ตอนที่ห้า การเล่นแชร์ Rotating Saving
ที่ภาษาไทยเราเรียกว่าการเล่นแชร์ภาษอังกฤษกล่าวว่าคือ Rotating Saving กฎหมายกล่าวว่าคร่าวๆคือห้ามเล่นเกินสามวง เกินสามสิบคนและวงเงินเกินสามแสน
และห้ามเก็บรายได้อื่นใดในกรณีของท้าวแชร์ที่เป็คนแรกที่จะได้เงินจากการรวบรวมไปโดยไม่เสียดอกเบี้ย
หากมีการเก็บรายได้จากทางอื่นจะถือว่าผิดกฎหมายเข้าข่ายธุรกิจ วาณิชธนกิจ ที่ต้องมีการจดทะเบียนต่างๆ
ของประเทศไทยมีวัฒนธรรมในการประมูลดอกเบี้ยด้วย
เราเล่นกันจนลืมถ่ายทอดความเป็มาเป็ไปว่าแิแบบนี้เริ่มจากการที่คหบดีร่ำรวยโอนเงินกันไปมาในระหว่างเพื่อนฝูงที่ไว้ใจกันได้และมีความสามารถในการควบคุมตนเองสูง Self Control จำนวนไม่เกินสิบคนที่จะทำให้วงแชร์หรือ rotating Saving นั้นประสบความสำเร็จ
หากเงื่อนไขไม่สามารถทำให้คนร่วมใจกันเล่นจนจบรอบวง
จะทำให้แชร์วงนั้นล้มไปในที่สุด
ตามทฤษฎีเกมส์
การจูงใจหากดูจากผลประโยชน์แล้ว
คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือคนที่โกงเป็คนแรกนั่นเอง
และคนสุดท้ายที่คิดว่าจะได้กำไรสูงสุดหากทุกคนซื่อสสัตย์ต่อกันจะแบกรับความเสี่ยงสูงสุด
ข้อสังเกตคือ หากมีการประมูลดอกเบี้ยในราคาบ้าเืสูงผิดกว่าปรกติในวงแชร์นั้นๆให้สันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยว่าวงแชร์นั้นล้มแน่ๆ
เพราะคนที่ประมูลดอกเบี้ยสูงแสดงว่าคนคนนั้นไม่มีทางเลือก้าเงินมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
จึงยอมเสียดอกเบี้ยจำนวนมาก
คนที่เดือดร้อนเื่เงินขนาดนั้นเรามั่นใจได้หรือว่าเขาจะมีปัญญาจ่ายดอกเบี้ยจนครบรอบกำหนดวงแชร์นั้นๆ
ในเมื่อการโกงและเชิดเงินหนีคือการกระทำที่จะทำให้เขาผู้นั้น ได้ผลกำไรมากที่สุด?
การจูงใจคนเราจากทฤษฎีผลประโยชน์ก็สามารถคำนวณได้ง่ายๆนี้เอง
ที่ธนาคารลดดอกเบี้ยเงินฝากก็เพราหวังจะให้เอาเงินไปลงทุนทางอื่น
ตามแิว่าคนเราจะทำสิ่งที่มีประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง
หากโกงแชร์นั้นได้ผลประโยชน์สูงสุดมากวก่าคนที่ไม่ซื่อสัตย์มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่โกงแชร์
และกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างที่ว่านั้นคือกฎหมายที่จะมาหลังจากตอนนี้ร่วมสามสิบปีนั่นเอง
ผมมองเจ็กฮง
“ว่าไงเจ๊ก ตอนนี้ธุรกิจดีไหม?”
“ลื้อมีอะไรก็ว่ามาตรงๆดีกว่าอาเจิดนา”
เจ็กฮงว่าเช่นนั้นแต่ก็กินขนมหวานของฟรีอย่างไม่คิดอะไร
“สนใจการเล่นแชร์บ้างไหม?”
ผมถามคนค้าขายที่อยู่ตรงหน้า