บทที่ 21 สั่งสอนเด็กน้อย
เฉินผิงอันกินข้าวไปได้ไม่กี่คำ ก็โยนตะเกียบทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อมาหาเงินที่หลินชุนฮวาซ่อนไว้ก็ไม่เจอ จึงไม่สามารถไปเล่นการพนันได้ ได้แต่ล้มตัวลงนอนบนเตียงหลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ เฉินเฉินที่หดตัวอยู่มุมเตียง เห็นดังนั้นก็รีบสะกิดขาของบิดาตน
“ท่านพ่อ ข้าหิว…” เฉินผิงอันติดการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ไม่สามารถไปเล่นได้ทันที จึงรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก ไหนเลยจะใส่ใจเด็กน้อยที่ร้องครวญครางอยู่ข้าง ๆ แม้ว่าเด็กคนนี้จะเป็ลูกที่เคยรักใคร่เอ็นดูมาก่อนก็ตาม
“ไปหาท่านแม่เ้าไป”
เฉินเฉินยืนตัวสั่นอยู่ด้านข้างกล่าวว่า “ข้าหานางไม่เจอ ท่านพ่อ อย่านอนต่อเลย ข้าหิวแล้ว”
เฉินผิงอันลุกขึ้นนั่งทันใด กล่าวอย่างไม่พอใจว่า
“ท่านแม่เ้าไม่ให้อาหารเ้ากินหรือไร เด็กนั่นไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของนาง แต่เ้าเป็ลูกแท้ ๆ ของนางไม่ใช่หรือ?” ฉินเฉินใกับเสียงะโที่ดังขึ้นกะทันหัน ถอยหลังไปหลายก้าว เฉินผิงอันเห็นลูกชายใถอยหลังไปหลายก้าว ก็หงุดหงิดใจ เอาผ้าห่มคลุมหัวอีกครั้ง
แต่คำพูดของเขากลับเตือนความจำให้เฉินเฉินอย่างถ่องแท้ ในบ้านนอกจากมารดาแล้ว ยังมีอีกคนที่ทำอาหารเป็นั่นก็คือหญิงสาวที่นอนอยู่ในโรงเก็บฟืน
ตอนเด็ก ๆ เขาเคยเรียกนางว่าพี่สาว แต่กลับโดนผู้เป็แม่ด่าว่าอย่างหนัก บอกว่าหญิงสาวนั่นไม่ใช่พี่สาวของเขา เื่อื่น ๆ อาจจะจำไม่ค่อยได้ แต่สำหรับเขาที่เคยโดนแม่ตีอย่างหนัก จึงจดจำบทเรียนนี้ไว้ในใจเป็อย่างดี นั่นก็คือถ้าเขารังแกหญิงสาวผู้นั้นอย่างหนักท่านแม่จะดีใจ
ถ้าเขารังแกนางหนัก ๆ ท่านแม่ยังจะให้รางวัลเขาด้วย วันนี้เขาก็เดินก้าวขาสั้น ๆ ตามปกติ เตะประตูโรงเก็บฟืนอย่างแรง
“เ้าน่ะ รีบมาทำอาหารให้ข้ากิน!”
เฉินเถียนเถียน ไม่ทันได้ไว้อาลัยให้ประตูที่มีชีวิตสั้นนัก ก็มองเด็กน้อยที่บุกเข้ามาอย่างงุนงง เด็กคนนี้ผอมไปหน่อย เห็นได้ชัดว่าท่านแม่ไม่ค่อยเอาใจใส่ ผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เก่าและขาด แขนเสื้อและชายเสื้อเห็นได้ชัดว่าเป็เสื้อตัวใหญ่ที่เอามาตัดเล็กลง แต่ไม่ได้เย็บขอบให้เรียบร้อยเลย
จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า เด็กคนนี้เคยเป็ฝันร้ายในใจของเฉินเถียนเถียน มา่หนึ่ง นี่คือเด็กน้อยที่ชอบรังแกเสี่ยวเถียนเถียนอยู่เสมอ เ้าเฉินเฉิน
เฉินเฉินพบว่าหญิงสาวที่ปกติจะตัวสั่นและหดตัวอยู่ตรงมุม กลับมองตนเองด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก
“นังเน่า ไม่ได้ยินหรือไง รีบไปทำอาหารให้ข้า ไม่งั้นข้าจะไปฟ้องท่านแม่!”
ใช่แล้ว นี่คือเฉินเฉิน น้องชายต่างมารดาของเฉินเถียนเถียน ไม่ว่าอะไรก็มาขอจากพี่สาวคนนี้ได้ แต่ไม่เคยเรียกว่าพี่สาวเลย ถ้ามีอะไรไม่พอใจนิดหน่อย ก็จะไปบอกหลินชุนฮวา แล้วหลินชุนฮวาก็จะไปบอกเฉินผิงอัน เฉินผิงอันก็จะะโใส่เฉินเถียนเถียน หรือไม่ก็ลงไม้ลงมือ
“บางครั้งหลินชุนฮวา ก็ไม่มีความอดทนต่อเด็กคนนี้ และจะลงมือด้วยตนเอง แต่รอยแผลทั้งหมดจะให้เฉินเถียนเถียนเป็ผู้รับผิดชอบ”
“ไปฟ้องเหรอ ดีเลย เ้ารีบไปเถิด นอกจากการไปฟ้อง เ้ายังทำอันใดได้อีก” เฉินเฉิน ไม่เคยคิดเลยว่าพี่สาวที่เคยเชื่อฟังคนนี้ จะกล้าโต้แย้งเขาได้
“นังบ้า เ้าอยากตายใช่หรือไม่?” เฉินเฉินพูดพลางหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาจากพื้น และตีใส่เฉินเถียนเถียนอย่างแรง
หากเฉินเถียนเถียนยังเป็คนเดิม นางก็คงจะหลบเข้าไปในกองฟืนด้วยความกลัว แต่ตอนนี้ถ้าเถียนเถียนถูกเด็กตัวแสบตัวนี้จับได้ง่าย ๆ นางคงใช้ชีวิตมาอย่างสูญเปล่าเป็แน่แท้
เฉินเถียนเถียนคว้าไม้ท่อนนั้นไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นก็ดึงไปด้านหลังอย่างแรง เด็กตัวแสบก็ล้มลงบนพื้น ฝ่ามือบอบบางถูกเศษไม้บาดเืไหลออกมา
อย่างไรก็ตาม นางได้รับการศึกษาแบบสมัยใหม่ แม้ว่าเด็กคนนี้จะเคยพูดจาไม่ดีกับนาง แต่ตอนนี้เมื่อเห็นมือทั้งสองข้างของเขามีเืไหลออกมา ดวงตามีน้ำตาคลอ เหมือนจะร้องไห้แต่ไม่ร้อง เฉินเถียนเถียนก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหา ้าจะพยุงเฉินเฉินขึ้นมา
“ไม่ต้องมาทำเป็ใจดี นังหญิงบ้า เดี๋ยวข้าจะไปบอกท่านพ่อ ให้เขาตีเ้าตายไปเลย!” เฉินเถียนเถียนทำดีแต่โดนตอบแทนด้วยความชั่ว นางโมโหขึ้นมาทันที ยื่นมือไปดึงเสื้อผ้าของเฉินเฉินอย่างแรง แล้วลากเขาออกไป เฉินเฉินเดิมทีก็แค่ใช้อำนาจในนามของผู้อื่น ตัวเองก็เป็แค่เด็ก ตอนนี้เจอศัตรูที่แข็งแกร่ง ยิ่งร้องไห้โฮออกมา
“นังบ้า ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้!” เฉินเถียนเถียนทำหน้านิ่งเฉย ไม่สนใจเขา อย่างไรก็ตามนางก็ลากเขาไปที่ห้องใหญ่ ก่อนเตะประตูห้องนอนใหญ่
เฉินผิงอันตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังกะทันหัน เขาดึงผ้าห่มออกอย่างหงุดหงิดและะโเสียงดัง
“เสียงอะไร!” เฉินเถียนเถียนตอบกลับทำหน้านิ่งกล่าวว่า
“อย่างน้อยก็เป็พ่อ ไม่เหลืออาหารให้ลูกชายกินเลยหรือ?” เฉินผิงอันรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เขาแทบจะกินอาหารมื้อเย็นไม่ลง กินไปไม่มาก หมายความว่าอย่างไรที่ไม่เหลืออาหารให้ลูกชายกิน
เฉินเฉินเห็นคนที่มักจะออกโรงแทนตัวเองเสมอ เขาร้องไห้โวยวายรุนแรงยิ่งขึ้น
“พ่อ รีบตีหญิงบ้าคนนี้ให้ตาย นางกล้าดุข้า นางยังตีข้าอีก ท่านดูสิ มือข้ามีเืไหลออกมา” เฉินผิงอันเห็นมือทั้งสองข้างของลูกชายมีเืไหลออกมา ในทันใดนั้นโทสะก็พุ่งขึ้นมาถึงหัว
“นังเด็กนี่ เ้ากล้าดีอย่างไร! นี่เป็น้องชายของเ้า เ้ากล้าทำกับเขาเช่นนี้ได้เยี่ยงไร!” เฉินเถียนเถียนหัวเราะเยาะในใจ แล้วบีบน้ำตาออกมาอย่างน่าสงสาร
“เขาเป็น้องชายของข้าหรือ กล่าวแต่ว่านังบ้า เขาเคยเรียกข้าสักครั้งว่าพี่สาวหรือไม่” เฉินเฉินเห็นสีหน้าของพ่อเปลี่ยนไป จึงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านแม่กล่าวว่าเ้าไม่ใช่พี่สาวข้า เ้าเป็แค่นังบ้า!” แน่นอนว่าเด็ก ๆ นั้นจัดการได้ง่าย แค่กล่าวสักประโยค ก็ทำให้เขาเอ่ยความจริงออกมาแล้ว
“…” เฉินผิงอันอดโกรธไม่ได้ เด็กบ้านี่ถ้าไม่กล่าวอะไรเลยจะดีแค่ไหน ตัวเขาเองก็จะได้กล่าวหา โยนเื่นี้ใส่เด็กสาวตัวแสบนี่เสียก็จบ แต่พอกล่าวแบบนี้ออกมา ก็ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะกล่าวอันใดต่อได้อีก
หากเวลานี้ เขายังสามารถทำใจโเี้ บอกว่าหลินชุนฮวากล่าวถูกเฉินเถียนเถียนคงจะไม่ยอมและทำให้ทั้งหมู่บ้านรู้เื่นี้ หลังจากลังเลอยู่นาน ในที่สุดเฉินผิงอันก็หาคำที่เหมาะสมได้ คำกล่าวที่เขาคิดว่าสมเหตุสมผลแล้ว
“ถึงอย่างนั้น นางก็เป็น้องชายของเ้า เ้าจะลงมือได้เช่นไร ยังทำให้เขาเป็เยี่ยงนี้อีก” เฉินเถียนเถียนอดไม่ได้ที่จะด่าทอในใจอีกครั้ง พ่อบ้านี่ ใจคอเอียงไปถึงรักแร้แล้วละมั้ง
“ท่านพ่อ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าเป็คนลงมือตบเขา เฉินเฉินเ้าเป็ลูกผู้ชายไม่ใช่หรือ เหตุใดไม่กล้ารับผิดและกล่าวความจริงสักครั้ง” เฉินเฉินถูกพูดเช่นนี้ ในใจพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกเดือดดาล ไม่อาจให้หญิงสาวมองข้าด้วยสายตาดูแคลนได้ ดังนั้นจึงเผลอพูดออกไป
“ข้าตบเ้าแล้วจะให้ทำอย่างไรรึ ใครใช้ให้เ้าสมควรโดนตบล่ะ แม้แต่อาหารยังไม่เตรียมให้ข้าด้วยซ้ำ”