พลังที่ประดุจสายฟ้าพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายของโจวเหวิน ความจริงโจวเหวินใช่ว่าเคยรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรก นี่เป็ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนดูดซับผลึกลมปราณ เพียงแต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา รุนแรงกว่าผลึกลมปราณระดับห้าที่เคยดูดซับไม่รู้ตั้งกี่เท่า
“นี่เป็ผลึกลมปราณระดับไหนกันเนี่ย ทำไมถึงรุนแรงขนาดนี้” ขณะที่โจวเหวินกำลังประหลาดใจ ก็มีพลังอีกระลอกพุ่งเข้าร่างกายเขาอีกครั้ง
ความรู้สึกนี้แตกต่างจากผลึกลมปราณ พลังระลอกนี้เหมือนกับงูสายฟ้าที่พุ่งกระแทกอยู่ในร่างกายเขาอย่างรวดเร็ว ทะลวงเส้นลมปราณในร่างกายที่แต่เดิมถูกปิดกั้น และบุกเบิกเส้นทางสายใหม่ที่พิศวง
“จริงด้วย... ผลึกมดแกร่งก็คือผลึกสกิลในตำนานจริงด้วย... เพียงแต่ไม่รู้ว่าสกิลของมดแกร่งคืออะไร...” โจวเหวินคาดหวังมาก
ขณะพลังที่ประดุจงูสายฟ้าหมุนเวียนอยู่ในร่างกาย ลมปราณทั่วร่างกายโจวเหวินก็เริ่มเคลื่อนไหว เส้นทางที่งูสายฟ้าบุกเบิกขึ้นกำลังไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง
โจวเหวินประหลาดใจเมื่อพบว่า ด้วยการไหลเวียนของลมปราณ มือทั้งสองข้างของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงฉานเหมือนเื ราวกับเปล่งประกายแสงทอง อีกทั้งยังรู้สึกบวมขึ้นอย่างน่าประหลาด ถึงแม้ฝ่ามือของเขาไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก็ทำให้โจวเหวินรู้สึกเหมือนมือทั้งสองข้างมีพลังมหาศาลกำลังจะปะทุออกมา
ตอนนี้โจวเหวินอยากจะลองปล่อยหมัดออก แต่สุดท้ายก็หักห้ามใจเอาไว้ อย่างไรเสียเขายังอยู่ในโรงเรียน ไม่สามารถทำอะไรรุนแรงมากนัก อีกทั้งการทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนยังต้องชดใช้เงิน
หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ความรู้สึกบวมตึงนั้นจึงจางหายไป มือทั้งสองข้างกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่โจวเหวินรู้ดีว่าสกิลที่ลมปราณชนิดนั้นปลดปล่อยออกมา ได้จารึกลงในร่างกายและจิติญญาของเขาเรียบร้อยแล้ว เหมือนกับว่ากลายเป็สัญชาตญาณอย่างหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ลืมไม่ลง
โจวเหวินมองไปที่โทรศัพท์อย่างอดใจรอไม่ได้ เมื่อเห็นหน้าจอเกมดับลง ก็รีบเปิดเข้าเกมแล้วหยดเืลงไปอีกครั้ง หลังจากตัวละครในเกมปรากฏขึ้น เขาก็เข้าไปดูข้อมูลตัวละครทันที
โจวเหวิน อายุ 16 ปี
ระดับชีวิต : ธรรมดา
พลัง : 9
ความเร็ว : 5
ร่างกาย : 8
ลมปราณ : 9
พลังลมปราณ : ‘ฌานวิบาก’
สกิล : หมัดเฮอร์คิวลิส ระดับ 7
สัตว์เลี้ยงคู่หู : ไม่มี
โจวเหวินดีใจมาก ค่าลมปราณเพิ่มขึ้นเป็เก้าแต้มโดยตรง หมายความว่าผลึกที่เขาดูดซับก่อนหน้านี้เป็ผลึกระดับเก้า ส่วนหมัดเฮอร์คิวลิสระดับเจ็ดก็คล้ายผลึกระดับเจ็ด โจวเหวินไม่จำเป็ต้องฝึกฝน หมัดเฮอร์คิวลิสก็อยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว
โดยปกติผลึกสกิลนั้นพบเจอได้ยากมาก ราคาจึงค่อนข้างสูง แต่หลังจากมีสกิลก็จะสามารถใช้มันยกระดับความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งขึ้นปริมาณมากภายในเวลาสั้น ๆ ปลดปล่อยพลังการต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับของตัวเอง ซึ่งเป็เครื่องมือสำคัญในการรักษาชีวิตและสังหารศัตรู จึงไม่มีใครรังเกียจว่าตัวเองจะมีสกิลมากเกินไป
ก่อนหน้านี้โจวเหวินไม่มีเงินทุนที่จะซื้อผลึกสกิล กอปรกับมุ่งมั่นในการฝึกฝน ‘ฌานวิบาก’ จึงไม่มีเวลาและเรี่ยวแรงมากพอที่จะฝึกสกิลอื่น หมัดเฮอร์คิวลิสนี้นับเป็สกิลแรกของเขา ดูจากชื่อและผลลัพธ์ก็น่าจะเป็สกิลชนิดยกระดับพลังหมัด
“เป็จริงอย่างที่คิด รังมดในเกมเหมือนกับมิติต่างโลกในโลกความเป็จริง งั้นหมายความว่าในเกมก็มีโอกาสปรากฏสัตว์เลี้ยงคู่หูสินะ” โจวเหวินตื่นเต้นเล็กน้อย
เขากลับเข้าเกมอีกครั้ง ตัวละครในเกมมีสกิลหมัดเฮอร์คิวลิสเช่นเดียวกัน โจวเหวินอดใจรอไม่ได้ที่จะให้ตัวละครใช้หมัดเฮอร์คิวลิส เพื่อดูว่ามีอานุภาพขนาดไหน
ตู้ม !
ตัวละครสีเืชกหมัดเข้าใส่มดแกร่งตัวหนึ่ง ผลลัพธ์คือทำให้หัวของมดแกร่งถูกยัดกลับเข้าไปในตัวของมัน จากนั้นร่างกายของมดตัวนั้นก็ะเิออกด้วยแรงอัดมหาศาล เืเนื้อกระเซ็นทั่วทิศ กลายเป็เศษซากศพที่กระจายเต็มพื้น
โจวเหวินเห็นแล้วทั้งดีใจทั้งประหลาดใจ ตัวละครสีเืเป็ตัวแทนของเขา การที่ตัวละครสีเืสามารถปลดปล่อยอานุภาพเช่นนี้ ตัวเขาในโลกความเป็จริงก็สามารถปลดปล่อยอานุภาพแบบนี้เช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้เขาต้องต่อยหลายหมัดถึงสามารถสังหารมดแกร่งหนึ่งตัว อีกทั้งยังต้องต่อยเข้าจุดสำคัญ แต่หมัดเฮอร์คิวลิสกลับสามารถะเิร่างกายของมดแกร่งราวกับเมินเฉยต่อพลังเกราะป้องกันของมัน ช่างทรงพลังจนรู้สึกทึ่ง
ทว่าถึงแม้หมัดเฮอร์คิวลิสจะทรงพลังมาก แต่การต่อยหนึ่งหมัดกลับใช้ลมปราณไปสี่แต้ม ตอนนี้โจวเหวินมีค่าลมปราณสูงสุดที่เก้าแต้ม จึงต่อยได้มากสุดแค่สองหมัด จากนั้นลมปราณก็แทบจะหมดแล้ว
ถึงแม้ค่าลมปราณสามารถฟื้นฟูกลับมาได้เอง แต่ความเร็วในการฟื้นฟูเองนั้นค่อนข้างช้า ตอนนี้โจวเหวินฟื้นฟูได้แค่ชั่วโมงละหนึ่งแต้ม ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
แต่แน่นอนว่าสามารถใช้ผลึกลมปราณเพื่อเร่งฟื้นฟูค่าลมปราณ ซึ่งคนทั่วไปมักใช้วิธีการนี้
ถึงแม้จะได้รับสกิลมาแล้ว แต่ตอนนี้มันยังคงเป็แค่ไพ่ตายที่ใช้ในยามจำเป็เท่านั้น โจวเหวินยังคงต้องอาศัยความอดทนในการฟาร์มภายในเกม และหวังว่าจะเจอสิ่งที่อัศจรรย์ยิ่งกว่า
การฟาร์มเป็กระบวนการที่จำเจน่าเบื่ออย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับคนที่ฝึกฝนร่างกายอย่างเดียวจนบ่มเพาะ ‘ฌานวิบาก’ สำเร็จก่อนอายุสิบหกปี กระบวนการฟาร์มจึงไม่ใช่เื่หนักหนาอะไร
ขณะที่โจวเหวินกำลังถือโทรศัพท์จมดิ่งสู่มหาสมุทรแห่งการฟาร์ม ทันใดนั้นกลับรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้าหาเขา เมื่อเขาเงยหน้ามองก็เห็นหญิงสาวตัวสูงที่ใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังเดินตรงมาหาเขา
โจวเหวินหันมองไปรอบตัว โดยปกติจะไม่มีนักเรียนเดินมาแถวนี้ ตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน เหมือนว่าภายในรัศมีหลายสิบเมตรมีแค่เขาคนเดียว ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้เลือกเล่นเกมตรงนี้
“ฟางรั่วซีเหรอ เธอคงไม่ได้กำลังมาหาฉันหรอกนะ” เมื่อโจวเหวินเห็นหญิงสาวกำลังเดินเข้ามา จึงจำต้องเก็บโทรศัพท์ก่อน เขาไม่้าให้คนอื่นเห็นสิ่งที่อยู่ในโทรศัพท์ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเื่ใหญ่ตามมา
ฟางรั่วซีตัวสูงโปร่งประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเิเ ซึ่งถือว่าสูงสำหรับผู้ชายในวัยนี้แล้ว และยิ่งดูโดดเด่นในหมู่ผู้หญิง
ถึงแม้เธอจะตัวสูง แต่เพราะร่างกายที่สมสัดส่วน กอปรกับโครงร่างที่เพรียวและการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้ทำให้เธอดูสูงใหญ่ผิดปกติ ในทางตรงกันข้าม ขาที่เรียวยาวกับเส้นโค้งเว้าของสะโพกที่โดดเด่น กลับสร้างแรงกระแทกทางสายตาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดเสน่ห์ในแบบของตัวเองที่ชวนหลงใหล
แต่นิสัยของฟางรั่วซีแตกต่างจากชื่อของเธอที่มีความหมายว่าสงบเสงี่ยมอย่างสิ้นเชิง เธอเป็หญิงสาวที่ค่อนข้างเย่อหยิ่ง ก่อนที่นักเรียนใหม่ที่ชื่อว่า อันจิ้ง จะย้ายเข้ามา ฟางรั่วซีกับโจวเหวินคือสองอัจฉริยะที่โด่งดังที่สุดของโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน กอปรกับนิสัยที่ไม่ถนัดในการสร้างมิตรภาพ ส่วนโจวเหวินก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดกับการฝึกฝน ‘ฌานวิบาก’ จึงทำให้ทั้งสองนอกจากการทักทายตามมารยาทแล้ว ก็แทบไม่มีความปฏิสัมพันธ์อะไรกันเลย
แต่เห็นชัดว่าตอนนี้ฟางรั่วซีกำลังเดินตรงมาหาโจวเหวิน ทำให้โจวเหวินสงสัยว่าฟางรั่วซีมาตามหาเขาเพราะเื่อะไร
“โจวเหวิน การทดสอบภาคปฏิบัติครั้งสุดท้ายของการสอบจบการศึกษา ฉันอยากชวนนายเข้าร่วมทีมของฉัน” ฟางรั่วซีเดินมาตรงหน้าโจวเหวิน แล้วเอ่ยคำพูดที่ทำให้เขาต้องตกตะลึง