ที่สถานฝึกแพทย์หญิงก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกด้วยเช่นกัน นั่นคือ ฝ่ายแดงกับฝ่ายเขียวซึ่งมักแข่งขันในเื่การแพทย์กันอยู่เสมอ
หมอหญิงฝ่ายแดงมักจะฝ่ายชนะตลอด เพราะฝ่ายแดงมีแต่คนเก่งๆ มีวิชาทางการแพทย์เหนือว่ามากเนื่องจากหมอหญิงฝ่ายนี้ได้รับการสืบทอดวิชามาจากบรรพบุรุษ และมีหมอหญิงบางคนของฝ่ายนี้เป็ถึงลูกขุนนาง
ส่วนกลุ่มหมอหญิงฝ่ายเขียวส่วนใหญ่เป็พวกที่ได้รับโทษทัณฑ์โดนเนรเทศให้มาทำงานที่นี่แม้ว่าจะมีบางคนที่เคยเป็ลูกขุนนาง แต่ขุนนางเ่าั้ต่างถูกทำโทษทั้งสิ้น
ฉานชิงได้ขอให้ขุนนางอันฉีบอกกับทุกคนว่าตนได้ถูกเนรเทศให้มาทำงานที่นี่ดังนั้นนางจึงได้เข้าไปอยู่กับฝ่ายเขียว
หัวหน้าหมอหญิงที่ดูแลฝ่ายเขียวเป็คนเถรตรงมากและเคร่งครัดในระเบียบวินัยเนื่องจากฉานชิงชอบแอบหนีไปพบหลินยี่บ่อยๆ จึงมีหลายครั้งที่ฉานชิงมักจะถูกลงโทษให้ไปปลูกสมุนไพรเรื่อยๆทำให้ฉานชิงได้มีโอกาสพบกับหมอหญิงาุโท่านหนึ่งมีนามว่า ฉินยี่
ฉินยี่เป็คนไม่ค่อยพูด เมื่อฉานชิงอยู่ร่วมกันกับฉินยี่ นางได้สอนให้ฉานชิงปลูกพืชสมุนไพรจนชำนาญและนางมักจะใช้ให้ฉานชิงทำงานแทนตนบ่อยๆ ฉานชิงไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเพราะนางเห็นว่าฉินยี่แก่มากแล้ว ถึงรู้ว่าเป็การหลอกใช้ก็ไม่ได้ว่าอะไรยอมทำตามทุกอย่างที่ฉินยี่สั่ง ฉานชิงรู้เพียงแต่ว่าฉินยี่มีหน้าที่ปลูกสมุนไพร โดยที่ไม่รู้ประวัติความเป็มาของนางเลย
มีวันหนึ่งฉินยี่ได้รับมอบหมายให้ออกไปตลาดเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ โดยมีฉานชิงคอยติดตามไปด้วยแต่แล้วในระหว่างทางก็มีเด็กคนหนึ่งวิ่งมาที่ร้านหมอเพื่อขอให้ไปช่วยรักษาท่านตาของตน
หมอในร้านหมอกล่าวว่า "ได้เคยรักษาให้แล้วนี่นา"
“เอ่อ ยานั้นรักษาไม่หาย และตอนนี้ท่านตาก็มีอาการกำเริบหนักมากเลยขอรับ”เด็กน้อยกล่าวเสียงเศร้า
ฉานชิงรู้สึกสงสารก็จริง แต่วิชาแพทย์ของตนยังไม่เก่งขนาดนั้นจึงได้แต่ทำใจสักพักนางก็ใที่ได้ยินฉินยี่พูด
ฉินยี่ได้ถามกับเด็กว่า “ตาเ้าอยู่ที่ไหนล่ะฉันจะไปดูอาการให้”
ฉานชิงแปลกใจไม่นึกว่าฉินยี่จะเป็หมอหญิงด้วยเหมือนกัน นางทำได้แต่ติดตามฉินยี่ไปที่บ้านพักของเด็กคนนั้น
********************************************************
ณ บ้านของเด็กน้อย
ฉินยี่นั่งตรวจอาการให้ตาคนนั้น
“ข้าจะฝังเข็มให้ตาเ้าจงไปต้มสมุนไพรตามใบสั่งยานี้นะ ฉานชิง” ฉินยี่กล่าว
“เ้าค่ะ” ฉานชิงรีบทำตามคำสั่งทันที
ฉินยี่ต้องมาฝังเข็มให้ท่านตาติดต่อกันเป็เวลาเจ็ดวันก็พบว่าท่านตามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นทำให้ฉานชิงทึ่งในความสามารถทางการแพทย์ของฉินยี่อย่างมาก
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาฉินยี่ก็ได้ถ่ายทอดวิธีการแพทย์ทุกอย่างให้กับฉานชิงโดยไม่หวงวิชาโดยให้ฉานชิงสาบานว่าหากฉินยี่ไม่อนุญาตก็ห้ามถ่ายทอดวิธีการรักษาต่างๆนี้ให้กับใครอย่างเด็ดขาดฉานชิงเคารพฉินยี่เป็อย่างมากจึงพร้อมที่จะรักษาคำสาบานนั้น
********************************************************
แต่แล้ว 2 ปีผ่านไป
เนื่องจากฉินยี่มีอายุมากแล้ว (62 ปี) นางมีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย เวลาเ็ปก็เก็บอาการไว้ ไม่ยอมบอกให้ฉานชิงได้รับรู้ท้ายที่สุดฉินยี่ก็มีอาการกำเริบหนักมาก ณ ตอนนั้นที่ฉินยี่ป่วยหนัก ตัวฉานชิงได้กลับมาทำงานอยู่กับกลุ่มหมอฝ่ายเขียวตามเดิมแล้วจึงไม่ได้อยู่ดูแลและดูใจฉินยี่ เมื่อมีข่าวการเสียชีวิตของฉินยี่ ฉานชิงจึงรู้สึกเสียใจเป็อย่างมากนางทำได้เพียงไปเคารพศพผู้มีพระคุณเท่านั้น
“ขอให้ท่านอาจารย์ไปสู่สุคตินะเ้าคะรับรองว่าศิษย์จะรักษาคำสาบานที่ให้ไว้”
ฉานชิงลุกขึ้นปาดน้ำตา แล้วเดินออกจากหลุมฝังศพ นางคิดในใจว่า “คนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องต่อสู้ต่อไปและอยู่อย่างเข้มแข็งใช่มั้ยเ้าคะ อาจารย์”
********************************************************
ฉานชิงไม่ชอบทำตัวเด่น แม้ตนจะได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์จากฉินยี่ก็ไม่อวดฝีมือตนคอยเรียนรู้วิชาแพทย์จากกลุ่มหมอฝ่ายเขียว บางวันนางก็ได้รับมอบหมายให้ออกไปรักษาอาการป่วยให้กับชาวบ้านที่อยู่นานกิง
วันหนึ่ง ผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์ได้เรียกหมอหญิงฝ่ายเขียวให้มาพบ
“ในวันนี้ข้ามีผู้ป่วยรายหนึ่งที่จะให้พวกเ้ารักษาเพื่อเป็การทดสอบความสามารถความเป็หมอของพวกเ้า” ผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์กล่าว
“เ้าค่ะ”หมอหญิงฝ่ายเขียวทุกคนรับคำ
ทีมหมอฝ่ายเขียวจึงช่วยเข้ามาดูลักษณะภายนอก และสอบถามอาการจากผู้ป่วยรายนั้น
เวลาผ่านไปนานพอสมควร ผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์ก็กล่าวว่า “พวกเ้าจงปรึกษากันแล้วเขียนใส่กระดาษว่าเขาป่วยเป็อะไร พร้อมเขียนสูตรยาสมุนไพรมาให้พร้อมด้วย”
“เ้าค่ะ” หมอหญิงฝ่ายเขียวทุกคนรับคำ
ฉานชิงได้รับหน้าที่เขียนแล้วส่งกระดาษให้กับผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์
“ใช่แล้ว เขาเป็โรคไต และสูตรยาที่เขียนมาก็ครบถ้วนเอาล่ะ พวกเ้าดำเนินการรักษาได้เลย”
“เ้าค่ะ” หมอหญิงฝ่ายเขียวทุกคนรับคำ
“ฉานชิง เ้านำยาทั้งหมดนี้ได้เก็บไว้ในตู้ได้เลย”หัวหน้าหมอหญิงฝ่ายเขียวสั่ง
“เ้าค่ะ” ฉานชิงจึงเก็บยาทั้งหมดไว้ในตู้เป็อย่างดี
เมื่อถึงเวลานัดหมายในเวลาพลบค่ำ ฝ่ายเขียวนั้นสามารถบอกโรคและสูตรยาได้อย่างถูกต้องก็จริงแต่เมื่อเริ่มจะดำเนินการรักษา กลับพบว่ามีตัวยาบางตัวหายไปจากในตู้ที่ฉานชิงเก็บไว้อย่างดี
“ทำไมถึงทำยาบางตัวหายไป ห๊า” ผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์ตวาด
“ข้าขอโทษเ้าค่ะแต่ข้ามั่นใจว่าข้าเก็บมันอย่างดีแน่นอน”ฉานชิงคิดว่าต้องมีขโมย
“เอาล่ะ ข้าขอลงโทษพวกเ้าฐานประมาทเลินเล่อ เป็การหักเบี้ยหวัดก็แล้วกัน”ผู้ปกครองสถานฝึกแพทย์กล่าว
ฉานชิงรู้สึกผิดที่ตนไม่ระวังทำให้ยาถูกขโมยไปและมีผลทำให้มีหมอหญิงฝ่ายเขียวบางคนเขม่นใส่ ในใจนางรู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตนได้ตรวจสอบเป็อย่างดีแล้วแน่นอน
ดังนั้นฉานชิงจึงสั่งให้ทหารองครักษ์แอบสืบ จนรู้ว่าหมอหญิงฝ่ายแดงได้มอบหมายให้ชิงชิงและเสี่ยวฟางร่วมกันขโมยตัวยาดังกล่าวนั้นทั้งๆที่สองคนนี้ทำงานเป็หมอหญิงฝ่ายเขียว แต่กลับแอบเป็สายให้กับหมอหญิงฝ่ายแดงแม้ฉานชิงสืบได้แล้วแต่ยังไม่เปิดเผยเพราะยังไม่มีหลักฐานเอาผิด
และแม้ฉานชิงจะถูกเพื่อนหมอหญิงฝ่ายเขียวไม่ชอบหน้า แต่นางก็ยังมีเพื่อนสนิทที่ไม่ถือสาเื่หักเบี้ยหวัดนั่นก็คือ หลิงเอ๋อ ทั้งสองมักปรึกษากันเกี่ยวกับวิชาแพทย์และแลกเปลี่ยนวิชากันเสมอ