เดิมทีหลี่จิ้งถิงก็คิดอยากจะออกนอกจวนเพียงเพื่อผ่อนคลายจิตใจไม่ได้คิดอยากจะได้สิ่งใด เพราะเงินทองที่มีไว้เพื่อใช้สอยในมือยังมีไม่มากพอ นางจะหักใจนำออกมาใช้ได้อย่างไรและครั้นจะให้คนสกุลลู่ออกเงินซื้อให้ นางก็รู้สึกว่าไม่ชอบด้วยเหตุผลจนเกินไป
ดังนั้นจวบจนเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ไปเกือบจะสิบร้านหลี่จิ้งถิงก็ยังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับลู่ฮูหยิน ที่มีสาวใช้คอยติดตามถือของให้จนเต็มสองไม้สองมือไปหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาภูษาแพรพรรณ รวมไปถึงเครื่องประดับอัญมณี ที่บรรดาผู้ดูแลร้านแนะนำว่าเป็ของใหม่เพิ่งเข้ามา
ถ้าหากอดีตองค์หญิงใหญ่ผู้นี้ถูกใจแล้วหล่ะก็นางก็สามารถควักเงินออกมาจ่ายตาไม่กะพริบเลยทีเดียว
ในขณะที่มารดากำลังพูดคุยกับหลงจู๊ร้านเครื่องประดับอยู่ลู่สิงเทียนก็อาศัยจังหวะนี้เดินไปหยุดที่ข้างกายของหลี่จิ้งถิง เอ่ยถามนางเป็นัยๆ ว่า “ยังไม่มีสิ่งใดเข้าตาเ้าเลยหรือเครื่องประดับในร้านนี้ขึ้นชื่อว่ามีฝีมือประณีตละเอียดลออและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนร้านอื่นเลยนะ”
หลี่จิ้งถิงส่งยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้าเบา ๆ
“สินค้าทุกชิ้นในร้านล้วนน่าดูน่าชมแต่ว่าข้ายังไม่พึงใจชิ้นใดเป็พิเศษเ้าค่ะ”
“เด็กสาวเวลาอยู่ในเรือนแต่งตัวเรียบๆ หน่อยก็ไม่เป็ไรแต่ยามออกไปนอกบ้านก็ต้องสวมเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยสักหน่อยจะได้ดูสดใสมีชีวิตชีวา ทางด้านโน้นมีเครื่องประดับผมและต่างหูที่ดูงดงามอยู่หลายชิ้นเ้าลองเลือกดูเถิดเผื่อจะถูกใจ”
พอลู่สิงเทียนพูดจบเขาก็กวักมือเรียกผู้ดูแลร้านพลางเอ่ยกำชับว่า “ช่วยนำเครื่องประดับผมกับต่างหูออกมาให้นางเลือกสักหลายๆ ชิ้น ขอแบบเล็ก ๆ น่ารักเลือกเอาที่ประณีตและมีเอกลักษณ์ ไม่จำเป็ต้องเอางานชิ้นใหญ่นะนางไม่ชื่นชอบ”
ผู้ดูแลร้านรีบเอ่ยปากขานรับเขาประจักษ์แจ้งแก่ใจถึงฐานะของลู่สิงเทียน ลูกค้ากระเป๋าหนักจากตระกูลสูงศักดิ์มีหรือจะแค่เลือกดูเฉย ๆ แล้วไม่ซื้อ
ดังนั้นเขาจึงรีบไปเลือกเครื่องประดับบนชั้นวางที่ประณีตที่สุดและกำลังอยู่ในความนิยม นำลงมาวางไว้บนถาด ก่อนจะหมุนกายไปหยุดลงตรงหน้าเด็กสาว พร้อมรอยยิ้มระบายเต็มหน้าทันใด
“ของที่คุณชาย้าล้วนอยู่ตรงนี้ทั้งหมดขอรับ เชิญคุณหนูเลือกชมได้สบายขอรับ”
หลี่จิ้งถิงเริ่มเคยชินแล้วกับนิสัยของสองแม่ลูกสกุลลู่เพราะอย่างไรนางก็ไม่สามารถพูดบ่ายเบี่ยง หรือปฏิเสธพวกเขาได้ อีกทั้งเมื่อเหลือบมองไปทางลู่ฮูหยินก็เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าสนับสนุนให้นางลงมือเลือกได้เลย
หลี่จิ้งถิงจึงทำได้เพียงรับคำแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเลือกอย่างพินิจพิจารณาหลังจากไล่สายตาไปมาเพื่อมองหาเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆโดยระมัดระวังไม่ยอมหยิบหรือจับขึ้นมาดูเลยสักชิ้นเพื่อป้องกันมิให้ลู่สิงเทียนที่ยืนเฝ้าสังเกตอยู่ด้านข้างเข้าใจผิดคิดว่านางถูกใจของเ่าั้แล้วเกรงใจไม่กล้าซื้อ
กล่าวไปแล้วก็ไม่ผิดแต่อย่างใดลู่สิงเทียนเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่า หากเห็นหลี่จิ้งถิงหยิบ ๆ จับ ๆเครื่องประดับชิ้นใดด้วยสีหน้าท่าทางชอบใจ มิต้องเอ่ยถึงเื่อื่น เขาก็พร้อมหยิบตั๋วเงินที่พกติดตัวมาควักจ่ายให้นางด้วยความเต็มใจ
เมื่อผู้ดูแลร้านสังเกตเห็นว่าหลี่จิ้งถิงมีท่าทีแค่ชมดูให้พอผ่านหูผ่านตาเท่านั้น ไม่ได้ให้ความสนใจกับเครื่องประดับชิ้นใดเป็พิเศษ เขาก็ไม่ยอมแพ้ด้วย้าเอาอกเอาใจลู่สิงเทียน เพราะดูจากท่าทางของชายหนุ่มก็รู้แล้วว่าให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายมากเพียงใด
ดังนั้นผู้ดูแลร้านจึงพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ด้วยการไปหาเครื่องประดับแปลกหายาก ที่น่าจะล่อลวงใจเด็กสาวได้ออกมาอีก เขาทยอยนำกล่องเครื่องประดับมาวางลงตรงหน้าหลี่จิ้งถิงพลางเปิดไล่ไปทีละกล่องแล้วเอ่ยว่า “ที่วางอยู่ตรงนี้ล้วนแล้วแต่เป็เครื่องประดับที่ถูกออกแบบมาเป็พิเศษแต่ละแบบจะถูกทำขึ้นแค่เพียงชิ้นเดียวเท่านั้นรับรองว่าสวมใส่แล้วจะไม่ไปซ้ำกับผู้ใดอย่างแน่นอน”
พอผู้ดูแลร้านพูดจบหลี่จิ้งถิงก็อดที่จะเหลือบไปมองอย่างอยากรู้อยากเห็นไม่ได้แล้วสายตาของนางก็สะดุดเข้ากับปิ่นสองขาฝังอัญมณีเป็ช่อดอกท้อใหญ่ปลายกลีบมีสีชมพูอ่อนใส ส่วนเกสรด้านในเป็สีชมพูเข้ม ใบที่เติมแต่งก็ทำมาจากหยกเนื้อดีมองดูสมจริงมีชีวิตชีวาจนอดที่จะหยิบขึ้นมาชื่นชมใกล้ ๆ มิได้
ผู้ดูแลร้านเห็นหลี่จิ้งถิงถูกใจปิ่นแล้วชิ้นหนึ่งก็ยิ้มปากกว้างอย่างดีใจ พยายามพูดอธิบายให้เห็นถึงความพิเศษของปิ่นดอกท้อชิ้นนี้เพื่อที่จะปิดจบการขายได้โดยสมบูรณ์
หลี่จิ้งถิงถูกใจปิ่นอันนี้จริงๆ แต่พอนางคิดถึงราคาค่างวดของเ้าสิ่งของในมือ ก็รีบตัดใจวางมันลงช้า ๆ พลางเสแสร้งแกล้งทำพูดต่ออย่างพาซื่อว่า“อืม เครื่องประดับร้านท่านไม่เลวเลยจริง ๆแต่น่าเสียดายที่ยังไม่ค่อยถูกใจข้าสักเท่าไหร่”
“ถึงแม้ปิ่นชิ้นนี้จะยังไม่ค่อยถูกใจแต่ในเมื่อเ้ายังไม่ได้ของติดไม้ติดมือกลับไปเลยสักชิ้น ถ้างั้นก็ซื้อไปปักเล่น ๆอยู่เรือนแล้วกัน” ลู่สิงเทียนพูดพลางส่งสายตาให้ผู้ดูแลร้าน นำปิ่นไปวางรวมกับเครื่องประดับของมารดาเพื่อรอคิดเงินอย่างรวดเร็ว
หลี่จิ้งถิงเห็นดังนั้นก็เปิดปากจะเอ่ยทัดทานแต่ลู่ฮูหยินกลับยิ้มแย้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เสี่ยวถิงตาถึงจริงๆ ปิ่นดอกท้อชิ้นนี้งามเหมาะสมกับเ้ามากเลยนะ”
หลี่จิ้งถิงพยักหน้ารับก่อนถอนหายใจในที่สุดนางก็พ่ายแพ้ให้กับสองแม่ลูกสกุลลู่อีกครั้งแล้ว
เนื่องจากหอหยู่ถงเป็ร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงและเป็นิยมของบรรดาผู้มีอันจะกินเสมอมา ดังนั้นหากไม่จองโต๊ะในห้องพิเศษเอาไว้ล่วงหน้าก็ไม่มีทางได้มีโอกาสเข้าใช้บริการอย่างแน่นอน
หลี่จิ้งถิงที่เพิ่งเคยมาหอหยู่ถงเป็ครั้งแรกตื่นตาตื่นใจกับภาพวาด ที่แขวนประดับผนังในห้องพิเศษมากแค่ดูก็รู้แล้วว่าต้องเป็ฝีมือของจิตรกรเอกผู้มีชื่อเสียงลือเลื่องทั้งสิ้นเพราะเมื่อพิจารณาดูจะพบกับเอกลักษณ์ของการตวัดฝีแปรง บาง หนัก เข้ม อ่อนแม้ว่าลายเส้นจะเรียบง่ายแต่ก็ก่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษจนเป็ผลงานที่เรียกได้ว่ามีค่าควรเมืองกันเลยทีเดียว
ลู่สิงเทียนเห็นสีหน้าชื่นชมของหลี่จิ้งถิงแล้วก็พอใจยิ่ง“ข้าคิดเอาไว้แล้วว่า เ้าจะต้องชื่นชอบที่นี่”
“ที่แท้หอหยู่ถงก็มีการตกแต่งที่โดดเด่นไม่เป็รองใครอย่างนี้นี่เองมิน่าถึงได้มีแขกผู้มาเยือนไม่ขาดสาย”
“มิใช่แค่การประดับตกแต่งที่เป็เอกลักษณ์เท่านั้นนะอาหารและสุราของที่นี่ก็ขึ้นชื่อ แต่น่าเสียดายที่เ้าไม่ชมชอบกลิ่นของสุรามิเช่นนั้นหล่ะก็ ป้าจะสั่งมาให้เ้าทดลองดื่มสักหลายจอกหน่อย” ลู่ฮูหยินเอ่ยยิ้มๆ
หลี่จิ้งถิงเผยสีหน้ายิ้มแย้ม“ข้ามิชมชอบ แต่หากท่านป้ากับพี่ชาย้าดื่มด่ำกับความสุนทรีย์เสี่ยวถิงก็ยินดีดื่มเป็เพื่อนสักหลายจอกเ้าค่ะ”
ลู่สิงเทียนเลิกคิ้วขึ้นแสร้งถอนหายใจอย่างหนักหน่วง มองหน้าหลี่จิ้งถิงแล้วเอ่ย “คุณหนูหลี่รู้หรือไม่ว่า หากพูดสิ่งใดออกไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดนั้นนะอย่าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาหล่ะ”
“แน่นอน” หลี่จิ้งถิงพยักหน้าด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก
ลู่สิงเทียนเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของหลี่จิ้งถิงก็รู้สึกว่าน่ารักจนมีความคิดเหลวไหล นึกอยากจะบีบแก้มนางเล่นดูสักครั้งแต่พอจับสังเกตเห็นแววตาหยอกเย้าของมารดา ก็ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความประหม่าเล็กน้อยพลางกระแอมกระไอแ่เบา
ลู่ฮูหยินหลุดหัวเราะชอบใจออกมาดังคาด นางหันไปบอกหลี่จิ้งถิงที่อยู่ข้างกายว่า“เสี่ยวถิง ในเมื่อวันนี้อาเทียนรับเป็เ้ามือ เ้าก็ต้องสั่งให้เต็มที่เลยนะไม่อย่างนั้นเขาจะรู้สึกไม่สบายใจได้”
“เสี่ยวถิงเชื่อฟังคำของท่านป้าอย่างน้อยก็ต้องสั่งอาหารให้เต็มโต๊ะนี้ ดีหรือไม่เ้าค่ะ”น้ำเสียงอ่อนหวานผสานกับเสียงหัวเราะอย่างสดใสของหลี่จิ้งถิงทำให้หัวใจของลู่สิงเทียนคันยุบยิบไปหมด
ผ่านไปไม่นานในขณะที่คนในห้องกำลังนั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พวกเขาคิดว่าเด็กรับใช้กำลังจะยกอาหารและสุราเข้ามาจึงส่งเสียงอนุญาตออกไป
แต่พอหันไปมองทุกคนก็ต้องแสดงสีหน้างุนงงออกมาเพราะแทนที่นอกประตูจะเป็เด็กรับใช้ของหอหยู่ถง กลับกลายเป็หญิงสาวหน้าตาสะสวยผิวขาวผุดผาดเนียนกระจ่างใสผู้หนึ่ง
เมิ่งชิงหย่วนเหลียวมองไปรอบห้องพอสังเกตเห็นมีสตรีแปลกหน้านั่งอยู่ด้วยคนหนึ่ง ก็รู้สึกสะดุดใจโดยพลันนางจึงตัดสินใจเอ่ยยิ้ม ๆ ขึ้นอย่างมีไหวพริบปฏิภาณ
“ขอโทษด้วยเ้าค่ะลู่ฮูหยิน คุณชายลู่ ข้าได้ยินจากผู้ดูแลร้านว่าพวกท่านอยู่ที่นี่จึงตั้งใจเข้ามาทักทาย ไม่ได้มีเจตนาเสียมารยาทมารบกวนเวลาพวกท่านต้อนรับแขกเลยแม้แต่น้อย”
ลู่สิงเทียนได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วออกมาเล็กน้อยแต่ลู่ฮูหยินกลับยิ้มแล้วแสดงท่าทางเชื้อเชิญทำราวกับไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของบุตรชาย
“คุณหนูเมิ่งถ้าไม่รังเกียจก็เข้ามานั่งคุยดื่มชาด้วยกันเถอะ”
เมิ่งชิ่งหย่วนยิ้มแล้วพยักหน้ารับ“ขอบคุณเ้าค่ะ”
หลังจากนั่งลงเมิ่งชิงหย่วนก็มองดูเด็กสาวที่นั่งตรงกลางระหว่างลู่ฮูหยินกับลู่สิงเทียนด้วยความสนใจอย่างยิ่งแต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงกลับเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ทราบว่าคุณหนูท่านนี้คือ...”
พอพูดจบเมิ่งชิงหย่วนก็จ้องเขม็งไปยังหลี่จิ้งถิงด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มท้อง
ไม่น่าแปลกหรอกหรือลู่สิงเทียนที่ระมัดระวังตัวกับสตรีอย่างถึงที่สุดแม้กระทั่งสายตาก็ยังไม่เคยเหลือบแล แต่วันนี้กลับมาเดินเที่ยวเล่นและกินอาหารกับเด็กสาวผู้หนึ่งอย่างสนิทสนม เช่นนี้จะไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้อย่างไร
ลู่สิงเทียนเหลือบมองเมิ่งชิงหย่วนอย่างเ็าขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก
ยามนั้นเองมารดากลับหัวเราะขัดจังหวะออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า“ดีจริง ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่า เสี่ยวถิงอยู่เมืองหลวงแล้วจะไม่มีสหายอีกทั้งข้าเองก็ต้องเดินทางไปโน้นมานี่อยู่บ่อย ๆในเมื่อวันนี้มีโอกาสได้พบเจอคุณหนูเมิ่ง วันหน้าก็ฝากท่านดีต่อนางสักหน่อยนะ”
เมิ่งชิงหย่วนปลาบปลื้มยินดีที่ลู่ฮูหยินให้ความสำคัญนางตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
หลี่จิ้งถิงได้ยินเช่นนี้ก็รีบทักทายอีกฝ่ายอย่างไม่เคอะเขิน
“คุณหนูเมิ่ง ข้ามีนามว่าหลี่จิ้งถิงยินดีที่ได้พบเ้าค่ะ”
“อื้อต่อไปเ้าก็เรียกข้าว่าหยวนหย่วน ข้าก็เรียกเ้าว่าถิงถิง ดีหรือไม่”เมิ่งชิงหย่วนตอบรับอย่างกระตือรือร้น แต่ไหนแต่ไรมานางก็เป็คนสดใสร่าเริงไม่สนขนบธรรมเนียมเท่าใดอยู่แล้ว ถึงได้กล้าเดินเข้ามาเคาะประตู เข้าหาคนสกุลลู่อย่างเปิดเผยเช่นนี้
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พ่อพระเอกของเราก็สายเปย์ใช่ย่อยนะคะ ตามใจน้องทุกอย่างเลย
ต่อไปน้องเสี่ยวถิงของเราก็จะมีเพื่อนแล้วน้า บรรดาแม่ ๆ ไม่ต้องกลัวน้องจะเหงาแล้ว
หายหน้าหายตากันไปหลายวัน คิดถึงกันมั้ยค่ะ 55
่นี้ถ้านักอ่านท่านไหนอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เราก็ขอเป็กำลังใจให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ
เราเข้าใจค่ะ เพราะตอนปี 54 บ้านเราก็ท่วมเช่นกัน