หลังจากนั้นพวกเราก็ยังไม่ได้มีแผนจะจัดตั้งปาร์ตี้อยู่ดี เพราะต้องรอสองแฝดไปเอาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ซากเมืองเก่าก่อน แล้วก็ให้อัสดงกับเคียวปีศาจไปจัดการเื่ที่โรงประมูลด้วย
นอกจากไปรับเงินค่าเห็ดมานาแล้ว ยังเอาสิ่งที่น่าจะเป็ตาที่ได้จากบอสค้างคาวไปประเมินมูลค่า
ลมวสันต์ไม่ได้ตามไป เนื่องจาก... เขารู้ตัวว่าตัวเองเก็บสีหน้าไม่เก่ง เรียกได้ว่าเป็หลุมดำในการเจรจา ถ้าตามไปนอกจากจะต่อรองอะไรไม่ได้ ก็อาจจะทำให้โดนเอาเปรียบด้วย เพราะงั้นก็เอาเวลามาฝึกคงรูปสายธนูดีกว่า
ตอนออกจากระบบคราวก่อน เขาก็ได้โพสต์ขอความร่วมมือผู้เล่นในฟอรัมให้ทำตัวเป็เผ่าที่อารยธรรมล้าหลังไปแล้วด้วย พร้อมกับอธิบายถึงมุมมองที่ NPC มองผู้เล่น แล้วก็อธิบายเื่มานาแบบกว้าง ๆ พร้อมทั้งตั้งขายวิธีการไหลเวียนและควบคุมมานาในราคาคนละ 1 เหรียญเงินในเกม
ฟอรัมมีตัวกลางในการแลกเปลี่ยนอยู่ แค่กดซื้อ ไฟล์อธิบายรายละเอียดที่เขาอัปไว้ในระบบ ก็จะถูกส่งให้ลูกค้าที่จ่ายเงินทันที และเพราะตัวฟอรัมผูกกับไอดีอยู่แล้ว หากมีการนำไปขายต่อหรือกระจายข้อมูลอันเป็ทรัพย์สินที่ไม่ได้ซื้อขาด พวกเขาจะถูกลงโทษในระดับที่แตกต่างกันตามความร้ายแรง
เขายังเขียนเพิ่มไปอีกด้วยว่าถ้าในอนาคตมีผู้ที่รู้ข้อมูลพวกนี้ด้วยตนเอง แล้วอยากเผยแพร่เป็สาธารณะก็ทำได้เลย ตอนนี้ที่กำลังใช้มาตรการนี้ก็เพื่อป้องกันผู้เล่นสายเกรียนจะไปสร้างเื่กับ NPC จนฝั่งนั้นมองผู้เล่นไม่ดี
"่นี้มีคนมาลงทะเบียนทดสอบเป็นักผจญภัยเยอะมาก"
คำฝันเปรยขึ้น
"แต่งตัวเหมือน ๆ เ้าไปหมด เป็คนเผ่าเ้าหรือ"
"ครับ พอดีพวกเราไม่มีบัตรยืนยันตัวตน จะให้เดินไปมาเหมือนพวกลักลอบเข้าเมืองก็กลัวจะไปสร้างปัญหาให้เอาน่ะครับ ผมก็เลยแนะนำให้หาวิธีทำบัตรยืนยันตัวตนกัน ยังไงก็น่าจะอยู่ที่นี่อีกนาน"
อีกฝ่ายได้ยินก็พยักหน้ารับ แต่ก็ถอนหายใจเบา ๆ
"ก็ความคิดดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้มีคนมาลงทะเบียนเป็หมื่นเชียวนะ ทำอย่างไรล่ะเ้าตัวดี มาช่วยข้ารับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลย"
"ครับ!?"
สุดท้ายการฝึกก็ถูกพับเก็บไป เพราะเขาโดนลากไปช่วยงานในกิลด์
จากเดิมที่มีการประเมินสัปดาห์ละครั้งก็ถูกเปลี่ยนให้มีทุกวันแบ่งเป็่เช้าและบ่าย โดยมีนักผจญภัยระดับสูงที่ไม่ได้ออกไปทำภารกิจมาทำการประเมิน
เนื่องจากแผ่นไม้ไม่เพียงพอ จึงใช้วิธีนำถ่านมาเขียนตัวเลขที่หลังมือของผู้สมัคร ส่วนพนักงานกิลด์จะต้องสลับไปมา เพื่อจดบันทึกผลการประเมิน ตัวเลขบนหลังมือพวกนั้นจะถูกลบออกก็ต่อเมื่อได้รับบัตรนักผจญภัยแล้วเท่านั้น
หน้าที่ของลมวสันต์ก็คือการช่วยพนักงานกิลด์จดลำดับและผลการประเมิน
่เช้าวันนี้มีนักผจญภัยมาช่วยทำการประเมินทั้งหมด 8 คน เขาและคำฝันแบ่งกันจดบันทึกคนละครึ่ง
ผู้ที่เข้ารับการทดสอบจะต้องขานลำดับตัวเอง หลังจากนั้นก็ทำการทดสอบจำนวน 6 กระบวนท่าเหมือนเดิม โจมตี 3 และตั้งรับ 3 ดังนั้นอันที่จริงก็นับว่าส่วนประเมินนั้นรวดเร็วมาก จะไปช้าก็ตรงขั้นตอนการตรวจประวัติอาชญากรรมเสียมากกว่า
"ถึงฝีมือจะอ่อนด้อย แต่แววตาของคนเผ่าเ้านี่ไม่เบาเลยนะ"
นักผจญภัยระดับ B คนหนึ่งพูดขึ้นใน่พักกลางวัน
"ต่อให้บางคนจะดูขี้ขลาด แต่ไม่มีใครมีท่าทีกลัวตายเลย"
เขาพยักหน้ารับ
'ก็ไม่กลัวจริง ๆ นั่นล่ะ'
การประเมินนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น คำนวณดูแล้วในการประเมิน 1 ครั้ง ใช้เวลาราว ๆ 8 นาที ่เวลาการประเมินแต่ละรอบคือ 3 ชั่วโมง นักผจญภัยหนึ่งคนก็จะประเมินผู้เล่นได้ราว ๆ 22 คนต่อรอบ คุณคำฝันบอกว่ามีคนมาลงทะเบียนรอเข้ารับการทดสอบเป็หมื่น แบบนี้เมื่อไหร่จะประเมินได้ครบกันล่ะเนี่ย
แน่นอนว่าความกังวลที่ว่าก็หมดไปในไม่ช้า คลื่นลูกนี้กระเพื่อมแรงจนแม้แต่ฝ่ายบริหารของกิลด์ก็ไม่อยู่เฉย ทำเื่ขอยืมไอเทมบางอย่างมาจากพระราชวัง
เป็ไอเทมมิติเวลาที่จะสามารถบังคับการไหลของเวลาในอาณาเขตได้ตาม้า ดังนั้นการประเมินที่คาดว่าจะใช้เวลานานกว่า 3 เดือน ก็จบลงภายใน 3 วัน
'เร่งความเร็วเวลา ถึง 30 เท่าเชียวนะ ล้ำกว่าระบบเกมตั้ง 10 เท่าเลย'
ลมวสันต์คิดอย่างอัศจรรย์ใจ
"โชคดีนะเนี่ยที่ใกล้่เทศกาลประจำปีพอดี ไม่งั้นราชวังคงไม่ยอมให้ยืมไอเทมชิ้นนี้ง่าย ๆ แน่ ไม่อย่างนั้นข้าล่ะไม่อยากจะนึกเลยว่าต้องเสียเวลาเพิ่มไปอีกเท่าไหร่"
หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันนานนับ 3 เดือน.. หรืออันที่จริงก็คือ 3 วันในเกม ลมวสันต์ก็ได้รู้จักนักผจญภัยระดับสูงอีกหลายคน ไม่รู้ว่าคำฝันได้คิดเื่นี้ไว้หรือเปล่า แต่มันก็เป็ประโยชน์กับเขามากทีเดียว เพราะนอกจากมิตรภาพที่ได้รับมา ระหว่างที่ช่วยจดบันทึกข้อมูล หูเขาก็จะได้ยินข้อผิดพลาด และคำแนะนำที่เหล่านักผจญภัยระดับสูงคอยชี้แนะให้เหล่าผู้เข้ารับการทดสอบอยู่ตลอดจนมันแทบจะสลักลึกอยู่ในความทรงจำ ชนิดที่ใน่วันหลัง ๆ แค่มองเขาก็สามารถเห็นข้อบกพร่องและนึกคำแนะนำออกได้แทบจะทันทีที่เห็นกระบวนท่าของผู้เข้ารับการทดสอบ
'ช่างเป็วันที่ยาวนานจริง ๆ'
ลมวสันต์ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลาได้คุ้มค่าเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต
วันต่อมา...
วิธูกำลังมองความครึกครื้นเบื้องล่างในขณะที่ฝึกไหลเวียนมานาไปด้วย
ในเดือนหน้าก็จะถึงเทศกาลประจำปีแล้ว ตอนนี้บางครอบครัวกำลังเริ่มเตรียมของประดับบ้านกันอย่างยิ้มแย้ม
"ท่านวิธูครับ!"
"ว่า?"
เขาเอ่ยขึ้น โดยไม่ได้ละสายตาจากความอบอวลเบื้องล่าง
'เ้านี่มันจะะโทุกครั้งที่เรียกชื่อข้าไปเพื่ออะไร ข้าไม่ได้หูตึงสักหน่อย'
"ดูสิครับว่าพวกเราได้อะไรมา!"
ได้ยินน้ำเสียงแสนจะกระตือรือร้นของอีกฝ่าย สุดท้ายก็ต้องหันไปดู เห็นอีกฝ่ายกำลังถือชุดใหม่โบกไปมาอย่างตื่นเต้น
"อืม.."
ก็เป็เสื้อที่ดูใส่สบายดี แม้ว่าอาจจะดูไม่เข้ากับวิถีชีวิตของพวกนั้นเท่าไหร่
"เป็ไงครับ! ผมตั้งใจเลือกเองเลยนะ!"
".. ดูดี"
ไม่รู้จะพูดอะไร แต่เห็นดูคาดหวังขนาดนั้นก็คงต้องชมไปสักคำ
"ใช่ไหมล่ะครับ! ลองใส่ดูสิ"
"???"
วิธูเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายใหม่
"ของข้า?"
"ใช่ครับ! แล้วก็ ๆ ยังมีกระเป๋ามิติด้วยครับ อันนี้คุณอัสดงกับคุณเคียวปีศาจเอาไอเทมไปแลกมา มันเป็แบบประทับตราด้วย เผื่อว่าท่านวิธูมีของที่อยากเก็บไว้"
เขาจ้องมองกลุ่มคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้ารับทีหนึ่ง
"พวกเ้าออกไปก่อน ข้าจะเปลี่ยนผ้า"
"เปลี่ยนเสร็จแล้ว เรียกด้วยนะครับ!"
พวกเขาทั้งสามคนเดินออกไปแล้วปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย
วิธูก้มมองสภาพตัวเอง รู้สึกว่าอยากจะล้างตัวใหม่สักรอบ
แน่นอนว่าั้แ่มาอาศัยที่นี่ เขาก็จะล้างตัว 2 วันครั้งเพราะไม่อยากทำห้องนอนคนอื่นสกปรก แต่ก็ไม่อยากจะใช้น้ำของเ้าบ้านอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนกัน ยังไงแต่ละวันก็ไม่เคยได้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้อยู่แล้ว
เขาก้าวเข้าไปยังประตูอีกบาน ในห้องนี้มีบ่อสูงเชื่อมติดกับฝาผนัง ด้านในมีน้ำเต็มอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มีโถส้วมนั่งยองอยู่อีกฝั่ง
เห็นภาพนี้กี่ครั้งก็รู้สึกอยู่ผิดที่ผิดทางตลอด อย่างไรก็ไม่คุ้นชินกับความสะดวกสบายขนาดนี้สักที
วิธีถอดเสื้อตัวเก่า รดน้ำและใช้หินกลมมนขัดผิวจนตัวแดง พอรู้สึกว่าสะอาดดีแล้วถึงยอมใส่ชุดใหม่ที่พึ่งได้รับมา
'นิ่มมาก'
หลังจากที่เขาออกจากห้องน้ำแล้ว ก็หาอะไรคม ๆ มากรีดนิ้วให้เืออกเพื่อจะได้ยืนยันสิทธิ์เชื่อมต่อกับกระเป๋ามิติที่ได้มา
สิ่งแรกที่เขาใส่เข้าไปก็คือเสื้อชุดเก่าของเขา เขาไม่ได้วางแผนจะทิ้งมัน อย่างไรเผื่อวันไหนต้องกลับสลัมคงทำใจใส่ชุดใหม่นี้ไปไม่ลง
หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยเขาก็เดินไปเปิดประตูให้กับทั้ง 3 คน
"ว้าว.. ท่านวิธู เท่มากเลยครับ! กลิ่นอายสุดยอดมาก"
คนที่ตื่นเต้นที่สุดยังคงไม่พ้นลมวสันต์ที่เดินหมุนวนรอบเขาด้วยสายตาวิบวับ
"..ที่เขาว่าเสื้อผ้ามีผลต่อหน้าตาดูท่าจะเป็ความจริงนะคะ"
อัสดงพยักหน้าให้ เหมือนจะสื่อว่าเขาเข้าได้ดีกับชุดนี้มาก
"ลองใช้กระเป๋าดูรึยังครับ"
"อืม.. ขอบใจพวกเ้ามาก"
การถูกชม แม้จะหลังจากที่อยู่กับลมวสันต์ที่มักจะเอ่ยปากเยินยออยู่ตลอดเวลา ก็ยังไม่ใช่อะไรที่วิธูจะปรับตัวได้อยู่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แสดงออกอะไรมาก แค่เดินกลับไปนั่งที่ระเบียงเหมือนเดิม
"แบบนี้ท่านวิธูก็จะสามารถแฝงตัวไปในเมืองได้โดยไม่ต้องกลัวใครสังเกตเห็นแล้ว"
วิธูหันไปมองลมวสันต์ เขาไม่รู้ว่าในหัวของเด็กคนนี้มองภาพเขาเป็แบบไหน แต่คำพูดของเขาน่าสนใจทีเดียว
"...อืม"
จริง ๆ คำที่อีกฝ่ายพูดมานั้นไม่ผิดเลย ก่อนหน้านี้เขาไม่ออกไปไหนก็เพราะเสื้อผ้าเก่า ๆ ของเขาเอง ถ้าเดินออกไปก็มีแต่จะถูกคนรังเกียจ ดีไม่มีอาจจะโดนแจ้งให้ทหารยามจับกลับไปโยนทิ้งในสลัมด้วย เพราะแบบนั้นก็เลยเลือกอยู่เฉย ๆ จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ใครเพิ่ม
หลังจากนี้เขาสามารถออกไปข้างนอกได้แล้ว... ออกไปใช้ชีวิตเหมือนกับคนธรรมดาคนหนึ่ง
TBC.