บทที่ 25 จบไม่ลงสักที (รีไรต์)
ทั้งสองได้รับาเ็เพียงเล็กน้อย จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง แต่เสิ่นชิงข้อเท้าแพลง ต้องพักฟื้น ดังนั้นหลังจากวันนั้น การไลฟ์จึงถูกระงับชั่วคราว
เสิ่นชิงไปพบแพทย์เพื่อขอใบรับรองแพทย์ เธอตั้งใจจะลาป่วย ใช้เวลา่นี้เตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่
เมื่อเสิ่นชิงถือใบรับรองแพทย์ไปหาลู่เย่ ลู่เย่กำลังหงุดหงิดอยู่พอดี
ตระกูลลู่เห็นว่าลู่เย่ประสบอันตราย จึงเรียกให้เขารีบกลับบ้าน แต่ลู่เย่ไม่อยากกลับ เขากำลังต่อรองกับทางบ้านอยู่
ดังนั้นใบลาที่เสิ่นชิงยื่นมาให้ เขาจึงเซ็นอนุมัติโดยไม่ได้มองแม้แต่น้อย
เมื่อมีใบลาแล้ว เสิ่นชิงอยากทำอะไรก็ทำ
ดังนั้น เธอจึงเริ่มไลฟ์ทันที
จุดประสงค์ที่เสิ่นชิงไลฟ์ครั้งนี้ แต่เดิม้าแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอบกับชาวเน็ต แต่ผลปรากฏว่าในช่องไลฟ์ทุกคนถามว่าเธอหนีรอดมาได้อย่างไร
ช่องแชต : โอ้พระเ้า! พวกเธอปลอดภัยแล้ว ดีใจจังดีจัง!
ช่องแชต : โอ้โห! พวกคุณรอดจากหมีดำได้ยังไง?
ช่องแชต : เสิ่นชิง เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ ฉันอยากรู้จะแย่แล้ว!
ช่องแชต : พวกคุณโชคดีมาก ถ้าเป็คนอื่น คงตายไปแล้ว
ผู้ชมต่างรบเร้าอย่างมาก เสิ่นชิงจึงจำใจเล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้ฟัง
แน่นอนว่า เธอตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงลู่เย่
เธอไม่อยากเห็นชาวเน็ตจับคู่ให้เธอ ตอนนี้เสิ่นชิงเป็ที่จับตามอง จึงควรวางตัวเงียบ ๆ จะดีกว่า
หลังจากตอบคำถามทุกคนเสร็จแล้ว เสิ่นชิงก็เปลี่ยนชื่อห้องไลฟ์เป็ “การเตรียมสอบแบบเต็มอารมณ์”
ช่องไลฟ์ของเสิ่นชิงเงียบมาก ได้ยินเสียงจักจั่นร้องจากนอกหน้าต่าง เสียงน้ำไหล และเสียงลมพัดใบไม้
นอกจากนี้ยังมีเสียงขีดเขียนกระดาษ เสียงพลิกหน้าหนังสือ และเสียงคลิกเมาส์เป็ครั้งคราว
เสียงจักจั่นร้องระงม ่ฤดูร้อนผ่านไปอย่างแสนเอื่อยเฉื่อย
เสียงรบกวนสีขาวในช่องไลฟ์ของเสิ่นชิง ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลายและคลายความเครียด ทำให้จิตใจสงบและอารมณ์มั่นคง
เหมาะสำหรับการนอนหลับ และเป็เพลงประกอบการเรียน
ช่องไลฟ์ที่จมดิ่งในการเรียนรู้แบบนี้ถือเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวในตอนนั้น
หลายคนชอบเปิดช่องไลฟ์ของเสิ่นชิงแล้วอ่านหนังสือเพื่อเป็เพื่อนช่วยเรียน และทำการบ้าน่ปิดเทอมฤดูร้อน
แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ ทว่าประสบความสำเร็จมาก ช่องไลฟ์ของเสิ่นชิงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
เมื่อเห็นยอดผู้ชมในช่องที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่ลดลง เสิ่นชิงรู้สึกซาบซึ้งใจ
อันที่จริง การโด่งดังเพียงเล็กน้อย ต้องอาศัยการสนับสนุน แต่การดังแบบสุดตัว ต้องอาศัยโชคชะตา
ก่อนหน้านี้ เธอเคยลงทุนเข้าร่วมแสดงในหลายเื่ แต่ไม่มีเื่ไหนประสบความสำเร็จเลย
แต่ตอนนี้ เมื่อเธอคิดจะถอนตัวออกจากวงการ กลับกลายเป็ว่าดังขึ้นมา
เมื่อโชคชะตามาถึง ต่อให้อยากต้านทานก็ไม่อาจรั้งไว้
เสิ่นชิงก้มลงมอง เห็นสายที่มาจากหยางคัง ผู้จัดการส่วนตัวโทรเข้ามา
ผู้จัดการคนนี้ ไม่ได้ติดต่อเธอมานานแล้ว ได้ข่าวว่าเขารับศิลปินหน้าใหม่มาดูแลอีกหลายคน ซึ่งยุ่งมาก การที่เขาโทรหาเธอในวันนี้ถือเป็เื่แปลก
เสิ่นชิงจำได้ว่า ผู้จัดการหักหลังเธอ แอบไปเซ็นสัญญารับงานกับลู่เย่ โดยที่ตัวเธอไม่รู้เื่ การที่เขาโทรมาในวันนี้ ต้องมีแผนอะไรอีกแน่ ๆ
“ฮัลโหล?” เธอรับสายด้วยน้ำเสียงเ็า
ปลายสายเป็เสียงหยางคัง พูดด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง “เสิ่นชิง ฉันอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านแล้ว ออกมารับหน่อย”
เสิ่นชิงถามกลับด้วยเสียงเ็า “มาทำไม?”
หยางคังรู้สึกหงุดหงิด ตะคอกใส่โทรศัพท์ว่า “น่ารำคาญจริง ๆ ฉันบอกให้ออกมาก็รีบออกมาสิ!”
เสิ่นชิงกลอกตาอย่างไม่แยแส “ขอโทษนะ ฉันขาแพลง จะมาก็มาเองแล้วกัน”
พูดจบ เสิ่นชิงก็วางสายทันที
เสิ่นชิงรู้สึกหงุดหงิดมาก เื่ผู้กำกับฮั่นเพิ่งได้รับการแก้ไข ลู่เย่ก็โผล่มา ตอนนี้ยังมีหยางคังอีก
เื่นี้มันจะจบลงเมื่อไหร่กันนะ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้จัดการผมสีทองสวมแว่นกรอบดำ ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลานบ้านของเสิ่นชิง
ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในลานบ้าน เขาก็ทำหน้ารังเกียจพร้อมกับเอามือปิดจมูก “บ้านโทรมขนาดนี้ คนอยู่ได้จริง ๆ เหรอ?”
ด้านหลังเขา มีเด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินตามมา
เด็กสาวคนนั้นชื่อเจียงอีอี เธอเคยเป็ไอดอลใต้ดินมาก่อน หลังจากที่วงยุบไป เธอก็ผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิง
เจียงอีอีเป็นักแสดงหน้าใหม่ที่บริษัทกำลังผลักดันอย่างเต็มที่ ขณะที่เสิ่นชิงกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ ดังนั้น บริษัทจึงอยากเกาะกระแสของเสิ่นชิง เพื่อโปรโมตนักแสดงหน้าใหม่
ผู้จัดการมาหาในครั้งนี้ เพื่อมาพูดคุยโดยตรงกับลู่เย่ หวังว่าจะให้เจียงอีอีได้เป็ผู้ช่วยในการไลฟ์ ช่วยให้เธอคุ้นหน้าคุ้นตากับผู้ชม
ลู่เย่กำลังยุ่งอยู่กับการรับมือกับพ่อและปู่ เขาจึงไม่มีอารมณ์มาสนใจผู้จัดการ
ดังนั้น หยางคังจึงไม่ได้เจอลู่เย่สักที จึงเลือกมาหาเสิ่นชิงก่อน
เมื่อเขาเห็นกับตาว่าเสิ่นชิงสวมชุดนอนราคาถูก และอาศัยอยู่ในบ้านเก่าทรุดโทรม ดวงตาของเขาก็ฉายแววดูถูก มุมปากยกยิ้มอย่างสะใจ
เสิ่นชิงเคยเป็แก้วตาดวงใจของคุณท่านเฉียว ทั้งสูงส่งและน่าภาคภูมิใจ ในหางโจว เธออยากได้อะไรก็ต้องได้
คุณหนูอย่างเธอ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงก็แค่มาหาประสบการณ์
ดังนั้น ในฐานะผู้จัดการของเสิ่นชิง เขาจึงคอยเอาใจและประจบประแจงสารพัด
แต่ตอนนี้ เสิ่นชิงถูกไล่ออกจากตระกูลเฉียวไปแล้ว ในสายตาของหยางคัง สถานะของทั้งสองคนกลับตาลปัตร เขาสูงส่ง ส่วนเสิ่นชิงต่ำต้อย
ประโยคแรกที่หยางคังพูดกับเสิ่นชิงคือ “เสิ่นชิงให้เจียงอีอีไลฟ์แทนเธอสองสามวัน จากนั้นก็กลับไปหางโจวกับฉัน มีสปอนเซอร์สองสามรายอยากเจอเธอ”
หยางคังหยิบนามบัตรสปอนเซอร์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พูดอย่างองอาจและหยิ่งผยองว่า “ฉันพยายามอย่างหนักกว่าจะได้สปอนเซอร์พวกนี้มา เธอต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี”
เสิ่นชิงกวาดตามองอย่างรวดเร็ว มองออกทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ “แค่คุณคนเดียว คงหาสปอนเซอร์ระดับนี้มาไม่ได้หรอก”
หยางคังถูกจับได้ว่าโกหก แต่ก็ไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด
เขายิ้มเล็กน้อย “เธอยังไม่รู้อีกเหรอ บริษัทเจียอี้เปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่เ้าของก็ยังเปลี่ยนเป็คนใหม่ สปอนเซอร์พวกนี้ก็เป็คอนเนคชั่นของเขาทั้งนั้น”
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “บริษัทเจียอี้เปลี่ยนเ้าของแล้ว? เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
หยางคังยิ้มเยาะ “เมื่อสองวันก่อน”
เสิ่นชิง “ทำไมไม่มีใครบอกฉัน?”
หยางคังหัวเราะอย่างดูถูก “เหอะ เธอแค่ทำงานของตัวเองไปก็พอแล้ว เป็แค่นักแสดงตัวเล็ก ๆ จะไปยุ่งเื่ของเ้าของบริษัทไปทำไม? หรือเธอยังคิดว่าตัวเองเป็คุณหนูตระกูลเฉียวอยู่หรือไง?”
จากนั้น หยางคังก็พูดต่อ “แต่ว่านะ เ้าของใหม่ของพวกเรา มีความเกี่ยวข้องกับเธออยู่บ้าง ลองทายดูสิว่าเ้าของใหม่ของเราคือใคร?”
เมื่อเห็นสายตาสะใจของหยางคัง เสิ่นชิงก็รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที