“นังลูกชั่ว เ้าซ่อนผู้ชายคนไหนไว้ในเรือน เ้าไปพามันออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้ เ้าก็เหมือนกับแม่ของเ้าที่ไร้ยางอาย เมื่อก่อนข้าเพียงแค่สงสัย เห็นทีความสงสัยของข้าคงเป็เื่จริงอย่างนั้นสินะ เ้าคงเป็ลูกของชายชู้คนนั้นจริงๆ” ลู่ฝานที่เต็มไปด้วยความโกรธ ทั้งในใจของเขากลับคิดแต่เื่ราวในอดีต ใช่...ไม่ผิดเลย สตรีที่เขารักที่สุดคือมารดาของลู่อวิ๋นชย่า เพียงแต่บุรุษก็ย่อมมีนิสัยของบุรุษ เมื่อเขาได้พบกับเจินอี๋เหนียงเขาก็พอใจในตัวนางทันที ทั้งนางที่เป็ถึงบุตรสาวของคหบดีสกุลเจินยังยอมลดตัวลงมาเป็อนุของเขาอีก หากฮูหยินไม่พอใจก็แค่บอกกับเขาตรงๆ แต่ทำไมนางต้องสวมหมวกเขียวให้เขาด้วย
“ท่านพี่ใจเย็นก่อนเ้าค่ะ เื่นี้อาจจะไม่เป็เหมือนคราวของฮูหยินใหญ่ก็ได้ ท่านพี่อย่าเพิ่งเชื่อเพียงแค่คำพูดของบ่าวไพร่ไม่กี่คน ข้าว่าท่านพี่ให้คนเข้าไปดูในเรือนพักของคุณหนูใหญ่ก่อนดีหรือไม่เ้าคะ” เจินอี๋เหนียงรีบห้ามสามี เพียงแต่คำพูดของนางกลับกระตุ้นความทรงจำของลู่อวิ๋นชย่าขึ้นมาได้อีกเื่หนึ่ง
“ท่านพ่อคิดว่าข้าซ่อนผู้ชายไว้ในเรือนหรือเ้าคะ”
“หรือไม่จริง บ่าวรับใช้เอาเื่ของเ้าไปพูดจนทั่วจวนหมดแล้ว เ้าไปพาไอ้ผู้ชายคนนั้นออกมาเสียดีๆ หากให้ข้าไปพาตัวมันออกมาเอง ทั้งเ้าทั้งมันอาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้”
“ที่ท่านพ่อกำลังโมโหอยู่นี่เป็เพราะท่านกำลังเป็ห่วงข้าหรือว่าท่านกำลังจะปรักปรำข้าเหมือนที่เจินอี๋เหนียงเคยปรักปรำท่านแม่กันล่ะเ้าคะ”
“เหอะ...เื่ของแม่เ้าไม่ใช่ความผิดของเหยาอี้ นางไม่เคยปรักปรำแม่ของเ้าเลยสักนิด เป็ข้าที่เห็นผู้ชายคนนั้นปีนหน้าต่างออกมาจากห้องนอนของแม่เ้าเอง ข้าเห็นมันกับตาตัวเอง!”
“หากครั้งนี้ท่านพ่อค้นไม่เจอผู้ใด ท่านพ่อยังจะสั่งลงโทษข้าหรือท่านพ่อจะสั่งลงโทษใครหรือเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าข่มอารมณ์โกรธเอาไว้อย่างเต็มที่ ทั้งยังมองไปที่เจินอี๋เหนียงอย่างเคียดแค้น
“นายท่านได้ยินบ่าวในเรือนพูดเื่นี้ขึ้นมาเองเ้าค่ะ คุณหนูใหญ่อย่าได้มองข้าเช่นนั้น” เจินอี๋เหนียงเขยิบเข้าไปใกล้สามีมากขึ้น เพราะสายตาของลู่อวิ๋นชย่าที่ใช้มองมาที่ตนช่างน่ากลัวยิ่งนัก
“ข้าขอถามท่านพ่อได้หรือไม่เ้าคะว่าบ่าวที่ใส่ความข้าคนนั้นคือบ่าวรับใช้ของเรือนใด”
เสนาบดีลู่ทำท่าคิด “ตอนนั้นข้ากำลังจะเดินไปที่เรือนของเจินอี๋เหนียง”
“เช่นนั้นก่อนที่จะถึงเรือนของเจินอี๋เหนียง ท่านพ่อคงจะเดินผ่านเรือนของน้องรองมาใช่หรือไม่เ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าเหยียดยิ้มที่มุมปาก “เรือนพักสองหลังนั้นอยู่บริเวณใกล้กัน บ่าวรับใช้ที่ทำงานอยู่แถวนั้นเป็บ่าวของผู้ใดคงไม่ต้องให้ข้าพูด แต่ข้าขอถามท่านพ่อว่า หากท่านค้นไม่พบบุรุษคนใดในเรือนของข้า ท่านจะจัดการลงโทษบ่าวปากมากพวกนั้นหรือท่านจะลงโทษเ้านายของมันให้กับข้า โทษฐานที่ไม่ปกครองบ่าวรับใช้ให้ดี ตัวข้าที่เป็ถึงคุณหนูใหญ่ของจวน กลับถูกสาวใช้ของอี๋เหนียงและสาวใช้ของบุตรอนุผู้หนึ่งใส่ร้าย หากท่านพ่อไม่มีบทลงโทษที่เหมาะสมให้ข้า ฉะนั้นข้าคงต้องเดินทางไปถามหาความยุติธรรมที่ศาลประจำเมืองแล้วเ้าค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ ท่านไม่กลัวว่าผู้อื่นจะรู้ว่ามารดาของท่านคบชู้หรือเ้าคะ อีกทั้งชื่อเสียงของนายท่านอีกเล่า คุณหนูใหญ่ ท่านต้องคิดเื่นี้ให้ถี่ถ้วนนะเ้าคะ” เจินอี๋เหนียงหยั่งเชิงถาม
“เื่นั้นยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์ เจินอี๋เหนียงจะดูถูกมารดาของข้าเช่นนี้ไม่ได้ อีกทั้งท่านพ่อยังไม่สนใจว่าใครจะมองว่าเขาถูกภรรยาสวมหมวกเขียวให้เลยด้วยซ้ำ ท่านจะกังวลแทนท่านพ่อไปทำไม” ลู่อวิ๋นชย่าตอบพร้อมทั้งหันไปมองบิดา
“เ้าอย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ เื่บัดสีที่แม่เ้าทำข้าเห็นมากับตา เ้าไม่ต้องไปถามหาหลักฐานแล้ว”
“ท่านพ่อคงไม่เชื่อว่าข้าเป็ลูกของท่านใช่หรือไม่เ้าคะ”
ลู่อวิ๋นชย่าหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะนั่งเล่นแล้วหลับตาเข้าไปในมิติเพื่อหยิบด้วยใส่น้ำออกมาหนึ่งใบ จากนั้นนางก็เดินเข้าไปหาลู่ฝานโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว นางกรีดเืที่ปลายนิ้วของบิดาลงไปในถ้วย จากนั้นก็กรีดนิ้วของตนเองและหยดเืลงไปในถ้วยเช่นกัน แม้จะรู้ว่าวิธีการนี้เป็เพียงแค่การพิสูจน์กรุ๊ปเื ไม่ใช่การตรวจ DNA ที่ถูกต้อง แต่เวลานี้นางอยู่ในยุคโบราณ และในสถานการณ์ตอนนี้นางทำได้เพียงวิธีนี้เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้นางได้แอบตรวจ DNA ของนางกับบิดาแล้วว่าพวกเขาเป็พ่อลูกกันจริงๆ ทั้งยังมีเืกรุ๊ปเดียวกัน ดังนั้นการกรีดเืในครั้งนี้เป็เพียงส่วนหนึ่งของการแสดงเท่านั้น
“ท่านพ่อดูให้ดีนะเ้าคะ”
ลู่ฝานมองดูเืในถ้วยด้วยความกดดัน หากลู่อวิ๋นชย่าเป็ลูกของเขาจริง เขาก็จะยอมรับนางเป็บุตรอย่างจริงใจ แต่หากไม่ใช่ เขาจะใช้โอกาสนี้ขับนางออกจากผังของตระกูล ทั้งยังจะปลดตำแหน่งฮูหยินของมารดานางออกและแต่งตั้งเจินอี๋เหนียงให้ขึ้นมาเป็ฮูหยินใหญ่ทันที เพียงแต่เื่ที่เขาถูกภรรยาสวมหมวกเขียวให้อาจจะมีปัญหาเกี่ยวพันไปถึงหน้าที่การงานของเขาอยู่ไม่น้อย แต่ก็ช่างเถอะ เื่ปวดหัวนั้นเอาไว้คิดกันทีหลัง เวลานี้เขาอยากรู้ผลเืนี้เร็วๆ มากกว่า
“เ้าเป็บุตรสาวของข้าจริงๆ หรือนี่” ลู่ฝานเห็นผลเืนั้นแล้ว เืของเขากับบุตรสาวเข้ากันได้ ใจหนึ่งก็รู้สึกโล่ง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกผิดที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยใส่ใจนาง
“ท่านพ่อ้าให้ผลลัพธ์ออกมาเป็เช่นไรหรือเ้าคะ” แม้ลู่อวิ๋นชย่าจะไม่อยากนับเขาเป็บิดา แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาและคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้นางอดที่จะเสียใจไม่ได้
“นายท่านเ้าคะ เืก็พิสูจน์แล้ว แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่เรามาที่เรือนของคุณหนูใหญ่นะเ้าคะ” เจินอี๋เหนียงไม่นึกแปลกใจอยู่แล้ว ลู่อวิ๋นชย่าจะไม่ใช่บุตรสาวของลู่ฝานได้อย่างไร เพราะชายคนนั้นคือญาติผู้พี่ของนางเอง นางจ้างให้เขามาแสดงบทชายชู้เพื่อให้สามีบังเอิญมาเห็นเข้าเท่านั้น
“ท่านพ่อให้คนเข้าไปค้นในเรือนพักของลูกได้ตามสบาย แต่ลูกขอบอกไว้ก่อนว่าหากไม่พบผู้ใด ข้าในฐานะคุณหนูใหญ่ของจวนจะสั่งโบยเจินอี๋เหนียงและน้องรอง โทษฐานที่ไม่อบรมบ่าวรับใช้ให้ดี ปล่อยให้พวกเขามาทำลายชื่อเสียงของข้า” ลู่อวิ๋นชย่าพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด
“ไม่นะเ้าคะนายท่าน เื่นี้...เื่นี้จะเป็ความผิดของข้าได้อย่างไร คุณหนูใหญ่อย่าโยนความผิดนี้ให้ข้าเลยนะเ้าคะ หรือว่าคุณหนูใหญ่คิดว่าคนแซ่เจินคนนี้จะรังแกได้ง่ายๆ” เจินอี๋เหนียงตั้งใจพูดถึงสกุลของตนขึ้นมาก็เพื่อ้าเตือนให้ลู่ฝานนึกถึงบิดาของนางเอาไว้ ทั้งอยากจะเตือนลู่อวิ๋นชย่าไปในตัวด้วยว่าถึงแม้นางจะมีตำแหน่งเป็เพียงอนุ แต่นางก็เป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของสกุลเจิน
ลู่อวิ๋นชย่าไม่ได้สนใจคำขู่นั้นเลยสักนิด แค่สกุลเจินจะเทียบกับท่านตาที่เป็หมอเทวดาและหัวหน้าสำนักหมอเทวดาแห่งเขาโอสถได้อย่างไร ทั้งคู่หมั้นของนางยังเป็ถึงซื่อจื่อของจวนอ๋องเซียว แค่กลุ่มนักฆ่าที่มีกำลังไม่เท่าไหร่ของสกุลเจินจะมาเทียบกับเื้ัของตนได้หรือ
“ท่านพ่อจะว่าอย่างไรเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าหันไปถามบิดา
“เื่นี้...” ลู่ฝานเริ่มรู้สึกลังเล ก่อนหน้านี้เขามัวแต่โกรธจนไม่สืบสาวราวเื่ให้ชัดเจน ทั้งยังพูดจาดูิ่และบีบบังคับจนบุตรสาวต้องหยดเืพิสูจน์ หากคราวนี้เขายังไม่ยอมรับเงื่อนไขของนาง ซึ่งเงื่อนไขนี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพียงแต่ด้วยท่าทางที่มั่นใจของบุตรสาว เขาคิดว่าคนที่จะถูกโบยคราวนี้คงหนีไม่พ้นอนุและบุตรสาวคนรองของตนเป็แน่ แล้วเขาจะทำอย่างไรดี จะถอยก็รู้สึกผิดต่อบุตรสาวคนโต แต่หากยอมรับเงื่อนไขก็จะเป็การทำร้ายอนุกับบุตรสาวคนรอง วันนี้เพราะความหุนหันพลันแล่นของตนเองแท้ๆ
“พวกเ้า” ลู่อวิ๋นชย่ารู้แล้วว่าบิดาไม่กล้าสั่งการ “เข้าไปค้นในเรือนของข้าทุกซอกทุกมุม หากพบบุรุษแปลกหน้าคนใดก็ให้ลากตัวมันออกมา”
ผู้ติดตามของเสนาบดีลู่หันไปขอความเห็นจากเ้านาย เมื่อเห็นว่านายท่านพยักหน้าให้ พวกเขาจึงพาคนเข้าไปค้นในเรือนพักของคุณหนูใหญ่ทันที แต่ค้นอยู่นานกลับไม่พบเห็นผู้ใด
“ในเรือนของคุณหนูใหญ่ไม่พบผู้ใดเลยขอรับ”
“หึ...แม้แต่บ่าวรับใช้ในเรือนของข้า เจินอี๋เหนียงยังไม่เป็ธุระจัดหามาให้ แล้วพวกเ้าจะค้นเจอผู้ใดได้อีก”
“ชย่าเอ๋อ เื่นี้เป็เพราะพ่อไม่สืบเื่ราวให้ชัดเจน เื่ลงโทษเจินอี๋เหนียงกับน้องรองของเ้า ถือว่าพ่อขอก็แล้วกัน” ลู่ฝานรู้สึกผิดกับบุตรสาวคนโตอยู่สักหน่อย แต่เพราะใจที่ลำเอียงทำให้เขาอยากปกป้องคนอีกฝั่งหนึ่งมากกว่า
ลู่อวิ๋นชย่าไม่อยากอยู่ในจวนหลังนี้ต่อแม้แต่วินาทีเดียว เพียงแต่สถานะของเซียวิเฉินนั้นช่างสูงส่ง หากนางจะแต่งเข้าเป็พระชายาของเขาอย่างสมเกียรติ เื่ที่นางจะขอตัดสัมพันธ์กับบิดาคงเป็ไปไม่ได้ แม้นางจะรู้ว่าเซียวิเฉินคงไม่ใส่ใจเื่นี้สักเท่าไหร่ แต่ผู้อื่นกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะสตรีที่ขอตัดสัมพันธ์กับบิดา ก็เท่ากับสตรีนางนั้นขาดความกตัญญู ในยุคนี้เื่ความกตัญญูถือเป็สิ่งสำคัญยิ่ง
อีกทั้งหากนางออกไปจากจวนในเวลานี้ นางก็จะแก้แค้นบิดา เจินอี๋เหนียง และพี่น้องทั้งหมดที่เคยทำร้ายนางกับมารดาไม่ได้ ลู่อวิ๋นชย่าทำได้เพียงหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธเท่านั้น
“เรือนหลังนี้ถูกบุรุษอื่นเข้าไปตรวจค้นจนทั่ว และพวกเขายังเข้าไปตรวจค้นในห้องนอนของข้าแล้วเหมือนกัน ข้าคงพักที่เรือนหลังนี้ต่อไปไม่ได้อีก ทั้งเรือนหลานฮวาของข้าก็ยังปรับปรุงไม่เรียบร้อย ข้าจะออกไปพักข้างนอกจนกว่าเรือนของข้าจะปรับปรุงเสร็จ ขอท่านพ่อโปรดอนุญาตด้วยเ้าค่ะ”
“ข้าไม่อนุญาตให้เ้าไปพักที่จวนอ๋องเซียว พวกเ้ายังไม่แต่งงานกัน ทำเช่นนั้นมันไม่เหมาะสม” ลู่ฝานปฏิเสธทันที
“ข้ายังมีจวนของบิดาบุญธรรมที่ใช้พักอาศัยได้”
“แต่ว่า...”
“เช่นนั้นข้าจะออกไปหาที่พักนอกเมืองหลวง คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือน เรือนพักของข้าก็คงจะแล้วเสร็จ ข้าจะกลับมาที่จวน่นั้นเ้าค่ะ” ลู่อวิ๋นชย่าไม่รอให้เสนาบดีลู่ตอบรับหรือปฏิเสธ นางพาหนิงผิง ฝูเกา เซียวฟ่ง และเซียวเฟย เดินออกจากจวนสกุลลู่ทันที