาย น้องสี่เป็นผู้หญิง และเขาเลี่ยงจินเป็นน้องเล็ก เพื่อความอยู่รอด ฉันต้องสู้กับคนอื่นเจ้าสามกับเจ้าสี่จากไปตั้งแต่ยังเด็กเพราะถูกวางยา น้องรองก็โดนฆ่ากว่าเราสองพี่น้องจะยิ่งใหญ่และมั่นคงในตำแหน่งผู้นำกลุ่มฉันเคยคิดว่ามันคือการร่วมเป็นร่วมตาย คือความหมายของสายเลือดแต่กลายเป็นฉันคิดไปเองฝ่ายเดียว”

            ไหล่ที่เคยผ่าเผยงุ้มงอเล็กน้อยในใจอ้างว้างและโดดเดี่ยวสุดประมาณน้ำเสียงของเขาเลื่อนลอยเหมือนคนใจไม่อยู่กับตัว

            “แม้แต่ลูกน้องสักคนที่พร้อมจะสู้ตายปกป้องก็ไม่มีแล้ว ตอนเห็นลูกน้องเป็นห่วงนาย ฉันก็ได้แต่สมเพชตัวเองปกครองคนมาตั้งหลายปี แต่ซื้อใจใครไม่ได้เลย น้องชายแท้ ๆเอาใจออกห่างตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ยังตอบไม่ได้”

            คนฟังพูดเรื่องตัวเองบ้าง

            “ลูกน้องดีหาไม่ง่ายลูกน้องที่สั่งสอนได้ยิ่งหายาก ผมก็แค่โชคดีกว่าคุณเท่านั้นเองที่จริงลูกน้องผมมีอีกหลายคน นั่นคือหัวหน้าหนึ่ง เขาใจร้อนไปหน่อย ไม่หน่อยอ่ะร้อนมาก ๆ ชอบใช้กำลังด้วย แต่เขาก็มีข้อดี ตรงที่ไม่ค่อยกลัวอะไรและจริงใจไม่ซับซ้อน เวลาโกหกไม่เนียนเอาซะเลย”

            เหรินซวงอิ๋นหัวเราะ มองเลี่ยงหวงเหมือนสหายผู้หนึ่ง 

            “ที่เล่าให้ฟังไม่ได้จะอวดแค่อยากให้เห็นว่าผมก็ไม่ได้เหนื่อยน้อยกว่าคุณเลยเป็นหัวหน้าคนที่ต้องแบกรับให้ได้คือความผิดหวัง ถ้าคุณยอมรับได้ไม่มีอะไรหรือใครจะมาทำร้ายคุณได้อีก”

            คนฟังจมจ่อกับตัวเองและเรื่องราวมากมายที่ได้ผ่านมาจนถึงตอนนี้นานพอดูกว่าจะถามทำลายความเงียบ

            “หมดคำถามของนายแล้วเหรอ"

            “ผู้จ้างวานเขาต้องการรู้แค่ว่าเรื่องตะขาบฝีมือพวกคุณหรือไม่ คุณกับน้องทะเลาะอะไรกัน ผมก็ได้คำตอบหมดแล้วถ้ามีความลับอื่นไม่ต้องมาบอกผมหรอก เกิดมันรั่วไหลจะมาสงสัยกันเปล่า ๆ”

            เลี่ยงหวงยิ้มขื่น “งั้นฉันขอถามได้ไหม”

            “ถามสิ แต่ผมจะตอบหรือเปล่าไม่รับปากนะ”

            “อือ..แค่อยากรู้ว่าใครจ้างนายมา”

            เหรินซวงอิ๋นไม่คิดมาก ตอบความจริงเขาไป “คุณชายเข่อซิง อยากรู้ไปทำไม”

            เลี่ยงหวงไม่คิดว่าคำตอบจะได้ฟังง่าย ๆเขารู้สึกถูกชะตากับเหรินซวงอิ๋นกว่าเดิม เด็กหนุ่มคนนี้ตรงไปตรงมาพอ ๆกับความสามารถโกหกหน้าตาย 

            ตอนนี้ที่มีต่อเขาไม่ใช่ความแปลกหน้าไม่ใช่ศัตรู และไม่ใช่แค่ผู้มีบุญคุณ แต่เป็นมิตรคนหนึ่งเพียงแต่ตนเพิ่งผ่านการถูกหักหลังแสนเจ็บแสบมา คำว่ามิตรในครั้งนี้จึงมีหลายส่วนที่ยังกั๊กไว้อยู่

            “เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากรู้น่ะก่อนหน้านี้ก็มีตระกูลอื่นส่งคนมา แต่ว่าไม่มีใครทำได้อย่างพวกนายแค่ผ่านป่าเข้าหมู่บ้าน ก็ไม่รอดแล้ว”

             

            เหรินซวงอิ๋นฟังแล้วก็พลันคิดบางอย่างออก “จริงสิคุณไม่รู้ว่าใครจ้างเลี่ยงจินใช่ไหม”

            “ใช่ เขาไม่ยอมบอก ถามให้ตายก็เงียบ”

            “งั้นที่ผ่านมาคุณจับสายของตระกูลไหนได้บ้าง”

            “ทุกตระกูลที่เข้าร่วมงานเลยล่ะคนของหนิงเทียนก็ยังมา”

            “ทุกตระกูลเลยเหรอ”

            “ใช่ ไม่งั้นจะถามนายทำไมฉันเองก็คิดเหมือนกันว่าหากขาดตระกูลไหน ก็คงเป็นฝีมือคนนั้นแต่ว่าวิธีนี้เราคิดออกมันก็คิดออก อาจทำเป็นส่งคนมา ไม่ให้เราสงสัยก็ได้”

            เหรินซวงอิ๋นบอกเลี่ยงหวง “คนที่อยู่เบื้องหลังเลี่ยงจิน ฉลาดไม่เบาแบบนี้เราก็สงสัยตระกูลไหนไม่ได้แล้ว”

            “ที่จริงมีอยู่ตระกูลหนึ่งไม่เคลื่อนไหวเลย”

            “ใคร?”

            “ตระกูลจ้าว”

            พอเลี่ยงหวงพูดจบความหวังของเหรินซวงอิ๋นก็พังลงต่อหน้า “ไม่ใช่เขาหรอก”

            “นายมั่นใจได้ไง รู้จักเขาเหรอ”

            เหรินซวงอิ๋นโกหกครึ่งพูดจริงครึ่ง “เขาสนิทกับคุณชายเข่ออาจจะลงขันจ้างเรามา”

            เลี่ยงหวงยอมพูดเพิ่มเติม “ที่จริงคนที่ไม่ควรสงสัยที่สุดก็คือเขาเพราะตะขาบโลหิตคืนนั้น เขากับคุณชายเข่อคือเป้าหมายที่แท้จริงส่วนในห้องประชุมแค่เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้ดูโจ่งแจ้งเกินไปว่าเจาะจงลงมือกับพวกเขา”

            เหรินซวงอิ๋นั่งฟังไม่มีแววตื่นตระหนกให้เห็นแม้แต่น้อย เลี่ยงหวงอยากตอบแทนที่เขาช่วยเลยยอมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง อีกเหตุผลคือ อยากให้สองคุณชายตระกูลใหญ่รู้ตัวจะได้ระวังน้องชายตนไว้

            ก่อนหน้านี้ก็หลอกถามเขาอีกว่ารู้ได้ไงเรื่องคุณชายจ้าวไม่เกี่ยวดูไปแล้วเลี่ยงหวงยังไม่ได้ไว้ใจเขาเท่าไหร่ เหรินซวงอิ๋นจึงลองเดาดู

            "แปลว่าตะขาบตัวอื่นในห้องประชุมไม่มีทางกัดใคร"

            "ใช่แล้วล่ะ มีใครบอกนายไหมว่านายฉลาดมาก" ชมแล้วก็พูดต่อ “แต่สองคนนั้นปลอดภัย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าโดนกัดขนาดนั้นถึงไม่ตาย ก็น่าจะเป็นอะไรหน่อย นี่ยังเข้าประชุมได้อีก เกินคาดจริง ๆ”

            เหรินซวงอิ๋นไม่สนใจความสงสัยของเลี่ยงหวงตอนนี้ตนได้ข่าวมาเกินกว่าคำสั่งแล้ว ไหนจะบรรลุวิชาไปอีกขั้นเขาประสานมือไว้ที่ท้ายทอยล้มตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงขอบเรือ แสนจะผ่อนคลาย

            เลี่ยงหวงเห็นท่าทีไม่สนใจก็พูดอีก..

            “ฉันเล่าให้นายฟังเกินจากที่ถามแล้วเรื่องวันนี้ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้าง”

            “นับรวมไม่ได้หรอกคุณบอกเรื่องนี้เพราะห่วงน้องชาย” เลี่ยงหวงรู้สึกอายที่ถูกอีกฝ่ายรู้ทันเหรินซวงอิ๋นก็ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย

            “คุณจะใช้ผมไปเตือนสองคุณชายว่าให้ระวังตัวเพราะถ้าเกิดเลี่ยงจินทำอะไรอีก แล้วดันสำเร็จขึ้นมากลุ่มกวางปีศาจก็จะกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของตระกูลเข่อ และตระกูลจ้าวสองตระกูลร่วมมือกัน น้องคุณมีเหรอจะรอด”

            “.....” เลี่ยงหวงสงสัย เจ้าแสบนี่ไอคิวเท่าไหร่วะเนี่ย

            “ที่จริงผมไปเตือนให้ก็ได้แต่คุณต้องทำอะไรแลกเปลี่ยนหนึ่งอย่าง”

            “อะไร ฉันหนีตายแบบนี้ ยังจะช่วยทำงานอะไรได้อีก”

            “ได้แน่ จากนี้คุณจะไปไหนต่อ”

            “แผ่นดินใหญ่มั้ง”

            เหรินซวงอิ๋นเดา “ขึ้นเหนือ เมืองเหอหม่าง?”

            “อะไรทำให้นายคิดว่าฉันจะไปที่นั่น”

            “ง่ายมากคุณไม่ไปเกาะแน่นอนเพราะหลบหนียากนอกจากเจียวเมิ่งแล้วเกาะอื่นมีเจ้าหน้าที่ดูแลหมดคุณต้องกลัวเส้นสายของน้องชายจะเห็นเข้า ก็เหลือทางเดียวคือแผ่นดินใหญ่เพราะคนเยอะการมุ่งหน้าไปทางเหนือ เมืองเหอหม่างของตระกูลปิ่น หูตากวางปีศาจไปไม่ถึงแน่นอนที่อันตรายจะปลอดภัยสำหรับคุณ”

            เลี่ยงหวงหัวเราะ “ฉันขอชมอีกได้ไหม นายฉลาดจริง ๆเอ๊ะ..นายชื่ออะไรนะ”

            เหรินซวงอิ๋นไม่ตอบ กลับยิ้มอมภูมิ “ถ้าคุณทำงานสำเร็จผมอาจจะบอก”

            “นี่จะเรียกว่ามิตรได้ไงชื่อนายก็ไม่บอกฉันอ่ะ"

            "คนที่ยังระแวงกันอยู่เรียกมิตรน่าจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นะครับ" คุยกับคนฉลาดมันเหนื่อยจริง ๆเลี่ยงหวงตัดสินใจเรียกเจ้ากวนประสาทว่าตัวแสบไปก่อน

            "ช่างเถอะไม่ได้อยากรู้อะไรขนาดนั้น"

            “งั้นก็ทำงานไม่ต้องขอรางวัลชื่อผมไม่สำคัญอย่างที่คุณว่า”

            “อ่า..ก็ได้ ก็ได้ตอนนี้ฉันเป็นลูกไก่ของนาย จะสั่งทำอะไรว่ามา”

            “ตามหาคน”

            “ใคร?”

            “ข้อมูลและรูปถ่ายจะส่งให้อีกทีคุณหาเจอเมื่อไหร่ติดต่อผมได้ตลอด”

            “ถามก่อน เป็นมิตรของนายหรือศัตรู”

            เหรินซวงอิ๋นตอบ “นักโทษ”

            “งั้นถ้าเจอตัว จะให้จับไว้ไหม”

            “ถ้าได้ ก็จะขอบคุณมาก”

            “ไม่จำเป็นหรอก” เลี่ยงหวงกล่าวจริงจัง“คำว่าขอบคุณควรเป็นฉันที่ต้องพูดกับนาย” เขาเรียก "ไอ้ตัวแสบ"เหรินซวงพยักหน้ารอฟัง

            "ให้ฉันขอบคุณนายเถอะ"

            เหรินซวงอิ๋นไม่ขัดศรัทธาแม้ว่างานนี้เขาจะมีแต่ได้กับได้แล้วก็เถอะ รับคำขอบคุณมาเพิ่มก็เป็นการเพิ่มกำไรเลี่ยงหวงเปลี่ยนเป็นคุกเข่าสองมือยกประสาน ก้มหัวลงระดับเดียวกับหัวไหล่

            “ขอบคุณ”

            การพูดคุยจบลงเพียงเท่านั้นทุกคนต่างเหนื่อยอ่อน เหล่าลูกน้องหาที่นอนของตน งีบเอาแรงคนขับเรือเปลี่ยนคนเพื่อไม่ให้ล้าเกินไป 

            เหรินซวงอิ๋นนอนอยู่ตรงหัวเรือกำลังมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เขาไม่ง่วงหัวหน้าหน่วยหนึ่งตอนแรกนั่งเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้มีเสียงกรนดังขึ้นเสียแล้ว

            เลี่ยงหวงแยกไปนั่งท้ายเรือคนเดียวยังไม่หลับเช่นกัน ชายคนนั้นคงกำลังคิดถึงเรื่องของตัวเองอยู่ไม่เรื่องอดีตก็อนาคต

            เสียงเครื่องยนต์ดังอยู่ตลอดแต่บางครั้งบางที เสียงนี้ก็เหมือนห่างไกลออกไปเรือแล่นเร็วแต่ยังโคลงเคลงไปมาอยู่ตลอดตามคลื่นน้ำเบื้องล่างวิวยามราตรีไม่มีตรงไหนแตกต่าง สิบนาที ยี่สิบนาที ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง มองไปทางไหนก็เหมือนยังอยู่ที่เดิม ราวกับว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่มีจุดหมายปลายทาง

            เหรินซวงอิ๋นมองลูกน้องของเขางานชิ้นที่สองสำเร็จแต่ยังไม่จบ ต้องรอให้ทุกคนกลับบ้านปลอดภัยถึงจะวางใจได้ชีวิตของเขาชาตินี้ ท้าทายไม่แพ้ชาติก่อน เขามองฟ้าแล้วปฏิญาณในใจ

            'ข้าเหรินซวงอิ๋นจะต้องนำพาพยัคฆ์เร้นกายให้ผงาดให้ได้’

            ค่ำคืนนี้..เบื้องล่างคือมหานทีลึกสุดประมาณ รอยกายคือสายลมโหมไม่ขาด เบื้องบนเป็นกลุ่มดาวตระการตา นอกจากสิ่งเหล่านี้ คงมีแค่ปณิธานของเขาที่พอจะเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่

             

             

            ห้าชั่วโมงเศษ เป็นเวลายามสายของวันใหม่เรือที่รอนแรมมาไกลเทียบท่าที่เมืองหลงโต้วเรือลำนี้เลี่ยงจินติดสัญญาณจีพีเอสไว้แล้ว ไม่นานพวกนั้นคงมาเอาคืนเอง

            ทุกคนลงจากเรือเลี่ยงหวงหันมาสบตากับเหรินซวงอิ๋นก่อนจะแยกจากกัน ผู้นำสองคนนี้คนหนึ่งในอดีตกุมอำนาจมากมาย บัดนี้เหลือเพียงชีวิตที่เร่ร่อน ส่วนอีกคนนับจากนี้เขาจะมีแต่เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่

            พวกเขาแลกรอยยิ้มเป็นมิตรต่อกันบอกลาท่ามกลางความเงียบ ต่างฝ่ายต่างออกเดินไปข้างหน้ารอรับบททดสอบของโชคชะตาที่รออยู่

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นคุณนายหรือพ่อบ้านกันแน่ ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592