ตกตอนเย็นเมื่อแสงแดดของวันใกล้เริ่มอับแสงลงชีคราอุสจึงสั่งให้ตั้งกระโจมที่พักขึ้น กระโจมสามหลังถูกตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อชีคราอุสบอกให้รู้ว่ากระโจมหลังไหนเป็ของเธออมลรดาก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปข้างในเพื่อพักผ่อนหลังจากทานอาหารเย็นแบบง่ายๆจนอิ่มหนำแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่ไม่คุ้นชินทำให้สภาพร่างกายของเธอย่ำแย่มากเธออ่อนเพลียจนแทบเดินไม่ไหว หนังตาก็แทบจะปิดหากไม่ได้นอนพักเสียเดี๋ยวนี้เธอคงหลับกลางอากาศเป็แน่
พลังงานในร่างกายของอมลรดาเหลือศูนย์หนำซ้ำยังรู้สึกระบมกับการขี่อูฐเป็ครั้งแรกและต้องนั่งตัวเกร็งเกือบทั้งวันเสียอีกยิ่งทำให้ย่ำแย่เข้าไปใหญ่ทว่าพอนึกถึงเื่นั่งตัวเกร็งขึ้นมาแก้มอิ่มที่เริ่มมีสีสันนิดหน่อยก็แดงระเรื่อขึ้นด้วยความขัดเขินเพราะจำได้ว่ามีหลายครั้งที่เธอเผลอตัวเอนหลังพิงกับอกกว้างท่วงท่าและการกระทำของชีคราอุสทำให้เธอััได้ถึงความแข็งแกร่งและเก่งกล้าของเขารวมถึงกระแสความอบอุ่นบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดเธอถึงได้รู้สึกแบบนี้เมื่อยามอยู่ใกล้เขา
อมลรดาหลับตาพริ้มพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆเมื่อคิดถึงใบหน้าคมสันที่มีหนวดเครารกรุงรังของชีคราอุส ถ้าเขาโกนหนวดโกนเคราออกเธอว่าเขาต้องหล่อมากแน่ๆเธออยากเห็นสักครั้งจังเลย จะมีโอกาสบ้างไหมนะหญิงสาวคิดขณะเดียวกันก็ใกล้เข้าสู่ห้วงนิทราเต็มที เธอคงนอนหลับสบายไปแล้วหากไม่มีสิ่งใดมารบกวนเสียก่อน
“เซรีน่า พี่ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” เสียงห้าวที่ดังเข้ามาปลุกให้อมลรดาที่กำลังเคลิบเคลิ้มต้องสะดุ้งตื่น หญิงสาวลุกขึ้นนั่งอย่างหงุดหงิดก่อนจะะโตอบเสียงห้วนกลับไป
“ข้าจะนอนแล้ว”
เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาอมลรดาก็เตรียมจะหลับต่อเพราะคิดว่าชีคราอุสกลับไปแล้วทว่าได้หลับตาเพียงไม่กี่วินาทีก็ต้องลืมขึ้นใหม่เมื่อได้ยินเสียงเปิดผ้าเข้ามา
“เอ๊ะ! พูดไม่รู้เื่หรือไงว่าจะนอนแล้ว”เธอลุกขึ้นนั่งพร้อมกับแหวใส่อย่างเหลืออด
“พี่รู้ว่าเ้าง่วงมากแต่ยังไงเ้าก็ต้องทานยาก่อนนอน” ชีคราอุสบอกเสียงเรียบอย่างใจเย็นพลางยื่นถ้วยยาซึ่งมีน้ำสีดำๆบรรจุอยู่เกือบเต็มถ้วยให้
“ไม่เอาข้าง่วงนอนมากจนกินอะไรไม่ลงแล้วล่ะ”หญิงสาวเบ้หน้าใส่แล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้เสียดื้อๆเพราะไม่อยากกินยาขมปี๋อีกต่อไปแล้วที่ผ่านมาเธอต้องกล้ำกลืนฝืนกินเพราะไม่มีแรงขัดขืนแต่วันนี้เธอไม่ใช่คนป่วยไม่มีแรงอีกแล้ว
ชีคราอุสมองกิริยาที่น้องสาวของเพื่อนทำด้วยความประหลาดใจคิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างสงสัยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปราวกลับหน้ามือเป็หลังมือของท่านหญิงเซรีน่าเท่าที่เขารู้จักหญิงสาวมาตลอดสิบกว่าปีนั้นเซรีน่าไม่เคยพูดจาห้วนๆ และไม่เคยทำท่าหงุดหงิดเอาแต่ใจใส่เขามาก่อนที่สำคัญไม่เคยทำตัวดื้อดึงและต่อล้อต่อเถียงกับเขาสักครั้งเดียว เซรีน่ามีแต่ความอ่อนโยนพูดเพราะและใจเย็นสมกับเป็กุลสตรีทุกระเบียบนิ้ว
นี่หากว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกับท่านหญิงเซรีน่าเปี๊ยบละก็เขาต้องคิดว่าเป็คนละคนกันแน่ๆ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะคิดต่อไปว่าบางทีฤทธิ์ยาพิษที่หญิงสาวดื่มเข้าไปอาจทำให้สติของเธอฟั่นเฟือนไปชั่วคราวก็เป็ได้ชีคราอุสพยายามหาเหตุผลมารองรับการเปลี่ยนแปลงของน้องสาวเพื่อนซึ่งดูเหมือนเป็เหตุผลที่ฟังดูแปลกๆไปซะหน่อยแต่เขาก็คิดออกได้เพียงเท่านี้จริงๆ
“ลุกขึ้นมาดื่มยาก่อนเถอะเซรีน่าอาการาเ็ของเ้ายังไม่หายดียังจำเป็ต้องกินยาอย่างต่อเนื่องนะ”
“ข้าหายดีแล้วลุกได้เดินได้แล้ว ไม่จำเป็ต้องกินไอ้ยาขมๆ นี่อีกหรอก”เธอปฏิเสธเสียงแข็ง เปลือกตายังปิดสนิท พยายามข่มตาให้หลับๆเสียแต่ก็ทำได้ยากจนน่าโมโหนัก อะไรกันเมื่อครู่นี้เธอง่วงแทบตายแต่พอมาตอนนี้กลับหลับยากหลับเย็นซะอย่างนั้น
“ไม่ได้” คราวนี้ชายหนุ่มเริ่มเสียงแข็งขึ้นมาบ้าง “ลุกขึ้นมากินยาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นพี่จะจับกรอกปากเ้านะ”เมื่อไม้น่วมใช้ไม่ได้ผลก็ต้องใช้ไม้แข็งกันบ้างล่ะ
อมลรดาได้ยินเช่นนั้นก็รีบเปิดเปลือกตาขึ้นทันทีและลุกขึ้นนั่งหันไปเผชิญหน้าคนขู่ด้วยดวงตาขุ่นเคืองก่อนจะร้องท้าออกไป
“ท่านไม่กล้าหรอก”
“ลองดูไหมล่ะ”
ตาต่อตาสบกันอย่างไม่มีใครยอมใครทว่าสุดท้ายอมลรดาก็ต้องเป็ฝ่ายยอมแพ้และร้องห้ามเสียงหลงเมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าจะป้อนให้จริงๆตามที่ขู่
“ไม่ต้องเลยนะ ไม่ต้องเลย ข้ากินเองได้” เธอว่าพร้อมกับดึงถ้วยยามาถือไว้เสียเอง ชีคราอุสยอมปล่อยโดยดีและนั่งมองอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับไปไหนจนเธอต้องร้องบอก
“ออกไปสิ ไม่ต้องรอเอาถ้วยกลับหรอกเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าข้าเอาออกไปเอง” หญิงสาวออกปากไล่เพราะมีแผนบางอย่างอยู่ในใจทว่าดูเหมือนชีคราอุสจะรู้ทันเธอ เขายิ้มนิดๆ ขณะเอ่ยออกมา
“เ้าไม่ต้องลำบากหรอก พี่จะรอเอาออกไปเองดื่มซะทีเถอะ จะได้พักผ่อนเสียที”
“อีตาบ้า” อมลรดาว่าเสียงอุบอิบด้วยความขัดเคืองใจ เมื่อไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ก็จำต้องยอมยกถ้วยยาขึ้นดื่มแค่ยาเข้าไปในปากเพียงนิดหญิงสาวก็ถึงกับเบิกตาโตก่อนจะยกถ้วยออกห่างทันที “แหวะ ขมเป็บ้าเลย ทำไมมันขมแบบนี้ล่ะ”
“กลั้นใจกินเพียงอึดใจก็หมดแล้วเ้าอย่าทำตัวเป็เด็กห้าขวบหน่อยเลยเซรีน่า เ้าน่ะโตจนออกเรือนได้แล้วนะ” ชีคราอุสพูดดุเพราะเริ่มรำคาญแล้วชายหนุ่มขยับตัวเข้าหาพลางเอื้อมมือมาแตะถ้วยยา “เอามานี่ พี่จะป้อนเ้าเองจะได้เสร็จๆไปเสียที”
“ไม่เอา” หญิงสาวเบี่ยงถ้วยยาหนีพลางถลึงตาใส่อย่างเอาเื่จนชีคราอุสนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ“ข้าดื่มเองได้ ถอยไปให้ห่างๆ เลยไป”
เมื่อชายหนุ่มยอมถอยออกหญิงสาวก็กลั้นใจบีบจมูกแล้วดื่มยารวดเดียวจนหมดแต่กว่าจะหมดได้ก็เกือบคิดจะอ้วกออกมาอยู่หลายครั้งทว่าไม่กล้าทำจริงๆเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไปเอายามาให้ดื่มใหม่อีกถ้วย
“อี๊...ขมชะมัดเลยน้ำ...ขอน้ำเปล่าหน่อยสิ”เธอร้องขอก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมดถ้วยเมื่อชีคราอุสนำมาส่งให้ “เฮ้อ...ค่อยยังชั่วขึ้นหน่อย ค่อยหายขมปากขมคอไปได้บ้างนี่ท่านชีค...ครั้งหน้าข้าขอยาแบบยาเม็ดได้ไหม ยาน้ำไม่ไหวจริงๆ นะข้ากินแล้วจะอ้วก”
“ยาเม็ดไม่มีหรอกยาที่เ้าต้องดื่มน่ะทำมาจากสมุนไพรหลายอย่างที่ต้องเอามาต้มรวมกันเพื่อเอาน้ำของมันมาทำยารักษา” ชีคราอุสอธิบายเสียงเรียบๆพลางจ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาหลากหลายความรู้สึก
“โอ๊ย...อย่างนี้ข้าต้องตายแน่ๆเลย” เธอคร่ำครวญออกมาจนชีคหนุ่มรู้สึกหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับน้องสาวเพื่อนมาก่อน
“พี่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะกินยารักษาสักคนแต่ก็ไม่แน่นะ เ้าอาจเป็คนแรกก็ได้”
“นี่ท่านแช่งข้างั้นเหรอ” เธอโวยวายใส่
“เปล่า เอาล่ะเ้านอนพักผ่อนได้แล้ว รีบนอนให้หลับซะเพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกันแต่เช้า” กล่าวเสร็จเขาก็หันหลังให้เตรียมจะเดินออกไปพร้อมกับถ้วยยาเปล่าในมือ อมลรดามองตามก่อนจะเรียกเขาเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนเราจะเดินทางไปไหนกันเหรอ”
“ไปหาพี่ชายของเ้าที่เมืองของพี่ยังไงล่ะพี่ชายของเ้ายังไม่ตาย” ชีคราอุสบอก เมื่อไม่เห็นกิริยาดีอกดีใจของหญิงสาวก็อดถามไม่ได้“นี่เ้าไม่ดีใจอย่างงั้นหรือที่อีฮานยังไม่ตาย”
“ดีใจทำไมข้าไม่มีพี่ชายสักหน่อย”
ชีคราอุสนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะถอนใจออกมาด้วยความหนักอกที่อาการทางสมองของหญิงสาวยังไม่ดีขึ้นเธอถึงได้พูดจาและมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆอยู่เสมอ
“พักผ่อนเถอะเซรีน่า” ชีคหนุ่มตัดบทแล้วทำท่าจะเดินออกไปอีก
“เดี๋ยวก่อนสิ” เธอเรียกเขาไว้อีกครั้ง “ข้าไม่ไปกับท่านหรอกนะช่วยพาข้าไปส่งที่สนามบินก่อนไม่ได้เหรอ” เธออ้อนวอนอีกครั้ง
“หยุดพูดเถอะเซรีน่า พี่ว่าเ้านอนพักได้แล้วเ้าสมควรนอนพักมากๆ สมองของเ้าจะได้กลับมาเป็ปกติดังเดิมเสียที” จบคำชีคราอุสก็เดินออกจากกระโจมไปทิ้งให้หญิงสาวนั่งคิดตามที่เขาพูดพลันดวงตางามก็เบิกโต เรียวปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อเข้าใจความหมายที่เขาพูด
“หนอย...อีตาบ้า! มาหาว่าเราสติฟั่นเฟือนอย่างงั้นเหรอ ตัวเองน่ะสิที่สติไม่ดีแถมหน้ายังเหมือนมหาโจรอีกต่างหากอี...อีตาหมีั์หน้าโหดเอ๊ย! ใจจืดใจดำ! ช่วยพาไปส่งแค่นี้ก็ไม่ได้” อมลรดาต่อว่าต่อขานตามหลังเขาไปด้วยความโมโหก่อนจะทิ้งตัวลงนอนอย่างหงุดหงิดแต่เพียงไม่กี่นาทีหญิงสาวก็ผล็อยหลับไปในที่สุดด้วยความอ่อนเพลีย
เสียงพูดคุยของคนและเสียงร้องของสัตว์ปลุกให้อมลรดาตื่นจากนิทราแสนสบายหญิงสาวลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย ใจนั้นอยากจะนอนต่อแต่พอนึกถึงคำพูดของชีคราอุสเมื่อคืนที่ว่าจะออกเดินทางต่อแต่เช้าก็ทำให้จำใจต้องลุกจากพรมขนแกะแสนนุ่มสบาย
อมลรดาเดินไปที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ตั้งอยู่ใกล้กับที่นอนเธอเทน้ำสะอาดในแจกันใบโตลงในชามแล้วนำผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำบิดพอหมาดๆก่อนจะนำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้พอรู้สึกสดชื่น จากนั้นเธอก็หยิบรากสมุนไพรบางชนิดที่ถูกผ่าให้เป็เส้นเล็กๆขึ้นมาถูกฟันจนสะอาดก่อนรินน้ำใส่ถ้วยชาใบเล็กมาบ้วนปากอีกต่อหนึ่ง
หญิงสาววางอุปกรณ์สำหรับล้างหน้าแปรงฟันไว้บนโต๊ะตามเดิมแล้วนั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาสงสัยแกมใคร่รู้สิ่งที่เธอใช้มันช่างโบราณนักจนอดนึกกังขาไม่ได้ว่าที่นี่ห่างไกลความเจริญถึงขนาดไม่มีแปรงสีฟันกับยาสีฟันใช้เชียวเหรอถึงได้ต้องเอาภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนมาใช้กันแบบนี้ แถมข้าวของอื่นๆก็ดูโบราณเหมือนที่เธอเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านประวัติศาสตร์ของที่นี่ที่มิลันตีเคยพาไปเที่ยวชมเลย
จริงสิชุดที่คนของชีคราอุสใส่ก็เหมือนกับชุดของนักรบทะเลทรายสมัยก่อนที่เธอเคยเห็นโชว์ในพิพิธภัณฑ์ด้วยเหมือนกันเอ...ทำไมมันช่างเหมือนกันแบบนี้นะแวบหนึ่งที่ความคิดว่าเธอได้หลงเข้ามาสู่อดีตกาลนั้นวาบเข้ามาในหัวก่อนหญิงสาวจะปัดทิ้งไปอย่างไม่เชื่อว่ามันจะไปเป็ได้ทว่าในใจก็เริ่มเอนเอียงไปทางเชื่อบ้างแล้วเหมือนกัน
อมลรดาสลัดไล่ความคิดนี้ออกจากหัวเมื่อตระหนักได้ว่าเวลาเช่นนี้เธอไม่ควรมาสงสัยในเื่ไร้สาระที่เป็ไปไม่ได้เธอควรอ้อนวอนผู้ชายคนนั้นให้ช่วยพาเธอไปส่งที่สนามบินมากกว่าคิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินออกจากกระโจมไปด้วยความตั้งใจว่ายังไงวันนี้เธอก็จะรบเร้าให้เขาพาไปส่งที่สนามบินให้ได้
เมื่อออกมานอกกระโจมแล้วหญิงสาวก็เห็นคนของชีคราอุสเดินกันให้ขวักไขว่บ้างก็ทำอาหารเช้า บ้างก็ดูแลสัตว์และบ้างก็เก็บสัมภาระเพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทางอมลรดากวาดตามองหาเป้าหมายไปทั่วก่อนจะใเมื่อพบว่าเขามายืนอยู่ทางด้านหลังของเธอั้แ่เมื่อไรไม่รู้
“อุ๊ย...ใหมดเลยทำไมท่านมายืนตรงนี้ล่ะ น่าจะให้สุ้มให้เสียงกันบ้างนะ”เธอต่อว่าอย่างไม่พอใจเล็กน้อย
“พี่ขอโทษ เป็ยังไงบ้างเช้านี้อาการของเ้าดีขึ้นบ้างไหม”ชีคราอุสสอบถามอาการอย่างห่วงใย
“ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะรู้สึกว่าเดินได้นานขึ้นและไม่ค่อยเหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อวาน” อมลรดาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนลงมากเพราะ้าความช่วยเหลือจากเขาเนื่องจากเขาเป็คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้
“ยาสมุนไพรของท่านหมอวาริสนี่ดีจริงๆ”ชีคหนุ่มเอ่ยชมหมอประจำตัวของตนเองที่พาติดขบวนมาด้วยก่อนเขาจะเอ่ยต่อเสียงดุๆกับสาวน้อยตรงหน้า “เช้านี้เ้าต้องทานยาก่อนออกเดินทางนะเดี๋ยวทานอาหารเช้าเสร็จแล้วพี่จะให้หมอวาริสนำยาต้มมาให้เ้าดื่ม”
ฟังแล้วอมลรดาก็เบ้หน้าใส่ทันทีและไม่วายบ่นออดๆ
“ไม่กินไม่ได้เหรอมันขมจะตายไป”
“ไม่ได้เ้าต้องกินไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายของเ้าจะแข็งแรงเป็ปกติดังเดิมอย่าดื้อเลยน่าคนดี ฝืนกินเข้าไปเ้าจะได้หายดีเร็วๆ ไงล่ะ”ชายหนุ่มเอ่ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับพูดกับเด็กน้อยอมลรดาสบกับดวงตาคมกริบแสนอ่อนโยนคู่นั้นแล้วให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดจนอดถามออกมาไม่ได้
“ท่านเป็ห่วงข้าเหรอ”
“ถามอะไรเช่นนี้ยังไม่รู้อีกหรือว่าพี่เป็ห่วงเ้ามากแค่ไหน”
ทั้งน้ำเสียง คำพูดและสายตาของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวเคลิบเคลิ้มจนหลงลืมไปว่าตัวเองมีจุดประสงค์อะไรในเช้านี้ดวงตาหวานฉ่ำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงแก้มอิ่มก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นฟ้องความรู้สึกอมลรดาจึงรีบกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองด้วยการพูดเื่อื่นแทน
“จริงสิ...ข้าอยู่กับท่านมาหลายวันแล้วข้ายังไม่รู้จักชื่อของท่านเลยท่านชื่ออะไรเหรอ”
ชีคหนุ่มถอนใจยาวก่อนตอบ
“ชื่อของพี่คือราอุสชีคราอุส บิน ฟารุส อัล ฮัทม่า”
“ราอุส...ชีคราอุส”เธอทวนชื่อเขาเสียงแ่อยู่หลายครั้งเหมือนจะจำไว้ให้ขึ้นใจเพื่อว่าวันหนึ่งเธออาจได้ตอบแทนบุญคุณเขาบ้างอมลรดาอยากขอร้องให้เขาพาไปส่งแต่ความรู้สึกส่วนหนึ่งห้ามไว้ว่าอย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลยเธอจึงพูดเื่อื่นแทน“ข้ารู้สึกเหนียวตัวเหลือเกิน พอจะมีน้ำให้ข้าอาบบ้างไหม”
“มีไม่พอให้อาบหรอกเราต้องประหยัดน้ำไว้ดื่มไว้ใช้เพราะกว่าจะไปเจอแหล่งน้ำอีกทีก็หลายวัน ่นี้เ้าคงต้องทนเช็ดตัวไปก่อน” ชีคหนุ่มเอ่ยอย่างเห็นใจแต่เขาก็นำน้ำมาให้เธออาบไม่ได้จริงๆสำหรับที่นี่น้ำมีค่ามากกว่าทองคำเสียอีกเพราะฉะนั้นจำต้องรู้จักใช้ให้เป็ประโยชน์ที่สุด
อมลรดาพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจทั้งเขาและเธอต่างยืนนิ่งเงียบกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งชาริสเดินเข้ามาบอกว่าอาหารเช้าเสร็จแล้วเขาและเธอถึงได้เดินไปสมทบกับคนอื่นๆเพื่อทานอาหารเช้ากันเมื่อทานอาหารและทานยาจนเรียบร้อยแล้วชีคราอุสก็สั่งให้ออกเดินทางกันต่อหญิงสาวยืนมองเ้าอูฐตัวใหญ่ตรงหน้าด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองคนข้างกายแล้วถาม
“ทำไมมีสองตัวล่ะคะ”
“ก็ของเ้ากับพี่ยังไงล่ะ”
“หมายความว่า...เราจะขี่กันคนละตัวเหรอคะ”
สีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อของหญิงสาวเรียกรอยยิ้มจากทั้งปากและดวงตาของชีคราอุสได้
“ทำไมล่ะเ้าไม่ชอบเหรอที่จะได้นั่งสบายๆคนเดียวโดยไม่ต้องมานั่งเกร็งตัวเหมือนอย่างเมื่อวานอีก”เขาเอ่ยล้ออย่างรู้ทัน เธอเลยค้อนให้เสียขวับหนึ่งก่อนพูดเสียงอุบอิบออกมา
“มันก็ดีหรอกแต่ข้า...ขี่อูฐไม่เป็นี่น่า”
“เ้าน่ะเหรอขี่อูฐไม่เป็” ชีคราอุสเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจเพราะเขาจำได้ว่าเธอขี่เป็ชายหนุ่มจ้องหน้าเนียนใสนิ่งก่อนถอนใจออกมาแล้วว่า “เ้าขี่เป็เซรีน่าขึ้นเร็วๆ เถอะมันสายมากแล้ว”
“ข้าขี่ไม่เป็จริงๆ” เธอส่ายหน้าและไม่ยอมขึ้นนั่งหลังอูฐ
“เ้าขี่เป็ อย่างอแงสิคนอื่นกำลังรอเ้าอยู่นะ”
หญิงสาวยังอิดออดสุดท้ายจึงโดนชีคหนุ่มเอ็ดใส่
“เซรีน่า! ทำไมเ้าถึงได้กลายเป็คนดื้อรั้นแบบนี้นะ”
“เอ๊ะ! ก็บอกแล้วไงว่าขี่ไม่เป็ เมื่อวานก็แทบจะตกอยู่ตั้งหลายรอบไม่เห็นเหรอแล้วอีกอย่างข้าก็ไม่ได้ชื่อเซรีน่าด้วยแต่ข้าชื่อมลรดาต่างหากเล่า!” อมลรดายกมือเท้าสะเอวพร้อมกับแหวใส่อย่างเหลืออดเมื่อถูกดุยิ่งได้ยินชื่อที่ไม่ใช่ชื่อตัวเองด้วยแล้วก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ความคิดที่ว่าจะพูดกับเขาดีๆเพื่อขอให้เขาเห็นใจพาไปส่งมีอันต้องชะงักไปด้วยความโกรธ
การกระทำของหญิงสาวเรียกสายตาจากทหารทุกคนให้หันมามองทางเธอกับเขาเป็จุดเดียวได้เพราะเสียงที่เธอใช้พูดนั้นไม่เบาเลยสักนิดเดียวชีคราอุสที่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะไม่เคยเห็นน้องสาวเพื่อนผู้เรียบร้อยจะมีกิริยากระด้างเช่นนี้มาก่อนก็เริ่มรับรู้สถานการณ์ได้เขาจึงปรามเธอเสียงดุแต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ
“เซรีน่า”
“ไม่ต้องมาทำเสียงดุใส่เลยก็บอกแล้วว่าขี่ไม่เป็ ถ้าข้าตกอูฐขึ้นมาแข้งขาหักใครจะรับผิดชอบฮะ”
“เ้าไม่ตกเพราะเ้าขี่เป็” ชีคหนุ่มโต้กลับเสียงเข้ม หน้าเริ่มแดงด้วยความโกรธเพราะอับอายสายตาลูกน้องที่มองมายิ้มๆเนื่องจากไม่มีใครกล้าขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้มาก่อน
“เอ๊ะ...ท่าจะพูดกันไม่รู้เื่ก็บอกแล้วไงว่าขี่ไม่เป็ๆๆเกิดมาเพิ่งเคยเห็นอูฐเป็ครั้งแรกจะให้ขี่เป็ได้ยังไงกันฮะ ฉันไม่ใช่ยอดมนุษย์นะจะได้ทำเป็ทุกอย่างโดยไม่ต้องฝึกน่ะ”
ชีคราอุสพยายามข่มโทสะของตัวเองไว้เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วก้มหน้าลงพูดเสียงกระซิบกับหญิงสาว
“ที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมขี่คนเดียวแบบนี้เพราะเ้า้าขี่ตัวเดียวกับพี่ใช่ไหมเซรีน่าบอกกันมาตรงๆ ก็ได้ไม่ต้องมาอ้างเช่นนี้หรอกเพราะมันฟังไม่ขึ้น”
อมลรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธก่อนจะะโใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงใจ“คนหลงตัวเอง”จากนั้นก็สะบัดหน้าใส่แล้วเดินไปขึ้นอูฐตัวใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ทันทีชีคราอุสมองตามพลางส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจก่อนจะเดินไปขึ้นอูฐของเขาบ้างแล้วสั่งให้เดินทางทันทีเพราะเสียเวลามามากแล้ว