ในช่วงเย็นของวัน โรสและจางจิวลี่ก็กลับมาจากตึกมังกรขาว เมื่อพวกเธอเปิดประตูเข้าบ้าน สิ่งที่พบเจอเบื้องหน้าทำให้สองสาวถึงนิ่งงันหยุดชะงักฝีเท้าในทันทีก่อนที่จะพากันเอามือป้องปากหัวเราะเบาๆ
เพราะภาพตรงหน้าคือไป๋ฉีที่ตอนนี้กำลังนั่งร้องไห้ออกมา ในขณะที่สายตาก็ยังจับจ้องไปยังจอทีวีที่ตอนนี้มีซีรีย์เรื่องหนึ่งกำลังเล่นอยู่ นั่นทำให้พวกเธอรู้ได้ทันทีว่า ว่าอาการผู้ชายคนนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอาการอินกับบทละครมากจนเกินไป หากใครได้มาเห็นภาพนี้คงต้องไม่เชื่อแน่ๆว่านี่คืออัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่น
"คิดไม่ถึงว่าพี่ชายไป๋ฉีจะติดซีรีย์ถึงขนาดนี้"จางจิงลี่เอ่ยกับโรสเบาๆเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนชายหนุ่มที่กำลังดูอย่างใจจดใจจ่อ
โรสพยักหน้าอย่างเห็นด้วย"พี่เองก็พึ่งรู้เหมือนกัน"
หญิงสาวทั้งสองคนพากันเดินเข้าไปช้าๆและกลับเข้าห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะพากันมานั่งร่วมดูกับไป๋ฉีเสียจนเวลาล่วงเลยไปถึงสองทุ่ม พวกเขาถึงได้หยุดดูแล้วร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน
"ว่าแต่พวกเธอไปที่ตึกมังกรขาวกันมาเป็นอย่างไรบ้าง"ในขณะที่ทานข้าวไป๋ฉีก็กล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
"แหม่ พวกเรากลับมาตั้งสองสามชั่วโมงแล้วพึ่งจะมาถาม ฉี! นายท่าจะติดซีรีย์หนักเอาการจริงๆนะเนี้ย ไม่เหมือนพวกอัจฉริยะคนอื่นๆ พวกเขาดูแต่พวกเขาสารอะไรจำพวกนั้น"โรสกล่าวอย่างขบขัน
ไป๋ฉีก็พลันทำหน้ามุ้ยในทันที "ความชอบของคนมันต่างกันนี่น่า แถมนางเอกที่ชื่อว่า ถังหยา คนนั้นก็แสดงได้ดี ฉันก็เลยดูเพลินไปหน่อยไม่คิดว่ามันจะถึงเย็นได้"
"เห้อ เอาเถอะๆ มาพูดเรื่องของน้องจิวลี่กันดีกว่า ตอนนี้จิวลี่ได้เข้าร่วมหน่วยมังกรขาวแล้วที่น่าตกใจกว่านั้นคือเธอมีคอสมิคฟรอสธาตุลมดังนั้นพี่สาวจิงจิงเลยเลือกจิวลี่เป็นลูกศิษย์"โรสกล่าวรายงาน
"โอ้ ไม่คิดว่าน้องจะปิดบังพี่เอาไว้มิดชิดขนาดนี้ ร้ายไม่เบา"ไป๋ฉีอดไม่ได้ที่จะหันไปกล่าวหยอกล้อจางจิวลี่ที่กำลังกินข้าวอยู่ข้างๆของโรส
"ฮิฮิ ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพร์สิคะ อีกอย่างพี่ชายไป๋ฉีเองก็ปิดบังพลังกับหนูกับพวกคุณลุงเหมือนกัน ถือว่าหักล้างกันไปเป็นอย่างไรค่ะ"จางลิวลี่กล่าวอย่างเริงร่า ไป๋ฉีเองก็พยักหน้ารับแต่โดยดี
"อ๊ะ! ก่อนพวกฉันจะกลับมาพี่ชายจินหยางฝากมาบอกนายว่า ตอนนี้ของทั้งหมดเตรียมพร้อมแล้ว งานจดสิทธิบัตรจะเริ่มในสัปดาห์หน้า ให้นายเตรียมตัวเอาไว้ นี่ฉี! นายสร้างอะไรขึ้นมาอย่างนั้นหรือ ถึงขนาดต้องจดสิทธิบัตรเป็นทางการขนาดนั้น"โรสกล่าวถามด้วยความสงสัย
ชายหนุ่มที่ได้ยินก็ยกยิ้ม "ไม่มีอะไรมากหรอก มันก็แค่ของเล็กๆน้อยๆน่ะ ไหนๆงานก็จะเริ่มในสัปดาห์หน้า เอาไว้เธอรอลุ้นเอาดีกว่าว่ามันคืออะไร"
"ชิ เดี๋ยวนี้เริ่มมีความลับมากขึ้นเรื่อยๆ"โรสถึงกับบ่นอุบอิบ จางจิวลี่ที่อยู่ข้างๆก็หัวเราะอย่างขบขัน บรรยากาศของการทานอาหารนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่ได้เงียบเหงาเหมือนตอนที่ไป๋ฉีอยู่คนเดียวแม้แต่น้อย
หลังจากทานเสร็จชายหนุ่มก็ไปดูซีรีย์ต่อเสียอย่างนั้น นี่ทำให้หญิงสาวทั้งสองพากันกุมขมับอย่างเหนื่อยใจ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยซีรีย์มาก่อนเลยหรือ แถมยังเลือกดูแต่ซีรีย์ที่มีนางเอกชื่อ ถังหยา แสดงทั้งนั้น เขากะจะดูจนเป็นแฟนคลับตัวยงเลยหรืออย่างไรกันเนี้ย
"ฮิฮื พี่โรสปล่อยพี่ชายไป๋ฉีดูไปเถอะค่ะ เพราะตอนอยู่ที่บ้านแม่สองของพี่ชายเข้มงวดเรื่องการเรียนมาก เห็นว่าใช้เวลาส่วนใหญ่เรียนไม่ก็ฝึกอาวุธ จนไม่ได้มีเวลาดูอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก"จางจิวลี่เอ่ยปากอย่างปลงๆ โรสเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
โดยปกตินักสู้ส่วนใหญ่ก็จะอุทิศชีวิตให้กับการฝึกฝนด้วยกันทั้งนั้น เมื่อมีเวลาพักผ่อนและพบเจอกับอีกสิ่งที่ตนเองสนใจก็ย่อมทุ่มเทเวลาให้เป็นเรื่องธรรมดา
"จะว่าไปถังหยาคนนี้เหมือนจะเป็นลูกของผู้ว่าเมืองหลวงสินะ แถมยังเป็นคนในหน่วยมังกรสมุทรซะด้วย ว่างๆพาเขาไปขอลายเซ็นเป็นไง"โรสกล่าว ทั้งสองสาวพากันหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานก่อนที่พวกเธอจะพากันไปนอนและปล่อยให้ไป๋ฉีดูดาราคนโปรดของเขาต่อไป
เช้าวันต่อมาอากาศแจ่มใส ไป๋ฉีออกจากบ้านแต่เช้าและเดินตรงไปยังตึกมังกรขาวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาจารย์ของเขาเรียกพบด่วน ดังนั้นจึงรอช้าไม่ได้
เมื่อมาถึงชายหนุ่มก็ทักทายจิงจิงและรุ่นพี่ที่นั่งดื่มกาแฟกันอยู่ที่ชั้นล่าง จากนั้นก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุดทันที เมื่อมาถึงสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าคืออู่จินหยางที่ยืนอยู่กับผู้บัญชาการอู่ชิงผู้เป็นพ่อ อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวยังเต็มไปด้วยความจริงจังยิ่ง
"เอ่อ อาจารย์ครับผมมาแล้ว"ไป๋ฉีกล่าวเสียงเบา แต่ทั้งสองคนก็หันมามองที่ตัวเขาพร้อมกัน
"ฉีเอ่อร์มาแล้ว ถามเขาเองแล้วกันครับว่าเขาจะยอมหรือเปล่า"อู่จินหยางนั่งลงทันทีเมื่อกล่าวจบ ไป๋ฉีก็ยังคงงุนงงว่านี่มันเรื่องอะไรกัน
เมื่อเห็นว่าไป๋ฉีทำหน้าฉงนเช่นนั้น ผู้บัญชาการอู่ชิงจึงเอ่ยปากขึ้นพูดขึ้นมา"เรื่องมันเป็นแบบนี้ เมื่อสามสี่วันก่อนเหล่าราชาของแต่ละประเทศได้เข้าไปยังพื้นที่รกร้างซึ่งเป็นอาณาเขตของอบิสระดับเทพสงครามและได้ค้นพบดอกทานตะวันหยางแต่ด้วยที่มันมีเพียงดอกเดียวเท่านั้น จึงไม่สามารถแบ่งกันอย่างลงตัวได้ พวกเขาก็เลยตกลงกันว่าจะจัดการแข่งขันขึ้นมาโดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นคนของราชวงศ์ที่อายุไม่เกินสามสิบปี ฉันก็เลยอยากให้เธอเข้าร่วมด้วย"
"เอ่อ.......แต่ผมไม่ใช่คนของราชวงศ์โดยตรงนะครับ แถมคนอายุสามสิบปีของราชวงศ์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ระดับผู้บัญชาการกันหมดแล้วบางคนถึงขั้นแม่ทัพ เทียบกับผมที่อยู่ระดับขุนพลมันไม่ห่างเกินไปหน่อยหรือ?"ไป๋ฉีกล่าวถาม
"เรื่องสถานะคนของราชวงศ์นั้นฉันได้คุยกับองค์ราชาแล้วและเธอสามารถเข้าร่วมได้ ส่วนเรื่องระดับพลังก็ไม่ต้องห่วงไป หากเธอแพ้ก็ถือว่าหาประสบการณ์ แถมในราชวงศ์อู่ก็ไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้นที่จะเข้าร่วม แต่มีด้วยกันทั้งหมดห้าคน หนึ่งคือเธอ สองคือซุนหรงแห่งหน่วยมังกรดำ ส่วนอีกสามคนนั้นล้วนแต่เป็นเชื้อพระวงศ์สายย่อยของตระกูลอู่ซึ่งมีความแข็งแกร่งพอสมควร"อู่ชิงกล่าว
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ตกลงครับ"ไป๋ฉีกล่าวตอบรับ
"ดี ดีมาก ลูกผู้ชายไม่หนีสงคราม! ถ้าหากการแข่งขันนี้ราชวงศ์อู่ได้รับชัยชนะรับรองว่าพวกเธอจะได้รับรางวัลที่เหมาะสมอย่างแน่นอน"อู่ชิงกล่าวอย่างพอใจยิ่ง ก่อนจะตบบ่าไป๋ฉีเบาๆและเดินออกไปทำให้บรรยากาศภายในห้องกลายเป็นเงียบอีกครั้ง
ชายหนุ่มเดินไปนั่งยังตรงข้ามของอาจารย์ เมื่อเห็บใบหน้าที่จริงจังของอีกฝ่ายจึงกล่าวถามออกไป "อาจารย์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
อู่จินหยางส่ายหน้า "เปล่าอาจารย์ไม่ได้เป็นอะไร แค่ไม่คิดว่าเธอจะถูกดึงไปเจอเรื่องยุ่งยากก็เท่านั้น นี่ยังไม่รวมกับงานจดสิทธิบัตรที่กำลังจะมาถึงอีกไม่นาน อาจารย์กลัวว่าเธอจะมีเรื่องวุ่นวายมากเกินไป"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงครับอาจารย์ แต่แค่นี้ผมยังไหวครับ"
"อืม อย่าฝืนตัวเองล่ะ..........โอ้ แล้วก็ได้ข่าวว่าครอบครัวของเธอจะย้ายเข้ามาในดราก้อนเอ็มไพร์ อาจารย์ได้ทำเรื่องขอย้ายบ้านพักของพวกเขาจากส่วนกลางมาที่หน่วยมังกรขาวแล้ว ทั้งยังเป็นบ้านที่อยู่ข้างๆเธอ ต่อไปหากเธออยากจะเจอครอบครัวก็แค่เดินไปกี่ก้าวเท่านั้น"อู่จินหยางกล่าว ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ทำสีหน้าระรื่นเต็มไปด้วยความดีใจ อาจารย์ของเขาช่างดีจริงๆ
"ขอบคุณครับอาจารย์ ต่อไปนี้ผมจะตั้งใจฝึกฝนตั้งใจทำงานอย่างแน่นอน"ชายหนุ่มโค้งตัวทำความเคารพ อู่จินหยางที่เห็นก็หัวเราะออกมาเบาๆ ถึงอย่างไรหน่วยมังกรขาวก็มีบ้านพักเหลืออยู่มากมาย แค่ให้บ้านหลังหนึ่งกับครอบครัวของลูกศิษย์ย่อมไม่นับเป็นอะไรได้สำหรับอู่จินหยาง