"เหมือนว่าวันนี้หากข้าไม่ตาย เ้าคงจะไม่ยอมรามือใช่ไหม?"
ไป๋ชิงอวิ๋นเงยหน้าพูดกับหมู่เมฆดำทะมึนบนท้องฟ้า ดวงตาของเขาเฉียบคมแข็งกร้าวน้ำเสียงห้าวหาญไร้ความเกรงกลัว เมฆดำบนท้องฟ้าม้วนขดเป็เกลียวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
เกิดเป็พายุเมฆดำขึ้นกลางอากาศ ต้นไม้และสรรพสิ่งเบื้องล่างล้วนถูกพัดปลิวกระจายกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง เพียงแค่พริบตาเดียวทุกอย่างก็ราบเป็หน้ากลอง
ไป๋ชิงอวิ๋นยืนเผชิญหน้าต้านลมพายุโหมกระหน่ำ ร่างกายของเขาประหนึ่งต้นหลิว แม้จะไหวโอนเอนแต่กลับไม่หักโค่น แสงสีขาวนวลที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างของเขาได้ทำการรักษาาแภายนอกให้เขาจนหายสนิท เพียงแต่ตอนนี้กลับรู้สึกวาบหวิวเป็อย่างมาก เพราะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนถูกทัณฑ์์ฟาดผ่าจนแหลกสลายไปหมดแล้ว
เมฆดำบนท้องฟ้าส่งเสียงลั่นอยู่เปรี๊ยะๆ สายฟ้าสีครามประหนึ่งัครามทำให้เมฆสีดำทะมึนส่องสว่างขึ้นมา ไป๋ชิงอวิ๋นพยายามรักษาอาการาเ็ทางจิติญญาของเขาอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้จิติญญาของเขาพร้อมรับทัณฑ์์ครั้งถัดไป
"ครั้งนี้คงไม่ง่าย แต่คิดจะใช้พลังแค่นี้สังหารข้า เ้าดูถูกข้าเกินไป หยินหยางฟ้าดินโกลาหล" ไป๋ชิงอวิ๋นเริ่มโคจรเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลในทันที
รอบกายของเขามันคล้ายกับว่ากฎเกณฑ์ของโลกได้เปลี่ยนแปลงไป พลังชีวิตบังเกิดกำเนิดห้าธาตุ ธาตุทอง ธาตุไม้ ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุดิน ถูกกระตุ้นขึ้นมา แปรเปลี่ยนจากฟ้าดินกำเนิดหยินหยางไท่จี๋หมุนวนอย่างรวดเร็ว ห่างออกไปไม่ไกลรอบร่างกายพลังแห่งความโกลาหลก็ก่อตัวขึ้น เพียงแค่กลิ่นอายของพลังนี้ก็อยู่เหนือทัณฑ์์ก่อนหน้านี้ไปแล้ว
ขณะที่พลังของเคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลกำลังโคจรหมุนวน มุมปากของไป๋ชิงอวิ๋นก็ยกยิ้มขึ้นเขาเอ่ยอย่างท้าทายว่า "หากแน่จริงวันนี้ก็จงสังหารข้าเสียให้สิ้น มิเช่นนั้นแล้วภายในอนาคตเบื้องหน้าข้าจะเหยียบเ้าไว้ใต้ฝ่าเท้าของข้า"
เปรี้ยง!
ทัณฑ์์สีครามพาดผ่านท้องฟ้าประหนึ่งัอัสนีพิโรธ เพียงชั่วอึดใจเดียวก็ฟาดผ่าเข้าใส่ร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างถนัดถนี่ รอบข้างไหม้เกรียมไปอีกครั้งทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายจนไม่เหลือ ใจกลางความวุ่นวายของต้นกำเมฆดำทะมึน ไป๋ชิงอวิ๋นยืนเปลือยล่อนจ้อนผมบนศีรษะสะบัดปลิวพริ้วไหว ใบหน้าของเขาเหี้ยมเกรียมดวงตาเปล่งแสงคมกริบ
สายฟ้าสีครามที่ผ่าลงมาเมื่อสักครู่ไม่ได้ระคายผิวของเขาเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่สายฟ้าจะโดนร่างของไป๋ชิงอวิ๋นมันก็ชนเข้ากับกำแพงพลังแห่งความโกลาหลเสียก่อน สายฟ้าถูกพลังแห่งความโกลาหลดูดซับไปเป็จำนวนมาก ทำให้พลังแห่งความโกลาหลปั่นป่วนเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม
ด้านในความโกลาหลหยินหยางไท่จี๋ก็กำลังหมุนวนดูดซับเอาไอ้พลังแห่งความโกลาหลส่งต่อเข้าไปในห้าธาตุฟ้าดิน ห้าธาตุหมุนวนกำเนิดพลังแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์ และพลังแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์นี้ก็ถูกส่งไปหล่อเลี้ยงจิติญญาและร่างกายของไป๋ชิงอวิ๋น เมื่อผสานเข้ากับแสงสีขาวนวลก็ยิ่งเหมือนกับปลาได้น้ำทำให้จิติญญาที่จางแสงลงเริ่มกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
เมฆสายฟ้าเบื้องบนประหนึ่งโกรธแค้นสรรพชีวิต ฟ้าดินสั่นคลอนห้วงอากาศสั่นะเื ัอัสนีสีครามเหมือนกับหลุดออกมาจากกรงขัง มันพุ่งแหวกผ่านท้องฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือความเร็วเสียง
สายฟ้าฟาดผ่าเข้ากับกำแพงแห่งความโกลาหลที่ปกป้องร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอยู่ จากน้ำเสียง เปรี้ยง! ดังสนั่นก็ตามมา
โลกหล้าสะท้อนก้องไปด้วยเสียงคำรามของอัสนีบาต เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายแตกตื่นขวัญกระเจิง สายฟ้าฟาดรอบนี้รู้สึกได้ว่ามันผ่าแรงขึ้นจริงๆ
กำแพงแห่งความโกลาหลที่ปกป้องร่างของไป๋ชิงอวิ๋นอยู่เริ่มเกิดรอยร้าว แต่หลังจากที่ดูดซับพลังสายฟ้าทัณฑ์์ รอยแตกร้าวนั้นก็เลือนหายสนิทไป
เปรี้ยง!
สายฟ้าทัณฑ์์สีครามครั้งที่สามฟาดผ่าลงมาในเวลาแทบจะพร้อมกัน ทำให้กำแพงแห่งความโกลาหลเกิดรอยแตกร้าวขึ้นอีก แต่หลังจากนั้นเพียงพริบตาเดียวรอยแตกร้าวก็สมานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว
เมฆดำทะมึนเบื้องบนคล้ายกับจะไม่พอใจ อาณาเขตเมฆทะมึนกว้างไกลมากกว่าพันลี้ขยายตัวออกไปอีกเพิ่มเป็หลายพันลี้ พลังสายฟ้าทัณฑ์์ก็ยิ่งทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้น
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
ครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าและครั้งที่หกฟาดผ่าลงมาในเวลาแทบจะพร้อมๆกัน คราวนี้กำแพงแห่งความโกลาหลเกิดรอยร้าวแตกลายงาไปทั่วทุกที่ แม้จะใช้พลังที่ดูดซับมาจากทัณฑ์์มาซ่อมแซม แต่ก็ยังช้ากว่าทัณฑ์์ครั้งถัดไปอยู่ดี
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
ครั้งที่เจ็ดและครั้งที่แปดทำให้กำแพงแห่งความโกลาหลแตกสลายไปจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงวงกลมไท่จี๋หยินหยางและห้าธาตุฟ้าดินเท่านั้น ในขณะที่กำแพงแห่งความโกลาหลยังไม่ก่อตัวขึ้นมาสายฟ้าครั้งที่เก้าก็ฟาดผ่าลงมาแล้ว
เปรี้ยง!
เฮือก!
อานุภาพของสายฟ้าทัณฑ์์สีครามครั้งที่เก้ารุนแรงอย่างถึงที่สุด วงกลมไท่จี๋ไม่สามารถรักษาสมดุลเอาไว้ได้และถูกเจาะทะลวงผ่านเข้ามาในห้าธาตุฟ้าดิน บดขยี้ห้าธาตุฟ้าดินไม่มีเหลือ จากนั้นก็ปะทะเข้ากับร่างของไป๋ชิงอวิ๋นจนซวนเซไป ไป๋ชิงอวิ๋นกระอักเืออกมาคำโต เพราะทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลงมาอานุภาพของมันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
สายฟ้าครั้งที่เก้านี้ทะลุผ่านร่างโจมตีเข้าใส่จิติญญาอย่างแม่นยำ ทำให้จิติญญาที่เพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาาเ็สาหัสทันที แสงของจิติญญาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แสงสีขาวนวลจะส่องสว่างไสวอย่างเต็มที่ แต่อานุภาพของทัณฑ์์ครั้งที่เก้าก็รุนแรงมากเกินไปอยู่ดี
เมฆบททดสอบ์บนท้องฟ้าไม่มีทีท่าว่าเ้าสลายหายไปเลย กลับกันอานุภาพกลับยิ่งทวีมากยิ่งขึ้น อาณาเขตของเมฆทะมึนพุ่งออกไปยังเส้นขอบฟ้าตอนนี้กินอาณาเขตไปหลายหมื่นลี้แล้ว
ไป๋ชิงอวิ๋นสีหน้าซีดเผือด แต่ดวงตาของเขาฉายแววประกายคมชัด ไม่มีความหวาดกลัวอยู่ในแววตาของเขาเลย
"ยิ่งอานุภาพทัณฑ์์รุนแรงขึ้น เคล็ดวิชาหยินหยางฟ้าดินโกลาหลก็ยิ่งพัฒนา ตอนนี้ข้าเห็นประจักษ์ถึงอานุภาพของเคล็ดวิชานี้แล้ว ตอนนี้ยิ่งทำให้ข้ามั่นใจขึ้นไปอีก หากฝึกฝนตามแนวทางนี้ เหตุใดข้าจะเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลไม่ได้" ไป๋ชิงอวิ๋นกู่ร้อง น้ำเสียงของเขาดังขึ้นไปถึงเมฆบททดสอบเบื้องบน แม้สีหน้าจะซีดเผือดแต่หัวใจกลับฮึกเหิมห้าวหาญ และด้วยปณิธานที่แกร่งกล้าทำให้แววตาไร้ความหวาดกลัว
ไป๋ชิงอวิ๋นะโท้าต่อไปด้วยความกล้าหาญ
"มาอีก! เข้ามาอีก เ้าคือหินลับมีดของข้า เ้าคือสิ่งที่จะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นด้วยความเร็วสูง อย่ารอช้า มาอีก! มาอีกมาอีกมาอีกมาอีก..............."