กิจกรรม CSR : ปล่อยบ้านปลาลงสู่ทะเล
หลังอาหารกลางวัน เ้าหน้าที่ประกาศให้สมาชิกเตรียมตัวขึ้นเรือไปดูการปล่อยบ้านปลาลงสู่ทะเล
มีเรือถูกจัดเตรียมไว้สองลำ สำหรับรองรับสมาชิกที่มาเข้าร่วมกิจกรรม CSR จำนวน 82 คน
อีกลำเป็เรือลำใหญ่สุดที่ใช้บรรทุกบ้านปลาโดยมีการติดตั้งเครนขนาดใหญ่สำหรับยกบล็อกคอนกรีตลงสู่ทะเล
เรือโดยสารสองลำที่ถูกจัดไว้สำหรับสมาชิก จะมีเ้าหน้าที่โครงการขึ้นไปบรรยายด้วยลำละสองคน พวกเราทยอยขึ้นเรือตามกลุ่มเดิมมันเป็เรือโดยสารสองชั้นเหมือนกับเรือนำเที่ยวทั่วไป บรรยากาศบนเรือเต็มไปด้วยความคึกคัก
เ้าหน้าที่แจกเสื้อชูชีพร้อมกำชับให้สวมตลอดเวลา เมื่อเห็นทุกคนนั่งกันเรียบร้อยแล้ว เขาหยิบแผนที่ขึ้นมากางให้ดูก่อนชี้ไปยังจุดที่เราจะไปกันในวันนี้พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า
"พื้นที่ที่เราเลือกปล่อยบ้านปลานี้ถูกกำหนดโดยใช้พิกัดGPS และทุ่นสัญลักษณ์กลางทะเล" เขาอธิบายเสียดัง
"สาเหตุที่เราเลือกบริเวณนี้เพราะเป็เขตทะเลที่มีพื้นทรายแข็งแรง เหมาะสำหรับการวางโครงสร้างคอนกรีตและยังอยู่ห่างจากเส้นเดินเรือหลักจึงไม่รบกวนการสัญจรของเรือประมงหรือเรือโดยสารในพื้นที่"
สมาชิกหลายคนพยักหน้ารับฟังด้วยความสนใจบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพทุ่นสีส้มที่ลอยอยู่ไกล ๆ
ฉันเองก็มองตามไปยังจุดนั้นรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะได้เห็นการปล่อยบ้านปลาลงสู่ทะเลจริง ๆ
เรือลำใหญ่ค่อยๆ จอดในจุดที่มีทุ่นลอยอยู่ ผู้บรรยายชี้ให้ดูเมื่อเห็นทีมงานบนเรือลำนั้นกำลังใช้เครนขนาดใหญ่ยกบล็อกคอนกรีตขึ้นมา
สมาชิกส่วนใหญ่รวมทั้งฉันเดินไปอยู่อีกด้านหนึ่งของเรือเพื่อดูภาพการปล่อยบ้านปลาลงทะเล
ขณะที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังบล็อกคอนกรีตที่ค่อยๆ ถูกยกขึ้นจากดาดฟ้า มือหนากลับคว้าแขนฉันไว้แน่นแรงดึงทำให้ฉันเซตามไปจนถูกพาไปยืนในมุมที่มีโครงเหล็กบังสายตา ไม่ทันมีใครสังเกต
"พี่ภูมิ...จะทำอะไร" ประโยคสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะพูดถูกกลืนไปในลำคอ พร้อมกับที่ใบหน้าขาวสะอาดโน้มเข้ามาใกล้
ลมหายใจอุ่นเฉียดแก้มก่อนที่ริมฝีปากจะบดขยี้ลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
จุ๊บ-
หัวใจฉันสะดุ้งวูบร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ความใและความโกรธแล่นเข้ามาพร้อมกันจนสมองว่างเปล่าราวกับถูกสูบเอาพลังงานทั้งหมดออกไป
ริมฝีปากของเขายังคงบดขยี้ลงมาซ้ำๆ อย่างเอาแต่ใจ รู้สึกได้ใจเมื่อเห็นฉันไร้เรี่ยวแรงต่อต้านจนมืออีกข้างเขาต้องโอบเอวประคองไว้
'นี่มันบ้าอะไร มันห่างจากเพื่อนคนอื่นแค่ไม่กี่ก้าวเองนะ'ฉันคิดอย่างใ เมื่อร่างกายเริ่มมีแรงจาการหายใจทัน ยังไม่ลืมที่จะยกมือสะบัดไปที่หน้าเขาแรงๆ หนึ่งที ก่อนรีบผละตัวออกจากบริเวณนั้นโดยไม่มีการทัดทานใดๆจากร่างสูง
ฉันยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากโดยอัตโนมัติ ขณะที่รีบเดินมาสมทบกับกลุ่มเพื่อน ยังดีที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
เรือได้รับแรงกระแทกเล็กน้อยจากบล็อกคอนกรีตที่ถูกปล่อยลงไปก่อนหน้านี้ แต่ฉันยังได้มีโอกาสเห็นเ้าหน้าที่บนเริ่มใช้เครนยกบล็อกคอนกรีตอันที่สองปล่อยลงสู่ทะเลอีกครั้ง
เสียงคลื่นซัดกระทบลำเรือดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ เสียงโลหะของเครนเสียดสีกับโซ่และเหล็กดังครืดคราดขณะที่บล็อกคอนกรีตขนาดใหญ่ถูกยกขึ้นจากดาดฟ้าเรือ
สายสลิงเหล็กตึงจนส่งเสียงแหลมเสียดหูทุกคนเงบหน้ามองตามด้วยความตื่นเต้น
เมื่อบล็อกถูกเคลื่อนมาถึงตำแหน่งที่กำหนดเ้าหน้าที่ก็ส่งสัญญาณให้ปล่อย
ตูม!
เสียงบล็อกคอนกรีตกระแทกผิวน้ำดังสนั่นน้ำทะเลแตกกระเซ็นขึ้นสูง ละอองน้ำเย็นปะทะเข้ามาถูกตัว คลื่นที่เกิดจากแรงกระแทก กระจายออกจากจุดตกปะทะเข้าเรือที่พวกเราอยู่จนรู้สึกได้
สมาชิกหลายคนอุทานด้วยความตื่นเต้นหลายคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ
ฉันยืนนิ่งมองตามบล็อกคอนกรีตที่ค่อย ๆ จมหายไปในท้องทะเลเสียงคลื่นที่กระทบลำเรือดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงเครนที่ยังทำงานอยู่
มันควรเป็ภาพที่น่าประทับใจแต่ฉันกลับไม่มีอารมณ์ซึมซับความประทับใจนั้นเลย ฉันยังคงนึกถึงริมฝีปากอุ่น ๆที่บดขยี้ลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่ัันั้นยังคงฝังแน่นอยู่ ยิ่งเช็ดยิ่งเหมือนจะติดลึกในใจ
ภารกิจปล่อยบ้านปลาลงสู่ทะเลจบลงด้วยเสียงปรบมือของผู้เข้าร่วมโครงการ ก่อนที่เรือจะวกกลับมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งในไม่ช้า เป็การสิ้นสุดกิจกรรม CSR อย่างไม่เป็ทางการ
ฉันเดินขึ้นมาดูวิวทะเลบนชั้นสองของเรือถึงจะบอกว่ามาชมวิวแต่ก็มาพร้อมความหงุดหงิดต่อการกระทำของพี่ภูมิหัวใจที่เต้นแรงปะทะกับความโกรธ ทำให้ต้องหาที่เงียบๆ และดูวิวทิวทัศน์สวย ๆ เพื่อพักและจัดระเบียบความคิดของตัวเองใหม่
ลมทะเลพัดเบา ๆ จนทำให้เส้นผมของฉันปลิวเล็กน้อย แต่บรรยากาศบนนี้ก็ดีจริง ๆ
มองออกไปนอกตัวเรือเห็นทะเลที่วันนี้มีเพียงคลื่นเล็ก ๆ เคลื่อนไหวอย่างสงบโชคดีที่บนนี้มีคนนั่งอยู่ไม่มาก ฉันจึงได้พื้นที่เงียบ ๆ สำหรับใช้ทบทวนเื่ราว
ฉันรู้สึกสับสนกับการกระทำของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไม่ได้มาจากความเต็มใจแต่เป็การบังคับ ทำให้รู้สึกโกรธ
หลังจากนั้นเขากลับอ่อนโยนส่งกุหลาบมาขอโทษทุกวัน แม้ฉันจะโยนมันทิ้งลงถังขยะเป็ประจำแต่ความโกรธที่เคยมีก็เริ่มจางลงทีละน้อย
แต่...วันนี้เขากลับทำสิ่งที่ฉันไม่้าอีกครั้งแม้จะเป็เพียงการจูบ แต่ทุกััมันยังคงเต็มไปด้วยการบังคับและที่เลวร้ายกว่านั้น เขาเลือกทำในระยะที่คนอื่นอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
มันเป็การบังคับที่ไม่ให้เกียรติ...เหมือนครั้งแรกจนทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกลับมาไร้ค่าอีกครั้ง
ขณะที่ฉันกำลังรู้สึกน้อยใจในสิ่งที่ตัวเองได้รับอยู่ กลับมีเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นใกล้ ๆ
"มันเจ็บนะ"เสียงของคนที่ฉันกำลังนึกถึงดังขึ้น พร้อมกับแรงสั่นะเืเบา ๆที่บอกว่าเขานั่งลงข้าง ๆ
ฉันที่กำลังมองออกไปนอกทะเลถึงกับชะงักทำอะไรไม่ถูก บอกตามตรงฉันปรับตัวตามอารมณ์เขาไม่ทันเลยเดี๋ยวบังคับ เดี๋ยวขอโทษ เดี๋ยวง้อ แล้วก็กลับมาบังคับอีก
"เนี่ย...ดูสิ มันเจ็บจริงนะทำไมต้องแรงขนาดนั้นด้วย" เขาสะกิดจนฉันเผลอหันมามอง
เห็นชายหนุ่มกำลังชี้ไปที่รอยแดงบนหน้าพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ทั้งกวน ทั้งอ้อน เหมือนเด็กที่เอาแต่ใจอยากให้ฉันใจอ่อน
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ
เ้าเล่ห์นัก...พอรู้ว่าโดนโกรธก็มานั่งง้อ
จนฉันลังเลว่าจะโกรธต่อหรือเผลอหลุดยิ้มออกมาดี แม้เมื่อครู่จะโมโหมากก็ตาม
สุดท้ายฉันทำได้แต่ปัดมือเขาที่อยู่ใกล้ๆ ออก พลางเดินหนีลงไปชั้นล่าง รวมกลุ่มกับคนอื่นแทน เพราะนั่นดูน่าจะปลอดภัยต่อหัวใจฉันมากที่สุด
พวกเรานั่งอยู่บนเรือต่ออีกประมาณสามสิบนาทีก็ถึงชายฝั่ง ทุกคนถอดเสื้อชูชีพคืนให้เ้าหน้าที่ก่อนทยอยเดินลงจากเรือ
ฉันกับเบลและกลุ่มเพื่อนสาวยังไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปด้วยกันเป็ที่ระลึก ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับตามเดิม พนักงานที่นำรถส่วนตัวมาบางคนก็เดินไปที่รถ บางคนเลือกจะเดินเล่นต่อ ส่วนฉันกับเบลที่นั่งรถบัสบริษัทมา ไม่มีเวลาเถลไถลมากนัก เพราะมากับรถบริษัทที่มีกำหนดเวลาอย่างชัดเจน
...............................................................................
BMW Series 9 สีดำคันใหญ่ พุ่งทะยานผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์สะท้อนอยู่ในหู บ่งบอกว่าเ้าของรถรีบมากแค่ไหน
ฉันมองตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
‘พอแล้ว...ฉันควรเลิกให้ความสนใจเขา’ ฉันคิดในใจ พลางสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก่อนหันกลับไปคุยกับยัยเบลต่อ
พี่ภูมิ PART
เสียงเพลงหวานสดใดดังขึ้นท่ามกลางถนนที่ทอดตรงเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
ภูมิขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางบ่นพึมพำว่า
“เพลงอะไรก็ไม่รู้ น่ารำคาญ”
แต่เขาก็ยังปล่อยให้มันดังต่อไป
เขากำลังนึกถึงคนตัวเล็กที่เพิ่งจากกันเมื่อครู่ ความทรงจำย้อนกลับไปวันที่นั่งอยู่บนรถของเธอ เสียงเพลงแนวนี้ดังตลอดทางจนถึงคอนโด
ั้แ่นั้นมา เขาก็เผลอหามาฟังเองอยู่หลายครั้ง แม้บางครั้งจะรู้สึกว่ามันหวานจนน่ารำคาญก็ตาม
คืนนี้เขามีนัดกับเพื่อนที่คลับส่วนตัว
จริงๆ แล้วทุก ๆ วันเสาร์สิ้นเดือนพวกเขาจะนัดกันมาพบปะกันหนึ่งครั้ง เพราะต่างคนต่างมีเื่ส่วนตัวที่ต้องทำในตอนนี้ จึงไม่ได้พบกันบ่อยเหมือนสมัยก่อน
แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องแวะกลับไปบ้านก่อน เพราะยัยภิรดาพี่สาวของเขาเพิ่งกลับจากอเมริกาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
พ่อกับแม่โทรตามไม่หยุด ครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว
ลึกๆ แล้วเขาอยากรอให้คนตัวเล็กหายโกรธก่อนค่อยกลับบ้าน มันเหมือนมีอะไรติดค้างที่ยังทำไม่สำเร็จอยู่ แต่ดูท่าแล้วกว่าหญิงสาวจะหายโกรธคงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะวันนี้ก็มีเื่โกรธเพิ่มขึ้นอีกแล้ว สู้กลับบ้านไปให้พ่อกับแม่เห็นหน้าก่อนค่อยรีบกลับมาง้ออีกที จะได้ไม่มีคนมาขัดจังหวะ
แม้จะรู้จากพี่สาวว่าพวกท่านเตรียมรายชื่อสาวไว้ให้ดูตัวก็ตาม แต่เขาก็ยังคงมั่นใจอยู่..ว่าเขาสามารถทำให้สถานการ์ณยังคงเดินไปตามที่เขา้าได้
“เหอะ นี่มันสมัยไหนแล้ว ยังต้องดูตัวอะไร” ระดับเขา ถ้าอยากได้ผู้หญิงคนไหน ก็ต้องคว้ามาให้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เื่ดูตัวโยนทิ้งไปได้เลย
เขาพูดอย่างมั่นใจ ขณะที่ BMW Series 9 เลี้ยวเข้าคฤหาสน์หลังใหญ่อย่างรวดเร็ว
*********จบตอน*********
อีฟกำลังมีปัญหากับการปรับย่อหน้านิยาย ที่พอก็อปเอามาลงแล้วไม่ตรงกับต้นฉบับอยู่ค่าา ><
ขอบคุณที่ตามอ่านกันมาถึงตอนนี้นะค๊าาา ตอนต่อไปจะเริ่มเข้าโลกอีกใบหนึ่งของพี่ภูมิกันแล้ววว