บทที่ 19 ตานเฉินจื่อปรากฏตัว สืบหาความลับก้นบึ้งสุสานบรรพจารย์
"เ้าเด็กนี่ต้องมีลับลมคมในแน่นอน!"
ซูฉี่เหวินเอ่ยขึ้นกะทันหันด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"จะลองดูงั้นหรือ? จะลองอย่างไร? แล้วหากชิงลั่วถามขึ้นมาเล่า จะตอบว่าอย่างไร?
ต่อให้ไม่เห็นแก่นาง แต่ถ้าหลายปีมานี้เขาแสร้งทำจริง ๆ ขึ้นมาล่ะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ระดับพลังไหน?
ไม่ได้! มันเสี่ยงเกินไป!" ซูฉี่อู่ส่ายหน้าปฏิเสธ
"เื่นี้อย่าได้เอ่ยถึงอีก ทุกอย่างต้องรอให้ชิงลั่วเข้าสำนักเสียก่อน
สุสานบรรพจารย์กำลังจะเปิด ชิงลั่วกำลังจะเข้าสำนัก เื่ใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ไม่ควรสร้างปัญหาให้วุ่นวายไปมากกว่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากกายากระบี่แล้ว ใครจะรู้ว่าเขายังซ่อนไพ่ตายอะไรไว้อีก"
เมื่อซูฉี่อู่กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป ส่วนซูฉี่เหวินยังคงยืนอยู่ที่เดิม นิ่งเงียบไปเป็เวลานาน
...
"เข้ามาสิ นี่คือที่พักของข้า"
หลินม่อนำทางเซียวเยี่ยนก้าวเข้าสู่ห้องนอน
ประตูห้องถูกปิดลง
ภายในห้อง หลินม่อในชุดสีดำสนิท ยืนอยู่กลางห้อง เขามองไปยังเซียวเยี่ยน ในดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ส่วนเซียวเยี่ยนที่ถูกจ้องมองกลับรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เขาไม่กล้าสบสายตาของหลินม่อ เพราะรู้สึกเหมือนสายตาของหลินม่อสามารถมองทะลุเข้าไปถึงิญญาของเขาได้
และในชั่วขณะต่อมา คำพูดของหลินม่อก็ทำให้เขาประหม่ายิ่งกว่าเดิม
"มาคุยกันหน่อยเถิด เหตุใดวันนี้เ้าถึงอยากกราบข้าเป็อาจารย์
เป็ความ้าของเ้า หรือเป็ความ้าของคนที่อยู่เื้ัเ้ากันแน่?"
หลินม่อเข้าเื่ทันที
เซียวเยี่ยนตื่นตระหนกขึ้นมาทันควัน
แม้จะเดาได้ตั้งนานแล้วว่าหลินม่อล่วงรู้ความลับของเขา แต่เมื่อถูกพูดออกมาต่อหน้า ก็ยังทำให้เขาวางตัวไม่ถูก
เขากำหมัดแน่น แววตาลนลาน ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด นิ้วมือกลับขยับไปเองโดยไม่รู้ตัว
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น แหวนสีแดงเพลิงวงหนึ่งก็ลอยขึ้นมา
"ผู้น้อยตานเฉินจื่อ คารวะท่านผู้าุโ" น้ำเสียงที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนดังออกมาจากแหวน
ก่อนที่ร่างเสมือนที่ดูทรงพลังจะค่อย ๆ ลอยออกมาจากแหวนวงนั้น
"นี่คือ..."
เมื่อมองดูชายชราในชุดคลุมสีแดงที่มีหนวดเคราและผมสีขาวโพลนตรงหน้า รูม่านตาของหลินม่อก็หดเล็กลง แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เดาถูกจริง ๆ ด้วย เ้าเด็กนี่มีผู้าุโลึกลับอยู่เื้ัจริง ๆ!
"เ้าหนู เ้าออกไปก่อนเถิด ข้าขอคุยกับผู้าุโท่านนี้เป็การส่วนตัวหน่อย"
เสียงของตานเฉินจื่อดังขึ้นกะทันหัน
"ตานเหล่า..."
"ไปเถิด วางใจได้ ผู้าุโไม่ทำอะไรข้าหรอก ไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยมาเนิ่นนานจนถึงป่านนี้" ตานเฉินจื่อกล่าวต่อ
เซียวเยี่ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
"เช่นนั้นผู้น้อยขอตัวลาขอรับ" กล่าวจบก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
เมื่อเสียงฝีเท้าของเซียวเยี่ยนค่อย ๆ จางหายไป ตานเฉินจื่อจึงสงบอารมณ์ลง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหลินม่อ
"บังอาจเรียนถามนามของผู้าุโ และมีสมญานามว่าอย่างไรหรือขอรับ?" ตานเฉินจื่อประสานมือถาม
"ข้าชื่อหลินม่อ" หลินม่อพยักหน้าเล็กน้อย
สำหรับท่านปู่ของตัวเอกคนนี้ เขายังคงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง เพราะอีกฝ่ายคือยอดฝีมือเ้าถิ่นคนแรกที่เขาได้พบหลังจากทะลุมิติมา
ในเมืองชิงอวิ๋นเล็ก ๆ แห่งนี้ บุคคลระดับนี้หาได้ยากยิ่ง!
'หลินม่อ... ในดินแดนตอนกลาง ข้าไม่เคยได้ยินว่ามียอดฝีมือวิถีกระบี่ขั้นสูงสุดแซ่หลินผู้นี้เลย
หรือว่า... จะเป็ขั้นสูงสุดที่เร้นกายจากโลกภายนอก?' ตานเฉินจื่อขมวดคิ้วขณะคิดในใจ
แต่เขากลับกล่าวอย่างสุภาพว่า "ผู้น้อยไม่เคยได้ยินชื่อผู้าุโหลินมาก่อน ไม่ทราบว่าผู้าุโบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ใดในดินแดนตอนกลางหรือขอรับ?"
'นี่กำลังหยั่งเชิงข้าอยู่หรือ?'
หลินม่อชะงัก แต่ใบหน้ากลับไม่แสดงอาการใด ๆ เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย
"ข้าไร้ที่พำนัก ร่อนเร่พเนจรไปทั่ว แต่หลายปีมานี้ได้มาพำนักอยู่ที่ตระกูลซูแห่งนี้ชั่วระยะหนึ่ง"
หลินม่อแสร้งทำเป็ลึกลับและกล่าวอย่างราบเรียบ จากนั้นก็แกล้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า "แล้วเ้าเล่า ข้าเห็นว่าเ้าเหลือเพียงร่างิญญา เหตุใดจึงมาวนเวียนอยู่ในเมืองชิงอวิ๋นแห่งนี้ได้?
อีกอย่าง... เหตุใดจึงให้เ้าหนูตระกูลเซียวผู้นั้นมากราบข้าเป็อาจารย์?"
"เื่นี้..."
เมื่อตานเฉินจื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็พลันดูขมขื่น
"ผู้าุโโปรดเมตตา ผู้น้อยเหลือเพียงร่างิญญาจริง ๆ ขอรับ
ที่ตอนนี้ยังคงรักษาจิตสำนึกไว้ได้ ทั้งหมดเป็เพราะแหวนวงนี้
ส่วนเื่ที่อยากให้เ้าหนูตระกูลเซียวมากราบผู้าุโเป็อาจารย์ ก็เพราะอยากขอให้ผู้าุโช่วยข้าฟื้นฟูกายเนื้อขอรับ!"
เมื่อตานเฉินจื่อกล่าวถึงตรงนี้ แววตาก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ฟื้นฟูกายเนื้อ? เกิดเหตุใดถึงกลายเป็สภาพนี้?" หลินม่อเลิกคิ้วเล็กน้อย
"เหตุผลนั้น... เื่นี้ยาวนัก เมื่อก่อนผู้น้อยถูกคนทำร้ายในดินแดนตอนกลาง จนกายเนื้อได้รับาเ็ สุดท้ายต้องรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายหนีมาจนถึงที่นี่!
แต่ศัตรูผู้โเี้ยังคงตามล่าไม่ลดละ กระทั่งข้าต้องหลบเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น
และประจวบเหมาะได้พบกับแหวนที่สามารถหล่อเลี้ยงิญญาได้วงนี้...
ต่อมา... สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นเปิดออก แหวนจึงตกไปอยู่ในมือของเ้าหนูตระกูลเซียว..."
ตานเฉินจื่อเล่าเื่ราวในอดีตอย่างละเอียด บางคราก็โกรธแค้น บางคราก็เสียดาย และบางคราก็จนปัญญา แต่ไม่ว่าจะเป็อารมณ์ใด ก็ไม่อาจปกปิดความปรารถนาที่จะฟื้นฟูกายเนื้อได้เลย
"ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง" เมื่อได้ฟังตานเฉินจื่อเล่า หลินม่อก็เข้าใจ
ถ้าอย่างนั้น แหวนของเซียวเยี่ยนก็มาจากสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นจริง ๆ และวงที่เขามอบให้ซูชิงลั่ว ซึ่งได้มาจากผู้าุโสี่ซูฉี่เซิ่ง ดูท่าแล้วก็น่าจะมาจากสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นเช่นกัน!
"สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น... คือ... ตาน..."
"ผู้าุโเรียกข้าว่าเสี่ยวตานก็ได้ขอรับ"
เมื่อได้ยินหลินม่อเรียก ตานเฉินจื่อก็รีบขัดขึ้นทันที
"เสี่ยว... เสี่ยวตาน? เ้าเป็ท่านปู่แล้ว จะให้เรียกว่าเสี่ยวตานได้อย่างไร?!"
มุมปากของหลินม่อเกิดอาการชักกระตุก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมา เพียงถามต่อว่า "เ้าเคยเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นหรือ?"
"เคยขอรับ!"
"แล้วออกมาได้ด้วย?"
"ขอรับ!"
"เช่นนั้น... สถานการณ์ภายในสุสาน เ้าก็น่าจะรู้ดี?"
"พอจะรู้บ้างขอรับ ผู้าุโถามเื่นี้เพื่อ..." ตานเฉินจื่อเริ่มสงสัย
ตามหลักแล้ว ด้วยระดับพลังของหลินม่อ การจะเข้าไปในสุสานบรรพจารย์ควรเป็เื่ง่ายดาย แล้วจะถามเื่เหล่านี้ไปเพื่ออะไร?
"แค่ก แค่ก แค่ก..."
หลินม่อคล้ายจะรู้ตัวว่าตนเองทำตัวน่าสงสัย จึงกระแอมไอสองสามครั้ง แล้วโบกมือทำเป็ไม่ใส่ใจ
"เป็เช่นนี้เอง สถานการณ์ของเ้า ข้าพอจะเข้าใจแล้ว แต่สถานการณ์ของข้า เ้าอาจจะไม่รู้
ข้ามาที่เมืองชิงอวิ๋นและตระกูลซูแห่งนี้ เดิมทีก็เพื่อฝึกฝนบุตรสาว
ข้าจึงปกปิดตบะของตนเองมาโดยตลอด
แต่... เมื่อหลายปีก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้น คู่บำเพ็ญของข้าโชคร้ายหลงทางอยู่ในสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋น
จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบร่องรอย"
"เป็ไปได้อย่างไร!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตานเฉินจื่อก็อุทานออกมาทันที
"บรรพจารย์ชิงอวิ๋นในตอนนั้น ก็เป็เพียงระดับแปรเทพขั้นเทพจอมราชัน สุสานของเทพจอมราชันเพียงคนเดียว
ด้วยระดับพลังของผู้าุโ จะปล่อยให้คู่บำเพ็ญของตนเองหายสาบสูญได้อย่างไร!"
"เอ่อ..."
มุมปากของหลินม่อชักกระตุกอีกครั้ง ตาแก่นี่พูดจาได้ชวนให้อึดอัดใจเสียจริง
"เ้า... อาจจะไม่ค่อยรู้ ความจริงแล้วสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เ้าคิด
ยกตัวอย่างเช่นแหวนที่เ้าอาศัยอยู่ เ้าคิดว่าแหวนวงนี้เป็ของธรรมดาหรือ?
หากเป็เช่นนั้นจริง เ้าคงิญญาแตกซ่านไปนานแล้ว
ข้าจะบอกความจริงให้เ้ารู้ สุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นแห่งนี้มีความประหลาดอยู่บ้าง แม้แต่ข้าก็ไม่อาจควบคุมได้โดยง่าย
ไม่เช่นนั้น หลายปีมานี้ข้าจะนิ่งเฉยได้อย่างไร?"
หลินม่อจ้องมองตานเฉินจื่อด้วยสีหน้าจริงจัง
ถึงเขาจะกำลังหลอกอีกฝ่ายอยู่ แต่ความจริงบางอย่างก็ต้องยอมรับ
แหวนที่เขามอบให้ชิงลั่วมีชื่อว่า แหวนโบราณเทพกระบี่! ในแดนเซียน สิ่งใดก็ตามที่มีคำว่า 'สูงสุด' ย่อมไม่ธรรมดา!
และสุสานบรรพจารย์ชิงอวิ๋นแห่งนี้ ย่อมไม่มีทางเป็เพียงสุสานของเทพจอมราชันเพียงคนเดียวแน่นอน!