นางพราย กระหายรัก

    ตอนที่ 5: สัญญาซื้อขายสายฟ้าแลบ


    ซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าถูกวางลงบนโต๊ะกระจกใสใจกลางโถงล็อบบี้ของโรงแรมในตัวเมืองอย่างแรง พร้อมกับมืออันสั่นเทาของลุงเดชที่เกร็งสั่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนชัดเจนประหนึ่งรากไม้แห้งกรัง ชายชราหลังค่อมก้มหน้าหลบตาต่ำ แผ่นหลังของเขายิ่งโก่งงอซูบซีดคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง ผิวพรรณเหี่ยวย่นภายนอกแห้งกรังไร้สีเลือด ดวงตาลึกโหลเบิกโพลงกลิ้งกรอกไปมาด้วยความตระหนกตกใจอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่มีเสียงพนักงานโรงแรมเดินผ่านหรือเสียงปิดประตู ลุงเดชจะสะดุ้งตัวโยนด้วยความหวาดผวาประหนึ่งกลัวว่าความตายจะพุ่งเข้าจู่โจมเขาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง

    คิวยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกอย่างที่สุดเมื่อเห็นซองเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน ชายหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงกวาดตามองความถูกต้องของเอกสารสัญญาซื้อขายด้วยความตื่นเต้นยินดี เขารีบจับปากกากดปลายนิ้วลงนามเซ็นชื่อกำกับในฐานะผู้ซื้ออย่างรวดเร็วสายฟ้าแลบ ก่อนจะยื่นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายเงินมัดจำก้อนโตจำนวนหลายแสนบาทส่งให้ลุงเดชทันที

    “เรียบร้อยครับลุงเดช นี่เงินมัดจำตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนที่เหลือเราจะไปโอนกรรมสิทธิ์กันที่สำนักงานที่ดินในสัปดาห์หน้า” คิวเอ่ยเสียงใส แววตาระยับไปด้วยชัยชนะทางธุรกิจ “ลุงเอาเงินก้อนนี้ไปจัดการเรื่องย้ายบ้านและรักษาตัวในเมืองได้เลยนะครับ”

    ลุงเดชเอื้อมมือเหี่ยวสั่นไปหยิบเช็คเงินสดมากำไว้แน่นจนสั่นระริก ชายชราไม่แม้แต่จะมองหน้าคิวหรือนับจำนวนตัวเลขบนเช็ค แกกลืนน้ำลายเหนียวลงลำคอแห้งผาก พยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ขาขวาเปลี้ยแรงจนซวนเซ ฝ้ายที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ รีบยื่นมือเข้าไปช่วยประคองข้อศอกของชายชราไว้ด้วยความห่วงใย

    ทว่าสัมผัสจากเนื้อตัวของลุงเดชผ่านเสื้อคอกลมสีซีดแผ่ไอเย็นเยือกประหลาดเข้ามาปะทะมือฝ้ายจนเธอสะดุ้ง และในจังหวะที่ลุงเดชเอียงคอหลบนั้น ฝ้ายสังเกตเห็นรอยฟกช้ำรูปฝ่ามือสีเขียวอมม่วงคล้ำที่มีคราบเปียกชื้นแปลกประหลาดประทับอยู่บริเวณลำคอเหี่ยวย่นของแก รอยนั้นดูราวกับรอยนิ้วมือของใครบางคนที่บีบรัดอย่างรุนแรง และที่น่าสยดสยองคือมันส่งกลิ่นอายเปียกชื้นของดินเลนและกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของดอกลำเจียกโชยออกมาบางเบา

    “ลุงเดชคะ... คอของลุงไปโดนอะไรมาคะ รอยช้ำนั่น...” ฝ้ายถามด้วยความตระหนก แววตากลมอิ่มเต็มไปด้วยความสงสัยหวาดระแวง

    ลุงเดชสะดุ้งสุดตัวปัดมือของฝ้ายออกทันทีด้วยอาการหวาดผวาหนักขึ้น แววตาของแกสั่นระริกพร้อมท่าทางปัดป้อง “ไม่มีอะไร! ข้า... ข้าแค่ลื่นตกบันไดเฉยๆ รอยไม้มันกระแทก! ข้าตกลงขายที่ให้พวกเอ็งแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน!” ชายชรากราบไหว้เร็วๆ แล้วรีบหันหลังเดินก้าวสับเท้ากระโผลกกระเผลกหนีออกไปจากโถงล็อบบี้โรงแรมอย่างรวดเร็วราวกับจวนเจียนจะหลบหนีภัยพิบัติร้ายแรง

    ฝ้ายมองตามหลังลุงเดชไปด้วยหัวใจที่กระตุกสั่น ใบหน้าสวยเก๋ซีดสลดลงทันตา เธอหันมาหาคู่หมั้นหนุ่ม “คิว... ฝ้ายว่าลุงเดชแกแปลกๆ รอยที่คอแกนั่นเหมือนโดนบีบแน่นมาก แล้วแกก็ดูผอมซีดซูบลงไปกว่าเมื่อวานตั้งเยอะ เหมือนคนป่วยหนักใกล้จะตายเลยนะคิว หรือว่าที่ดินตรงนั้นมันต้องมีอะไรไม่ปลอดภัยจริงๆ”

    คิวลอบถอนหายใจยาวพลางเก็บเอกสารสัญญาเข้าซองด้วยท่าทางรำคาญใจ “คิดมากอีกแล้วนะฝ้าย ลุงแกแก่ป่านนั้นแล้ว โรคคนแก่รุมเร้าทำไมจะผอมซีดไม่ได้ รอยที่คอก็คงลื่นล้มกระแทกขอบบันไดบ้านผุๆ ของแกนั่นแหละ แกได้เงินล้านไปขนาดนี้คงตื่นเต้นจนตัวสั่นมากกว่า อย่าเอาเรื่องหยุมหยิมมาคิดให้ปวดหัวเลย ตอนนี้เราได้สัญญาแล้ว ฉันนัดรถขุดและช่างถมดินตลิ่งให้รีบเข้าเคลียร์พื้นที่คุ้งน้ำวนในวันพรุ่งนี้ทันที โครงการเราจะได้คืบหน้าเร็วขึ้น”

    ฝ้ายก้มหน้ามองมือของตนเองที่ยังคงรู้สึกสั่นและชาชื้นจากสัมผัสของลุงเดช ความหน่วงหนักและกระวนกระวายอึดอัดแน่นหน้าอกแล่นกลับมาโจมตีหัวใจของเธออีกครั้ง สัญชาตญาณเตือนภัยในอกร้องประท้วงก้องกังวานว่าการรีบร้อนถมที่และถมดินบริเวณคุ้งน้ำวนนั่นคือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่จะดึงดูดหายนะและความตายมาสู่พวกเขา

    หลังจากเสร็จสิ้นการทำสัญญา ทั้งสองคนกลับขึ้นมาบนห้องพักหรูของโรงแรม คิวนั่งจดจ่ออยู่กับการตรวจดูพิมพ์เขียวแผนงานถมดินตลิ่งบนโต๊ะทำงานด้วยความเคร่งเครียดและกระตือรือร้น ทว่าสมองของชายหนุ่มยามนี้กลับเริ่มพร่าเบลอ ฟุ้งซ่านจินตนาการฝันหวานเห็นแต่ใบหน้าจิ้มลิ้มและรอยยิ้มหวานเชื่อมของรันลอยซ้อนทับภาพแผนงานตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา สัมผัสอุ่นร้อนนุ่มนวลที่หลังมือจากหลานสาวลุงเดชยังคงตราตรึงปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาตามธรรมชาติในกายเขาให้ลุกโชนจนกางเกงอึดอัดรัดตึง

    ฝ้ายเดินกระสับกระส่ายวนเวียนไปมาในห้องพักด้วยความกังวลใจทนไม่ไหว เธอเดินเข้าไปหยุดยืนข้างเก้าอี้ของคู่หมั้นหนุ่ม แตะมือลงบนไหล่แกร่งของเขาและเอ่ยปากขอร้องน้ำเสียงสั่นเครือ

    “คิวคะ... ฝ้ายขอร้องล่ะ ชะลอโครงการถมตลิ่งที่คุ้งน้ำวนลงก่อนได้ไหม ฝ้ายรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ หัวใจมันสั่นแน่นหน้าอกไปหมด บรรยากาศรอบๆ ที่ดินแปลงนั้นมันน่ากลัวเกินไป คดีคนตกน้ำตายที่ชาวบ้านพูดถึงก็ดูไม่ธรรมดาเลยนะคิว เราลองจ้างคนมาทำพิธีขอกราบไหว้หรือทำบุญเจ้าที่ก่อนเริ่มงานดีไหมคะ”

    คิววางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้หันมามองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาหงุดหงิดระคายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเข้มตึงเครียด “ฝ้าย! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาเรื่องงมงายมาขัดขวางการทำงานของฉัน! พิธีกรรมบ้าบอพวกนั้นมันช่วยทำให้ดินมั่นคงขึ้นหรือไง? เสียเงินเสียเวลาโดยใช่เหตุ! ที่ดินแปลงนี้คืออนาคตของเราสองคนนะฝ้าย ถ้าเธอยังเอาแต่ตื่นตูม หวาดกลัวนู่นหวาดกลัวนี่ตลอดเวลา งานมันจะเสร็จเมื่อไหร่! ฉันเริ่มรำคาญความไร้สาระของเธอเต็มทีแล้วนะ!”

    น้ำเสียงตะคอกตวาดอันเย็นชาของคิวกรีดลึกในอกของฝ้ายจนหยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้ม ฝ้ายสะอึกสะอื้นส่ายหน้าปฏิเสธ “ฝ้ายไม่ได้งมงายนะคิว! แต่ฝ้ายห่วงชีวิตคิว ห่วงอนาคตเราสองคน คิวไม่คิดจะรับฟังความรู้สึกฝ้ายเลยหรือไง!”

    คิวจ้องมองใบหน้าสวยที่นองไปด้วยน้ำตาของคู่หมั้นสาว ทว่าความเห็นใจที่ควรจะมีกลับถูกแทนที่ด้วยความหื่นกระหายและแรงเสน่หาดึงดูดของรันที่ฝังรากลึกอยู่ในหัว ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มและเนินอกอวบหยาดเยิ้มของรันในจินตนาการกระตุ้นความต้องการของเขาจนตาพร่า ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก้าวเข้าหาฝ้ายอย่างรวดเร็ว สองแขนแกร่งขยับเข้าดึงรั้งร่างบางของคู่หมั้นสาวเข้ามากอดรัดกระชับแน่นหนาจนแผ่นอกเบียดเสียดไร้ช่องว่าง

    “คิว... จะทำอะไร...” ฝ้ายร้องถามน้ำเสียงตระหนกพยายามขยับตัวขัดขืน

    คิวไม่ตอบคำถาม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ซอกคอและพรมจูบระดมใส่เรียวปากนุ่มของฝ้ายอย่างหื่นกระหาย ป่าเถื่อน และรุนแรง สองมือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกกลมกลึงและแผ่นหลังของฝ้ายบดเบียดเข้าหาตัวเพื่อหวังจะดับไฟราคะร้อนที่ระอุอยู่กลางกาย ทว่ารสรักและรสจูบในครั้งนี้กลับปราศจากความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างที่เคยเป็น มันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ดิบทางเพศที่คุกคาม ความดุดัน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ในจิตสำนึกของคิวยามนี้ เขากำลังหลับตาจินตนาการและปรารถนาจะสมสู่เริงสวาทกับเรือนร่างของรันซ้อนทับอยู่บนร่างของฝ้าย

    ฝ้ายสะดุ้งตัวสั่นสะท้านเย็นเยือกด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด รสสัมผัสแปลกปลอมจู่โจมจิตใจจนสะเทือนอารมณ์ และที่สยดสยองยิ่งกว่าคือ เธอได้กลิ่นเย็นชืดเปียกชื้นของดินโคลนเน่าและกลิ่นหอมเอียนสะกดจิตของดอกลำเจียกป่าโชยออกมาจากลมหายใจและเนื้อตัวของคิวอย่างเข้มข้น กลิ่นชวนคลื่นไส้นั้นราวกับกลิ่นอายของผีพรายน้ำยมที่สิงสู่อยู่ในลมหายใจของคู่หมั้นหนุ่ม

    “ฮึก... อื้อ! ปล่อยนะคิว! ปล่อยฝ้าย!”

    ฝ้ายร้องอุดอู้ในลำคอ ก่อนจะรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีออกแรงผลักอกแกร่งของคิวออกห่างจากตัวอย่างรุนแรงสุดกำลัง!

    “เพล้ง!” แก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงถูกข้อศอกของฝ้ายปัดหล่นแตกกระจาย คิวซวนเซถอยหลังไปด้วยความมึนตระหนก แววตาของเขาตวัดจ้องมองฝ้ายด้วยความโกรธจัดและเกรี้ยวกราดที่โดนขัดขวางและผลักไสเสน่หาสวาท

    “ฝ้าย! จะมากไปแล้วนะ!” คิวตวาดลั่นห้องพัก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยโทสะ “ทำตัวไร้สาระ คิดมาก ปัญญาอ่อนอยู่ได้! จูบนิดจูบหน่อยทำเป็นขยะแขยงรังเกียจกันขนาดนี้ เธอไม่มีใจให้ฉันแล้วใช่ไหม! หรือจ้องจะทำลายความสุขและความก้าวหน้าของฉันตลอดเวลา! ในเมื่อคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็อยู่คนเดียวไปเถอะ!”

    คิวหมุนตัวหันหลังเดินก้าวสับเท้าฉับๆ มุ่งตรงไปยังประตูห้องพัก เขาเปิดประตูไม้หนาแล้วกระแทกปิดเสียงดังปังสนิท ทิ้งให้ความเงียบงันและความหนาวเหน็บกลับมาครอบงำห้องพักหรูในทันที

    ฝ้ายทรุดตัวลงบนเตียงกว้าง นอนตะแคงกอดตัวเองสั่นเทาไปทั้งร่าง หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มหมอนจนเปียกชุ่ม หญิงสาวร้องไห้สะอื้นฮักด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกซึ้งจากรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่แตกร้าวฉับพลัน และสัญชาตญาณความตระหนกที่กรีดร้องเตือนภัยว่า คู่หมั้นของเธอกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างที่มีอำนาจมืดลึกลับและน่าสยดสยองครอบงำควบคุมจนไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปแล้ว...

    ---