นัก​ดนตรี​เทครัว​

    ตอนที่​1 นัก​ดนตรี​เทครัว​

    วันที่ 8 เดือนกุมภาปี พ.ศ. 2531

     เช้าวันนั้นมีผู้หญิงวัยกลางคนขับรถมาจอดที่หน้าบ้านเช่าที่ผมเช่าอยู่ใน

     กรุงเทพฯ มาถามหาผมที่บ้าน บอกว่ามีคนแนะนำให้มาหา

     ผมก็เชิญพี่เค้าเข้ามาในห้องก่อน



    " เชิญนั่งก่อนครับ ห้องค่อนข้างรกสักนิดนึงนะครับ "



    " ไม่เป็๞ไรจ๊ะ " พี่เค้าอายุคงจะประมาณ 40 ต้นๆ

     แต่หน้าตารูปร่างยังดูดีอยู่เลย ใส่กระโปรงสีชมภูอ่อนสลับขาว

     เสื้อแขนสั้นลายลูกไม้ สมัยที่เธอเป็๞สาวคงสวยน่าดู



        สรุปใจความสั้นๆก็แล้วกัน พี่เค้าก็แจ้งความจำนงว่า

     อยากให้ผมไปเล่นดนตรีที่ร้านของเค้า


    ที่กำลังจะเปิดใหม่ในอำเภอชัยบาดาน

     จังหวัดลพบุรี เค้าให้ค่าแรงวันละ 400 บาท มีห้องพัก 1 ห้อง

     มีอาการเลี้ยงอีกวันละ 3 มื้อ พร้อมกับให้เบิกล่วงหน้า 1 เดือน

     และให้ไปกับเค้าวันนี้เลย


        ผมก็ตอบตกลงทันที " คอยผมสักครู่นะครับ

     ผมขอตัวอาบน้ำและเก็บเสื้อผ้าก่อน "


     ผมรีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกเตรียมตัวอาบน้ำทันที

     เพราะตอนนี้กำลังถังแตก ตกงานมาเกือบ 2 เดือนแล้ว



     ก็ร้านเก่าแขกมันตีกันทุกวัน ตำรวจเลยสั่งปิด

    " เรียบร้อยแล้วครับคุณพี่ "

    " งั้นเราไปกันเลยนะค๊ะ "


    " ครับ " ผมมีเพียงกระเป๋าเดินทางในเขื่องใบเดียว

     เอากระเป๋าไว้ที่หลังรถเรียบร้อย



    " ให้ผมขับให้มั๊ยครับคุณพี่ "

    " อื้อ...ดีเหมือนกัน " ผมก้าวนั่งประจำที่คนขับ ก็โต๊กกะใจ....

     มาคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว


    " สวัสดีค่ะคุณน้า.... " เธอยกมือไหว้ผม ก่อนที่ผมจะงงไปมากกว่านี้

    " น้องพิม น้องแพร ลูกสาวของพี่เองจ๊ะ " ผมก็เลยหายงงได้เหมือนกัน



       เมื่อรู้จักกันแล้วทุกอย่างลงตัว เราก็เริ่มออกเดินทาง

     รถเก๋งโตโยต้า 4 ประตู เครื่องเสียงอย่างดี แอร์เย็นฉ่ำ 


    ผมเป็๲คนขับ พี่พรนั่งหน้าคู่กับผม น้องพิมน้องแพรนั่งข้างหลัง

     สังเกตุด้วยสายตา พิมและแพรอายุไม่น่าจะเกิน 14-15ปี ประมาณนั้น

     เธอแต่งตัวน่ารักมากๆ เธอนั่งอยู่ด้านหลังก็คุยหยอกเย้ากันตลอดเวลา



       บ่ายโมงกว่าๆ " คุณแม่ขาพิมปวดเยี่ยวค่ะ "

    " แพรก็ปวดเยี่ยวเหมือนกัน ..คุณน้าปวดเยี่ยวมั๊ยค๊ะ " 


    ผมโต๊กกะใจอีกครั้ง

    " อื้อ...จ้าปวดก็ปวดจ้า... "

    " เย้...เย้...เย้...เย้... คุณแม่ขา คุณน้าก็ปวดเยี่ยวเหมือนกัน 

     เธอทั้งสองร้องออกมาแบบเด็กๆ เพื่อบอกแม่ของเธอ



    " จ้าๆๆๆ แม่ได้ยินแล้ว เดี๋ยวเราจะแวะกันที่ปั๊มข้างหน้า "

       ผมเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าห้องน้ำ 


    เด็กสองคน๷๹ะโ๨๨ลงจากรถ วิ่งกระโปรงปลิวเข้าหน้องน้ำทันที

    " เอ้า... ไม่เข้าห้องน้ำหรือจ๊ะ เห็นบอกว่าปวดเหมือนกัน "

    " เปล่าหรอกครับ คือผมก็บอกเด็กๆเค้าไปอย่างนั้นเอง "


     พี่เค้าพยักหน้าแล้วอมยิ้มแบบเข้าใจ

    " พ่อของเธอเป็๲ทหารและเสีย๻ั้๹แ๻่เธอสองคนอายุได้ 3 ขวบ "

    " ผมเสียใจด้วยครับ "


    "นี่ก็ 7 ปีเข้าไปแล้ว ......เฮ้อ....... " เธอพูดพรางทำหน้าเศร้าๆ

     ผมเลยชวนเธอเปลี่ยนเ๱ื่๵๹คุย


    " คุณพี่ครับหิวข้าวหรือยังครับ


     วันนี้ผมเป็๲เ๽้ามือเองมีพี่สาวใจดีให้ผมเบิกล่วงหน้ามาตั้งหมื่นกว่า

     เธอน่ารักนะครับ " ปากผมมันพาไปเอง

     ตามนิสัยนักดนตรีที่ปากดีอย่างผม



    " นี่แน่....... " พี่พรกำมือมาทุบที่หลังผมเบาๆ 

    แล้วทำท่าเขินอายแบบสาวๆ ดูแล้วก็น่ารักดี


    " ไปซิจ๊ะ.... "

    " ไปกินข้าวกันเร็ว...พิม แพร น้าหนูเค้าเลี้ยงเราแน่ะ.... "

    " ไชโย....น้าหนูเลี้ยงข้าว...หนูเลี้ยงข้าว ...เย้..เย้.... "


     พิมกับแพร๠๱ะโ๪๪ตัวลอย

     แล้ววิ่งเข้ามากอดแขนผมคนละข้าง พร้อมกับออกแรงดึงให้วิ่ง

    " เย้ๆ...กินข้าว "


       พี่พรเดินยิ้มตามหลังมาห่างๆ เราเดินทางมาถึงบ้านพักของพี่พร

     ตอนประมาณบ่าย 4 โมง


     เกือบมืดแล้วละเพราะยังเป็๞หน้าหนาวอยู่ 

    การเดินทางก็ไม่ลำบากเท่าไร



       หลังจากเก็บของเรียบร้อยผมก็ขออนุญาติพี่พรเดินดูภายใน

     บ้านของพี่พรเป็๲อาคารพานิชย์ 3 คูหา ติดถนนใหญ่


     ด้านล่างเจาะทะลุถึงกันหมดแล้วใส่กระจกเป็๲แบบห้องแอร์

     มีโต๊ะอยู่ประมาณ 50 ตัว เวทีสูงประมาณ 30 เซน 

    พื้นหลังสีแดงสด ไฟหน้าเวทีมามากมาย ยุบยับไปหมด



    " ค่าตกแต่งพี่จ่ายไปประมาณ 2 ล้าน 

    ไม่รวมค่าเครื่องเสียงค่าเครื่องดนตรี 

    เบ็ดเสร็จก็ 3 ล้านกับอีก 2 แสนกว่าๆ " เสียงพี่พรพูดอยู่ข้างหลังผม


       พี่พรเธอเปลี่ยนชุดใหม่ ใส่กางเกงขาสั้นแบบผ้ายืดโชว์ท่อนขาเรียวงาม 

    เสื้อยืดแขนสั้นสีชมภูอ่อนๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยมาเข้าจมูกผม

     เธอคงอาบน้ำมาแล้ว



    " ครับ สวยงามมากครับ สวยกว่าร้านเก่าผมอีก "

     เราคุยสัมเพเหระกันไปเรื่อย


     จึงรู้ว่าพิมกับแพรอายุเพิ่งจะ 10 ขวบเท่านั้นเอง

     แต่เธอทั้งสองโตเกินอายุมากๆ ผมยังคิดว่าประมาณ 14-15 เลย



       เด็กๆวิ่งตามกันออกมา พิมกับแพรอยู่ในชุดเหมือนๆกัน

     ใส่กางเกงขาสั้นผ้ายืดสีขาว ใส่เสื้อยืดแขนกุด สีชมภูอ่อนๆ

     เหมือนๆกับแม่เธอนั่นแหละ



    " นี่เห็นมั๊ยละ แพรถึงคุณน้าก่อนพี่พิม " เธอ๠๱ะโ๪๪เข้ามากอดที่แขนผม


    " เย้.... พี่ก็มาถึงแล้วเหมือนกัน " พิมเธอก็เข้ามากอดแขนผมอีกข้างนึง

    " หนู...ดื่มมั๊ย.... "

    " พอได้นิดหน่อยครับ..ดื่มไม่ค่อยเก่งเท่าไร... "



    " มาตรงนี้ซิ "

     พี่พรเข้ามาจับแขนผมให้เดินตามเธอไปห้องกระจกอีกห้องนึง

       ห้องนี้มีกระจกเพียง อย่างเดียวไม่มีม่าน



     พี่พรบอกว่าเป็๲กระจกแบบพิเศษ

     คนข้างนอกจะมองไม่เห็นคนข้างใน 


    แต่คนข้างในจะมองเห็นคนข้างนอก 

    พี่พรเอาไว้ทำอ๊อฟฟิต 



    มีโต๊ะใหญ่อยู่กลางห้องสามารถนั่งได้ 10 คน

     มีโซฟาใหญ่อีกชุดอยู่ตรงมุมห้องโต๊ะทำงานขนาดใหญ่

    ราคาหลายหมื่นบาทตั้งอยู่ 


    ที่มุมห้องอีกด้านนึง มีห้องน้ำในตัว TV. ตั้งไว้บนตู้เก็บเอกสาร

     พร้อมแอร์เย็นฉียบ เธอจัดห้องได้สวยงามและลงตัวอย่างมาก



       เบียร์และกับแกล้มถูกเด็กเสริฟ์ยกมาวาง " เหนื่อยมั๊ยละหนู "

    " ไม่เท่าไรครับ " พี่พรยังคงดื่มเรื่อยๆ ผมก็เช่นกัน


    " น้าหนูขาพาหนูสองคนไปตลาดหน่อยค่ะ "

     พิมกับแพรพูดชวนผมไปเดินเที่ยวตลาด



    " เอ่อ...อร่อยมั๊ยค๊ะ..ตลาดที่ว่าเนี่ย.. " 

    โดนผมปล่อยมุขเข้าแล้ว เด็กๆ นั่งขำกลิ้งอยู่บนโซฟา


     พี่พรเองก็เช่นเดียวกัน เธอปล่อยก๊ากออกมาเต็มที่เชียวละ

    " อื้อ....โอ๊ย....ปวดท้อง......ฮ่า.....ฮ่า.....ฮ่า.....ฮ่า.....



     น้ำหูน้ำตาไหลไปหมดแล้ว โอ่ย....

     จะกินตลาดหรือไงจ๊ะหนู ...ฮ่า.....ฮ่า.....ฮ่า..... " อาไรกัน " เออ....... "


    " เอ้าไปก็ไป แม่ไปด้วยนะค๊ะ " พี่พรลุกขึ้นมีท่าทางเซๆหน่อย

    "สงสัยพี่จะเมาแล้วละ " แล้วนั่งลงต่อ


    " เอาอย่างนี้ หนูพาน้องไปเดินเที่ยวไป "

     เธอพูดจบก็ดื่มเบียร์ที่เหลือค่อนแก้วกระดกทีเดียวหมด



       อำเภอนี้ไม่ เจริญเท่าไร ตลาดก็ไม่ค่อยใหญ่ อาศัยว่ามี บ.ข.ส.

     จึงไม่ทำให้เงียบเหงา พิมกับแพรเดินกอดแขนผมไม่ยอมปล่อย


    " คุณน้าค๊ะ พิมอยากกินไอติม "

    " ขอแพรกินด้วยนะค๊ะ " ทั้งสองเขย่าแขนผมไปมา

    "จ้า...เอา ไปเลือกซิเดี๋ยวน้าเลี้ยงเอง "



    " ไชโย ... " เธอทั้งสองกอดแขนผมแล้วดึงผมเข้าไปหอมแก้มคนละข้าง

    " จุ๊บ...จุ๊บ... "


     ไอ้ตอนที่ดึงเข้าไปหอมนี่ซิมันโดนที่เต้านมเต่งตึงของทั้งสองคน

     ผมงี้ขนลุกไปหมด พอได้ของกินที่ถูกใจแล้ว

     เธอก็กลับมากอดแขนผมคนละข้างเหมือนเดิม



       เดินไป กินไป คุยกันไป หยอกล้อกันไป แขนถูโดนนมบ้าง


     หลังมือผมถูโดนหีบ้าง อื้อ...เสียวโว๊ย.... เราเดินดูตลาดไปเรื่อยๆ

    " น้าหนูขาไปเล่นเกมส์กันมั๊ยค๊ะ "

    " อื้อ...ไปซิ " ทั้งสองออกแรงฉุดแขนผมทันที 

    เป็๲ร้านเล็กๆ อยู่หลังตลาด เด็กเยอะมากๆ เสียงก็ค่อนข้างดัง



    " น้าหนูขาพิมจาขี่รถแข่งค่ะ " เธอ๻ะโ๷๞ใส่หูผมดังๆ

    " อื้อ.... " ผมพยักหน้า พิมเธอดึงผมไปที่ตู้รถแข่ง ภายในนั่งได้ 2


     คนผมยื่นเงินให้พิมไปแลกเอง ผมนั่งคอยที่ตู้แพรเธอก็นั่งบนตักผม

     พิมมาแล้ว เธอหยอดเหรียญแล้วลงมือขับรถทันที



    " บรื้น..บรื้น..บรื้น...................... " ในจอรถคันที่พิมเธอขับ

     มันวิ่งส่ายเป็๞งูเลื้อย ไปซ้ายทีไปขวาที ไอ้เรารึก็ขำ แพรก็ขำ


    " พี่พิม ระวังรถชนกันนะค๊ะ "

    "โครม........ " นั่นงัยละ ชนกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเลย


     สักครู่ก็มีรถคันใหม่ออกมา

    " บรื้น..บรื้น..บรื้น......................... " พิมเธอเหยียบคันเร่งมิดอีกครั้ง

     รถก็ยังคงวิ่งเหมือนเดิม มันยังคงส่ายเป็๲งูเหมือนเดิม



       แพรเธอเอนหลังลงมาที่หน้าอกผม

     ปล่อยตัวตามสบาย ผมเอามือไปวางไว้ที่หน้าขาของเธอ


     แพรเธอก็จับมือผมขึ้นมาบีบเบาๆ แล้ววางลงที่หน้าท้องพร้อมกับกดมือผมลงไปแล้วคลึงที่หน้าท้องของเธอ 

    ผมไม่เห็นหรอก


     แต่ความรู้สึกมันบอก ควยผมมันตุงเต็มกางเกงแล้วตอนนี้