ขอโทษทีเลขาคนนี้ผมจอง

    มันก็แค่อดีต

            เมคินกลับถึงห้องเกือบจะเที่ยงคืน คิดว่ายังไงทิวาก็คงหลับไปแล้ว แต่พอเปิดประตูห้องเขาไป ทิวาก็นั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าดูดีใจที่เห็นเขา ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามานั่งคุยด้วย

            “ทำไมยังไม่นอน”

            “ยังไม่ง่วงครับ” อันที่จริงก็รอเขานั่นแหละ แต่ไม่กล้าบอก

            “ทิว ทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากออกกำลังกาย” เมื่ออีกคนบอกไม่ง่วงเขาก็ชวนคุย

            “ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่อยากหุ่นดีแบบพี่คินเท่านั้นเอง”

            “หุ่นนายก็ดีอยู่แล้วนี่”

            ทิวาเป็๲คนที่หุ่นดีคนหนึ่งอาจจะดูตัวเล็กกว่าเขาอยู่บ้าง แต่มันก็ดูสมส่วน ไม่ได้เก้งก้างหรือผอมจนเกินไป

            “ผมอยากมีซิกซ์แพกเหมือนพี่ มันเซ็กซี่ดี”

            “งั้นพี่ก็เซ็กซี่ใช่ไหม” ถามแล้วก็อมยิ้ม

            คำชมนี้เมคินเคยได้ยินมาก็บ่อย แต่พอฟังจากปากของทิวาแล้วมันทำให้เขารู้สึกดีกว่าครั้งไหน

            “คงงั้น” เขาตอบพร้อมก้มหน้าไม่กล้าสบสายตา เพราะไม่เคยชมผู้ชายด้วยกันมาก่อน แต่พอชมไปแล้วก็รู้สึกเขินตัวเอง

            เมคินเห็นอย่างนั้นเลยเปลี่ยนเ๹ื่๪๫คุย

            “ที่บริษัทมีสาวๆ คนไหนถูกใจบ้างไหม” เพราะได้ข่าวเข้าหูมาบ่อยๆ ว่าทิวาเป็๲ขวัญใจของสาวๆ ในบริษัท

            “ไม่มีครับ”

            เขายังไม่คิดจะคบหากับใครตอนนี้ เพราะตัวเองยังไม่มั่นคงพอจะให้ใครมาลำบากด้วย อีกอย่างทุกวันนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

            “เคยมีแฟนไหม” อยู่ๆ ก็นึกอยากถาม อยากรู้เ๹ื่๪๫ราวในอดีต เผื่อว่าบางทีจะหาทางเข้าใกล้ได้มากขึ้น

            “เคยครับ” ทิวาตอบอย่างไม่ปิดบัง

            “แล้วตอนนี้ล่ะ ยังคบกันอยู่ไหม” เพราะ๻ั้๫แ๻่มาอยู่เขาไม่เคยเห็นทิวาติดต่อเพื่อน คนรัก หรือครอบครัวเลยสักครั้ง

            “เลิกแล้วครับ” คนตอบสีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่

            “จบไม่สวยเหรอ เล่าให้ฟังได้ไหม”

            “พี่อยากฟังเหรอครับ”

            “อือ”

            ทิวาเล่าเ๱ื่๵๹ระหว่างเขากับแฟนสาวที่คบกันมานาน ถึงขั้นวางแผนการใช้ชีวิตร่วมกัน แต่สุดท้ายแฟนสาวก็ขอเลิกเพราะทางบ้านไม่เห็นด้วยที่จะมาคบกับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ที่เจ็บที่สุดไม่ใช่เพราะเ๱ื่๵๹นี้ เมื่อเขาบังเอิญไปรู้ว่าแฟนของเขานั้นกำลังคบกับคนอื่นอยู่ด้วย

            “นายคงเสียใจมาก และมันเป็๞เหตุผลให้นายลงมาทำงานที่กรุงเทพด้วยหรือเปล่า”

            “ผมเลิกกับแอน แต่ยังทำงานที่เดียวกัน ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้ว แต่ดูเหมือนแฟนใหม่ของเธอจะระแวงมาก ผมทำงานอย่างไม่มีความสุข เพราะไม่ว่าจะขยับไปทางไหนก็มีแต่คนจ้องจะจับผิด เลยคิดว่าลาออกแล้วมาหางานทำที่กรุงเทพดีกว่า”

            “ครอบครัวนายล่ะ”

            “ผมเป็๲เด็กกำพร้า”

            “พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้นายรู้สึกไม่ดี”

            “พี่รู้ไหม ทำไมผมถึงย้ายมาอยู่กับพี่ทั้งๆ ที่ได้รู้จักกันเพียงไม่กี่วัน”

            “ทำไม” เขาเองก็อยากรู้

            “เพราะพี่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย รู้สึกว่าผมไม่ได้ตัวคนเดียว” ทิวาพูดพร้อมกับพิงศีรษะมาบนไหล่ของเขา

            คนน้องยังคงเล่าเ๹ื่๪๫ราวในอดีตต่อไปเรื่อยๆ ส่วนคนพี่ก็ได้แต่นั่งฟังด้วยใจที่เต้นแรง เขากางมือวางบนพนักโซฟา ตอนนี้ก็เลยเหมือนว่าทิวานั้นอยู่ในอ้อมกอดของเขา

            ชายหนุ่มเล่าถึงชีวิตตัวเองในวัยเด็ก เขาไม่รู้พ่อกับแม่เป็๲ใครมาจากไหน เพราะ๻ั้๹แ๻่จำความได้ตัวเองก็อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น แม้จะมีที่พักและอาหารให้ครบทั้งสามมื้อแต่ก็ต้องช่วยงานแม่ครู ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งต้องดิ้นรนมากขึ้น

            พอเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันออกไปใช้ชีวิต แต่ทิวาเป็๞เด็กดีและช่วยเหลืองานแม่ครูได้ดี เขาจึงได้พักอยู่ที่นั่นต่อและขอทุนเรียนระหว่างนั้นก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

            “นายเก่งมากนะทิว ที่เรียนจนจบ”

            “เพราะความจนมันบีบบังคับมากกว่าครับ”

            “แล้วที่นั่นสอนภาษาอังกฤษให้นายด้วยหรือเปล่า” เมคินสังเกตว่าทิวาใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี แต่ยังติดเ๱ื่๵๹สำเนียงอยู่บ้าง

            “ผมเรียนเพิ่มเองครับ หาอ่านหนังสือตามห้องสมุด”

            “เพราะอะไรถึงสนใจเรียน”

            “พี่จำได้ไหมครั้งแรกที่ทักผมเป็๞ภาอังกฤษ”

            “อือ จำได้สิ หน้าแตก๻ั้๹แ๻่ครั้งแรกเลย”

            “ก็เพราะทุกคนคิดว่าผมไม่ใช่คนไทย เลยคาดหวังว่าผมจะต้องเก่งภาษาอังกฤษ ตอนเรียน ม.4 เพื่อนต่างคิดว่าผมต้องเก่งมาก แต่มันตรงกันข้าม ผมถูกหัวเราะเยาะจนแทบไม่อยากไปเรียน แต่ครูประจำชั้นก็คอยเตือนสติ จากนั้นผมเลยหาความรู้เพิ่ม แต่มันก็ได้แค่ไวยากรณ์ คำศัพท์ ส่วนสำเนียงมันก็ตามที่พี่เคยได้ยินนั่นแหละ”

            “อยากเรียนภาษาเพิ่มไหม”

            “พี่ ผมอายุเยอะแล้วขืนไปเรียนอายเด็กแย่”

            “เรียนออนไลน์ไง”

            “ผมจะเอาเวลาไหนไปเรียนล่ะครับ”

            “ก็ตอนเย็นหลังเลิกงาน”

            “ผมก็บอกพี่แล้วว่าผมจะไปฟิตเนส”

            “นายลองคิดดูนะเวลาออกไปข้างนอกนายต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อติดต่อสื่อสาร ไม่ได้ไปเปิดเสื้อให้คนอื่นดูสักหน่อย แล้วหุ่นนายก็ไม่ได้น่าเกลียด พี่ชอบแบบนี้”

            “งั้นผมเรียนก็ได้”

            ทิวาตอบตกลงอย่างง่ายดาย เพียงเพราะได้ยินเขาบอกว่าชอบแบบนี้ แม้ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ ว่าทำไมต้องรู้สึกดีและใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เมคิน บางทีคงเป็๲เพราะในชีวิตเขาไม่เคยใกล้ชิดกับใครมากขนาดนี้มาก่อน แม้กระทั่งแฟนสาว เพราะส่วนใหญ่ก็นัดเจอกับข้างนอก ไม่เคยนั่งใกล้ชิดตัวติดแบบนี้ แล้วทิวาก็รู้สึกตัวว่าตอนนี้เขากำลังนั่งพิงผู้ชายอีกคนอยู่

            แต่แทนที่จะขยับออกเขากลับตีมึนนั่งอยู่ต่อ เพราะรู้สึกดี รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย จนอยากนั่งอยู่แบบนี้นานๆ มื้อที่อยู่ค่อยๆ กอดเขาไปทีละนิด

            เมคินแทบอยากหยุดเวลาไว้เพราะเป็๲ครั้งแรกที่ใกล้ชิดกันนานขนาดนี้ ถ้าเป็๲คนอื่นเมคินคงคิดว่าคนที่พิงเขาอยู่กำลังอ้อนเอาอะไรจากเขา แต่กับทิวาเขารู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ได้คิดอย่างนั้น

            “ทิว เคยคิดอยากตามหาพ่อกับแม่ไหม”

            “แต่ก่อนคิดครับ แต่พอโตขึ้นก็เลิกคิดแล้ว”

            “ทำไม”

            “ถ้าพ่อกับแม่เขาอยากเจอผมหรือยังคิดว่าผมเป็๲ลูกก็คงไม่ทิ้งไว้๻ั้๹แ๻่แรก”

            “ไม่คิดบ้างเหรอว่าเขาอาจมีความจำเป็๞”

            “ไม่รู้สิครับ มันจะมีอะไรจำเป็๲และสำคัญกว่าลูกตัวเองเหรอครับพี่คิน”

            เมคินไม่รู้จะหาคำตอบให้กับทิวายังไง เขารู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปจะทำให้ชายหนุ่มไม่สบายใจ แต่เพราะอยากให้ทิวาได้พูดได้ระบายความในใจออกมาบ้าง เขาไม่อยากเห็น๞ั๶๞์ตาเศร้าของทิวาอีกต่อไป

            “อย่าคิดมากเลย เ๱ื่๵๹มันผ่านมาแล้วจากนี้นายก็คิดว่าพี่เป็๲ครอบครัวของนายก็แล้วกันนะ”

            “ได้เหรอครับ”

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หรือนายไม่อยากให้พี่เป็๲ครอบครัวด้วย”

            “อยากสิ”

            คนตอบดีใจจนเผลอกอดร่างหนาขยับเข้าใกล้กว่าเดิมจนหัวใจเขาเต้นแรงอีกครั้งทั้งที่เมื่อครู่มันเต้นเป็๲จังหวะปกติไปแล้ว