สาวทอผ้าได้พบหน้าหนุ่มเลี้ยงวัวเวียนจบครบสองรอบปี
ในห้องปรุงยาบ้านสกุลหลัน หลันิปากพล่ามพูดเื่ยาสมานแผลตัวใหม่ที่เพิ่งคิดค้นได้อย่างตื่นเต้นยินดีหมอหนุ่มแบ่งยาใส่ขวดกระเบื้องไว้สำหรับเถียนเยวี่ยเป็ของแทนใจที่เด็กหนุ่มมาเยี่ยมเยียนเขาและลูกสาวอีกครั้ง
หลันซิ่วจูวัยห้าปีเศษยืนอยู่ข้างโต๊ะร่างป้อมมีเพียงส่วนศีรษะพ้นขอบโต๊ะสูงมาได้นางมองหน้าบิดาแล้วยิ้มแฉ่งกับเื่ยินดีของเขา เด็กหญิงยื่นมือหยิบเปาจื่อ[1]ไส้ถั่วแดงกวนในจานขึ้นมากัดบนตักบิดามีตำรากางอยู่ บนโต๊ะก็มีถาดยาสารพัดชนิดและขวดกระเบื้องอีกนับสิบนางหันไปมองท่านอาเถียน ตักของเขาว่างเปล่า
เด็กหญิงเดินเข้าไปใกล้ เถียนเยวี่ยในชุดเขียวใบไผ่สบตาใสแจ๋วของนางแล้วคลี่ยิ้มให้อย่างเอ็นดูหลันซิ่วจูที่อยู่ในชุดสีเขียวเช่นเขาทว่าเป็สีเขียวหยก ผิวขาวกระจ่าง หน้าตาน่ารักน่าชัง แก้มใสของนางบางราวโปร่งแสง
หลันซิ่วจูจับมือของท่านอาที่วางพาดบนโต๊ะออกแล้วสอดตัวปีนขึ้นนั่งบนตักเขาในทันทีโดยที่เ้าของตักมิทันได้ห้ามปรามหรือเอ่ยอนุญาตเถียนเยวี่ยสบตาหลันิ ผู้เป็บิดาได้แต่เกาศีรษะกับการกระทำของลูกน้อย
‘เสี่ยวจูเอ๋ย เ้าเอาแต่ใจอีกแล้วนะถามท่านอาเถียนก่อนไหมว่ายินดีแบกน้ำหนักเ้าไว้หรือเปล่า’
‘ก็ตักท่านพ่อไม่ว่างสำหรับเสี่ยวจูแล้วนี่’ เด็กหญิงกัดเปาจื่ออีกคำ ขยับปากเคี้ยวตุ้ยๆแล้วหันกลับมามองหน้าเถียนเยวี่ย ‘เสี่ยวจูแบ่งให้ท่านอาหนึ่งคำ’
เ้าของตักหัวเราะในลำคอ ปล่อยให้เด็กหญิงนั่งตามสบาย หากเด็กน้อยประสงค์ดั่งใจมีหรือแขกเช่นเขาจะขัด
‘หนึ่งคำของข้าน่ะคำโตกว่าเ้านัก’
หลันซิ่วจูชำเลืองที่เรียวปากกว้างของเถียนเยวี่ยอย่างชั่งใจแล้วหันกลับมาแลบเลียเปาจื่อลูกนั้นแทบละเลงน้ำลายลามเลียไปทั่วลูก
หลันิได้แต่ส่ายหน้า เหมือนมองดูลูกสุนัขหวงกระดูกไม่มีผิด!
‘เด็กน้อยไร้การอบรมแล้ว’ หมอหนุ่มหน้าแดงแม้เถียนเยวี่ยจะไม่ถือสาอันใด
ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่น่าระลึกถึง
ข้างกำแพงบ้านสกุลหลันทางทิศตะวันออกมีต้นผิงกั่ว[2]หยั่งรากลึกสูงสองจ้าง[3]
ใต้ร่มใบขอบหยักเขียวเข้มเป็มันตัดกับสีผลแดงสดที่ออกเต็มต้นหลันซิ่วจูถือไม้สอยพยายามจะฟาดให้ถูกเป้าหมายคือผิงกั่วลูกหนึ่ง
เถียนเยวี่ยเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเด็กหญิง เขาบิดกายไล่ความเมื่อยขบหลังจากหลับพักสายตาไปราวสองเค่อ[4]เด็กหนุ่มสงสัยอยู่ครามครันหมูน้อยนางนี้ไม่หมดแรงนอนกลางวันบ้างหรือไร
เ้าของร่างสูงยื่นมือไปจับไม้ไว้ไม่ให้มันแกว่งไกวฟาดไร้ทิศทางโงนเงน
‘เ้าฟาดไปมาอย่างนี้ ลูกอื่นก็ร่วงตกลงพื้นช้ำหมด’
เด็กหญิงแหงนหน้ามองมาทางด้านหลัง
‘ก็เสี่ยวจูปีนไม่ถึงนี่...นั่นๆ เสี่ยวจูจะเอาลูกนั้น’ปากจิ้มลิ้มบอก นิ้วก็ชี้ นางปล่อยมือจากไม้สอยเถียนเยวี่ยจึงวางไม้สอยพิงกำแพงไว้
‘แล้วลูกนี้ล่ะ นั่นลูกนั้น นี่ก็อีก’ เรียวนิ้วยาวชี้ผลผิงกั่วมากมายบนกิ่ง ต่ำพอที่เด็กหญิงเอื้อมเด็ดถึง
‘ก็เสี่ยวจูอยากได้ลูกนั้นนี่’ นางยืนกราน
เฮ้อ...เถียนเยวี่ยถอนใจ ผิงกั่วมากมายเต็มต้นเด็กน้อยช่างเลือกเสียจริง!
นิสัยของเด็กหญิงหากตั้งใจ ตั้งมั่นต่อสิ่งใดแล้วจะต้องทำให้ได้เอาให้ได้ ถ้าเขาไม่เดินผ่านมา จะมีผิงกั่วกี่มากน้อยที่ร่วงหล่นลงพื้น
‘ลูกนั้นใช่หรือไม่’ เขาถามย้ำรูปร่างที่สูง เรียวแขนที่ยาวทำให้เถียนเยวี่ยยื่นแขนออกไปเพียงแค่เขาแตะปลายเท้าดีดตัวสูงขึ้นสักหน่อยด้วยวรยุทธ์ขั้นพื้นฐานก็จะปลิดผิงกั่วผลนั้นหลุดจากขั้วได้แสนง่ายดาย
ทว่า...
‘เสี่ยวจูจะเก็บเอง...จะเก็บเอง’ เด็กน้อยร้องพร้อมะโอยู่ด้านหน้าเขายื่นมือคว้าไปมาในอากาศราวจะบอกว่านางเท่านั้นที่มีสิทธิ์
‘ไม้สอยก็ไม่ได้ ปีนก็ไม่ได้ แล้วเ้าจะเก็บอย่างไร’
‘ท่านอาก้มลงเดี๋ยวนี้เลยนะ’ นางเข้ามากอดเอวเขาพร้อมกับฉุดให้ก้มตัวลง‘อุ้มเสี่ยวจู’
‘อุ้ม’ ช่างเป็เด็กหญิงที่เอาแต่ใจยิ่ง!เขาคิด
หลันซิ่วจูพยักหน้าเร็วๆ 'เสี่ยวจูจะเก็บเองท่านห้ามเก็บให้เสี่ยวจูนะ เร็วๆ สิ' สาวน้อยเร่งเร้าแทบจะพาร่างอวบอ้วนป่ายปีนขึ้นมาตามขาเขาแล้ว
เถอะ! ใครใช้ให้บิดานางมีบุญคุณกับเขากันเล่า เ้าของร่างสูงโน้มตัวลงใกล้ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเด็กหญิงไข่มุกตัวอ้วนกลมแล้วยกร่างนางขึ้นนั่งที่บ่ากว้างเบื้องขวานางร้องออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจ มือเล็กเอื้อมถึงผิงกั่วผลสีแดงซึ่งสุกได้ที่เพียงแค่แตะมือถึงผลมันก็หลุดจากขั้ว นางกรีดร้องเสียงดังดีใจอีกครั้งเมื่อสมดังใจหมายแล้วเถียนเยวี่ยก็วางร่างนั้นลงบนพื้น
หลันซิ่วจูทำตาโตกับลูกผิงกั่วในมือ 'เสี่ยวจูรอมันั้แ่มันเริ่มออกดอกตูมแล้วดอกมันก็บานเป็สีขาวอมชมพู’ เด็กน้อยทำมือราวดอกผิงกั่วนั้นบานเท่าปากตะกร้า‘ในที่สุดก็ได้แล้ว...ได้แล้ว’
‘มันก็ออกผลให้เ้าทุกปีไม่ใช่หรือ’ เห็นท่าทางตื่นเต้นยินดีของนางแล้วจึงอดสงสัยไม่ได้
‘แต่ปีนี้ท่านอาอยู่กับเสี่ยวจูนี่นาให้เสี่ยวจูชิมก่อน แล้วจะเด็ดให้ท่านอา’
น้ำใจเพียงเล็กน้อยจากเด็กหญิงทำให้หัวใจของเถียนเยวี่ยรู้สึกอุ่นอวลขึ้นอย่างประหลาดเขามองนางเช็ดผลผิงกั่วกับอกเสื้อ ก่อนจะกัดกร้วมคำโตแก้มยุ้ยขยับเป็จังหวะตามแรงขบของฟัน เนื้อแน่นกรอบขับรสหวานฉ่ำออกมาเต็มปากเพราะต้นถูกปลูกรับแดดเต็มที่ตลอดวันผิงกั่วของนางจึงมีรสหวานจัดกว่าผิงกั่วที่นางเคยชิมของเพื่อนบ้าน
‘หวานจัง หวานที่สุด หวานอร่อยทุกปี เยี่ยม!’
นางยังคงพร่ำพูดไปเรื่อย แล้วก็กัดอีกคำก่อนจะรู้สึกถึงการจ้องมองจากใครอีกคนที่ยืนกอดอกข้างกายนางหลันซิ่วจูเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตัวสูงที่มาพักอยู่บ้านนางได้สิบกว่าวันแล้ว
ท่านอาเถียนต้องคิดว่านางไร้มารยาทแน่ๆ!
เด็กหญิงหน้าแดง ก้มหน้างุดบิดตัวไปมาเกิดอาการกระดากอายขึ้นมานั่นยิ่งทำให้เถียนเยวี่ยอมยิ้มด้วยความเอ็นดูหลานสาวนอกไส้ของเขา
เขาอายุมากกว่าเด็กน้อยสิบเอ็ดปีแต่นางกลับยืนกรานเรียกเขาว่าท่านอาเสียได้
‘เสี่ยวจูให้ท่านชิม...แต่กัดคำเดียวนะ’
เด็กน้อยยื่นผิงกั่วในมือมาตรงหน้าเขา อีกครั้งแล้วที่นางเอื้อเฟื้อต่อเขาแต่เพียงแค่...คำเดียว
เถียนเยวี่ยมองผลผิงกั่วที่มีรอยกัดไปแล้วสองคำ
‘เสี่ยวจูยังไม่ได้ละเลงน้ำลายเสียหน่อย’ หลันซิ่วจูแก้ตัวเพราะคราวก่อนนางถูกบิดาเอ็ดไปแล้วเื่เปาจื่อเปื้อนน้ำลาย
เด็กหนุ่มชุดเขียวใบไผ่ส่ายหน้าช้าๆ
‘ท่านอาไม่เชื่อเหรอ’ นางรีบเอาผิงกั่วลูกนั้นเช็ดๆกับอกเสื้ออีกครั้ง ความฉ่ำจากรอยกัดทำให้เสื้อเลอะเป็ดวง
ในที่สุดเถียนเยวี่ยก็หัวเราะพรืด ‘ข้ายังไม่หิวต่างหากรอเ้าเก็บลูกใหม่ให้ดีกว่า หรือถ้าหิวตอนนี้ ลูกที่สุดปลายนั่นเป็ไร’ ว่าแล้วร่างสูงก็พลิ้วกายะโขึ้นคว้าเอาผลผิงกั่วลูกหนึ่งมาไว้ในมือ
‘ท่านอาเก่งจัง!’ เด็กหญิงะโขึ้นลงก่อนรับเอาผิงกั่วผลใหม่ที่เขายื่นให้
‘ท่านอาสอนข้าบ้างสิ...นะ...นะ’ นางเข้ามาเกาะเอวเขาแล้วทั้งยังเงยหน้าส่งสายตาเว้าวอนออดอ้อน
‘เ้ายังเด็กวรยุทธ์มิใช่ของเล่นที่จะมอบต่อให้อย่างง่ายดายเหมือนพลิกมือ’
‘ถ้าเสี่ยวจูโตท่านจะสอนใช่ไหม’
เขาไม่เคยมีความคิดจะรับศิษย์ ‘ไว้ค่อยพูดกัน’
ก็ได้...ไว้ค่อยพูดกัน หลันซิ่วจูพยักหน้ารับตามนั้นตราบใดที่ท่านอาเถียนยังอยู่ก็จะมีคนะโขึ้นเก็บผิงกั่วลูกที่นาง้าเรื่อยๆ ไม่มีเื่ใดต้องคิดกังวลครั้นในมือมีผิงกั่วผลใหม่เด็กหญิงก็วิ่งตึงๆ ไปหาบิดาในห้องปรุงยาปากก็ะโไปตามทาง
‘เสี่ยวจูจะฝึกยุทธ์! ท่านอารับเสี่ยวจูเป็ศิษย์แล้ว!’
ใต้ต้นผิงกั่วลูกดกสีแดงชาดยามบ่ายจัดทิ้งไว้เพียงเด็กหนุ่มชุดเขียวที่ต้องถอนหายใจยาวอีกคราแล้ว
ข้ายังไม่ได้รับปากเ้าเสียหน่อย!
[1] ซาลาเปา
[2] แอปเปิ้ล
[3] หนึ่งจ้างประมาณ ๒.๒๗-๒.๓๑ เมตร
[4] ๑ เค่อ ประมาณ ๑๕ นาที