หลิวอี้ตื่นขึ้นมาเห็นจือเหยากอดเขาเอาไว้แน่นเขาจึงพยายามนำนางออกไปจากเขา จากนั้นเขาก็ลงจากเตียงและใส่เสื้อผ้าออกไปจากเรือนของนางตอนนี้ยังเช้าอยู่ยังไม่มีคนตื่น หลิวอี้เดินไปถึงทางเข้าหอเขาก็พบเห็นคนที่เขาเคยเดินสวนบนสะพานเขาก็จำได้เขาจึงเข้าไปทักทาย
“พี่ชาย พวกเราเคยพบหน้ากันมาก่อนหรือไม่”
ชายคนนั้นก็พยายามที่จะนึกแต่ก็นึกไม่ออก
“ขอโทษด้วยข้าไม่เคยพบหน้าท่านมาก่อน”
“ถึงท่านจะจำข้าไม่ได้ แต่ข้าจำท่านได้ พวกเราเคยเดินสวนทางกันที่สะพานหน้าเรือนของแม่นางจือเหยา”
ชายคนนั้นพอได้ยินก็เริ่มที่จะจำได้ขึ้นมา
“ข้าไม่ค่อยจะแน่ใจ”
“ไม่เป็ไร ไม่ทราบว่าท่านกำลังจะไปพบแม่นางจือเหยาใช่หรือไม่”
“ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้ากำลังจะไปหานาง”
“นางเคยบอกกับข้าว่าท่านคือศิษพี่ร่วมสำนักของนาง ถึงแม้ว่าท่านจะไปหานางตอนนี้ก็คงจะไม่พบกับนาง ตอนนี้นางยังนอนหลับอยู่บนเตียง เพราะค่ำคืนที่ผ่านมานางแทบจะไม่ได้นอน ข้าก็รู้สึกง่วงเหมือนกัน ข้าขอตัวลาท่านไปพักผ่อนก่อน”
พูดเสร็จหลิวอี้ก็จากไป เขาได้ทิ้งะเิลูกใหญ่เอาไว้ให้กับจือเหยา
ชายคนรักของจือเหยาได้ฟังคำพูดของหลิวอี้เขาถึงกับกำหมัดและเขารู้ว่าหลิวอี้กำลังจะสื่ออะไร แต่เขาก็ยังไม่เชื่อคำพูดของหลิวอี้เขาจึงรีบเดินไปที่เรือนของจือเหยา เขาเดินเข้าไปภายในห้องของนางและเห็นนางนอนอยู่บนเตียงแถมเสื้อผ้าของนางยังกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น
ชายคนรักของจือเหยาเขาถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นและตอนนี้เขารู้เเล้วว่าคำพูดของหลิวอี้กำลังจะสื่ออะไรให้เขาได้รับรู้ เขาออกจากเรือนของจือเหยาไปโดยที่นางไม่รู้ตัว ในใจของเขาเหมือนกับมีไฟแผดเผาเขารีบตามหาตัวของหลิวอี้เพื่อที่จะสอบถามเื่ราวต่างๆให้กระจ่าง เพราะเขายังไม่เชื่อว่าหลิวอี้เป็คนขึ้นเตียงกับจือเหยาเพราะพลังของหลิวอี้มีเพียงแค่ระดับนักรบขั้นต่ำ จือเหยาคงจะไม่ตาบอกขึ้นเตียงกับคนแบบนี้
หลิวอี้รู้สึกมีความสุขเป็อย่างมากเพราะตอนนี้เขาได้ทำให้หญิงชายที่รักกัน ทำให้ความรักของพวกเขาเกิดความร้าวฉาน เขากลับมาถึงที่จวนก็เข้าไปนอนพักผ่อน เพราะค่ำคืนที่ผ่านมาเขาทำกับจือเหยาเกือบจะเช้า
บนเขาสูงที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของทวีปซี เป็ที่ตั้งของสำนักหมื่นโอสถ สำนักนี้จะฝึกฝนลูกศิษย์ทางด้านการปรุงยา การหลอมโอสถเป็อันดับแรก ส่วนด้านการฝึกฝนพลังด้านอื่นๆก็พอจะมีอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้โดดเด่น เพราะว่าในยุคนี้ คนส่วนมากจะเคารพนักหลอมโอสถ แม้แต่จักรพรรดิยังให้ความเคารพคนที่เป็นักหลอมโอสถ
สำนักโอสถที่ภรรยาของหลิวอี้อยู่เป็เพียงสำนักสาขาไม่ใช่สำนักใหญ่ เพราะว่าสำนักใหญ่อยู่ที่เกาะลอยฟ้า ทุกทวีปจะมีสำนักหมื่นโอสถ
หญิงงามที่มีอายุประมาณ 20 ต้นๆ กำลังนอนบิดี้เีอยู่บนเตียง นางคือเ้าสำนักหมื่นโอสถสาขาทวีปซี นางใส่เสื้อผ้าเพียงบางๆแถมยังเปิดไหล่ทั้งสองข้างเดินลงจากเตียงจากนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของชายแก่ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่
“ศิษย์พี่มาพบข้ามีเื่อะไร”หญิงงามเ้าสำนักพูดขึ้นมา
ชายแก่คนนี้คือคนที่หลิวอี้ได้พบที่หอหมื่นโอสถ
“เ้าจะแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ไม่ได้หรือยังไง”
“ขนาดว่าข้าเปิดเผยและจริงใจขนาดนี้ยังไม่มีบุรุษคนไหนอยากจะขึ้นเตียงกับคนที่มีสายเืมารเช่นข้า”
“ข้าคิดว่าคงจะเป็เพราะตัวของเ้าที่เ้าเล่ห์มากเกินไปจึงไม่มีใครอยากจะขึ้นเตียงกับเ้า”
“ข้าไม่อยากจะพบหน้าท่านเพราะท่านมาพบข้าที่ไรจะชอบนำเื่ที่ปวดหัวมาให้กับข้า”
“เื่นี้ไม่ใช้เื่ที่จะทำให้เ้าปวดหัวเื่นี้เป็เื่ดี”
“ท่านรีบพูดมาข้าจะพักผ่อนต่อ”
ชายแก่นำเม็ดยาที่หลิวอี้หลอมขึ้นมาจำนวนสิบเม็ดและส่งไปให้กับเ้าสำนักดู
หญิงงามเ้าสำนักรับเม็ดยามาจากชายแก่ พอนางได้เห็นเพียงครั้งแรกนางถึงกับตัวสั่น
“ใครเป็คนหลอมเม็ดยาพวกนี้ขึ้นมา”
“เด็กบ้าคนหนึ่งเดินมาบอกกับข้าว่าเขา้าที่จะเข้าร่วมสำนักหมื่นโอสถ ข้าจึงให้เขาได้ลองทดสอบฝีมือและเขาก็ได้สร้างเม็ดยา 10 นี้ขึ้นมา”
“ท่านจะบอกว่าเขายังเป็เพียงแค่เด็ก"
“ใช่แล้วอายุของเขาไม่น่าจะเกิน 20 ปี”
“จะเป็ไปได้ยังไง แล้วระดับพลังของเขาละ”
“นักรบขั้นต่ำ”
หญิงสาวเ้าสำนักแทบจะไม่เชื่อในคำพูดของศิษย์พี่ของเขา
“ข้าไม่เชื่อ ท่านอย่ามาโกหกข้าเลย”
“ข้าพูดเื่จริง”
“ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนท่านไปพาตัวเขามาพบข้า”
ชายแก่รีบลอยตัวออกจากสำนักไป