“โปรดสั่งสอนด้วยขอรับ”
“เ้าจนปัญญาแล้วล่ะสินะ”ิเฟยหลงอมยิ้ม องครักษ์คู่ใจพยักหน้าหงึกหงักรับคำเสียงอ่อย
“มารยาสตรีมีฉันใดมารยาบุรุษก็มีได้ฉันนั้น” หู่ซิ่นสือยังทำหน้างุนงง “เ้ายังไม่รู้วิธีอีกสินะ”
“ข้าน้อยก็ไปเฝ้านางแล้วนะขอรับ”
“เฝ้าอย่างเดียวพอที่ไหนกัน?”ิเฟยหลงยกมือขึ้นกระดกปลายนิ้วเรียกให้หู่ซิ่นสือเข้ามาใกล้ๆเขากระซิบสอนองครักษ์หนุ่มอยู่พักใหญ่ องครักษ์หู่อยู่ข้างกายพระองค์มานานนอกจากจะวางชีวิตไว้ในมือหู่ซิ่นสือแล้วหู่ซิ่นเสือเองก็อุทิศชีวิตเพื่อดูแลพระองค์มาโดยตลอดในเมื่อหู่ซิ่นสือเพิ่งจะมีสตรีที่พึงใจพระองค์จะไม่ทรงส่งเสริมได้อย่างไร? “เ้าอาบน้ำแล้วก็รีบไปทำศึกนี้ให้ชนะเถอะ”เสียงหัวเราะของิเฟยหลงค่อยแ่หายออกไปจากห้องพักหู่ซิ่นสือรีบเรียกเสี่ยวเอ้อให้เตรียมน้ำอาบทันที
ฟั่นชุนหลันยืนกวาดตามองไปรอบๆนางรอั้แ่เย็นจนหัวค่ำก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณชายหู่ “คุณหนูเห็นทีคืนนี้เขาคงไม่มาแล้ว”
สวีเม่ยที่ออกไปคุยกับแขกอีกสองคนเพิ่งกลับมารู้สึกเมื่อยล้า“ดีแล้ว!เ้าไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบเถอะ ข้าอยากจะแช่น้ำอุ่นใจจะขาดแล้ว”นางเองก็คอยชำเลืองมองไปยังนอกห้องโถงอยู่หลายครั้งในใจก็แอบหวังให้เขามานั่งเฝ้าเหมือนคราวก่อน แต่เมื่อมองหาแล้วผิดหวังจึงได้แต่แอบถอนหายใจอยู่หลายคราว
นางหย่อนร่างเปลือยเปล่าลงในอ่างอาบน้ำอย่างสบายใจั้แ่เขามาตื้อขออยู่เฝ้านางก็ต้องรีบอาบน้ำรีบแต่งตัวด้วยกลัวว่าเขาจะเข้ามาพอดีฟั่นชุนหลันเดินเข้ามานวดไหล่ให้นางคลายปวดเมื่อยอยู่ครู่หนึ่ง จึงนึกขึ้นมาได้ “น้ำอบที่คุณหนูได้มาคราวก่อนยังมิได้เอามาใช้เลยนะเ้าคะ”
“ข้าจำไม่ได้ว่าเอาไปเก็บไว้ที่ใด?”สวีเม่ยโคลงศีรษะนางสู้อุตส่าห์ซื้อกัดฟันซื้อน้ำอบต่างแคว้นจากพ่อค้าเร่เพราะดมดูแล้วช่างหอมนัก “หรือว่าข้าวางไว้ในตู้เก็บของที่ห้องรับแขกบนหอ”นางหมายถึงห้องที่นางใช้รับแขกประจำบนชั้นสองของหอ ซิงเยว่
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะคุณหนูประเดี๋ยวข้าวิ่งขึ้นไปเอามาให้”ฟั่นชุนหลันไม่รอให้นางตอบรับก็วิ่งตื๋อออกจากห้องไปสวีเม่ยคิดจะร้องห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วจึงได้แต่ร้องเฮ้อ! ตามหลังไปนางเอนกายพิงขอบอ่างรองผ้าหนานุ่มใต้ท้ายทอยแล้วแหงน หน้าขึ้น หลังจากที่พี่ชายของนางเอาหลักฐานที่มีใส่ในมือของใต้เท้าหู่เขาก็เงียบหายไปพักหนึ่งแล้วก็กลับมาเฝ้านางคราวนี้เขากลับไปหาเ้านายของเขาเห็นทีคงจะไม่กลับมาง่ายๆ
เสียงฝีเท้าตรงเข้ามาด้านหลัง“เ้ามาเร็วดีนี่ แต่ว่าข้าแช่น้ำจนตัวจะเปื่อยหมดแล้ว” กล่าวจบนางก็ลุกขึ้นไอร้อนจากน้ำเหลือเบาบางมือข้างหนึ่งของนางรวบเอาผมที่ยาวปิดบั้นท้ายไปปิดทรวงอกไว้ข้างหน้าแผ่นหลังบางขาวเนียนและบั้นท้ายหนั่นนิ่มทำเอาหู่ซิ่นสือหัวใจแทบหยุดเต้นมือเรียวบางคว้าผ้าบนราวด้านข้างขึ้นมาห่มก่อนซับน้ำตามแขนและหน้าอกก่อนจะยกขาขึ้นบนตั่งเล็กเช็ดบั้นเอวไล่ลงไปตามต้นขาเรียวไปจนถึงปลายเท้านางซับน้ำจนทั่วตัวแต่มิได้เสียงของฟั่นชุนหลันตอบสิ่งใดก็เงยหน้าหันไปมอง
ใบหน้าซีดเผือดของชายหนุ่มตรงหน้าทำเอาตะลึงตาค้าง“ว้าย!”นางร้องออกมาแค่นั้นเขาก็พุ่งเข้าไปปิดปากนางไว้
“เ้าอย่าร้องเสียงดัง!ข้ามิได้ตั้งใจจะเข้ามาแอบดูเ้า”
ร่างกายของเขาแนบอยู่กับร่างเปลือยที่ห่อหุ้มด้วยผ้าบางผืนใหญ่เพียงผืนเดียวของนางสวีเม่ยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวของใบหน้าเมื่อลมหายใจของเขาเป่าอยู่ข้างแก้มหู่ซิ่นสือที่โอบนางไว้ในอกรู้สึกถึงความร้อนที่เกิดจากแขนของเขาแนบอยู่กับแขนของนางและกำลังส่งความร้อนไปทั่วไปร่างกายบริเวณ่ล่างของเขาแนบอยู่กับบั้นท้ายกลมกลึงของนางคล้ายจะรับรู้ถึงความนุ่มนิ่มทะลุผ้าบางผืนนั้นผ่านเสื้อผ้าของเขาเองมาจนถึงเนื้อหนังข้างใน
“ขะข้าไม่ร้องแล้ว ปล่อยข้าเถิด” ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับเป็ไข้
“เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ร้องออกมา”ลมหายใจของเขาเองก็เริ่มขาดห้วง
“ข้าแน่ใจ”
เขาค่อยๆปล่อยมือ ผ้าที่นางพันกายเอาไว้เลื่อนแทบหลุดจากไหล่หู่ซิ่นสือก้มหน้าเล็กน้อยทำให้มองเห็นเนินอกสล้างที่ผ้าคลุมเลื่อนหลุดไป"ผ้าท่านหลุดแล้ว”
สวีเม่ยใรีบกุมผ้าปิด่อกไว้แน่น“อุ๊ย!”เขาหันหลังให้นางแล้วเดินออกไปรอที่ห้องโถง สวีเม่ยรีบแต่งตัวด้วยอาการมือสั่นเทานางไม่รู้ว่าเขาเห็นสิ่งใดบ้าง นางนึกทบทวนตอนที่นางลุกขึ้น แย่แล้ว! ร่างกายของนางเขาได้เห็นหมดแล้วจากนี้ไปจะมีหน้าไปรับประกันความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตนเองต่อผู้ใดได้ต่อให้เขาไม่พูดไปสตรีที่เปิดเผยเรือนร่างต่อหน้าบุรุษเยี่ยงนางคงไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด
เขานั่งหันหลังรอนางอยู่ห้องโถงเขาเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้ามาได้จังหวะเยี่ยงนี้ เขาร้องเรียกนางแล้วแต่เพราะนางไม่รับคำขานจึงได้ถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องด้วยความเป็ห่วงกลับเห็นนางนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างนิ่งๆ พอกำลังจะเรียกนางกลับพูดตัดบทแล้วลุกขึ้นจากอ่างน้ำเสียก่อนเรือนร่างด้านหลังของนางเขาได้เห็นเต็มสองตา หากเป็สตรีทั่วไปที่เขาได้เห็นเรือนร่างนางเช่นนี้เมื่อเขาไม่รับผิดชอบสตรีผู้นั้นย่อมคิดฆ่าตัวตายหนีความอับอายแต่สวีเม่ยเป็สตรีในหอคณิกา หากเขาไม่ตบแต่งนางเกรงว่านางอาจจะ......
“ท่านไปพบเ้านายมาแล้วหรือ?”
“อืม....”เขาหันกลับมามองนางด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ ภาพแผ่นหลังของนางยังคงแจ่มชัดยามสบตานางเช่นนี้ยากที่จะปกปิดความในใจ “เมื่อกี้ข้า....ข้าทำผิดต่อเ้า”
สีหน้าของนางขัดเขิน“ท่านไม่ต้องพูดแล้ว!”
“ไม่พูดไม่ได้! ข้าต้องรับผิดชอบเ้า”ใบหน้าของเขาบึ้งตึง
“ไม่จำเป็ข้าอยู่ในหอคณิกาอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้าหรอก”
หู่ซิ่นสือมองนางด้วยใบหน้าอึมครึม“ข้าจะบอกกับพี่ชายของเ้าว่าข้า้ารับผิดชอบในตัวเ้า ข้าจะแต่งงานกับเ้า”
“อย่าบอกนะ!” สีหน้านางตื่นตระหนก“ปล่อยข้าไปเถิด! แค่ท่านไม่พูดก็ไม่มีผู้ใดรู้เื่นี้อีกไม่นานท่านก็จะกลับเมืองหลวง ส่วนข้าก็จะกลับไปอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ที่บ้านนอกจงอย่าทำให้เป็เื่ใหญ่เลย”
หู่ซิ่นสือกำหมัดแน่นเขาคิดจะใช้เล่ห์เพทุบายตามที่ฮ่องเต้ทรงให้คำแนะนำแต่ยามนี้กลับผิดแผนไปเสียแล้วเขาได้ก้าวข้ามเื่ที่ต้องทำตัวให้ใกล้ชิดเป็เห็นร่างเปลือยเปล่าของนางแต่นางกลับมีปณิธานมุ่งมั่นที่จะไม่แต่งกับขุนนางหรือคุณชายจากตระกูลใหญ่ คราวนี้หากเขาไม่ดื้อดึงจนถึงที่สุดก็คงไม่อาจรวบหัวรวบหางนางไว้ได้
‘หากเ้าอยากได้นางจริงก็จงดื้อด้านให้ถึงที่สุด’ ฝ่าาตรัสเป็ประโยคสุดท้ายในตอนที่เขาถามว่าหากนางไม่ยินยอมฝ่าาจะมีกลยุทธ์อย่างไร?