ตอนที่ 3 ขายตัวฝังศพให้บิดา
ไร้เมฆาหมื่นลี้ นทีพลิ้วไหวนภาปลอดโปร่ง สายลมโชยแ่เบา คลื่นซัดสาดยามแสงอรุณส่อง ถึงคราวันใหม่ที่งดงาม
จี้ซิวผิงรีบขึ้นไปนั่งบนรถ โดยมีถงเชียนนั่งอยู่ด้านหลัง หนทางขรุขระเล็กน้อย เดิมทีนางรู้สึกกลัว จึงคิดจะโอบเอวแกร่งของชายหนุ่มไว้ แต่กลัวทำให้เขาใ เพราะนี่ไม่ใช่ยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด มีหญิงสาวคนใดกล้าเป็ฝ่ายจู่โจมก่อนเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวานไม่ได้ทำให้เขาใเสียยกใหญ่หรอกหรือ ?
พอมาคิดๆ ดูแล้ว ถงเชียนจึงยื่นมือขาวเล็กนุ่มนิ่มออกมา จับมุมแขนเสื้อของชายหนุ่มเงียบๆ
จี้ซิวผิวสังเกตเห็นการกระทำที่ด้านหลัง จึงเหลียวไปมองแวบหนึ่ง เห็นเพียงถงเชียนนั่งติดเขาด้วยท่าทางที่เชื่อฟังเป็พิเศษ บนหน้าผากยังมีผ้าพันแผลสีขาวพันไว้อยู่ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาตาปริบๆ ชวนให้คนรู้สึกรักและเอ็นดูเป็อย่างมาก
จี้ซิวผิงรู้สึกเหมือนหัวใจจวนจะละลายกลายเป็น้ำเสียอย่างนั้น น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยว่า “พอถึงทางสายหลักก็จะราบเรียบขึ้นบ้าง เ้า...หากเ้ากลัวล่ะก็...กะ ก็เขยิบเข้ามาอีกนิดเถอะ ”
“อืม” ถงเชียนพยักหน้า มองดวงตาที่ปิดบังความอ่อนโยนไว้ไม่มิดของชายหนุ่ม หัวใจนางคล้ายถูกราดด้วยน้ำผึ้ง จนความหวานนั้นใกล้จะเอ่อล้นออกมา
ถงเชียนเม้มริมฝีปาก เขยิบเข้าไปใกล้อีก แล้วออกแรงจับให้แน่นขึ้น
จี้ซิวผิงนั่งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจว้าวุ่นเล็กน้อย มือคุมบังเหียนรถได้ไม่รวดเร็วเหมือนเมื่อครู่
ถงเชียนรู้ความคิดในใจของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก ทั้งสองต่างรับรู้อยู่ในใจและเป็เช่นนี้ไปตลอดทาง
จนกระทั่งมาถึงในเมือง ถงเชียนเดินชมรอบๆ เพื่อดูว่าสามารถหาเงินสะดวกหรือไม่ แม้จะไม่ได้อะไรมาก แต่นางก็ดีดลูกคิดในใจไว้บ้างแล้ว
จี้ซิวผิงก็เดินไปรอบๆ พร้อมกับถงเชียน รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นว่านางไม่ซื้อสิ่งใด
วันนี้แม้แต่ขนมกุ้ยฮวาของร้านเถาฝูจี้ที่นางชื่นชอบมากที่สุด นางเพียงมองชั่วครู่ ก็รีบเดินผ่านไป ยิ่งทำให้รู้สึกสงสัยว่านางคิดจะออกมาทำสิ่งใดกันแน่
อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ มองดูแล้วใกล้จะเที่ยงวัน จี้ซิวผิงกลัวว่านางจะทนไม่ไหว จึงเช็ดเหงื่อให้นางอย่างใส่ใจ “พวกเราไปพักที่โรงน้ำชากันก่อนเถอะ”
“เ้าค่ะ” ความหวานบังเกิดขึ้นภายในใจ ถงเชียนยิ้มตาหยี เื่หาเงินไม่อาจกินคำเดียวแล้วกลายเป็คนอ้วนได้
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเลี้ยวไปที่หัวมุมฝั่งตรงข้าม ก็เห็นฝูงชนกลุ่มหนึ่งที่หน้าโรงน้ำชา พวกเขาพากันกระซิบกระซาบและวิพากษ์วิจารณ์ นางได้ยินรางๆ คล้ายกับว่า “น่าสงสาร” “แม่นาง”
ถงเชียนที่ความรู้สึกไวถึงกับหยุดเดินยืนอยู่รอบนอก ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนเริ่มเข้าใจพอประมาณ
ที่แท้เด็กที่ชื่อว่าแม่หนูอวิ๋นอยากขายตัวเข้าโรงน้ำชาเพื่อซื้อโรงศพให้บิดา รวมถึงจัดงานไว้อาลัย แต่เถ้าแก่โรงน้ำชากลับมองว่านางผอมแห้งและอ่อนแอเกินไป ทั้งยังดูไม่แคล่วคล่องว่องไวจึงไม่อยากทำการค้าครั้งนี้แล้วรีบไล่แม่นางน้อยออกไป
“ไสหัวไปให้พ้น! อย่ามารบกวนเวลาทำมาหากินของข้า” เถ้าแก่โรงน้ำชาวัยกลางคน พุงโต หน้ามันแผล็บ เอ่ยทีน้ำลายแตกฟอง
แม่หนูอวิ๋นถูกเด็กรับใช้ชายของโรงน้ำชาไล่ออกมา นางคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างน่าสงสาร ยกมือไหว้อ้อนวอน “เถ้าแก่ ขอท่านโปรดเมตตา รับข้าไว้เถิดเ้าค่ะ ข้าทำได้ทุกอย่าง รินชาส่งชาร้องเพลง ข้าทำได้ทั้งหมด”
ทว่าเถ้าแก่ยังคงไม่อนุญาต คนทั้งหลายต่างเอ่ยว่าน่าสงสาร แต่กลับไม่มีผู้ใดที่เข้ายื่นมือช่วยเหลือโดยแท้ อย่างไรเสียบัญชีนี้ใครๆ ก็คิดคำนวณได้ มีคนเพิ่มเข้ามาในครอบครัวนั้นไม่ใช่เื่เล็กเลย
ทว่า ถงเชียนกลับไม่เหมือนคนอื่น อาจกล่าวได้ว่า ตอนที่ตนได้ยินว่าแม่หนูอวิ๋นร้องเพลงได้ ดวงตาของนางก็เปล่งประกาย
นี่เป็โอกาสทำการค้าแล้ว ์ช่างอุ้มชูนางเสียจริง ออกจากบ้านเพียงครู่เดียวก็ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เสียแล้ว
จี้ซิวผิงเห็นท่าทางที่ใช้ความคิดและกำลังจะก่อความวุ่นวายของถงเชียนแล้ว ก็เดาได้ไม่ยากว่านางคิดจะซื้อตัวแม่หนูอวิ๋น พอลองเขย่าเงินในถุงดู ถึงแม้ว่าจะยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้าหากเป็ความ้าของถงเชียนแล้วล่ะก็...
จู่ๆ มือขาวเนียนละเอียดข้างหนึ่งก็บังถุงเงินไว้ จี้ซิวผิงหันไปมอง เห็นเพียงถงเชียนคลี่ยิ้มสดใสแล้วส่ายหัว
จี้ซิวผิงไม่เข้าใจความหมายในรอยยิ้มนาง ถงเชียนเดินมาตรงหน้าทุกคน แล้วพูดกับเถ้าแก่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แม่นางผู้นี้ขายตัวฝังศพให้บิดา นับว่ามีคุณธรรมกตัญญูกตเวที คนร่ำรวยสมบูรณ์พร้อมเยี่ยงเถ้าแก่แทนที่จะบีบบังคับคนอื่น เหตุใดจึงไม่ทำความดีนี้ เพื่อสั่งสมบุญกุศลเล่า?”
เถ้าแก่โรงน้ำชาเห็นถงเชียนเป็เพียงเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ด จึงไม่เห็นนางอยู่ในสายตา สะบัดมือลวกๆ เอ่ยอย่างรำคาญใจว่า “แม่นาง หากเ้ามีเงินก็ซื้อตัวนางสิ แต่ถ้าหากเ้าไม่มีเงิน ก็อย่ามาแส่เื่ชาวบ้าน ข้ายังต้องทำมาหากินอยู่!”
“โอ้!” ถงเชียนพูดต่อ “ข้าอยากทำการค้ากับเถ้าแก่”
เมื่อพูดจบ ถงเชียนก็ลากเถ้าแก่ แล้วเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “คนทำการค้าน่ะต้องเริ่มจากมีเงินก่อน เถ้าแก่ บอกท่านตามตรงนะ ข้ามีวิธีที่จะทำให้แม่หนูอวิ๋นผู้นี้ ทำให้ทั่วทั้งอำเภอลุกเป็ไฟ ถึงเวลานั้นโรงน้ำชาของท่านก็จะกลายเป็อันดับหนึ่งของอำเภอ เกรงว่าวันข้างหน้าอยากจะรับก็รับไม่ทันแล้ว”
“หึ!” เถ้าแก่โรงน้ำชาชำเลืองมองถงเชียนแวบหนึ่ง แค่นเสียงเ็าอย่างดูถูก สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง แล้วเดินจากไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ริมฝีปากบางสีแดงของถงเชียนก็เริ่มขับร้องท่วงทำนองเพลงไพเราะเสนาะหูออกมา
ไพเราะเสนาะหูราวกับเสียงของนกขมิ้น ใสดังกังวานเหมือนกับเสียงนกกระเต็นเล่นน้ำ ช่างเป็เสียงที่ไพเราะเพราะพริ้งโดยแท้
ครานี้ไม่ใช่แค่เถ้าแก่โรงน้ำชา เกือบทุกผู้ทุกคนล้วนถูกเสียงไพเราะนี้สะกดเข้าเสียแล้ว บนถนนลาดยาวไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ไปชั่วขณะ
จี้ซิวผิงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขานิ่งอึ้งไปเสียแล้ว ราวกับถูกคนสกัดจุดเอาไว้
เมื่อเสียงเพลงจบลง ผู้คนทั้งหลายคล้ายสะดุ้งตื่นจากฝัน ตกอยู่ในภวังค์สักพักใหญ่
“ไพเราะมาก!” เถ้าแก่โรงน้ำชาดวงตาเป็ประกาย หันกลับมาปรบมือประสมโรง “ยอดเยี่ยมจริงๆ”
ถงเชียนยิ้มมุมปากเบาๆ ด้วยท่วงท่าที่งดงามของผู้ที่เหนือกว่า “เถ้าแก่ ท่านจะจากไปอยู่อีกรึ”
“ไม่ไปแล้วๆ” เถ้าแก่รีบเดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอ่อ เพียงแต่ไม่รู้ว่าแม่นางจะคิดราคา…”
“เถ้าแก่” ถงเชียนคลี่ยิ้มเช่นกัน “ข้าจำได้ว่าตรงหัวมุมด้านหน้าคือโรงน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ หากท่านไม่้าแม่หนูอวิ๋นผู้นี้ ข้าคิดว่าคงมีคนอื่นที่ตาถึงพอจะแยกแยะของล้ำค่านี้ได้” จากนั้นก็เอ่ยกับแม่หนูอวิ๋นที่คุกเข่าอยู่บนพื้นว่า “แม่นางน้อย ตามข้าไปเถอะ ข้าจะจัดงานศพให้พ่อเ้าอย่างสมเกียรติ”
แม่หนูอวิ๋นมีสีหน้าลังเล พอได้ยินเสียงที่จริงใจและหนักแน่นของถงเชียน แล้วยิ่งได้มองสีหน้าของนาง ก็ทำท่าจะลุกขึ้นตามถงเชียนไป
สายตาถงเชียนแฝงด้วยความชื่นชม ตนเองช่วยเหลือก็คือเื่หนึ่ง เพราะเด็กคนนี้สมควรได้รับความช่วยเหลือ เพียงแต่ นางดูคนไม่ผิดเลยจริงๆ
“เดี๋ยว ช้าก่อน” เถ้าแก่โรงน้ำชารีบรั้งคนไว้ ยิ้มประจบสอพลอให้ถงเชียน “แม่นาง ข้าพูดอย่างนั้นที่ไหนกันล่ะ แม้โรงน้ำชานั่นจะใหญ่โตก็จริง แต่มิใช่ว่าพวกเรามีโชคชะตาต่อกันหรอกรึ ใครก็ได้ รีบไปเก็บกวาดห้องที เตรียมรับแขก”
ขณะที่พูดก็พาถงเชียนและคนอื่นๆ เข้าไปที่ห้อง
“ทุกท่านเชิญนั่งได้” เถ้าแก่พูดประโยคนี้จบ ก็ส่งสายตาให้เด็กรับใช้ด้านหลัง เพียงไม่นาน เด็กรับใช้ได้นำถุงเงินขนาดไม่เล็กออกมา เถ้าแก่รับรับเงินมามอบให้แม่หนูอวิ๋นด้วยตนเอง
ทั้งสองดูเกรงอกเกรงใจกันเสียจนทำให้ถงเชียนขมวดคิ้ว
เถ้าแก่คนนี้ช่างเป็จิ้งจอกเฒ่าเสียจริง มาถึงขั้นนี้ เขายังรู้จักพูดปลอบประโลมแม่หนูอวิ๋น ไม่ต้องเอ่ยถึงเื่เตรียมการต่อจากนี้เลย เห็นได้ชัดว่า...
เถ้าแก่พูดพิธีรีตองพอสมควรแล้ว ไม่รอช้ารีบนั่งลงข้างถงเชียน เทน้ำชาใส่ในแก้ว แล้วเอ่ยปากอย่างช้าๆ “แม่นางถงเชียน กลับมาพูดกันต่อดีกว่า เมื่อครู่เ้าเพิ่งร้องไปได้แค่ท่อนเดียว อาศัยเพียงสิ่งนี้ ก็คิดจะให้ข้ารับแม่หนูคนนี้เข้ามา คงไม่น้อยไปหน่อยกระมัง”